นัดกับหลี่เวย (ฟรี)
หยางฟานไม่ได้รีบพาหลี่เวยไปโรงแรมในทันที แต่เลือกจะหาที่นั่งกินข้าวเย็นก่อน พักผ่อนให้สบาย ๆ เสียหน่อย
ระหว่างมื้ออาหาร เขาก็หาโอกาสแอบโทรหาผู้จัดการโรงแรมที่เขาไปบ่อย
"สวัสดีค่ะคุณหยาง ดิฉันหวังอวิ๋น จากโรงแรมเคมพินสกี้ค่ะ"
"ผู้จัดการหวัง รบกวนช่วยจองห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทไว้ให้ผมสักห้อง แล้วก็ช่วยตกแต่งห้องให้เร็วที่สุด เอาแบบโรแมนติกเป็นหลักนะ ค่าใช้จ่ายรวมไปกับค่าห้องเลย มีปัญหาอะไรไหม?"
ปลายสายเงียบไปแวบหนึ่งเหมือนตกใจเล็กน้อย แต่ก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
ด้วยความที่คุณหยางคนนี้ชอบพาสาวสวยคนใหม่ ๆ มาจองห้องพักอยู่เรื่อย ๆ คนที่อยู่ในวงการอย่างเธอจึงเข้าใจความหมายของคำว่าโรแมนติกได้ในทันที
หลังจากคิดภาพรวมทั้งหมดออก เธอก็ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
"ไม่มีปัญหาเลยค่ะ ดิฉันจะรีบจัดทีมขึ้นไปตกแต่งให้เร็วที่สุด ส่วนค่าใช้จ่ายพิเศษนั้นไม่จำเป็นค่ะ คุณหยางเป็นแขกคนสำคัญของทางโรงแรม พวกเราได้มีโอกาสบริการคุณถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง"
หยางฟานก็ไม่คิดจะเกี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายเล็กน้อยอะไรนัก ตอบกลับสั้น ๆ ว่า
"ตกลง ผมน่าจะไปถึงในอีกประมาณชั่วโมงกว่า ๆ พวกคุณเริ่มได้เลย"
"รับทราบค่ะ ดิฉันจะรีบจัดการทันที"
แล้วหยางฟานก็ตัดสายทันทีโดยไม่พูดอะไรเพิ่ม
เขาได้ไอเดียนี้มาจากหลินหว่านเฉิน ตอนนั้นอีกฝ่ายจัดห้องให้เขาแบบโรแมนติก มันก็ให้อารมณ์ดีไม่น้อย
ดังนั้นครั้งนี้เขาก็ลองเอาวิชาที่เพิ่งได้มาใช้กับหลี่เวยดูบ้าง
ยังไงก็แค่โทรศัพท์หนึ่งสาย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ถ้าได้ผลดี ก็อาจจะกลายเป็นเทคนิคประจำตัวไว้ใช้สร้างบรรยากาศหวาน ๆ ได้ในอนาคต
เก็บมือถือเข้ากระเป๋าเสร็จ เขาก็ล้างมือเรียบร้อย แล้วกลับเข้าไปในห้องอาหาร กินข้าวต่อกับหลี่เวย
หลังจากกินเสร็จและออกจากร้าน หยางฟานก็โอบหลี่เวยไว้แล้วเสนอขึ้นว่า
"เดินเล่นหน่อยไหม?"
"หืม?"
หลี่เวยมองเขาด้วยความสงสัย ก่อนจะยิ้มแหย ๆ แล้วแกล้งพูดเย้า
"อะไรกัน? เมื่อกี้ยังดูหื่น ๆ อยู่เลย จะเอาแต่พูดถึงโรงแรม ๆ อยู่ได้ ทำไมอยู่ดี ๆ ตอนนี้กลับดูใจเย็นขึ้นมา? หรือว่าเพราะฉันตกลงแล้ว นายเลยรู้สึกว่าจับฉันได้แน่ ๆ แล้ว?"
หยางฟานได้ยินก็ทำหน้าเซ็งก่อนจะย้อนกลับไปเสียงเข้ม
"ก็พึ่งกินอิ่มมาไง ตอนนี้ถ้าไปออกแรงหนัก ๆ มันจะไม่ดีนะยะ เธอเองยังเต้นเก่งเลย ไม่มีสามัญสำนึกเรื่องร่างกายเลยรึไง?"
เขาพูดแกล้งแขวะเพื่อเปลี่ยนเรื่อง แต่หลี่เวยกลับยิ้มกวน ๆ ใส่เขาแล้วพูดสวนทันที
"ใครบอกนายว่าฉันจะออกแรงกันล่ะ? อย่าคิดนะว่าฉันจะเป็นฝ่ายรับใช้! ฝันไปเถอะ ถ้ามันจะมีการออกแรงล่ะก็คนที่ต้องออกแรงก็ต้องเป็นนายนั่นแหละ!"
"……"
หยางฟานถึงกับใบหน้ามืดสนิท พูดไม่ออก
"เธอคิดว่าตอนฉันออกแรงแล้วเธอจะนิ่งเฉยได้เหรอ? เธอนี่ดูถูกพลังทะลวงของฉันไปหน่อยแล้วมั้ง?"
"หา?"
หลี่เวยที่ยังไม่มีประสบการณ์ ได้ยินแบบนั้นก็เผลอจินตนาการภาพขึ้นมาแวบหนึ่ง ใบหน้าสวยถึงกับขึ้นสีแดงระเรื่อทันที ก่อนจะถลึงตาใส่เขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงทั้งเขินทั้งโมโห
"ไอ้บ้า! นายนี่มันมีประสบการณ์นักรึไง!? ฉันยังไม่เคยเลยนะ! ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกขาดทุน"
หยางฟานหัวเราะเบา ๆ แล้วกอดหลี่เวยไว้แน่น จากนั้นก็จุ๊บลงไปบนริมฝีปากนุ่มของเธอเบา ๆ
"เรื่องนี้ ฉันรู้ว่าทำให้เธอต้องเสียเปรียบ เดี๋ยวฉันจะชดเชยให้เองนะ"
สาวน้อยได้ยินแบบนั้นก็เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ทำปากยื่นน้อย ๆ แล้วพูดด้วยท่าทีหยิ่งนิด ๆ ว่า
"ก็หวังว่านายจะรักษาสัญญาก็แล้วกันนะ"
"ไปกันเถอะ!"
พูดจบ หยางฟานก็พาหลี่เวยเดินเล่นไปด้วยกัน ระหว่างนั้นก็คุยกันหยอกกันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งครึ่งชั่วโมงผ่านไป เขาก็ได้รับข้อความหนึ่งจากหวังอวิ๋น
〈คุณหยางคะ ห้องเพรสซิเดนเชียลจัดตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถเข้าพักได้ทุกเมื่อ แค่ไปรับคีย์การ์ดที่หน้าเคาน์เตอร์ หวังว่าการจัดห้องในครั้งนี้จะถูกใจคุณนะคะ〉
หยางฟานแค่มองข้อความในมือถือครู่เดียวก็ปิด แล้วเก็บมือถือกลับใส่กระเป๋า ก่อนจะหันไปพูดกับสาวข้างกายเบา ๆ
"น่าจะพร้อมแล้วล่ะ"
พูดจบ ทั้งสองคนก็พากันเดินกลับไปที่ลานจอดรถ
เมื่อขับรถมาถึงโรงแรมเคมพินสกี้ เนื่องจากระยะทางไม่ไกลนัก ใช้เวลาแค่ประมาณสิบกว่านาทีเท่านั้น
พอจอดรถเรียบร้อยและเดินมาถึงเคาน์เตอร์ พนักงานต้อนรับสาวก็รีบยิ้มแย้มหยิบคีย์การ์ดหนึ่งใบส่งให้เขาอย่างคล่องแคล่ว
"คุณหยาง นี่คือคีย์การ์ดของท่านค่ะ …"
เพราะหยางฟานมาโรงแรมนี้บ่อยมาก ดังนั้นพนักงานที่เคาน์เตอร์จำเขาได้จึงเป็นเรื่องปกติ เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร รับคีย์การ์ดแล้วพาหลี่เวยตรงไปที่ลิฟต์ทันที
ท่าทางทั้งหมดดูคุ้นเคยเป็นอย่างมาก ราวกับเป็นบ้านหลังที่สองยังไงยังงั้น
หลี่เวยเห็นเข้าก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือมาหยิกเขาแรง ๆ หนึ่งที แล้วทำหน้าขุ่น ๆ แกล้งแขวะเขาว่า
"ดูจากสีหน้าท่าทางนายแล้ว เหมือนกลับบ้านตัวเองเลยนะเนี่ย ปกติมาบ่อยล่ะสิ?"
"เอ่อ…"
หยางฟานถึงกับสะอึก เขาเองก็เพิ่งสังเกตได้ว่า ตั้งแต่เดินเข้ามาในโรงแรมจนถึงตอนนี้ เขาแสดงออกว่าคล่องแคล่วมากเกินไปหน่อย ไม่ใช่แค่พนักงานเรียกชื่อเขาตรง ๆ แม้แต่พนักงานต้อนรับก็ยังไม่ได้พาเขาไปส่งที่ห้องเหมือนแขกปกติ
เขานึกในใจ จริง ๆ ก่อนหน้านี้น่าจะให้หวังอวิ๋นแจ้งพนักงานไว้ล่วงหน้า ให้ทำเหมือนเราเป็นแขกใหม่มาใช้บริการครั้งแรกจะดูดีกว่านี้
เพราะการให้ผู้หญิงเห็นว่าเขาเป็นขาประจำโรงแรมมันก็ดูไม่ค่อยงามเท่าไหร่
แต่คิดอีกที ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เอาไว้รอบหน้าค่อยว่ากัน
โชคดีที่หลี่เวยไม่ได้คิดมากอะไรกับเรื่องนี้ เธอรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นพวกเพลย์บอยเพียงแค่แกล้งพูดหยอกเล็กน้อยเท่านั้น
เห็นเขาทำหน้าเจื่อน ๆ ก็ไม่ได้ซ้ำเติมอะไรอีก แค่เชิดหน้าขึ้นแล้วฮึดฮัดใส่ด้วยท่าทีหยิ่งนิด ๆ
พอหยางฟานใช้คีย์การ์ดเปิดประตูห้องเพรสซิเดนเชียลเข้าไป แล้วเสียบการ์ดที่สวิตช์ไฟในห้อง ไฟทั้งห้องก็สว่างพรึ่บขึ้นในทันที
บนผนังเต็มไปด้วยลูกโป่งสีชมพูรูปหัวใจและกลีบกุหลาบ โรยไปทั่วจนบรรยากาศทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเทพนิยาย
หยางฟานแปลกใจเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่หลี่เวยกลับยืนตะลึง มองทุกอย่างภายในห้องนิ่งอยู่พักใหญ่
เมื่อเธอถูกหยางฟานโอบเข้ามาในห้องนั่งเล่น ด้านหน้าของผนังมีข้อความที่จัดเรียงจากกลีบกุหลาบเขียนไว้เป็นประโยคยาว ๆ
หลี่เวยที่ยังอยู่ในอาการมึนงงก็อดไม่ได้ที่จะอ่านมันออกมาด้วยน้ำเสียงเบา ๆ
"ในฝูงคน ฉันได้เจอเธอเป็นของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ที่ชีวิตมอบให้ฉัน"
หลังจากพูดจบ สาวเจ้าก็เงียบไปอีกครู่ ดวงตาคู่งามกระพริบสองสามครั้ง พร้อมความรู้สึกบางอย่างอวลในหัวใจ มันนุ่มนวล หวานซึ้ง และเต็มไปด้วยความอบอุ่น
เธอเซอร์ไพรส์จริง ๆ
ไม่คิดเลยว่าผู้ชายบ้า ๆ ทะลึ่ง ๆ คนนี้ ที่ทั้งวันเอาแต่พูดจาไม่รู้จักอาย จะมีมุมแบบนี้อยู่ในตัวด้วย
เมื่อได้สติกลับคืน หลี่เวยก็เปลี่ยนสีหน้า หันไปมองหยางฟานแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็น ๆ ว่า
"หึ! ไม่น่าเชื่อเลยนะ ไอ้ผู้ชายเจ้าชู้! ยังอุตส่าห์เล่นมุกพวกนี้ได้อีก อย่าคิดนะว่าฉันจะหลงกลเหมือนพวกผู้หญิงของนายน่ะ! ฉันไม่อินหรอกกับมุกโรแมนติกแบบนี้"
หยางฟานได้ยินแบบนั้นก็อดหัวเราะในใจไม่ได้
เขามองออกตั้งแต่แรกแล้วว่าหลี่เวยแค่ปากแข็ง ภายในใจของเธอไม่มีทางนิ่งเฉยกับบรรยากาศแบบนี้แน่นอน
ดูเหมือนว่าความโรแมนติกเล็ก ๆ น้อย ๆแบบนี้จะได้ผลดีเกินคาด
เขาไม่พูดอะไรตอบกลับ แต่เพียงแค่หันไปกอดเธอไว้แน่น จากนั้นก็จ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะค่อย ๆ โน้มหน้าเข้าไปใกล้
หลี่เวยเห็นใบหน้าของเขาเลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ก็ลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็หลับตาลงช้า ๆ เหมือนเป็นสัญญาณว่าเธอยินดีให้เขากอดไว้แบบนี้
หยางฟานโน้มหน้าเข้าไปแนบปากจูบเบา ๆ ที่ริมฝีปากของหลี่เวย พร้อมทั้งลิ้มรสความหอมหวานนั้นอย่างละเมียดละไม