การเปลี่ยนแปลงของหลินหว่านเฉิน (ฟรี)

หลังจากนั้น หยางฟานก็ปฏิเสธคำชวนไปทานข้าวของเฉินไห่เซี่ยอย่างสุภาพ ก่อนจะมอบงานเรียบร้อย แล้วพาหลินหว่านเฉินออกจากสำนักงานขายทันที ไม่ได้กลับเข้าไปยังเมืองเก่า แต่ไปทานอาหารเย็นกันแถวนี้เลย แล้วก็เลือกเข้าพักโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในบริเวณใกล้เคียง

เวลานี้ หลินหว่านเฉินนั่งอยู่บนโซฟา ยื่นหน้าเข้ามาจูบเบา ๆ ที่แก้มของหยางฟาน แล้วยิ้มหวานพลางพูดว่า

“ที่รักขอบคุณนะคะ วันนี้คุณพาเค้าไปดูบ้านทั้งบ่าย เหงื่อก็ออกเยอะ ไปอาบน้ำด้วยกันเถอะ”

?

หยางฟานที่กำลังเอนหลังพักอยู่ถึงกับนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะหันมามองหน้าหญิงสาวผู้มีความงามไร้ที่ติคนนี้

ใบหน้าของเธอในตอนนี้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน ดวงตากลมโตแสนหวานคู่นั้นเอ่อล้นไปด้วยความอ่อนโยน

หยางฟานรู้ดี ว่าสิ่งที่เธอแสดงออกในตอนนี้ เป็นการตอบแทนจากใจจริงที่เขาตัดสินใจซื้อวิลล่าแทนที่จะเป็นแค่บ้านพักอาศัยธรรมดาเพราะราคามันไม่ใช่ระดับเดียวกันเลย

หลินหว่านเฉินเองก็คิดเช่นนั้น ตั้งแต่ได้อยู่กับหยางฟานมา สิ่งที่เขาให้กับเธอนั้น มากเกินกว่าที่เธอคาดหวังไว้มากมาย

เธอรู้สึกชัดเจนว่า การตัดสินใจอยู่กับผู้ชายคนนี้คือทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดที่เธอเคยทำมา

ก่อนหน้านี้ เธอยังลังเลอยู่เลยว่าจะบอกแม่เรื่องที่เธอถูกหยางฟานเลี้ยงดูยังไงดี เพราะแม่ของเธอมักจะคาดหวังให้ลูกสาวเป็นหญิงที่รักศักดิ์ศรี แล้วค่อย ๆ สร้างชีวิตขึ้นมาเอง แล้วแต่งงานกับผู้ชายที่ดีมีฐานะในภายหลัง

แต่ตอนโทรคุยกับแม่ เธอก็ลองเล่าแบบเลี่ยง ๆ ว่าตอนนี้กำลังคบอยู่กับผู้ชายที่ปฏิบัติกับเธออย่างดีมาก

เธอเล่าว่าเพิ่งเริ่มคบกันไม่นาน ฝ่ายชายก็ซื้อรถราคากว่าสองล้านให้เธอ ซื้อวิลล่าราคาเกือบห้าล้าน และยังโอนเงินให้ใช้ถึงหกล้านหยวน

แม่ของเธอฟังแล้วถึงกับอึ้ง พอแน่ใจว่าลูกสาวไม่ได้โกหก ก็รีบตอบกลับอย่างดีใจว่า “คุ้มแล้ว ผู้ชายแบบนี้ถือว่าคุ้มมาก ลูกโตแล้ว มีความคิดเป็นของตัวเอง ขอแค่ลูกมีความสุขก็พอ ว่าง ๆ ก็กลับบ้านมาหาแม่บ้างนะ”

แม่ของเธอไม่ได้พูดถึงเรื่องแต่งงานเลย อาจเพราะเดาออกว่าลูกสาวกำลังหยั่งเชิงท่าทีอยู่ แม้จะไม่แน่ใจว่าลูกสาวถูกเลี้ยงดูอยู่หรือเปล่า แต่พอเห็นว่าเธอได้รับอะไรบ้าง ก็คงพร้อมจะสนับสนุนเต็มที่

เพราะเธอรู้ดีว่าลูกสาวของตัวเองมีความคิดเป็นของตัวเองอย่างแท้จริง และในเมื่อตอนนี้ลูกสาวมีชีวิตที่ดี มีรถหรู มีบ้านใหญ่ แล้วจะไปเรียกร้องอะไรอีก?

ดังนั้น หลินหว่านเฉินจึงรู้สึกโล่งใจอย่างมาก เหมือนยกภูเขาออกจากอก

ด้วยความรู้สึกขอบคุณหยางฟานจากใจจริง เธอคิดว่าตัวเองคงตอบแทนเขาได้ไม่มากนัก สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้ก็คือมอบทุกความรู้สึกทั้งหมดที่มีให้เขาอย่างเต็มที่

หยางฟานยิ้มน้อย ๆ ในขณะที่ความรู้สึกบางอย่างในใจเริ่มปะทุขึ้นช้า ๆ แล้วลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยคำเดียวสั้น ๆ

“ได้”

ในระหว่างที่อาบน้ำ ความรู้สึกของหยางฟานก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะทะลุเพดานออกมา

และหลินหว่านเฉินที่มองเห็นอารมณ์ของเขาชัดเจนก็ไม่จำเป็นต้องรอให้เขาเอ่ยปาก

…..

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

หยางฟานนอนกอดหลินหว่านเฉินอยู่บนเตียง พลางคุยกันเบา ๆ เขารู้สึกได้ว่าวันนี้สาวสวยคนนี้มีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป ไม่เหมือนทุกที

แม้กระทั่งตอนนี้เธอก็ยังไม่ยอมหยุดนิ่ง

หยางฟานยื่นมือไปโอบกอดเธอ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“คนโง่ ฉันรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรแต่พักก่อนเถอะนะ เรามีเวลาอีกเยอะ…”

ใครจะคิดว่าวันนี้หลินหว่านเฉินกลับไม่ฟังเขา เพียงแค่ส่งยิ้มอ่อนหวานชวนหลงใหลกลับมาให้

ในเวลาไม่นาน ขณะที่หยางฟานหลับตาพริ้มอย่างเหนื่อยอ่อน ก็ได้รู้ซึ้งถึงความงดงามเย้ายวนของหญิงสาวคนนี้อย่างถึงแก่น

นี่มันระดับที่แม้แต่พระก็ยังโดนล่อลวงได้เลย

แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีมาก

วันนี้เขาเหมือนถูกจัดเต็มทุกขั้นตอน ไม่ขาดไม่เกิน

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

หลินหว่านเฉินหญิงในฝันนอนพิงอยู่ในอ้อมแขนของเขา ก่อนจะกระซิบถามด้วยเสียงอ่อนโยนว่า

“ที่รัก คุณมีความสุขไหมคะ?”

หยางฟานเอื้อมมือไปลูบเส้นผมเธอเบา ๆ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“มีความสุขมากวันนี้เธอช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน”

หลินหว่านเฉินยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

“แค่คุณมีความสุข ฉันก็พอใจแล้วตอนนี้รู้สึกเหนื่อยจัง คุณกอดฉันไว้อย่างนี้ แล้วเรานอนด้วยกันนะ”

หยางฟานพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะรับคำ “อืม”

หลังจากนั้น ทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

ไม่นาน เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของหญิงสาวก็ดังขึ้นแสดงว่าเธอหลับไปแล้ว

…..

อีกด้านหนึ่ง

กู้รุ่ยเจี๋ยกำลังนั่งอยู่ในห้องของตัวเอง ก้มหน้าดูหน้าจอโทรศัพท์ ซึ่งบนหน้าจอกลับเป็นชุดข้อสอบของ “ภาคทฤษฎีใบขับขี่”

ใช่แล้ว กู้รุ่ยเจี๋ยกำลังทำแบบฝึกหัดสอบใบขับขี่!

หากหยางฟานมาเห็นเข้า คงได้สั่งสอนเธอสักยกใหญ่แน่นอน

ก็เธอเพิ่งรับปากเขาอย่างดี ว่าจะตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมสอบ ตอนนี้ใกล้สอบเข้ามาทุกที แต่กลับนั่งฝึกทำข้อสอบใบขับขี่แทน

ดูเหมือนว่า ในใจของกู้รุ่ยเจี๋ย การสอบใบขับขี่จะสำคัญกว่าสอบมหาลัยเสียอีก ถ้าหยางฟานรู้เข้า คงต้องร้องเฮ้อว่ายัยนี่ “หมดหวังแล้วจริง ๆ”

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก!”

ในขณะที่เธอกำลังเพลินกับการทำข้อสอบ จำลองแบบไม่รู้จักเบื่อ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ

พอได้ยินเสียงเคาะ เธอก็ขมวดคิ้วทันที ใบหน้าปรากฏความหงุดหงิดอย่างชัดเจน

ช่วงเวลานี้จะมีใครมาหาเธอได้อีก ถ้าไม่ใช่เพื่อนร่วมห้องที่เคยสนิท อย่างสวีซานก็ไม่มีทางเป็นคนอื่นแน่

แต่เธอไม่อยากสนใจ จึงทำเป็นไม่ตอบ ไม่ขยับ และยังคงตั้งใจจ้องหน้าจอมือถือต่อไป

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก!”

เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้งในไม่กี่นาทีต่อมา คราวนี้กู้รุ่ยเจี๋ยถึงกับหมดความอดทน ตะโกนออกไปด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“สวีซาน! พอได้แล้วนะ!! ไม่มีอะไรอย่ามาเคาะประตูมั่วซั่ว!”

ตอนนี้เธอถึงขั้นไม่เรียกชื่อเล่น “ซานซาน” อีกต่อไป แต่เรียกชื่อเต็มแทน

แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเธอยังโกรธอยู่ในใจไม่น้อย

ภายนอกเงียบไปสักพัก ก่อนจะมีเสียงของสวีซานดังเข้ามา

“รุ่ยรุ่ย ข้างนอกฝนตกแล้วนะ พยากรณ์บอกว่าคืนนี้จะมีพายุฟ้าคะนองด้วย”

กู้รุ่ยเจี๋ยได้ยินแล้วก็ชะงักไปทันที

เธอนึกถึงเรื่องที่ตัวเองกลัวฟ้าร้อง

แต่ก่อน ทุกครั้งที่มีพายุ เธอมักจะวิ่งไปหาสวีซานเพราะกลัวเกินกว่าจะอยู่คนเดียว และสุดท้ายก็มักจะนอนด้วยกันทุกครั้ง

แต่ตอนนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ทำให้เธอรู้สึกลังเล

เมื่อคิดถึงความสนิทสนมระหว่างเธอกับสวีซานในอดีต ใจของเธอก็เงียบลง ไม่อาจปฏิเสธได้ทันที



ตอนก่อน

จบบทที่ การเปลี่ยนแปลงของหลินหว่านเฉิน (ฟรี)

ตอนถัดไป