หยางฟานผู้คุมสถานการณ์ได้ (ฟรี)

แม้ในใจของกู้รุ่ยเจี๋ยจะเจ็บปวด อยากจะประชดด้วยการเดินจากไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่เธอยังเหลือความเยือกเย็นอยู่เสี้ยวหนึ่ง และส่วนนั้นก็ไม่อนุญาตให้เธอทำเรื่องโง่ๆ แบบนั้น

แม้ภายในจะสับสนวุ่นวาย แต่เธอยังพอควบคุมตัวเองได้ ยังมีสติพอที่จะคิด วิเคราะห์ ชั่งน้ำหนักระหว่างได้กับเสีย

หลังจากเงียบไปนาน กู้รุ่ยเจี๋ยก็ต้องยอมรับว่าคำพูดของพี่ชายเธอก็มีเหตุผลเขาดีกับเธอมากพอแล้วจริงๆ
และหากเธอยอมแพ้เพียงเพราะเรื่องนี้ นั่นจะกลายเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับเธออย่างไม่ต้องสงสัย

ถ้าเธอถอยไปตอนนี้ ก็เท่ากับเปิดทางให้สวีซานกับผู้หญิงคนอื่นๆ เข้ามาแทนที่
และคนที่ขาดทุนที่สุดก็คือเธอเอง
ทั้งๆ ที่เป็นเธอที่ได้คบกับหยางฟานก่อน
ทำไมเธอต้องยอมเสียสละให้คนอื่นด้วย?

ไม่มีทาง!! ไม่มีวัน!!

เธอไม่โง่ขนาดนั้น

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เธอก็เหมือนจะมีคำตอบในใจเรียบร้อยแล้ว
แต่เพราะความขมขื่นในอกยังไม่คลาย จึงยังเลือกที่จะเงียบ

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ถูกหยางฟานเก็บรายละเอียดไว้หมด
แต่เขาไม่ได้รู้สึกกังวลแม้แต่น้อย
อย่างที่เขาพูดไว้ใครไม่พอใจก็แค่เดินออกไป
และจากที่เขารู้จักสองสาวนี้ดี เขากล้าฟันธงเลยว่า ไม่มีทางที่พวกเธอจะยอมไป

ในเมื่อแบบนั้นจะเสียใจบ้างก็คงไม่เป็นไร
ไว้เขาค่อยหาวิธีปลอบใจเจ้าลูกแมวน้อยอย่างรุ่ยเจี๋ยทีหลังก็แล้วกัน
ถือว่าเป็นการตามใจอ้อมๆแล้วกันนะ

ตอนนี้ในรถเงียบสนิท
ทั้งสามคนไม่มีใครพูดอะไรอีก
จนกระทั่งรถค่อยๆ เคลื่อนตัวไปจอดยังที่จอดรถหน้าร้านอาหารจีนแห่งหนึ่ง

หยางฟานปลดเข็มขัดนิรภัย ก่อนจะพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า

“ไม่อยากไปก็อยู่กันให้เรียบร้อย ลงไปกินข้าวได้แล้ว
หน้าบึ้งหน้าบูดกันอยู่ได้ คนอื่นมาเห็นเข้าจะคิดว่าฉันรังแกพวกเธออีกนะ”

กู้รุ่ยเจี๋ยได้ยินก็แอบบ่นในใจ
“ก็พี่มันรังแกฉันจริงๆ ไม่ใช่เหรอ”

แต่เธอก็ไม่กล้าพูดออกมา ได้แต่เม้มปากแน่น
ก่อนจะลงจากรถอย่างว่าง่าย พร้อมสีหน้าบูดๆ เหมือนคนกำลังจะร้องไห้

ทันใดนั้น มือใหญ่ๆ ข้างหนึ่งก็เอื้อมมาคล้องไหล่เธอไว้
ทำให้เธอสะดุ้ง หันขวับไปดู แล้วก็พบว่าเป็นหยางฟาน
เธอถึงได้ถอนหายใจโล่งอก

หยางฟานก้มลงกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงแสนอบอุ่นว่า

“ยัยตัวแสบมาจุ๊บพี่หน่อยสิ”

กู้รุ่ยเจี๋ยตกใจนิดหน่อย
เดิมทีนึกว่าเขาจะพูดอะไรปลอบใจสักหน่อย
ไม่คิดเลยว่าเขาจะดิบเถื่อนขนาดนี้
เรียกหาจูบหน้าตาเฉย!

เธอที่กำลังรู้สึกน้อยใจอยู่แล้ว ก็ทำปากเบะอย่างน่าสงสาร
แล้วโผเข้ากอดเขาทันที พร้อมกับพูดเสียงสั่นเครือว่า

“พี่ชาย”

หยางฟานลูบหลังเธอเบาๆ แล้วเอ่ยถาม

“แล้วหนูจะทิ้งพี่ไหม?”

สาวน้อยในอ้อมแขนเขาส่ายหน้าทันที พร้อมเสียงสะอื้นว่า

“ไม่ หนูไม่ไปไหน หนูรักพี่ที่สุดเลย”

หยางฟานได้ยินคำตอบนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

“รู้อยู่แล้วว่าเด็กน้อยของพี่เป็นเด็กดีของพี่ที่สุด ถ้าไม่คิดจะจากไป งั้นพี่ก็จะรักและตามใจหนูให้มากกว่านี้อีกตกลงไหม?”

คำพูดที่เหมือนกำลังปลอบเด็ก แม้จะฟังดูน้ำเน่าหน่อยๆ แต่กลับได้ผลดีเกินคาด
กู้รุ่ยเจี๋ยพยักหน้าเบาๆ พร้อมเสียง “อืม” แผ่วๆ จากลำคอ

หยางฟานรู้ทันทีว่าเรื่องนี้เขาจัดการได้เรียบร้อยแล้ว
ส่วนเรื่องของสองสาวที่เป็นเพื่อนรักกัน อาจต้องใช้เวลาอีกสักพักในการคลี่คลายความบาดหมาง เขารีบร้อนไม่ได้แน่นอน

เขามองใบหน้าสวยใสของกู้รุ่ยเจี๋ยที่ยังมีน้ำตาคลออยู่ในดวงตา แล้วโน้มตัวเข้าไปจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากเล็กๆ ของเธอด้วยความอ่อนโยน

แม้ในใจของเธอจะยังรู้สึกขื่นขม แต่ก็ยังตอบกลับเขาอย่างเร่าร้อน
ทั้งสองจูบกันเนิ่นนานเกือบสองนาที กว่าจะผละออกจากกัน

หยางฟานโอบเอวเธอไว้ พลางพูดอย่างอ่อนโยน

“ไปเถอะ ไปกินข้าวกัน”

สาวน้อยพยักหน้าเบาๆ
“อืม ได้เลย”

ขณะกำลังโอบกู้รุ่ยเจี๋ยเดินเข้าไปในร้านอาหาร หยางฟานก็ไม่ลืมหันไปมองแมวน้อยอีกตัวด้านหลัง แล้วบ่นเสียงดุๆ ว่า

“ยังยืนเซ่ออะไรอยู่? เดินตามมาสิ!”

สวีซานกรอกตาใส่ในใจ แล้วเดินตามไปเงียบๆ
เธอรู้ว่าปัญหาทุกอย่างยังไม่จบ
ทั้งหยางฟานและกู้รุ่ยเจี๋ยยังโกรธเธออยู่

แต่หลังจากที่ได้เปิดปากสารภาพแล้ว
ในใจก็รู้สึกโล่งราวกับยกภูเขาออกจากอก

เธอมั่นใจว่าแม้หยางฟานจะยังมีอารมณ์อยู่บ้าง แต่เขาไม่มีท่าทีจะทิ้งเธอ
แค่หาโอกาสขอโทษอย่างจริงจังอีกหน่อย เขาจะต้องให้อภัยแน่ๆ

แต่กับกู้รุ่ยเจี๋ยนี่สิ ยากกว่าเยอะถ้าอยากจะซ่อมแซมความสัมพันธ์นี้จริงๆ คงต้องใช้เวลาตอนนี้เธอควรปล่อยให้อีกฝ่ายได้ระบายความโกรธไปก่อน ถ้าเข้าไปพูดตอนนี้ มีแต่จะแย่ลง

ในขณะที่หยางฟานกำลังโอบเอวพาเธอเดินเข้าร้าน กู้รุ่ยเจี๋ยก็ได้ยินเขาใช้เสียงดุกับสวีซาน แต่เธอไม่มีแม้แต่จะสงสารเพื่อนเก่า
ยิ่งไม่คิดจะพูดอะไรช่วยด้วยซ้ำ

ในเมื่อเพิ่งโดนเพื่อนรักหักหลัง เธอไม่คิดจะให้อภัยเลยแม้แต่นิด

ใช่เธอพอจะยอมรับความหลายใจของหยางฟานได้
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะให้อภัยเพื่อนที่ทรยศเธอ

หยางฟานน่ะ เธอ จำเป็นต้องให้อภัย
เพราะถ้าไม่ทำ เธอก็จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และเปิดทางให้ผู้หญิงคนอื่น

เธอไม่ใช่นางเอกเสียสละ
เรื่องโง่ๆ แบบนั้น ไม่ต้องมาคิดด้วยซ้ำ

แต่กับเพื่อนที่แทงข้างหลัง เธอไม่มีเหตุผลอะไรต้องยอมให้อภัย!

เพราะงั้นระหว่างมื้ออาหาร เธอก็ทำเหมือนไม่มีสวีซานอยู่ในสายตา
แสดงความหวานกับหยางฟานอย่างไม่สนหน้าใคร
ไม่แม้แต่จะชายตามองสวีซานเลยสักครั้ง

สวีซานเองก็รู้จังหวะ
เธอไม่กล้าพูด ไม่กล้าเข้าไปแย่งความสนใจ
ไม่อยากทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ลง
จึงได้แต่นั่งเงียบๆ กินข้าวอย่างมีมารยาท

ตลอดมื้ออาหาร หยางฟานก็รับรู้ถึงบรรยากาศอึดอัดระหว่างสองสาว
พอคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจว่า ควรแยกทั้งคู่ไปก่อน
ปล่อยให้ใจเย็นลง แล้วค่อยหาจังหวะปรับปรุงความสัมพันธ์

ในเมื่อทั้งสองเป็นผู้หญิงของเขา
เขาย่อมไม่อยากให้เกิดความแตกแยก
ยิ่งเป็นเรื่องที่ตัวเขาเองมีส่วนก็ยิ่งต้องแก้ไขให้ดี

หลังจากมื้ออาหารจบลง เขาก็หันไปบอกสวีซานว่า

“เธอกลับไปก่อนนะอีกสองวันฉันจะจัดการกับเธอให้เรียบร้อย”

【ความสนิทสนม สวีซาน +3】
【ความสนิทสนม กู้รุ่ยเจี๋ย +1】

สวีซานได้ยินก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจเลย
กลับกัน เธอยังแอบดีใจในใจเสียด้วยซ้ำ
อย่างน้อยเขาก็บอกว่าจะจัดการกับเธอ แปลว่าเขายังไม่คิดจะตัดเธอทิ้ง

เธอรู้ดีว่า ถ้าจะได้การให้อภัยจากหยางฟาน วิธีที่ดีที่สุดก็คือ
ให้เขาจัดการเธอแรงๆ จนหายโกรธ

หนึ่งรอบไม่พอสองรอบก็ยังได้
แบบนี้ได้ผลยิ่งกว่าคำขอโทษเป็นร้อยคำ

ดังนั้นเธอจึงตอบอย่างว่าง่าย
“อืม งั้นฉันกลับก่อนนะ”

พูดจบก็พยักหน้าให้กู้รุ่ยเจี๋ยเล็กน้อย แล้วเดินจากไป
ระหว่างหันหลังให้ทั้งสอง เธอก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่เธอให้ความสำคัญที่สุดในตอนนี้
ยังคงอยู่กับเธอหัวใจที่กังวลมาตลอดจึงคลายลงบ้างแล้ว

หลังจากสวีซานจากไป หยางฟานก็พากู้รุ่ยเจี๋ยกลับขึ้นรถ
จากนั้นก็เปิดแอปนำทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A แห่งหนึ่งในเมืองเป่ย์ซู

กู้รุ่ยเจี๋ยเห็นแล้วก็แปลกใจ
“จะค่ำแล้ว พี่ชายยังจะพาเราไปเที่ยวอีกเหรอ?”

จึงถามขึ้นด้วยความสงสัย
“พี่ชายเราจะไปที่นั่นทำไมตอนนี้เหรอ?”

หยางฟานพยักหน้ายิ้มกริ่ม
รอยยิ้มบนใบหน้าแฝงไปด้วยเจตนาไม่ดีอย่างชัดเจน

“ก็ไปทำอะไรบางอย่างไงล่ะ”

?

กู้รุ่ยเจี๋ยถึงกับหน้าเหวอ




ตอนก่อน

จบบทที่ หยางฟานผู้คุมสถานการณ์ได้ (ฟรี)

ตอนถัดไป