ความสุขของผู้ชาย (ฟรี)

หวังจื่อหาวได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า

“เมื่อก่อนที่บ้านผมก็ถือว่าดีครับ แต่พ่อผมทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สภาพตลาดช่วงไม่กี่ปีมานี้ท่านอาจารย์ก็คงทราบดี ชีวิตลำบากน่าดู โชคดีที่แม่กับพี่สาวผมเปิดบริษัทของตัวเอง เลยพอจะช่วยแบ่งเบาภาระพ่อได้บ้าง”

“ที่บ้านผมไม่มีข้อกำหนดตายตัวอะไรเรื่องการหาคู่ของผมหรอกครับ พูดตามตรงบ้านผมก็แค่เศรษฐีใหม่ ไม่ได้เข้มงวดเรื่องนี้ มีแค่พี่สาวผมที่อยากให้ผมหาคนที่ไม่ได้คบกันเพราะเงิน แต่อยู่ด้วยกันเพราะความรัก”

“...”

หยางฟานเห็นหวังจื่อหาวพูดว่าบ้านตัวเองเป็นเศรษฐีใหม่ได้อย่างสบายๆ ก็รู้สึกว่ามันน่าสนุกดี พูดตามตรง เขาก็เป็นเศรษฐีใหม่ตัวยงคนหนึ่งเหมือนกัน

เขาพูดเย้าแหย่

“งั้นตอนนี้นายก็อยู่ในช่วงวัยต่อต้าน ไม่อยากฟังพี่สาวสินะ? ที่จริงแล้วสำหรับเศรษฐีใหม่น่ะ ผู้หญิงเห็นแก่เงินเหมาะกับนายมากกว่านะ จริงๆ! ไม่ต้องเสียเวลาและพลังงานมากเกินไป เรื่องที่ใช้เงินแก้ปัญหาได้จะไปวิ่งไล่ตามความรักในตำนานทำไม?”

หวังจื่อหาวได้ฟังดังนั้นดวงตาก็เป็นประกาย พูดอย่างตื่นเต้น

“ฮ่าๆๆ มีเหตุผล ท่านอาจารย์เข้าใจผมมากกว่าพี่สาวจริงๆ ด้วยผมจะ เอ๊ะ! ท่านอาจารย์ ทำไมหน้าฟีดเพื่อนของท่านว่างเปล่าล่ะครับ?”

เมื่อกี้เขาได้ยินหยางฟานบอกให้ลงแรงกับหน้าฟีดเพื่อน เดิมทีตั้งใจจะเข้าไปศึกษาดูเป็นตัวอย่าง ใครจะรู้ว่าพอเปิดหน้าฟีดเพื่อนของหยางฟานดูก็ถึงกับอึ้งไปเลย

ว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย

หยางฟานพูดอย่างขบขัน

“หน้าฟีดเพื่อนเป็นแค่วิธีหนึ่งเท่านั้น ฉันไม่ค่อยจำเป็นต้องใช้”

เขาไม่จำเป็นต้องใช้จริงๆ เมื่อเจอสาวสวยที่ถูกใจ เขาก็ชอบใช้เงินฟาด

คนรวยคนอื่นจะคอยลงทุนกับตัวเอง เวลาพาสาวสวยไปเที่ยวก็มักจะซื้อของให้ตัวเองเป็นส่วนใหญ่ เหมือนเป็นการเอาเงินให้สาวสวยดูเพื่อดึงดูดพวกเธอ

แต่เขานั้นง่ายและดิบเถื่อนกว่า คือเอาเงินให้สาวสวยใช้โดยตรง แถมยังให้ไม่น้อยด้วย ถึงแม้จะดูเหมือนตัวตลกผู้ใจบุญ แต่เมื่อประกอบกับทัศนคติบางอย่างของเขา วิธีนี้กลับได้ผลมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

สาวๆ สมัยนี้ไม่ได้โง่ คุณเอาแต่โชว์ว่าตัวเองรวยต่อหน้าพวกเธอ แต่พวกเธอไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย จะไปเทียบกับการเอาเงินฟาดพวกเธอโดยตรงได้อย่างไร?

นี่หยางฟานก็ใช้เงินฟาดจนได้สาวสวยหลากหลายแบบมาสยบแทบเท้าไม่ใช่หรือ?

ในตอนนี้ ทั้งสามคนก็เดินเข้ามาในโต๊ะบิลเลียดโดยไม่รู้ตัว กู้รุ่ยเจี๋ยไปเปิดโต๊ะแล้วพูดกับหยางฟานอย่างคาดหวัง

“พี่คะ เรามาเล่นกันสักเกมก่อนไหมคะ?”

หยางฟานไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เดิมทีเขาก็พาสองสาวมาเล่นอยู่แล้ว จึงพยักหน้าตอบตกลงทันที

จากนั้นก็หันไปมองหวังจื่อหาวแล้วถาม

“นายเล่นเป็นไหม? จะเล่นกับพี่สะใภ้ของนายสักเกมไหม?”

เขาหมายถึงสวีซาน เพราะเขาจะเล่นกับกู้รุ่ยเจี๋ย เลยกลัวว่าแมวป่าน้อยตัวนี้จะเบื่อ

ผลคือหวังจื่อหาวส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด

“ไม่เป็นครับ! เคยเห็นแต่ในทีวี”

ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้

สวีซานยิ้มแล้วพูดขึ้น

“ไม่ต้องห่วงฉันหรอกค่ะ ฉันดูพวกคุณเล่นก็ได้ ถ้าฉันอยากเล่นจริงๆ ก็ไปเล่นกับผู้ช่วยสอนก็ได้นี่คะ ที่รักสู้ๆ นะ! รุ่ยรุ่ยเก่งมากเลยนะ นายอย่าประมาทเชียว”

หยางฟานได้ฟังดังนั้นก็เปิดเกมอย่างมั่นใจ เนื่องจากพวกเขาเล่นบิลเลียด 8 ลูก เขาจึงใช้ไม้คิวส่งแรงออกไปสุดกำลัง “แปะ!!” ลูกทั้งหมดก็กระจายออกไป

อาจจะเป็นเพราะแรงดีมีชัย เขาจึงแทงลูกลงไปได้ถึงสองลูกโดยบังเอิญ แถมยังเป็นลูกลายทั้งคู่

นี่เป็นการเปิดเกมที่สวยงามราวกับฝัน จนสวีซานที่อยู่ข้างๆ ถึงกับร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ

“ว้าว!! ที่รักเก่งจังเลย!!”

แม้แต่กู้รุ่ยเจี๋ยก็ยิ้มออกมา

“พี่เก่งจังเลยค่ะ!!”

เสียงเชียร์ของสองสาวสวยดึงดูดความสนใจของคนในบริเวณใกล้เคียงทันที ชายคนหนึ่งอายุราวยี่สิบกว่าปีมองสองสาวสวยที่สวยหยาดเยิ้มแล้วหันไปมองเจ้าอ้วนหน้าตาหื่นกามที่อยู่ข้างๆ ตัวเอง ก็รู้สึกไม่อยากเล่นขึ้นมาทันที

ในตอนนี้หยางฟานก็รู้สึกเห่อเหิมขึ้นมาเล็กน้อย แต่ความสุขก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะเทคนิคการควบคุมลูกขาวของเขาไม่ค่อยดีนัก หลังจากแทงลงไปได้อีกแค่สองลูก เขาก็เผลอทำให้ลูกขาวลงหลุมตามไปด้วย

เปลี่ยนตาเล่น แถมยังต้องเสียลูก

พอถึงตากู้รุ่ยเจี๋ย หยางฟานก็ถึงกับอึ้งไปเลย สาวน้อยคนนี้แทงลูกบนโต๊ะลงไปทีละลูกๆ อย่างไม่มีพลาด

เขาเห็นเพียงสาวน้อยที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของวัยรุ่นเดินวนรอบโต๊ะ เดี๋ยวแทงตรงนี้ที เดี๋ยวแทงตรงนั้นที ถึงแม้ว่าท่าทางการแทงของเธอจะดูสวยงามมาก แต่ฝีมือของเธอกลับทำให้หยางฟานตกใจเล็กน้อย

ใช้เวลาไม่นานลูกลายก็ลงหลุมไปหมดแล้ว ถ้าสาวน้อยคนนี้แทงลูกดำลงไปอีก ก็จะเป็นการปิดโต๊ะในไม้เดียวในตำนาน

หยางฟานมองออกว่าฝีมือของตัวเองกับสาวน้อยคนนี้ห่างกันมาก

กู้รุ่ยเจี๋ยก็สังเกตเห็นปัญหานี้เช่นกัน ในไม้สุดท้ายเธอจึงเริ่มออมมืออย่างเห็นได้ชัด ตั้งใจแทงไม่ให้ลง แล้วเปลี่ยนตาเล่นอีกครั้ง

แต่หยางฟานมองออกในแวบเดียว เขาพูดกับสาวน้อยอย่างขบขัน

“เธอเล่นแบบนี้มันก็ไม่สนุกสิ! ตั้งใจออมมือแล้วจะเล่นไปทำไม?”

กู้รุ่ยเจี๋ยได้ฟังดังนั้นก็แสร้งทำเป็นงอน

“หนูไม่ได้ตั้งใจออมมือซะหน่อย ก็แค่พลาดไป สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้งนี่คะ”

ในตอนนี้ หวังจื่อหาวที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ก็หันไปถามสวีซาน

“เอ่อ พี่สะใภ้ครับ ผู้ช่วยสอนที่นี่สอนเล่นบิลเลียดเหรอครับ?”

เดิมทีเขาคิดจะเรียก ซือหมู่ (ภรรยาท่านอาจารย์) แต่ก็เรียกไม่ออก การเรียกหยางฟานว่าอาจารย์เขาไม่มีปัญหา แต่ถ้าจะให้เรียกสวีซานกับกู้รุ่ยเจี๋ยว่าซือหมู่ เขาก็รู้สึกกระดากปาก

สวีซานได้ยินเขาเรียกตัวเองว่าพี่สะใภ้ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร กลับถามด้วยความสนใจ

“ทำไมเหรอ? นายอยากเรียนเล่นอันนี้เหรอ?”

หวังจื่อหาวพยักหน้า

“ดูน่าสนุกดีนะ น่าสนใจกว่ากอล์ฟที่ต้องตีทีแล้วเดินตั้งนานเยอะเลย”

สวีซานได้ฟังดังนั้นก็กลอกตาไปมา แล้วยิ้มพูดว่า

“ในบรรดาผู้ช่วยสอนที่นี่มีสาวสวยคนหนึ่งด้วยนะ ชื่อซูอิ๋ง นายไปบอกเถ้าแก่ให้เธอมาสอนนายเล่นก็ได้”

หวังจื่อหาวได้ฟังดังนั้นดวงตาก็เป็นประกาย

“สาวสวยเหรอ?? ดีเลย ดีเลย ผมไปเดี๋ยวนี้แหละครับ”

พูดจบก็หันหลังเดินไปทันที ไม่มีความลังเลเลย

ในตอนนี้หยางฟานและกู้รุ่ยเจี๋ยก็เล่นจบไปหนึ่งเกม ไม่ผิดคาด ถึงแม้สาวน้อยจะตั้งใจออมมือ แต่เขาก็ไม่เอาไหน สุดท้ายก็พ่ายแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย

เขาหันไปพูดกับสวีซาน

“เด็กโง่คนนี้เล่นเก่งเกินไปแล้ว มานี่ เธอมาเล่นกับเด็กโง่สักเกมสิ เอ๊ะ? เจ้าเด็กนั่นไปไหนแล้ว?”

เมื่อกี้เขาไม่ได้ยินที่หวังจื่อหาวคุยกับสวีซาน ตอนนี้พอเห็นชายหนุ่มเอ็กซ์โทรเวิร์ตคนนั้นหายไปก็นึกว่าอีกฝ่ายกลับไปแล้ว

สวีซานส่ายหน้า

“ยังไม่กลับ! เขาไปหาผู้ช่วยสอนแล้ว”

จากนั้นก็รับไม้คิวที่หยางฟานยื่นให้

“ฉันก็สู้รุ่ยรุ่ยไม่ได้หรอก เดี๋ยวก็แพ้ยับเยิน”

หยางฟานคว้าตัวกู้รุ่ยเจี๋ยที่อยู่ข้างๆ เข้ามาในอ้อมกอดแล้วประทับรอยจูบลงบนแก้มเนียนของเธอ พูดพลางยิ้มไปพลาง

“ไม่นึกเลยว่าเด็กโง่ของฉันจะเป็นสาวน้อยล้ำค่านะเนี่ย! นอกจากอันนี้กับเกมเต้นแล้ว ยังมีอะไรที่ถนัดอีกไหม?”

แต่สาวน้อยคนนี้พอถูกเขาชมก็เอาแต่หัวเราะคิกคักอยู่ในอ้อมแขนของเขา ไม่ได้ตอบคำถาม

กลับเป็นสวีซานที่ยิ้มแล้วพูดขึ้น

“รุ่ยรุ่ยเล่น Honor of Kings ก็เก่งนะ อย่างน้อยก็เก่งพอที่จะตบเกรียนมือใหม่อย่างนายได้สบายๆ”

“...”


ตอนก่อน

จบบทที่ ความสุขของผู้ชาย (ฟรี)

ตอนถัดไป