กู้รุ่ยเจี๋ยยิ่งเชื่อฟังขึ้นทุกที (ฟรี)
เมื่อกู้รุ่ยเจี๋ยเดินกลับเข้ามาพร้อมกับผลไม้ที่ล้างเสร็จแล้ว
“พี่ หนูป้อนให้นะคะ”
พูดจบก็วางจานผลไม้ไว้ข้างเตียง แล้วนั่งขึ้นบนเตียงอย่างนุ่มนวล
“เข้ามาใกล้ ๆ สิคะ”
หยางฟานเหลือบตามองเรียวขาเรียวยาวในถุงน่องสีดำสนิท แล้วก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร เขาขยับเข้าไปใกล้เธอ และทันทีที่ร่างเขาแนบกับเรียวขานั้น ก็รับรู้ได้ถึงความนุ่มนวลและยืดหยุ่น
กู้รุ่ยเจี๋ยหยิบส้มที่ปอกไว้แล้วขึ้นมาหนึ่งกลีบ แล้วค่อย ๆ ป้อนให้เขาอย่างประณีต
หยางฟานเคี้ยวเบา ๆ แล้วกลืนลงไป ก่อนจะเอ่ยชมอย่างพอใจ
“เด็กดีจริง ๆ ”
สาวน้อยยิ่งได้ฟังก็ยิ่งยิ้มหวาน ยังคงป้อนผลไม้ชิ้นอื่นต่อไปอย่างตั้งใจ
“แค่พี่ชอบ หนูก็ยินดีจะทำทุกอย่างเลยนะคะ แต่ก็อย่าลืมเมตตาหนูด้วยล่ะ”
หยางฟานรับองุ่นจากเธอมาอีกลูก ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ พูดแบบเจ้าเล่ห์
“ฉันก็อยากจะเมตตาเธออีกสักรอบนะ แต่ครั้งนี้อาจจะต้องให้เธอช่วยหน่อยแล้วล่ะ”
กู้รุ่ยเจี๋ยฟังจบก็เข้าใจทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร รู้ว่าเขายังอยู่ในช่วงคูลดาวน์จากกิจกรรมก่อนหน้า ถ้าไม่ได้รับการกระตุ้นพิเศษคงยังไม่สามารถเริ่มใหม่ได้
เธอจึงเอียงคอแกล้งบ่นเสียงอ้อน
“พี่ คิดอะไรไม่ดีอีกแล้ว ตอนนี้หน้าที่ของพี่คือนั่งนิ่ง ๆ แล้วรับบริการจากหนูค่ะ”
หยางฟานเองก็ยังไม่ได้รีบร้อนอะไรนัก เพราะตอนนี้เขายังอยู่ในช่วง พระภิกษุจำศีลก็เลยเล่นตามบทบาทไปกับเธอด้วย
แต่เกมบทบาทนี้ก็ไม่ได้ยืดเยื้อเท่าไรนัก เพราะไม่นานนัก เมื่อเวลาคูลดาวน์ผ่านไป ความรู้สึกที่ร้อนแรงก็กลับมาอีกครั้ง
เมื่อหันไปเห็นสาวน้อยน่ารักในชุดเมดนั่งอยู่ข้างกาย เขาก็อดใจไม่ไหวอีกต่อไป คว้าตัวเธอมากอดไว้ทันที
กู้รุ่ยเจี๋ยเองก็ไม่มีท่าทีต่อต้าน ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นและธรรมชาติ
……
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
กว่า 40 นาทีเข้าไปแล้ว
กู้รุ่ยเจี๋ยเริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในตัวหยางฟานเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
เธอรู้สึกเหนื่อยจนแทบจะขยับไม่ไหว แต่ก็ยังพยายามตามเขาไปให้ทัน ไม่อยากให้บรรยากาศเสีย
ในใจนึกสงสัยว่า: ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่วัน ทำไมเขาดูเหมือนคนละคนเลย? หรือว่าไปกินอะไรแปลก ๆ มาอีกแล้ว?
ก็ต้องบอกว่าเธอกับสวีซานเป็นเพื่อนซี้กันจริง ๆ ถึงได้มีสัญชาตญาณแบบเดียวกัน
แต่ต่างกันตรงวิธีรับมือ สวีซานเลือกจะบ่น ส่วนกู้รุ่ยเจี๋ยเลือกจะตามน้ำ
เมื่อเวลาล่วงเลยเกินหนึ่งชั่วโมง หยางฟานจึงหยุดลงพร้อมสีหน้าพึงพอใจ
【ความสนิทสนม กู้รุ่ยเจี๋ย +1】
กู้รุ่ยเจี๋ยถอนหายใจเฮือกใหญ่ ราวกับเพิ่งผ่านการสู้รบยืดเยื้อมาได้สำเร็จ ความโล่งใจทำให้เธอเพิ่มค่าความสนิทเพิ่มให้เขาอีกหนึ่งแต้ม
นี่ถือเป็นครั้งแรกของวันนี้ที่ค่าความสนิทขยับขึ้น
หยางฟานเองก็เห็นการแจ้งเตือนในหัว เขาอดคิดไม่ได้ว่า พอสนิทกันถึงระดับนี้แล้ว ค่าความสนิทยิ่งขึ้นยิ่งยากจริง ๆ
แต่เมื่อมองย้อนกลับไป พฤติกรรมของกู้รุ่ยเจี๋ยในช่วงนี้ก็ถือว่าดีมาก
หากเธออยากทำตามฝันเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ให้ได้ เขาก็อาจจะพิจารณามอบรางวัลตอบแทนอพาร์ตเมนต์ท์สักหนึ่งหลังดูไหม?
ถ้าโชคดี อาจทำให้ค่าความสนิทพุ่งทะลุ 80 ก็ได้
ในระหว่างที่เขาคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่นั้น กู้รุ่ยเจี๋ยที่ยังดูอ่อนแรงอยู่ก็ขยับตัวเบา ๆ แล้วซบเข้ามาในอกของเขา พลางกระซิบเบา ๆ
“พี่ พี่เก่งเกินไปแล้วนะ”
หยางฟานหัวเราะทันทีนี่เป็นครั้งแรกเลยที่สาวน้อยคนนี้ชมเขาตรง ๆ รู้สึกดีไม่ใช่น้อย
เขาโอบเธอไว้แน่นขึ้นอีกนิด สูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเส้นผมเธอ แล้วแกล้งกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
“แล้ว ชอบไหมล่ะ?”
สาวน้อยพยักหน้าเบา ๆ พร้อมกับเปล่งเสียง “อื้ม” ออกมาในลำคออย่างแผ่วเบา
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขิน หรือว่าเหนื่อยเกินกว่าจะพูดอะไรอีก
หยางฟานยังคงพูดต่อไปด้วยรอยยิ้ม
“ต่อไปเธอจะยิ่งชอบมากกว่านี้อีกนะ”
กู้รุ่ยเจี๋ยชะงักไปครู่หนึ่ง
แล้วถามขึ้นด้วยความลังเล
“พี่ พี่กินอะไรแปลก ๆ เข้าไปหรือเปล่า?”
ครั้งนี้เธอไม่ได้เรียกเขาว่าเจ้านายเหมือนอย่างเคย เป็นสัญญาณชัดเจนว่าเธอกำลังถามอย่างจริงจัง
หยางฟานรู้ดีว่าเธอสงสัยอะไรความจริงแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังรู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเองราวกับเสือป่าฟื้นคืนชีพอย่างไรอย่างนั้น
เขายิ้มขำ แล้วตอบกลับเรียบ ๆ
“ไม่ได้กินอะไรเลย นอกจากผลไม้ที่เธอป้อนเมื่อกี้”
จะเป็นไปได้ยังไง?
กู้รุ่ยเจี๋ยยิ่งฟังยิ่งสงสัย แม้ในใจจะไม่เชื่อเท่าไหร่ แต่เธอก็ไม่เซ้าซี้ต่อ
นี่แหละคือความน่ารักของเธอ แม้ในเรื่องที่ตัวเองไม่เข้าใจ หากหยางฟานไม่อยากพูด เธอก็จะไม่คาดคั้นให้เขาต้องตอบ
เธอเพียง “อื้ม” เบา ๆ แล้วเงียบไป ก่อนจะซบหน้าลงกับอกของเขาอย่างเงียบงัน
หยางฟานกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่ก็สังเกตได้ว่าเธอเงียบผิดปกติ พอเหลือบลงไปมองก็พบว่าเธอหลับไปเสียแล้ว พร้อมกับลมหายใจที่สม่ำเสมอ
เขายิ้มบาง ๆ ออกมา
ดูท่าว่าสาวน้อยคนนี้จะเหนื่อยไม่น้อยเลยทีเดียว
ในเมื่อเขาเองก็รู้สึกง่วงอยู่ไม่น้อย จึงกอดเธอไว้แน่น ๆ แล้วค่อย ๆ หลับตาลงไปเช่นกัน
ไม่นานนักก็เข้าสู่นิทรา
…..
เช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อกู้รุ่ยเจี๋ยลืมตาตื่น หยางฟานยังคงนอนหลับอยู่ข้าง ๆ เธอ
เธอมองใบหน้าของเขาที่อยู่ใกล้จนแทบจะสัมผัสกัน พลันภาพของค่ำคืนอันแสนร้อนแรงเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ ทำให้ริมฝีปากของเธอคลี่ยิ้มบาง ๆ
เธอแอบยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาเบา ๆ หนึ่งที แล้วค่อย ๆ ขยับตัวออกจากอ้อมกอดอย่างระมัดระวัง
เมื่อเท้าสัมผัสพื้น เธอเหลือบไปเห็นชุดเมดที่ยับเยินเกลื่อนอยู่บนพื้น ก็ได้แต่ถอนหายใจพร้อมรอยยิ้มฝืน ๆ
ในใจนึกขำปนหน่ายเล็กน้อย เมื่อวานพี่ชายเจ้าเล่ห์คนนี้โดนอะไรเข้าสิงมาก็ไม่รู้ เอาแต่ใจไม่มีลิมิตเลยจริง ๆ
ชุดเมดที่เธอเพิ่งซื้อมาใส่ครั้งแรกก็ทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์และเตรียมถูกปลดประจำการในทันที
สงสัยต้องไปสั่งซื้อใหม่อีกรอบแล้วล่ะ
เธอหยิบชุด JK ของตัวเองขึ้นมาใส่ แล้วเข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟันอย่างเรียบร้อย ก่อนจะจัดทรงผมและแต่งชุดให้ดูดี
จากนั้นก็เก็บชุดเมดกับถุงน่องสีดำใส่ลงในถุงดำผูกปากแน่นหนา ตั้งใจจะนำไปทิ้ง
เวลาเริ่มกระชั้นเข้ามาแล้ว เธอจึงไม่ได้แต่งหน้าเพิ่มอะไร ทว่าแม้ไร้เครื่องสำอางด้วยใบหน้าสดที่เปล่งประกายของเธออยู่แล้ว ก็ยังงามสะดุดตาได้ไม่แพ้ใคร
ออกจากห้องก่อน เธอหันไปมองชายหนุ่มที่ยังนอนหลับอยู่บนเตียงอีกครั้ง แล้วโบกมือเบา ๆ
“คนเจ้าเล่ห์ ขอให้ฝันดีนะ”
พูดจบก็หันหลัง เดินออกจากห้องไปอย่างเงียบ ๆ
หลังจากออกมาจากโรงแรม เธอก็โยนถุงดำลงถังขยะข้างทางทันที จากนั้นก็โบกแท็กซี่มุ่งหน้าไปมหาลัย
ระหว่างทาง เธอหยิบมือถือขึ้นมา ส่งข้อความหา หยางฟาน