คลอดแล้ว! นี่เธอรีบร้อนขนาดนั้นเลยเหรอ? (ฟรี)
เมื่อหยางฟานเห็นว่าหลี่เวยกำลังเล่าเรื่องอย่างจริงจัง สีหน้าท่าทางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แต่เนื้อความทั้งก่อนและหลังกลับสื่ออย่างชัดเจนว่าแม้เธอจะรู้ว่าเขาเป็นผู้ชายเฮงซวย ก็ยังไม่ลังเลที่จะคบกับเขาแบบนี้มันก็ชวนอึ้งอยู่นะ
เขามองเธอด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนจะถามขึ้นว่า
"ได้เป็นคนแรกของเธอ ฉันก็รู้สึกเป็นเกียรตินะ แต่เธอแน่ใจเหรอว่าไม่แคร์จริงๆ?"
หลี่เวยได้ยินก็ส่ายหัวอย่างไม่ยี่หระ
"ฉันเป็นคนใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน แต่เดิมก็ไม่ได้สนใจเรื่องความรักเท่าไหร่ ถ้าต้องคบกับผู้ชายที่ไม่ชอบล่ะก็ อยู่คนเดียวยังจะดีกว่า อย่างน้อยฉันคิดว่าฉันจะมีความสุขกว่า แต่พอนายโผล่มา มันก็ทำให้ฉันรู้สึกขึ้นมาว่า บางทีการมีความรักก็น่าจะไม่แย่เท่าไหร่"
หยางฟานได้ยินแบบนั้นก็หลุดหัวเราะออกมา
"แค่นั้นเอง? ต่อให้ฉันเป็นผู้ชายเฮงซวยก็ไม่สนเหรอ?"
หลี่เวยยืดแขนออกทำท่าบิดขี้เกียจ ก่อนจะพูดอย่างสบายๆ
"ก็แค่นั้นแหละ นายจะเป็นผู้ชายเฮงซวยแล้วไง? ฉันก็แค่ทำในสิ่งที่ฉันอยากทำเท่านั้นเอง ตอนนี้ฉันแค่อยากลองมีความรักดูสักครั้ง แล้วนายก็เป็นคนเดียวที่ฉันเลือกได้ ต่อให้สุดท้ายต้องเลิกกัน ฉันก็แค่กลับไปใช้ชีวิตคนเดียวเหมือนเดิมเท่านั้นเอง"
"……"
หยางฟานได้ยินหลี่เวยพูดแบบนั้นอย่างไม่ใส่ใจ กลับรู้สึกว่ามันชวนหดหู่บางอย่าง ไม่รู้ว่าข้างในใจของเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
แต่ที่เขาไม่รู้ก็คือจริงๆ แล้วหลี่เวยไม่ได้เข้มแข็งและปล่อยวางได้ขนาดนั้นหรอก ไม่อย่างนั้นก่อนหน้านี้เธอคงไม่เลือกที่จะหลบหนีเหมือนกัน เธอเพิ่งจะตัดสินใจเมื่อวานนี้เองว่าจะลองปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามใจตัวเองดู
ใช้ชีวิตตามความรู้สึกของตัวเอง โดยไม่ต้องคิดถึงอย่างอื่น มันก็คงเรียกว่าปล่อยตัวได้อยู่
หยางฟานคอยสังเกตค่าความสนิทสนมของหลี่เวยมาตลอด พบว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย เขารู้ว่าคำพูดของผู้หญิงคนนี้เป็นความจริง
มองหลี่เวยที่ภายนอกดูเหมือนยิ้มแย้มสดใส แต่ไม่รู้ทำไม เขากลับรู้สึกว่าในใจของเธอนั้นเต็มไปด้วยความหม่นหมอง และที่สำคัญคือเธอกำลังเผชิญหน้ากับมันอย่างสงบนิ่ง
แล้วหยางฟานก็ก้าวเข้าไปข้างหน้า กอดหลี่เวยไว้เบาๆ แล้วกระซิบข้างหูเธอว่า
"ตราบใดที่เธอไม่สนใจว่าฉันจะมีผู้หญิงคนอื่น พวกเราก็ไม่มีทางเลิกกัน เธอก็ไม่ต้องกลับไปใช้ชีวิตคนเดียวอีก"
เขาไม่ได้ถามถึงครอบครัวของหลี่เวย หรือถามว่าทำไมเธอถึงได้มองโลกในแง่ร้ายแบบนี้ เพราะกลัวจะไปกระทบใจเธอเข้า ถ้าเธออยากเล่า วันหนึ่งเธอก็จะพูดเอง
ดังนั้น เขาแค่พูดความจริงออกไปเท่านั้น
ตราบใดที่หลี่เวยไม่สนว่าเขาจะมีผู้หญิงคนอื่น เขาก็ไม่มีปัญหาจะอยู่กับเธอไปเรื่อยๆ ส่วนเรื่องที่ว่าเธอจะทรยศเขารึเปล่าเขาไม่เคยกังวลเลย
หลี่เวยได้ยินที่หยางฟานพูดก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างบางเบา แล้วเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า
"อย่าคิดว่าจะใช้คำหวานมาหลอกฉันได้ บอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่อินกับพวกนี้หรอก!"
"เรื่องของนายกับผู้หญิงคนอื่นฉันจะไม่ก้าวก่ายก็จริง แต่ห้ามสองมาตรฐานเด็ดขาดนะ! ตอนที่เอาเงินหว่านซื้อใจผู้หญิงคนอื่น อย่าลืมหว่านมาทางฉันบ้างล่ะ ฉันไม่อยากลำบากแล้ว"
?
คำพูดของสาวสวยในอ้อมกอดเล่นเอาหยางฟานแทบหลุดขำ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีผู้หญิงพูดจาไม่เกรงใจเขาขนาดนี้ อยากพูดอะไรก็พูดตรงๆ ไม่สนว่าเขาจะคิดยังไง
เขายิ้มบางๆ แล้วแซวกลับว่า
"ถึงขั้นนั้นเลยเหรอ?"
หลี่เวยตอบกลับหน้าตาเฉย
"งั้นนายคิดว่าฉันชอบอะไรในตัวนายมากที่สุดเหรอ? ชอบความหน้าด้านของนายเหรอไง?? ถ้าฉันยังอยากดิ้นรนอยู่ล่ะก็ นายคิดว่าตัวเองจะได้เข้ามาใกล้ฉันง่ายๆ เหรอ?"
พูดจบเธอก็ทำท่าจะดิ้นออกจากอ้อมแขนของเขา แต่หยางฟานก็ไม่ยอมปล่อย
เขารู้ดีว่าเธอพูดแบบนี้เป็นนิสัย แม้ตอนนี้ค่าความสนิทจะขึ้นมาถึง 59 แล้ว เธอก็ยังชอบทำปากแข็งเหมือนเดิม ดังนั้นเขาเลยไม่คิดจะถือสา
อีกอย่าง ก็แค่เงินนิดหน่อยเท่านั้นเอง ส่งให้หลี่เวยแล้ว เดี๋ยวก็ได้คืน ไม่ต่างอะไรจากการได้ผู้หญิงสวยมาแบบฟรีๆ เลยสักนิด
ไม่มีความกดดันอะไรในใจเลย เขาจึงปล่อยหลี่เวยออกจากอ้อมแขน ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาแล้วโอนเงินให้เธอทันทีห้าแสน
จากนั้นก็พูดขึ้นว่า
"เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง มา เรียกอะไรเพราะๆ ให้ฟังหน่อยสิ"
หลี่เวยในตอนนั้นกำลังมองจอมือถือที่แสดงรายการโอนเงินด้วยสีหน้าตะลึง งุนงงจนบอกไม่ถูก เธอต้องยอมรับจริงๆ ว่าผู้ชายคนนี้มันช่างใจกว้างเหลือเกิน บอกจะทุ่มเงินให้ก็ให้จริงๆ แบบไม่ลังเล
ที่สำคัญคือ กับเงินจำนวนขนาดนี้เธอปฏิเสธไม่ได้จริงๆ แล้วในใจก็พลันแน่นอนขึ้นมาว่า ตัวเองเลือกไม่ผิด
หยางฟานเป็นผู้ชายคนเดียวในวัยเดียวกันที่เธอเคยมีความรู้สึกดีด้วย ที่สำคัญคือ เขารวย รวยพอที่จะทำให้เธอไม่ต้องเหนื่อยอีกเลยในชีวิต แบบนี้ต่อให้เป็นผู้ชายเฮงซวยหน่อยๆ จะยังไงก็รับได้ทั้งนั้น
ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอก จะให้เจอแต่เรื่องดีๆ ในคนเดียวกันหมด มันก็เกินไปหน่อย
เพราะแบบนั้น ถึงปากจะไม่พูด แต่ในใจของหลี่เวยกลับพึงพอใจหยางฟานมาก ไม่สิพอใจในฐานะแฟนของเธอมากต่างหาก ถึงจะไม่ยอมแสดงออกก็เถอะ
เธอปรายตามองหยางฟานก่อนจะยิ้มแล้วพูดว่า
"ขอบคุณสำหรับเงินนะ เดี๋ยวจะใช้ให้คุ้มเลยล่ะ"
ส่วนคำว่า "เรียกอะไรเพราะๆ" ที่เขาอยากฟัง เธอก็ทำเป็นไม่ได้ยินเสียอย่างนั้น ไม่แม้แต่จะเอ่ยถึง
หยางฟานเองก็ไม่ได้คิดมากกับเรื่องนี้ กลับถามขึ้นอย่างธรรมดา
"จะกินต่อไหม?"
หลี่เวยมองดูบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ
"ไม่ล่ะ พอโดนนายขัดแบบนี้ ก็กินไม่ลงแล้ว"
"……"
นี่ก็มาหาเรื่องโยนให้ฉันอีกเหรอ?
ใครกันที่เพิ่งวางช้อนแล้วเรียกร้องให้ฉันจูบก่อนหน้านี้?
ถึงจะคิดแบบนั้น แต่หยางฟานก็ไม่ได้พูดออกไป เขาแค่เอื้อมมือโอบเอวหลี่เวยเอาไว้ ก่อนจะพูดว่า
"งั้นถ้าไม่กินแล้วก็กลับกันเถอะ"
พูดจบก็กอดเธอพาเดินออกจากห้องส่วนตัวไป
หลี่เวยก็ไม่ได้ขัดขืนกับความใกล้ชิดของเขา ตอนนี้ในเมื่อทั้งคู่ตกลงปลงใจกันแล้ว เธอก็ถือว่าพร้อมแล้วเหมือนกัน
หลังออกจากร้านอาหาร หยางฟานก็พาหลี่เวยขึ้นรถ แล้วขับออกไปทันที
ขณะนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ หลี่เวยมองเส้นทางที่รถวิ่งออกไปก็รู้สึกแปลกใจ เพราะไม่ใช่ทางไปห้องเต้นหรือฟิตเนส เธอเลยเอ่ยถามอย่างสงสัยว่า
"นี่นายคิดจะพาฉันไปไหนกันแน่?"
หยางฟานตอบกลับอย่างสบายๆ ว่า
"จะให้พาไปไหนล่ะ? แน่นอนก็ต้องโรงแรมน่ะสิ! หรือเธอคิดว่าฉันจะยอมปล่อยให้เธอไปห้องเต้นจริงๆ เหรอ?"
"ไอ้บ้านี่! เพิ่งกินข้าวเสร็จก็รีบร้อนลากฉันขึ้นเตียงเลยเรอะ!?"
หยางฟานได้ยินก็แกล้งพูดหยอกกลับทันที
"ก็แน่นอนล่ะสิ! ฉันอยากกินเธอจะตายอยู่แล้ว ไม่ได้คิดแค่มาวันสองวันซะหน่อย กว่าจะได้โอกาสทั้งที ไม่รีบคว้าไว้ได้ยังไง?"
คำพูดของเขาทำเอาหลี่เวยถึงกับหัวร้อน
"ไอ้คนหื่น! นายคิดจะกินก็จะกินเลยงั้นเหรอ? ไม่คิดจะถามฉันสักคำ? แล้วนี่นายคิดว่าฉันเป็นอะไรของนายกันแน่!?"
หยางฟานยังคงพูดเล่นไม่หยุด
"ก็เป็นผู้หญิงของฉันไงล่ะ แล้วจะโทษฉันคนเดียวได้ยังไงล่ะ? เธอดูน่ากินขนาดนี้ เป็นใครก็อดใจไม่ไหวนะ พูดจริงเถอะเธอไม่มีส่วนผิดเลยเหรอ?"
"ฉัน..เวรเอ๊ย! งั้นฉันต้องขอโทษนายด้วยมั้ยล่ะ!?"
หลี่เวยเกือบจะเผลอหลุดคำสบถว่า "ฉันแม่ง..." ออกมาแล้ว แต่ก็เบรกตัวเองไว้ได้ทัน