ตั้งใจจะทำความรู้จักหวังจื่อเหยียน (ฟรี)
อาหารมื้อนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หวังจื่อหาวเสนอให้ไปเที่ยวไนท์คลับต่อ แต่ฉินชูซุ่ยที่มีเรื่องอยู่ในใจปฏิเสธเป็นคนแรก
เขาไม่ได้ใส่ใจอะไร เพียงแค่หันไปมองหยางฟานเพื่อขอความเห็น เพราะอย่างไรเสีย มื้ออาหารในวันนี้ก็จัดขึ้นเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับอีกฝ่ายเป็นหลัก
หยางฟานเห็นดังนั้นจึงพูดว่า
“ไปแดนซ์คงไม่ไหว มันเสียงดังเกินไป ทุกคนขับรถมากันใช่ไหม? อย่าดื่มเหล้าเลย ถ้ายังอยากจะอยู่ด้วยกันต่อก็หาที่ดื่มชาคุยกันไปเรื่อยๆ ดีกว่า”
หยางฟานมัวแต่คุยกับฉินชูซุ่ยอยู่ก่อนหน้านี้ ยังไม่มีโอกาสได้สอบถามเรื่องพี่สาวของหวังจื่อหาวเลย ดังนั้นจึงยังไม่รีบร้อนกลับ
หวังจื่อหาวได้ยินหยางฟานพูดแบบนั้นก็ยังอยากจะลองต่อรองดูอีกหน่อย จึงพูดว่า
“อาจารย์ครับ มีแค่อาเทาคนเดียวที่ขับรถมา ผมกับชูซุ่ยยังไม่ได้ซื้อรถเลย เดี๋ยวให้เขาเรียกคนขับรถแทนก็ได้ครับ”
หยางฟานได้ฟังแล้วก็รู้สึกพูดไม่ออก เป็นถึงทายาทเศรษฐีรุ่นที่สอง แต่ยังไม่มีรถขับเลยเหรอ? กระจอกขนาดนี้เลยเหรอ?
อาจจะเป็นเพราะเห็นสีหน้าที่ดูแปลกๆ ของเขา หวังจื่อหาวจึงพูดอย่างอับอายว่า
“ที่บ้านผมมีรถเยอะแยะเลยครับ แต่พี่สาวผมไม่ให้ขับ เธอบอกว่านักเรียนก็ต้องทำตัวให้เหมือนนักเรียน รอให้ผมเรียนจบก่อนแล้วจะซื้อรถให้”
หยางฟานถึงได้เข้าใจในทันที ไม่น่าแปลกใจเลยที่หวังจื่อหาวไม่ค่อยสนใจข้อเสนอของเขาที่ให้ใช้เงินฟาดสาวสวย ที่แท้ก็เพราะที่บ้านคุมเข้มมากนี่เอง กระเป๋าเลยไม่ค่อยตุง
ดูท่าแล้วการอบรมสั่งสอนของที่บ้านเขาก็น่าจะดีอยู่ไม่น้อย เพียงแต่รักสนุกรักสบายเหมือนกับตัวเองไปหน่อย มีความฝันที่อยากจะมอบบ้านให้สาวสวยทุกคน
เขาจึงเดินเข้าไปตบไหล่ของหวังจื่อหาว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้งว่า
“สวรรค์จะมอบภารกิจอันยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้ใด ย่อมต้องทดสอบจิตใจให้ลำบาก ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า และทำให้ท้องหิวโหย อดทนไปก่อนเถอะ! วันพรุ่งนี้ที่สวยงามกำลังรอนายอยู่”
“...”
หวังจื่อหาวได้ยินดังนั้นก็ถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
ทันใดนั้นฉินชูซุ่ยก็พูดแทรกขึ้นมาว่า
“ฉันว่าข้อเสนอของพี่ฟานก็ดีนะคะ ดื่มชาก็ดีออก? เหล้านั่นมันมีอะไรน่าดื่มกัน? ถ้าเป็นชานมจะยิ่งดีใหญ่เลย”
และแล้ว ในที่สุดทุกคนก็ตัดสินใจไปดื่มชากัน
หลังจากที่หลายคนออกจากภัตตาคาร หยางฟานก็ควงซ้ายควงขวาพาหลินหว่านเฉินและหลี่ซินหรานไปที่รถ เมื่อเดินมาถึงข้างรถของตัวเองที่ลานจอดรถ ก็เพิ่งจะสังเกตเห็นว่ามีหางเล็กๆ เดินตามหลังมา
เขาหันกลับไปถามอย่างขบขันว่า
“เธอตามพวกเรามาทำไม?”
ฉินชูซุ่ยพูดอย่างเป็นเรื่องปกติว่า
“ฉันนั่งรถคันเดียวกับพวกพี่ไงคะ น่าจะนั่งได้ใช่ไหม?”
หยางฟานยิ้มเล็กน้อยแล้วก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ให้หลี่ซินหรานนั่งเบาะหน้า ส่วนหลินหว่านเฉินก็นั่งเบาะหลังเป็นเพื่อนเด็กสาว
บนรถ เด็กสาวถามอย่างสงสัยว่า
“พี่ฟาน นี่คือรถของพี่เหรอคะ?”
หยางฟานสตาร์ทรถแล้วตอบไปส่งๆ ประโยคหนึ่ง
“ไม่ใช่! ของพี่สะใภ้เธอ”
!!!
ฉินชูซุ่ยได้ยินดังนั้นก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง รถคันนี้เธอรู้จักแน่นอน ราคาก็รู้ดี นึกว่าเป็นรถของหยางฟานเสียอีก แต่กลับไม่คิดว่าจะเป็นรถของผู้หญิงของเขา
ดูท่าแล้วผู้ชายคนนี้จะใจกว้างกว่าที่เธอคิดไว้มาก
จากนั้นเธอก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้ต่อ แต่หันไปคุยกับหลินหว่านเฉินเรื่องการดูแลรักษารูปร่างแทน
แม้แต่เธอที่เป็นเด็กผู้หญิงก็ยังต้องยอมรับว่าพี่สาวคนสวยที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบสาวต่างชาติคนนี้ ดูแลรักษารูปร่างได้ดีเยี่ยมจริงๆ
ทุกคนมาถึงร้านชาดอกไม้แห่งหนึ่ง หลังจากเข้าไปในห้องส่วนตัวแล้ว ตอนนี้หวังจื่อหาวและเซี่ยโฮ่วเทาก็ได้รู้แล้วว่ารถของหลี่ซินหรานคือเบนท์ลี่ย์ราคากว่าสามล้าน
ทำให้ทั้งสองคนตกใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหวังจื่อหาวที่ในใจคิดว่า ที่แท้การใช้เงินฟาดมันเป็นแบบนี้นี่เองเหรอ?
เขาเชื่อว่าในเมื่อหลี่ซินหรานมีรถดีๆ แบบนี้ ผู้หญิงอีกสามคนของหยางฟานก็คงจะมีเหมือนกัน นี่แค่สี่คนที่เขาเคยเห็น ยังไม่รู้ว่าคนที่ไม่เคยเห็นจะมีอีกเท่าไหร่
ตอนนี้เขาเริ่มคาดเดาถึงความมั่งคั่งของอาจารย์ที่เขาเพิ่งจะนึกครึ้มอกครึ้มใจรับมาเป็นอาจารย์คนนี้ใหม่แล้ว อีกฝ่ายทุ่มเงินไปกับสาวสวยเหล่านี้ไปเท่าไหร่กันแน่?
ก่อนที่เขาจะสืบทอดกิจการของตระกูล คงจะเลียนแบบไม่ได้สินะ?
ขณะที่ทุกคนกำลังดื่มชาและพูดคุยกันอยู่นั้น หยางฟานก็จงใจนำหัวข้อสนทนาไปที่หวังจื่อเยียน เขาถามหวังจื่อหาวว่า
“พูดแบบนี้ก็หมายความว่า พ่อแม่ของนายมอบอำนาจในการอบรมนายให้พี่สาวนายหมดเลยเหรอ?”
หวังจื่อหาวพูดพลางยิ้มขมขื่นว่า
“ใครว่าไม่ใช่ล่ะครับ? แค่จะขอเงินค่าขนมเพิ่มยังต้องผ่านความเห็นชอบจากพี่สาวผมเลย เป็นน้องชายนี่มันไม่มีสิทธิมนุษยชนเลยจริงๆ”
….
“พี่สาวนายก็มีความสามารถเหมือนกันนะ! สร้างบริษัทใหญ่โตขนาดนี้ขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง”
หวังจื่อหาวได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“เรื่องนี้พี่สาวผมเก่งจริงๆ ครับ แต่เวลาและพลังงานของเธอก็ทุ่มเทไปกับเรื่องนี้หมดเลย พูดไปอาจารย์อาจจะไม่เชื่อ พี่สาวผมอายุ 27 แล้วยังไม่เคยมีความรักเลย”
หยางฟานแสร้งทำเป็นประหลาดใจแล้วพูดว่า
“ไม่จริงน่า? พ่อแม่นายไม่สนใจเรื่องนี้ของเธอบ้างเหรอ?”
“จะไม่สนใจได้ยังไงล่ะครับ? ทั้งแนะนำหนุ่มๆ โปรไฟล์ดีให้ ทั้งจัดนัดบอดให้ แต่เธอมัวแต่สนใจเรื่องงานอย่างเดียว ดูเหมือนจะไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย อยากให้เธอรีบๆ มีความรักเร็วๆ จัง จะได้ไปดูแลแฟนตัวเองแทน เลิกมาคอยดูแลผมอยู่ได้สามวันดีสี่วันไข้”
ผู้หญิงที่บ้างานมาก
หยางฟานจดจำไว้ในใจ กำลังจะถามเรื่องอื่นๆ ต่อ หวังจื่อหาวก็มองมาที่เขาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยแล้วพูดว่า
“อาจารย์ไม่ปกติแล้วนะ!!”
หยางฟานได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป ถามอย่างสงสัยว่า
“ไม่ปกติอะไร?”
หวังจื่อหาวมองสำรวจเขาด้วยสีหน้าแปลกๆ อยู่หลายครั้งแล้วพูดว่า
“อาจารย์เอาแต่ลากหัวข้อสนทนาไปที่พี่สาวผมทำไม? อาจารย์ ให้ตายสิ!! ไม่จริงน่า? ผมนับถืออาจารย์เป็นอาจารย์ แต่อาจารย์อยากจะเป็นพี่เขยผมเหรอ!?”
“...”
เจ้าหมอนี่ไหวตัวเร็วเหมือนกันนะ
หยางฟานไม่ได้คิดจะอธิบายอะไร เพียงแค่ถามอย่างขบขันว่า
“มันชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอ?”
หวังจื่อหาวมองไปที่สาวสวยสามคนที่เดิมทีคุยกันเรื่องการบำรุงผิวพรรณและการดูแลรูปร่างอยู่ข้างๆ ตอนนี้ทุกคนต่างก็หันมามองทางพวกเขา
จากนั้นเขาก็พบอย่างน่าอัศจรรย์ว่าสีหน้าของหลินหว่านเฉินและหลี่ซินหรานไม่ได้มีอะไรผิดปกติ เพียงแค่มองแวบหนึ่งแล้วก็เบนสายตาไปทางอื่น ตรงกันข้ามกลับเป็นฉินชูซุ่ยที่มีสีหน้าแปลกๆ
หวังจื่อหาวที่พอจะเข้าใจความสามารถในการอบรมสั่งสอนผู้หญิงของอาจารย์ตัวเองอยู่บ้างแล้วไม่ได้รู้สึกประหลาดใจมากนัก เพียงแค่ส่ายหัวอย่างจนใจแล้วก็บ่นพึมพำในใจประโยคหนึ่ง ช่างเป็นการเปิดหูเปิดตาจริงๆ
จากนั้นก็พยักหน้าให้หยางฟานอย่างยืนยันว่า
“ชัดเจนมากครับ!”
พูดจบเขาก็ถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า
“ถึงแม้ว่าผมอยากให้พี่สาวมีความรักมาก และก็ยอมรับว่าอาจารย์เก่งในเรื่องนี้มาก แต่ถ้าอาจารย์อยากจะเป็นพี่เขยผมล่ะก็คงจะไม่มีหวัง พี่สาวผมไม่มีทางยอมรับผู้หญิงคนอื่นได้ แบบว่า อาจารย์เข้าใจใช่ไหมครับ”
เรื่องนี้หยางฟานก็เคยคาดเดาไว้เหมือนกัน แต่ถึงแม้จะจัดการไม่ได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร แค่เปลี่ยนคนก็สิ้นเรื่อง
ถึงแม้หวังจื่อเยียนจะสวยและมีเสน่ห์มากจริงๆ แต่เขาก็คงไม่ไปเสียพลังงานกับเธอมากเกินไป เพราะอย่างไรเสียก็คุ้นเคยกับวิธีการที่ง่ายและตรงไปตรงมาแล้ว
แต่การทำความรู้จักกันไว้ก่อนก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น
เขาจึงพูดกับหวังจื่อหาวไปส่งๆ ว่า
“มันไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่นายคิดหรอก ฉันแค่อยากจะทำความรู้จักกับพี่สาวนาย ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นพี่เขยนายให้ได้ซะหน่อย”
หวังจื่อหาวไม่ได้คัดค้านที่หยางฟานจะทำความรู้จักกับพี่สาวของเขา เพราะตอนนี้เขารู้สึกได้จริงๆ ว่าอีกฝ่ายมีฐานะทางการเงินที่ดีมาก จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า
“เรื่องทำความรู้จักน่ะไม่ยากหรอกครับ แต่เรื่องอื่นผมช่วยอะไรอาจารย์ไม่ได้นะ!”