กู้รุ่ยเจี๋ยที่ตกหลุมพราง (ฟรี)

แต่คราวนี้กู้รุ่ยเจี๋ยกลับไม่ฟังคำพูดของหยางฟาน เธอเอ่ยขึ้นว่า

“พี่ชาย ขอโทษนะคะ!” จากนั้นก็วิ่ง พรืด! ออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

กู้รุ่ยเจี๋ยเป็นคนหน้าบาง อีกทั้งเธอก็รู้ว่าพี่ชายของเธอดีกับเธอมาก จะไม่โกรธเธอด้วยเรื่องแค่นี้แน่ เดี๋ยวค่อยชดเชยให้เขาดีๆ ก็พอแล้ว

เมื่อคิดได้ดังนั้น เด็กสาวก็สบายใจขึ้นไม่น้อย ในใจกลับปรากฏความคาดหวังขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

!!

ให้ตายสิ

หยางฟานเห็นดังนั้นก็ถึงกับตะลึง!

เขาไม่คาดคิดเลยว่ากู้รุ่ยเจี๋ยเด็กคนนี้จะกล้าหนีไป

แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะไปจับเจ้าเด็กดื้อคนนั้น ข้างกายเขายังมีสาวสวยที่ยั่วยวนกว่าอยู่ทั้งคน!

คงต้องปล่อยไว้ค่อยจัดการทีหลังแล้ว

“ฮ่าๆๆ”

แม้แต่สวีซาน เจ้าแมวป่าน้อยก็ยังอดหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นภาพนั้น แต่แล้วเธอก็เห็นสายตาที่ไม่น่าไว้ใจของหยางฟานที่มองมายังเธอ เธอจึงหยุดหัวเราะอย่างรู้ทัน แล้วเปลี่ยนเป็นจ้องมองตอบชายผู้นี้ด้วยแววตาท้าทาย

หยางฟานดึงสวีซานเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน ในบัดดลนั้นอ้อมอกก็เต็มไปด้วยกลิ่นหอมและเนื้อนวล

เขายังซุกหน้าลงบนลำคอขาวผ่องของเธอ สูดดมกลิ่นหอมของเจ้าแมวป่าน้อยเบาๆ แล้วประทับรอยจูบลงไป

เขาเริ่มลูบไล้ปลุกเร้าอย่างไม่อยู่สุขทันที เจ้าแมวป่าน้อยก็ไม่เกรงกลัวเขา ไม่เพียงแต่จะให้ความร่วมมือ แต่ยังกัดริมฝีปากเบาๆ สีหน้าก็ยิ่งดูยั่วยวนมากขึ้น

เมื่อหยางฟานเห็นใบหน้าเด็กที่ดูบริสุทธิ์น่ารักของสวีซานเผยสีหน้าเช่นนั้นออกมา แล้วมองไปยังรูปร่างอันงดงามและเรียวขาขาวาวของเธอ

ความขัดแย้งของภาพลักษณ์นี้ช่างมีเสน่ห์อย่างยิ่ง ทำให้เพลิงโทสะของหยางฟานถูกจุดประกายขึ้นมาในทันที

ส่วนสวีซานเมื่อเห็นสายตาที่คุ้นเคยของชายหนุ่มของตน ก็ช่วยเขาเปิดระบบนำทางให้ทันที

ในขณะนี้ สวีซานที่อยู่ในอ้อมแขนของหยางฟานมีสีหน้าที่ยั่วยวนมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าแมวป่าน้อยคนนี้หลังจากได้รับคำสั่งจากหยางฟานเมื่อครู่ ตอนนี้ทั้งในใจและใบหน้าต่างก็เต็มไปด้วยความคาดหวัง

เธอโอบกอดชายหนุ่มตรงหน้าอย่างแน่นหนา ราวกับต้องการหลอมรวมเรือนร่างอันน่าหลงใหลของตนเข้ากับร่างกายของชายผู้นี้ ดูแล้วยังเป็นฝ่ายรุกมากกว่าหยางฟานเสียอีก

เมื่อเผชิญหน้ากับเจ้าแมวป่าน้อยที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ในตอนนี้ สติของหยางฟานก็ค่อยๆ เลือนหายไป ทั้งสองเริ่มพลอดรักกันอย่างดูดดื่ม ไม่มีใครยอมใคร

ไม่นานนัก หยางฟานมองดูผลงานศิลปะตรงหน้า แม้สติจะลดน้อยลง แต่ก็ยังจำเป้าหมายของตนในวันนี้ได้อย่างชัดเจน

เขาพูดกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างข้างหูของเจ้าแมวป่าน้อยอย่างไม่น่าไว้ใจ ซึ่งทำให้สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างมาก สีหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังบนใบหน้าเด็กได้หายไปแล้ว แทนที่ด้วยความตกตะลึง และเอ่ยอย่างไม่น่าเชื่อว่า

“นาย…นายมันเป็นคนเลวจริงๆ! นี่มันไม่ใช่การฉวยโอกาสกันชัดๆ เหรอ?”

หยางฟานพลางสัมผัสร่างกายที่ร้อนผ่าวของสวีซาน พลางเอ่ยข้างหูเธออย่างขบขัน

“ไม่งั้นเธอคิดว่าฉันจะยกโทษให้เธอง่ายๆ เหรอ? ตอนนี้ก็เดินมาเก้าสิบเก้าก้าวแล้ว ขาดแค่ก้าวสุดท้ายเท่านั้น เธอบอกมาเลยว่าจะตกลงหรือไม่”

สวีซานได้ฟังก็คิดว่าเรื่องที่เธอกังวลใจมาตลอดช่วงนี้กำลังจะได้รับการแก้ไขอย่างราบรื่น แน่นอนว่าเธอไม่ต้องการให้ความพยายามที่ผ่านมาสูญเปล่า แม้ในใจจะยังคงต่อต้านเรื่องแบบนี้อยู่บ้าง แต่หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ตบหยางฟานไปหนึ่งที แล้วจึงเลือกที่จะยอมประนีประนอม

“นายอย่าตื่นเต้นเกินไปนะ”

หยางฟานได้ยินก็รู้ทันทีว่าแผนการของตนสำเร็จลุล่วงแล้ว จึงตอบตกลงโดยไม่คิด

“วางใจได้”

หลายนาทีต่อมา

เมื่อเจ้าแมวป่าน้อยเตรียมตัวพร้อมแล้ว เธอก็มองไปยังหยางฟานที่เพลิงโทสะโหมกระหน่ำจนสติหลุดลอยด้วยสีหน้าที่พยายามสงบสติอารมณ์

นายต้องจำความดีของฉันไว้นะ”

ในตอนนี้หยางฟานจะมีอารมณ์มาพูดคุยกับเธอได้อย่างไร เขาโอบกอดเจ้าแมวป่าน้อยไว้ทันที ในยามนี้ความเงียบงันกลับสื่อความหมายได้ดีกว่าเสียงใดๆ

หลายนาทีต่อมา

สวีซานคิดในใจอย่างตกตะลึง ที่แท้ก็ทำได้จริงๆ

……

เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง

ในขณะนี้ หยางฟานมองไปยังสวีซานที่ขมวดคิ้วอยู่ข้างๆ แล้วเอ่ยขึ้น

“เธอพักผ่อนก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา”

พูดจบก็เตรียมจะออกจากห้องไป

ส่วนสวีซานแน่นอนว่ารู้ว่าชายคนนี้รีบร้อนจะไปไหน เมื่อได้ฟังก็เหลือบตามองบนแล้วเอ่ยว่า

“หึ! ผู้ชาย”

ในตอนนี้หยางฟานได้มาปรากฏตัวอยู่หน้าประตูห้องของกู้รุ่ยเจี๋ยแล้ว พบว่าเด็กสาวคนนี้ไม่ได้ล็อคประตู

เมื่อค่อยๆ ผลักเข้าไป ก็พลันมีภาพอันงดงามปรากฏขึ้นต่อหน้า

เด็กสาวคนนี้ได้เปลี่ยนเป็นชุดเครื่องแบบนักเรียนญี่ปุ่น เรียบร้อยแล้ว แถมยังจงใจสวมถุงเท้ายาวถึงเข่าสีดำอีกด้วย ในขณะนี้เธอกำลังนั่งอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อเล็กน้อย พลางหลับตาพริ้ม

หยางฟานพลางมองดูสาวสวยคนนี้ พลางค่อยๆ เดินเข้าไป แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ยัยเด็กโง่ ฉันมาแล้ว”

กู้รุ่ยเจี๋ยได้ฟังก็ตกใจ รีบหันไปมองหยางฟานทันที ใบหน้าก็ “พรึ่บ!” แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก

หยางฟานรู้ว่าเด็กสาวคนนี้ถูกเสียงของสวีซานปลุกเร้าเข้าให้แล้ว เมื่อเห็นท่าทางโง่งมของเธอในตอนนี้ก็รู้สึกขบขันในใจ

เมื่อเขาเดินไปถึงข้างเตียงแล้วโอบกอดเด็กสาวไว้ เด็กสาวคนนี้ก็ไม่กล้ามองหน้าเขาเลยแม้แต่น้อยเพราะเรื่องที่ตนเองเพิ่งทำไปเมื่อครู่ ราวกับเป็นสัตว์น้อยที่ได้รับบาดเจ็บ พลางเอ่ยเรียกเสียงน่าสงสาร

“พี่ชาย”

หยางฟานเห็นท่าทางน่ารักของกู้รุ่ยเจี๋ย ก็ประทับริมฝีปากลงไปทันที พลางตรวจสอบคุณภาพของถุงเท้ายาวถึงเข่าสีดำคู่นั้นไม่หยุด

เขาชอบการแต่งตัวชุดนี้ของเด็กสาวมากจริงๆ อย่าเห็นว่าปกติแล้วเจ้าเด็กดื้อคนนี้จะดูซื่อๆ บื้อๆ แต่จริงๆ แล้วในใจมีแผนการเล็กๆ ซ่อนอยู่มากมาย

มักจะจับจุดของเขาได้เสมอ

ในขณะนี้ เขาเอ่ยเสียงเบาข้างหูที่แดงก่ำของกู้รุ่ยเจี๋ยว่า

“เด็กน้อย ปีกกล้าขาแข็งแล้วใช่ไหม? เมื่อกี้ถึงกล้าไม่ฟังคำพูดของฉัน”

สาวสวยรีบอธิบายเสียงเบา

“ไม่ใช่นะคะ ไม่ใช่ พี่ชาย ขอโทษค่ะ เมื่อกี้หนูผิดไปแล้ว พี่จะยกโทษให้หนูได้ไหมคะ? หนูรู้ว่าพี่ชอบให้หนูใส่ชุดแบบนี้ตอนนี้ก็ใส่มาขอโทษแล้ว”

หยางฟานก็ไม่ได้ถือสาอะไรกับเธอ เมื่อเห็นท่าทางว่าง่ายของเธอในตอนนี้ ก็ยิ่งอยู่ไม่สุขมากขึ้น

เวลาผ่านไปไม่นาน ความชั่วร้ายก็ได้เข้าครอบงำเด็กสาว และเสียงเพลงอันไพเราะก็ดังขึ้นอย่างถูกจังหวะ

……

เมื่อหยางฟานโอบกอดกู้รุ่ยเจี๋ยไว้แน่น สาวสวยก็เอ่ยถามเสียงเบา

“พี่ชาย ยังโกรธหนูอยู่ไหมคะ? อืม?”

หยางฟานพลางสัมผัสเรือนร่างอันงดงามของเด็กสาว พลางเอ่ยอย่างไม่พอใจ

“จะง่ายขนาดนั้นได้ยังไง? ต่อไปถ้าเธอกล้าไม่ฟังคำพูดของฉันอีก ดูสิว่าฉันจะจัดการเธอยังไง”

ขณะที่กู้รุ่ยเจี๋ยกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง เสียงของสวีซานก็ดังขึ้นมาจากนอกประตู

“ฉันเข้าไปได้ไหม?”


ตอนก่อน

จบบทที่ กู้รุ่ยเจี๋ยที่ตกหลุมพราง (ฟรี)

ตอนถัดไป