จางรั่วซีคัดเลือกสาวสวย (ฟรี)

หลังจากที่หยางฟานมองส่งหลี่ซินหรานจากไปแล้ว เขาก็คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาจางรั่วซี
เสียงเรียกดังอยู่สองครั้ง อีกฝ่ายก็รับสายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงที่ดูประหลาดใจเล็กน้อยดังขึ้น
“ฮัลโหล พี่ฟาน ฉันเพิ่งตื่นเลยค่ะ พี่โทรมาได้จังหวะจริงๆ!”
หยางฟานไม่ได้ทักทายปราศรัยกับเธอ แต่เข้าเรื่องทันที เขาพูดสั้นๆ ว่า
“เดี๋ยวฉันจะไปฟิตเนส เธอพาเด็กคนนั้นที่ว่าออกมาให้ดูหน่อยสิ มีปัญหารึเปล่า?”
อีกฝ่ายได้ฟังก็ตอบกลับมาทันที
“ไม่มีปัญหาค่ะ ไม่มีปัญหาแน่นอน ฉันจะไปจัดการเดี๋ยวนี้เลย แล้วจะพาเธอไปหาพี่นะคะ”
“ดี งั้นแค่นี้ก่อน”
หยางฟานพูดจบก็วางสายทันที ทำให้จางรั่วซีที่ยังอยากจะคุยกับเขาต่อถึงกับพูดไม่ออก ในใจก็บ่นว่า ช่างเป็นผู้ชายที่ไม่รู้จักสร้างบรรยากาศเอาเสียเลย ไม่ได้เจอกันตั้งนานก็ไม่รู้จะถามไถ่กันบ้างว่าคิดถึงไหม
แต่พอหญิงสาวนึกขึ้นได้ว่าอีกสักครู่ก็อาจจะได้โบนัสจากหยางฟาน เธอก็โยนเรื่องพวกนี้ทิ้งไปจากหัวทันที เตรียมตัวทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่
เธอใช้เวลาล้างหน้าล้างตาอย่างรวดเร็ว ถึงกับยังไม่ได้แต่งหน้าก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก
อีกฝ่ายรับสายแล้วถามด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเกียจคร้าน
“ฮัลโหล? พี่รั่วซีเหรอคะ? ทำไมโทรมาแต่เช้าจังเลยคะ?”
จางรั่วซีพูดอย่างพูดไม่ออก
“ยังจะเช้าอีกเหรอ? นี่มันเที่ยงแล้วนะ เธอยังไม่ตื่นอีกเหรอ?”
“เอ่อ! พูดให้ถูกก็คือ หนูยังไม่ตื่นเลยค่ะ! ยังอยู่บนเตียงอยู่เลย ก็อย่างที่โบราณว่าไว้ไม่ใช่เหรอคะว่าคนสวยต้องนอนเยอะๆ? พี่รั่วซีมีธุระอะไรกับหนูเหรอคะ? ถ้าไม่มีอะไรหนูอยากจะนอนต่ออีกหน่อย”
จางรั่วซีได้ฟัง ใบหน้าก็พลันปรากฏเส้นสีดำขึ้นมาทันที ในใจก็คิด นอนๆๆ! รู้จักแต่นอน! ตายเร็วไปสามปีเธอก็ได้นอนอีกเยอะแล้ว!!
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเด็กคนนี้อาจจะกลายเป็นผู้หญิงของหยางฟาน ในอนาคตตัวเองอาจจะต้องให้เธอช่วยพูดดีๆ ให้บ้าง เธอจึงปรับอารมณ์แล้วถามด้วยน้ำเสียงที่ดี
“หย่าเอ๋อร์ เธอยังจำเรื่องที่ฉันเคยบอกเธอครั้งที่แล้วได้ไหม?”
หย่าเอ๋อร์ได้ฟังก็ดูเหมือนจะตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วถาม
“พี่รั่วซี พี่เคยบอกเรื่องตั้งมากมายกับหนู พี่ถามเรื่องไหนเหรอคะ?”
“ก็เรื่องที่ฉันเคยบอกเธอว่าถ้ามีโอกาส ฉันจะแนะนำพี่ใหญ่คนหนึ่งให้เธอไง ยังจำได้ไหม?”
“หืม??”
เมื่อหย่าเอ๋อร์ได้ยินเธอพูดแบบนั้น ก็นึกขึ้นมาได้ทันที ตอนนั้นที่เธอได้ฟังเรื่องความใจป้ำของพี่ใหญ่คนนั้นก็รู้สึกสนใจไม่น้อย ทันใดนั้นก็แสดงท่าทีออกมาว่าถ้าเป็นไปได้เธอก็ยินดีที่จะให้ผู้ชายแบบนั้นเลี้ยงดู
แต่จางรั่วซีกลับบอกว่าเวลายังไม่ถึง ต้องไปปูทางกับพี่ใหญ่คนนั้นก่อน เรื่องก็เลยถูกพักไว้
ตอนนี้เมื่ออีกฝ่ายหยิบเรื่องเก่ามาพูดใหม่ ความหมายที่แฝงอยู่นั้นเธอจะไม่เข้าใจได้อย่างไร?
หย่าเอ๋อร์จึงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที พูดจาไม่เกียจคร้านอีกต่อไป ถามด้วยน้ำเสียงที่ประหลาดใจเล็กน้อย
“เรื่องนั้นพี่ปูทางให้แล้วเหรอคะ? ไม่ยังงั้นพี่ส่งวีแชทของพี่ใหญ่คนนั้นมาให้หนูสิคะ หนูจะได้คุยกับเขาก่อนทำความรู้จักกันสักหน่อย?”
???
จางรั่วซีได้ฟังก็เกือบจะหลุดปากบ่นออกมา
ในใจก็คิด ถ้าให้พวกเธอแอดวีแชทคุยกันเอง ค่าเหนื่อยของฉันก็คงจะลดลงไปเยอะเลยสิ? แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด
เธอจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“หย่าเอ๋อร์! ถ้าเธอยังคงใช้ทัศนคติแบบนี้กับเรื่องนี้ล่ะก็ ฉันว่าไม่จำเป็นต้องแนะนำแล้วล่ะ ฉันต้องรักษาความสัมพันธ์ของฉันกับพี่ใหญ่คนนั้นไว้ให้ดี ไม่อยากจะถูกพี่ใหญ่ตำหนิเพราะเธอ”
“เอ๊ะ??”
หย่าเอ๋อร์ได้ฟังก็รู้สึกงงงวยไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิดไป ถึงกับทำให้ทัศนคติของจางรั่วซีเปลี่ยนไปกะทันหัน
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยังรู้สึกว่าคำบรรยายก่อนหน้านี้ของอีกฝ่ายมีเสน่ห์ดึงดูดใจมากเกินไป เธอจึงพูดด้วยความสงสัยเล็กน้อย
“พี่รั่วซี อย่าสิคะ! ไม่ใช่ว่าต้องคุยกันก่อนเหรอคะ หรือว่าจะต้องเจอหน้ากันก่อนเหมือนนัดบอดเลย?”
“อย่าเอาพี่ใหญ่ไปเทียบกับพวกผู้ชายกระจอกๆ ที่เธอเคยเจอ พวกเขาเป็นคนละกลุ่มกัน มีความแตกต่างกันโดยเนื้อแท้ ถ้าเธออยากให้เรื่องราวดำเนินไปอย่างราบรื่น ฉันแนะนำให้เธอเก็บความหยิ่งยโสของเธอไว้หน่อย ผู้หญิงสวยมีสิทธิพิเศษต่อหน้าผู้ชายธรรมดาก็จริง แต่ต่อหน้าพี่ใหญ่ไม่มีข้อได้เปรียบด้านนี้หรอกนะ หวังว่าเธอจะเข้าใจจุดนี้ได้ชัดเจน ถึงจะกินข้าวชามนี้ได้”
นี่ถือเป็นคำแนะนำจากประสบการณ์ของจางรั่วซี เพราะตัวเธอเองก็เกือบจะพลาดพี่ใหญ่คนนี้ไปแล้ว
หย่าเอ๋อร์ได้ฟังถึงแม้จะยังคงงงๆ อยู่บ้าง แต่ความหมายที่จางรั่วซีอยากจะสื่อเธอก็เข้าใจโดยพื้นฐานแล้ว เธอจึงพูดตามน้ำของอีกฝ่าย
“หนูเข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะของพี่รั่วซีนะคะ งั้นตอนนี้หนูต้องทำยังไงคะ?”
“ตอนนี้เธอออกจากบ้านทันที ฉันจะพาเธอไปร้านเสริมสวยแต่งหน้าสวยๆ ก่อน แล้วค่อยพาเธอไปเจอเขา”
หย่าเอ๋อร์ได้ฟังก็ไม่คัดค้าน และก็ไม่อาลัยอาวรณ์ที่ไม่ได้นอนต่อ แต่กลับตอบตกลงทันที
“ได้ค่ะ! หนูจะลุกเดี๋ยวนี้เลย พี่ส่งโลเคชั่นมาให้หนูนะคะ หนูจะรีบไปหาพี่ค่ะ”
ความคิดของจางรั่วซีนั้นง่ายมาก ถึงแม้ว่าน้องสาวคนนี้จะมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่ด้อยไปกว่าตัวเองเลย แต่ก็ยังต้องไปร้านเสริมสวยเพื่อใช้ศาสตร์มืดแห่งเอเชียเพิ่มบัฟให้เธออีกสักหน่อย
แบบนี้ความเป็นไปได้ที่หยางฟานจะชอบเธอก็จะสูงขึ้น โบนัสของตัวเองก็จะต้องมากขึ้นอย่างแน่นอน พูดถึงแล้วก็อิจฉาเพื่อนร่วมวงการคนนั้นจริงๆ ที่แค่แนะนำผู้หญิงคนหนึ่งให้หยางฟานก็ได้โบนัสก้อนโตถึงห้าแสน
…..
อีกด้านหนึ่ง
หยางฟานไม่รู้ว่าทางฝั่งของจางรั่วซีได้จัดการเรื่องเรียบร้อยแล้ว เขากำลังขับรถไปที่ฟิตเนส
พอใกล้จะถึงห้างเฮงเถ่อร์อินเตอร์ เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าไม่ได้ติดต่อกับเฟิงอวี่ถิงสาวสวยคนนั้นมาพักหนึ่งแล้ว ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ก็เกิดความคิดขึ้นมาว่าควรจะแวะไปดูเธอสักหน่อยไหม
และหยางฟานก็นึกแล้วก็ทำเลย เขาขับรถไปจอดที่ลานจอดรถใกล้ๆ ห้างเฮงเถ่อร์อินเตอร์ก่อน แล้วเดินไปที่ห้างสรรพสินค้า ระหว่างทางก็แวะซื้อชานมมาสองแก้ว
เมื่อเขาถือชานมเข้าไปในห้างสรรพสินค้าแล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์ชาแนล เขากลับไม่เห็นเงาของเฟิงอวี่ถิงในบริเวณเคาน์เตอร์
ในใจก็คิด วันนี้ไม่มาทำงาน หรือว่าไปกินข้าวเที่ยง?
เขาจึงเดินไปพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาเฟิงอวี่ถิง
<วันนี้เธอไม่มาทำงานเหรอ?>
แต่รออยู่ครู่หนึ่งก็ไม่เห็นมีการตอบกลับจากอีกฝ่าย
ขณะที่เขากำลังคิดว่าจะโทรแบบเสียงไปดีไหม ก็มีคนคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา คนคนนี้เขาเคยเห็นมาหลายครั้งแล้ว นั่นก็คือผู้จัดการร้านของเฟิงอวี่ถิงนั่นเอง
เขาจึงตั้งใจจะถามเธอ เลยเดินเข้าไปหา
ทันใดนั้น ผู้จัดการร้านที่ชื่อหน่าเจี่ยก็พูดขึ้นก่อน เธอส่งยิ้มให้หยางฟานแล้วถาม
“คุณมาหาถิงถิงใช่ไหมคะ? สองวันนี้เธอไม่มาทำงาน ลาหยุดน่ะค่ะ ทำไมก่อนมาไม่ติดต่อเธอก่อนล่ะคะ?”
ผู้จัดการร้านคนนี้เดินตรงมาหาหยางฟาน และยังเป็นฝ่ายบอกเขาเองว่าเฟิงอวี่ถิงลาหยุด
สำหรับชายหนุ่มผู้มีพลังเงินตราที่มาที่นี่ครั้งแรกก็ซื้อของราคาหกหมื่นกว่าหยวนให้เฟิงอวี่ถิงคนนี้ หน่าเจี่ยยังคงจำได้อย่างแม่นยำ
เมื่อครู่พอเห็นเขาถือชานมเดินมาทางนี้ ก็รู้ว่าเขามาหาเฟิงอวี่ถิง คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ยังคงเดินเข้ามาบอกเขาสักหน่อย



ตอนก่อน

จบบทที่ จางรั่วซีคัดเลือกสาวสวย (ฟรี)

ตอนถัดไป