หลินหว่านเฉินที่ถึงกับพูดไม่ออกเพราะเพื่อนสนิท (ฟรี)
หลี่ซินหรานขึ้นรถกลับบ้าน
หยางฟานหยิบมือถือออกมา ส่งข้อความหา หลินหว่านเฉินทันที
〈กินข้าวหรือยัง?〉
…..
ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง
หลินหว่านเฉินเพิ่งจัดขยะใส่ถุงใบหนึ่งเสร็จ แล้วเอาไปวางไว้หน้าประตู เตรียมจะหิ้วลงไปทิ้งตอนลงไปข้างล่าง
นี่เป็นถุงที่สี่แล้วนับตั้งแต่มาถึงที่นี่เมื่อวาน
เมื่อวานตอนที่เธอเดินเข้ามาในห้องของกงจิ้ง เพื่อนสาวผู้ดูดีจากภายนอก เธอแทบช็อกกับสภาพห้องที่อีกฝ่ายอาศัยอยู่
ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา เธอก็เห็นถุงอาหารเดลิเวอรี่วางกองอยู่ข้างผนัง แม้จะจัดใส่ถุงไว้ดี แต่ก็ยังไม่ได้เอาไปทิ้ง
บนพื้นมีขวดน้ำเปล่ากับขวดเครื่องดื่มวางเรียงกันเป็นแถว ราวกับตั้งโชว์แต่จะเก็บไว้ทำไม? หรือเอาไว้เป็นพร็อพตกแต่ง?
บนโต๊ะมีกล่องผลไม้เน่าๆ วางอยู่ ไม่รู้ทำไมถึงไม่เอาเข้าตู้เย็น
ที่พีคคือ บนโซฟายังมีถุงน่องสีดำที่ใส่แล้วสามคู่พาดอยู่ตรงที่วางแขน
ในครัวมีผักเหี่ยวๆ วางอยู่ที่อ่างล้างมือ
จานชามใช้แล้วกองอยู่ในอ่างและแช่น้ำไว้
บนเตาแม่เหล็กมีหม้อที่ใส่น้ำไว้นิดหน่อย น้ำขุ่นข้นคล้ายซุปบะหมี่ถ้ามองดีๆ อาจจะเห็นเส้นบะหมี่ลอยอยู่ด้วยซ้ำ
พื้นบ้านเองก็ดูออกว่าไม่ได้ถูมาหลายวัน บ้านทั้งหลังให้ความรู้สึกเหมือนบ้านร้างมากกว่าจะเป็นที่พักอาศัย
หลินหว่านเฉินยังจำได้ดีว่า ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในหัวเธอคือ“นี่มันที่อยู่ของคนจริงดิ!?”
แต่เธอก็รู้ว่า กงจิ้งมักจะกลับมาพักที่นี่ทุกครั้งหลังจากบินเสร็จ
มันเลยยิ่งทำให้เธออึ้งเข้าไปใหญ่ เพราะมันหมายความว่าบ้านนี้มีคนอยู่จริงๆ
สิ่งเดียวที่พอทำให้รู้สึกโล่งใจได้บ้างก็คือ ห้องนอนของกงจิ้งยังค่อนข้างสะอาด
ผ้าปูที่นอนดูสะอาดเรียบร้อย โต๊ะเครื่องแป้งก็วางเครื่องสำอางไว้อย่างเป็นระเบียบ
เรียกได้ว่า เป็นพื้นที่เดียวในบ้านที่พอถูไถได้
แล้วไง? แค่ห้องนอนต้องสะอาด ที่เหลือไม่ต้องดูแลเหรอไง?
หลินหว่านเฉินถึงกับหมดคำจะพูดให้เพื่อนสาวที่ดูดีแค่เปลือกนอกแต่ใช้ชีวิตไม่ต่างจากคนไม่มีระเบียบคนนี้
เมื่อคืนเธอเก็บกวาดเท่าที่ทำได้ไปแล้วหนึ่งรอบ
วันนี้ก็ช่วยจัดการอีกทีจนกระทั่งทุกอย่างกลับมาเรียบร้อยในที่สุด
ขณะที่กงจิ้งกำลังตั้งใจถูพื้น หลินหว่านเฉินก็หันไปมองแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ
“คุณหนู! ฉันขอร้องล่ะ ครั้งหน้าช่วยดูแลความสะอาดบ้านตัวเองหน่อยได้ไหม? ฉันไหว้ละ ถ้าคราวหน้าบ้านยังเป็นแบบนี้อีก ฉันจะไม่กล้ามาเหยียบอีกแล้วจริงๆ”
กงจิ้งได้ยินแบบนั้นก็หน้าแดงขึ้นมานิดหน่อย
แล้วพูดออกมาอย่างเขินๆ
“ก็ฉันไม่รู้มาก่อนนี่ว่าคืนนี้เธอจะมาน่ะ! ก็เลยยังไม่ได้เก็บให้เรียบร้อย
ปกติฉันก็พอมีทำความสะอาดบ้างนะ! ฉันยังเคยชวนพี่ฟานขึ้นมาที่นี่เลย ถ้าไม่สะอาด ฉันจะกล้าชวนเหรอ? ภาพลักษณ์ระดับนางฟ้าของฉันจะพังหมด”
“……”
หลินหว่านเฉินฟังแล้วถึงกับหลุดหัวเราะ ก่อนจะถามอย่างจับผิด
“เดี๋ยวนะ เธอเคยชวนเขามาที่นี่จริงเหรอ? แล้วชวนเขามาทำไมล่ะ? บอกความจริงมาซะดีๆ หรือว่าพวกเธอสองคน หื้ม?”
กงจิ้งยักไหล่ไม่ใส่ใจแล้วตอบอย่างหน้าตาเฉย
“ก็ชวนจริงๆ แหละ ฉันรุกก่อนด้วย แต่เขาปฏิเสธ”
หลินหว่านเฉินได้ยินแบบนั้นก็อดยิ้มขำไม่ได้
“ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ฉันเองก็ยังงงๆ อยู่เลย” หลินหว่านเฉินพูดพร้อมทำหน้าฉงน
“ก็เธอทั้งสวยทั้งแซ่บขนาดนี้ ไปยื่นให้ถึงที่แล้วยังโดนปฏิเสธอีกหรือว่าเธอเคยทำให้เขาเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า?”
กงจิ้งเองก็ส่ายหน้าเบาๆ อย่างหมดปัญญา
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
ทันใดนั้น หลินหว่านเฉินก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้
คืนนั้นตอนเธอบอกหยางฟานว่า กงจิ้งก็เหมือนเธอ เป็นผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัว สีหน้าของหยางฟานตอนนั้นชัดเจนว่าตกใจมาก
เหมือนกับว่าเขามั่นใจเลยว่าเพื่อนของเธอไม่ใช่แบบนั้นแน่ๆ
ตอนนี้เธอก็พอจะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว
เธอมั่นใจว่า กงจิ้งไม่มีทางพูดเรื่องไม่ดีของตัวเองออกไปแน่ๆ
ถ้าอย่างนั้นก็คงเป็นหยางฟานที่ไปสืบอะไรมาเองแล้ว
กับเรื่องแบบนี้ เธอก็ได้แต่ส่ายหน้าในใจหากเป็นแบบที่คิดจริงๆ
ต่อให้เธออยากช่วยเพื่อนแค่ไหนเธอก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี
เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น
ทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น หลินหว่านเฉินรีบหยิบมือถือขึ้นมาดู
เพราะนี่คือเสียงที่เธอตั้งไว้สำหรับหยางฟานโดยเฉพาะ
ดังนั้นเมื่อเสียงนี้ดังขึ้น ก็ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาเลยว่าใครส่งข้อความมา
เห็นเขาถามว่า “กินข้าวหรือยัง” เธอก็ตอบกลับทันทีว่า
〈ยังเลย! กำลังจะไปกินไห่ตี้เหลากับจิ้งจิ้ง อยากมาด้วยกันไหม?〉
แต่หยางฟานเพิ่งกินอิ่มมาแน่นอน จึงตอบกลับไปว่า
〈ฉันกินแล้ว พวกเธอไปเถอะ เดี๋ยวฉันออกไปเดินเล่นหน่อย กินเสร็จแล้วค่อยทักมา〉
〈โอเคค่า〉
จบบทสนทนาแล้ว หลินหว่านเฉินก็หันไปพูดกับกงจิ้งที่ยังถูพื้นอยู่ว่า
“พอแล้วๆ! ไม่เห็นเธอขยันแบบนี้ตอนปกติเลยนะ ไปๆ ไปกินข้าวกันได้แล้ว”
?
กงจิ้งชะงักไปนิด หันมาถือไม้ถูพื้นพร้อมทำหน้าสงสัย
ในใจนึกว่าเมื่อกี้ใครนะ ที่บอกว่าถ้าไม่ถูให้เสร็จจะไม่ให้กินข้าว
แล้วยังยืนคุมฉันอยู่นี่ไง
เฮ้อ ผู้หญิงนี่มัน
เธอส่ายหน้าเบาๆ แต่เพราะท้องก็หิวแล้ว เลยไม่คิดอะไรต่อ
ทันทีที่ได้ยินว่าจะไปกินข้าว เธอก็วางไม้ถูพื้นลงทันที
วิ่งไปหยิบกระเป๋าใบเล็กอย่างไว แล้วก็รีบใส่ถุงน่องกับรองเท้าส้นสูง
แต่งหน้าจัดทรงเล็กน้อยด้วยความรวดเร็ว แล้วก็ออกจากบ้านไปกับเพื่อนสาว
…..
ทางฝั่งหยางฟาน
ตอนนี้เขากำลังเดินเตร่ไปเรื่อยๆ อย่างเบื่อๆ อยู่บนถนน
จู่ๆ ระบบก็เด้งเตือนขึ้นมา
【ตรวจพบเป้าหมายที่มีศักยภาพ ต้องการดูข้อมูลหรือไม่?】
หือ?
เจอเข้ากับเป้าหมายซะแล้ว
เขาหันไปมองรอบๆ
แล้วก็เห็นกลุ่มวัยรุ่นสี่คน ชายสองหญิงสอง กำลังหัวเราะเฮฮากันอยู่ไม่ไกล
ในกลุ่มนั้น มีผู้หญิงคนนึงแต่งตัวสบายๆ นั่งอยู่บนพื้น พลางพูดเสียงดังว่า
“ไม่ไปแล้ว! ไม่มีใครแบกก็เดินไม่ไหวหรอก!”
ชายหนุ่มอีกคนที่รูปร่างพอๆ กับหยางฟาน หน้าตาก็ถือว่าดูดี หัวเราะพลางพูดว่า
“ไม่เดินก็แล้วไป งั้นพวกเราไปก่อนนะ เดี๋ยวมีคนมาเก็บเธอไปก็อย่ามาโวยทีหลังล่ะ!”
พูดจบก็ทำท่าจะเดินหนี
ชายหญิงอีกคู่ที่อยู่ข้างๆ ก็ยืนหัวเราะกันอยู่ข้างๆ ไม่ได้ช่วยอะไร
แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ตกใจ ไม่หลงกล
ยังคงงอนอยู่กับที่ แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงงอแงว่า
“จะเก็บก็เก็บไปเลย! เดี๋ยวมาดูกันสิว่าใครจะเป็นคนเสียใจทีหลัง หึ!”
หยางฟานมองดูสถานการณ์ตรงหน้า แค่แวบเดียวก็รู้แล้วว่าสองคนนี้ไม่ใช่อะไรจริงจังหรอก
ต่อให้ดูเหมือนทะเลาะกัน แต่มันคือการอ้อนกันแบบคู่รักชัดๆ
เขาเลยตะโกนแซวไปเล่นๆ
“มีคนจะเก็บไหมเนี่ย? ถ้าไม่มี ฉันขอเก็บเองแล้วนะ!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ฮ่าๆๆ เก็บเลยๆ มาเก็บเธอไปเร็ว!”
สามคนที่ยืนอยู่หัวเราะกันครืน แล้วก็แกล้งทำเป็นยุให้หยางฟานเก็บ เพื่อนสาวไปจริงๆ
แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ยังคงนั่งงอนอยู่บนพื้น ไม่ยอมลุกง่ายๆ
“ไม่สนละ! ถ้านายไม่แบกฉัน ฉันจะไปกับคุณลุงแล้วนะ!”
“……”
หยางฟานที่ตอนแรกก็ยังเล่นมุกอยู่ด้วย ถึงกับหน้าชาไปหนึ่งจึ้ก
เฮ้ย คุณลุง นี่หมายถึงใครกันครับ!?
เขารู้สึกเหมือนโดนลูกธนูปักกลางใจ ใบหน้าเริ่มปรากฏเส้นดำเต็มไปหมด
น้องสาว แซวแรงขนาดนี้ แบบนี้จะเล่นกันต่อยังไงไหว?
เขาเลยเลิกเล่นกับกลุ่มวัยรุ่นพวกนี้ ปล่อยให้เกมหยอกกันจบลงตรงที่ฝ่ายชายยอมแพ้
แบกฝ่ายหญิงขึ้นหลังอย่างเสียไม่ได้
“ตรวจสอบ”
【ชื่อ】: หลิวเฉิงลี่
【อายุ】: 18
【ส่วนสูง】: 161
【น้ำหนัก】: 47
【คะแนนความสวยโดยรวม】: 80
【——】: 99
【สถานะ】: ปกติ
【ค่าความสนิทสนม】: 0
เมื่อเห็นข้อมูลของสาวน้อยคนนี้ หยางฟานก็ยิ้มบางๆ ขึ้นมา
ในใจเขาแอบคิดว่าในโลกแบบนี้สิ่งเย้ายวนมันเยอะเกินไปจริงๆ
ก็ไม่รู้ว่าคู่รักเด็กมหาลัยคู่นี้จะสามารถผ่านด่านสิ่งล่อใจทั้งหลาย และคบกันไปจนสุดทางได้ไหมนะ