เดินเล่น (4)
พอก๋วยเตี๋ยวชามที่สั่งของ เซี่ยจือ ถูกนำมาเสิร์ฟ เด็กสาวก็อดที่จะกลืนน้ำลายดัง ‘เอื๊อก’ ไม่ได้
เพียงแค่แรกเห็นก็น่ากินมากแล้วจริงๆ
เส้นก๋วยเตี๋ยวแบนสีขาวนวลนอนสงบนิ่งอยู่ในน้ำซุปสีแดงเข้มข้น ดูน่ากินเป็นอย่างยิ่ง ด้านบนยังประดับประดาไปด้วยเต้าหู้แห้ง ไข่พะโล้ลายเสือ และไส้กรอกอย่างน่าเอร็ดอร่อย
เต้าหู้แห้งชิ้นพอดีคำดูนุ่มลิ้นวางซ้อนกันอย่างสวยงาม ไข่พะโล้ลายเสือมีผิวสีน้ำตาลเข้มเป็นรอยย่นน่ามอง ราดทับด้วยน้ำซุปสีแดงฉ่ำ ส่วนไส้กรอกชิ้นเล็กๆ นั้นมีเยื่อบางใสๆ ห่อหุ้มอยู่ ดูแล้วช่างน่ากินเป็นที่สุด
ยังไม่ทันจะวางลงบนโต๊ะ น้ำลายของ เซี่ยจือ ก็สอเต็มปากแล้ว
ไม่เพียงแต่ก๋วยเตี๋ยวเท่านั้น ยังมีโรตีต้นหอมแผ่นบางกรอบอีกหนึ่งแผ่นวางเคียงคู่กันมา ด้านบนของโรตีต้นหอมยังโรยด้วยงาขาวคั่วหอมกรุ่นอีกเล็กน้อย
เห็นเช่นนี้แล้ว อดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป พยาธิในท้องของ เซี่ยจือ ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาทั้งหมดแล้ว
เมื่อเถ้าแก่ยกชามก๋วยเตี๋ยวของ เซี่ยจือ มาวางไว้ตรงหน้า หูเฟย ก็หยิบตะเกียบไม้ไผ่อย่างดีที่ดูสะอาดสะอ้าน (ไม่ใช่แบบใช้แล้วทิ้ง) จากข้างๆ ส่งให้เธอ
“ขอบคุณค่ะ!” เซี่ยจือ ยิ้มหวานให้ หูเฟย กำลังเตรียมจะลงมือกิน—
“อย่าเพิ่ง” หูเฟย ห้ามเธอ
เซี่ยจือ ชะงักมือที่กำลังจะคีบเส้นก๋วยเตี๋ยว มอง หูเฟย ด้วยความสงสัย
“ไม่ใช่กินแบบนี้”
“ต้องกินโรตีต้นหอมก่อน” หูเฟย ส่งโรตีต้นหอมให้เธอ
“โรตีต้นหอมจิ้มน้ำซุปกิน อร่อยมากนะ”
“จริงเหรอคะ?”
เซี่ยจือ เพิ่งจะเคยได้ยินวิธีทานแบบนี้เป็นครั้งแรก อดที่จะอยากรู้ไม่ได้
เซี่ยจือ รับแผ่นโรตีต้นหอมมา พอหยิบขึ้นมาก็มีเศษแป้งกรอบๆ ร่วงกราวลงมาให้เห็น จะเห็นได้ว่าโรตีต้นหอมแผ่นนี้ทอดได้กรอบนอกนุ่มในอย่างแท้จริง ส่งกลิ่นหอมไหม้ๆ ของแป้งและต้นหอมลอยมาเตะจมูก
เซี่ยจือ ลองชิมดูก่อนคำหนึ่ง กัดไปนิดเดียว ‘กร๊อบ’ เสียงใสๆ ดังขึ้น ดวงตาของ เซี่ยจือ เป็นประกายขึ้นมาทันที
“อร่อยมากเลยค่ะ!”
รสสัมผัสกรุบกรอบผสมผสานกับกลิ่นหอมของงาคั่วและกลิ่นหอมไหม้ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของต้นหอม ก่อเกิดเป็นรสชาติที่อร่อยลงตัวอย่างน่าประหลาดใจ
เซี่ยจือ เคี้ยวตุ้ยๆ อยู่ในปากอย่างเอร็ดอร่อย มันอร่อยจริงๆ นะ
“คุณลองจิ้มน้ำซุปดูสิ”
เซี่ยจือ ทำตามคำแนะนำของ หูเฟย ลองใช้โรตีต้นหอมจุ่มลงในน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเล็กน้อย เพียงครู่เดียวโรตีต้นหอมก็พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงน่ารับประทาน
กัดเข้าไปอีกคำหนึ่ง “อื้อๆๆ!” เซี่ยจือ รีบพยักหน้ารับหงึกๆ ราวกับลูกเจี๊ยบที่กำลังจิกเมล็ดข้าวอย่างเอร็ดอร่อย พูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว
อร่อยมาก มหัศจรรย์เกินไปแล้ว
หลังจากจุ่มลงในน้ำซุปแล้ว โรตีต้นหอมก็ไม่ได้คงความกรอบอีกต่อไป หากแต่กลับนุ่มลงอย่างน่าอัศจรรย์ และเนื้อในกลับชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำซุปเข้มข้นที่แทรกซึมเข้าไป
น้ำซุปที่มีรสเผ็ดเพียงเล็กน้อย กลมกล่อมด้วยรสหวานละมุน เมื่อรวมกับกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของโรตีต้นหอม ก็พลันระเบิดรสสัมผัสและรสชาติอันวิเศษอีกแบบหนึ่งขึ้นในโพรงปากทันที ราวกับดอกไม้ไฟที่สาดส่องสว่างไสวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
ทำยังไงดี?
ทั้งสองแบบก็อร่อยทั้งนั้น ฉันควรจะเลือกแบบไหนดี?
ในมือมีโรตีต้นหอมอยู่แค่แผ่นเดียว แต่กลับมีวิธีทานตั้งสองแบบ
เลือกยากจัง!
หูเฟย มอง เซี่ยจือ ที่กำลังทำตาปริบๆ สลับมองโรตีในมือกับมองหน้าเขา เพียงแค่เหลือบมองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่าเด็กสาวกำลังคิดอะไรอยู่ จึงยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า:
“คุณสามารถกินแบบจิ้มคำหนึ่ง แล้วก็กินแบบแห้งๆ คำหนึ่งก็ได้นี่”
จริงด้วย!
ยังทำแบบนี้ได้อีก!
เซี่ยจือ พลันตื่นรู้ขึ้นมาทันที เธอมอง หูเฟย ด้วยดวงตาที่เป็นประกายราวกับค้นพบทางสว่าง
“เพื่อนร่วมชั้น หูเฟย ทำไมคุณถึงรู้ทุกอย่างเลยล่ะคะ!”
หูเฟย ยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร หยิบกระดาษทิชชู่ส่งให้ เซี่ยจือ แผ่นหนึ่ง
เพราะว่า นี่เป็นสิ่งที่เธอสอนฉันเองนี่นา!
ชาติก่อน ร้านเล็กๆ ร้านนี้ ก็คือ เซี่ยจือ ที่พาเขามา วิธีทานโรตีต้นหอม ก็คือ เซี่ยจือ ที่สอนเขา
ตอนนั้น หูเฟย ก็เหมือนกับ เซี่ยจือ ในตอนนี้ ถูกทำให้ประหลาดใจเหมือนกัน ตอนนั้นเขากินโรตีต้นหอมไปตั้งสามแผ่นเลยนะ
ท่าทางดูไม่ได้ยิ่งกว่า เซี่ยจือ ตรงหน้าเสียอีก
ตอนนั้น เซี่ยจือ ฉวยโอกาสหัวเราะเยาะเขาไปไม่น้อยเลย ตอนนี้นึกย้อนกลับไป ก็มีแต่ความทรงจำเต็มไปหมด
หลังจาก เซี่ยจือ รับมาแล้ว ก็เช็ดเศษอาหารที่มุมปาก แล้วก็ทานต่ออย่างมีความสุข หูเฟย มองจากฝั่งตรงข้ามด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์อย่างยิ่ง
แสงแดดยามบ่ายอ่อนๆ สาดส่องผ่านขอบหน้าต่างเข้ามาทาบทาลงบนโต๊ะ วาดโครงร่างอันบอบบางของเด็กสาวราวกับภูติน้อยแสนซน ปอยผมข้างใบหูของเธอม้วนงอนออกมาอย่างน่าเอ็นดู
หูเฟย ยื่นมือออกไป ค่อยๆ ช่วยเธอทัดผมไว้ข้างหู
ปลายนิ้วของเขาสัมผัสโดนติ่งหูขาวผ่องของเธออย่างแผ่วเบา เซี่ยจือ พลันสะดุ้งเงยหน้าขึ้นราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ในปากยังคงเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ มอง หูเฟย ด้วยแววตาตื่นตะลึง
ลวน ลวนลาม?
ท่าทางของเธอในยามนี้ช่างไม่ต่างอะไรกับตัวมาร์มอทน้อยบนทุ่งหญ้าที่เพิ่งได้ยินสัญญาณเตือนภัยจากศัตรู มันยืนตัวตรงแหน่ว สองอุ้งเท้าหน้ายังคงกอดอาหารอันโอชะไว้แน่น ขณะที่ดวงตากลมโตจับจ้องไปยังเป้าหมายที่น่าสงสัยอย่างไม่กะพริบ พร้อมจะเผ่นหนีเอาชีวิตรอดได้ทุกเมื่อ!
“เอ่อ……”
หูเฟย ดึงมือกลับอย่างเก้อๆ แล้วก็ชี้ไปที่ข้างหู เซี่ยจือ พูดว่า:
“ผมของคุณน่ะ... เมื่อครู่มันปลิวออกมา เกือบจะ... ตกลงไปในชามก๋วยเตี๋ยวอยู่แล้ว”
ใช่ ก็เป็นแบบนี้นั่นแหละ ฉันมันสุภาพบุรุษจะตายไป!
“อ้อ~”
“งั้น ขอบคุณนะคะ?”
“ไม่เป็นไรครับ”
ทั้งสองคนต่างก็หันหน้าหนีไปคนละทาง ในใจต่างก็เต้นตึกตักไม่เป็นส่ำ
…………
หลังจากทานข้าวที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเสร็จ เซี่ยจือ ก็หลบอยู่ข้างหลัง หูเฟย เดินออกมาอย่างอิดเอื้อน
เมื่อครู่ยังบ่นอุบอิบว่ากลัวจะกินไม่หมด แต่ผลลัพธ์ในตอนท้ายกลับกลายเป็นว่า เซี่ยจือ ยกชามก๋วยเตี๋ยวขึ้นมาซดน้ำซุปเสียงดัง ‘อึกๆๆ’ จนหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว ใบหน้าเล็กๆ ของเธอถูกบังไว้จนมิดชิด
“เอิ๊ก~” เสร็จแล้ว ยังเรอออกมาอีกต่างหาก
เซี่ยจือ วางชามลง หลายคนมองเธออย่างตะลึงงัน
………
ฉัน กิน เสร็จ สิ้น แล้ว นะ
อ๊าาาา……
ใบหน้าของ เซี่ยจือ พลันแดงก่ำยิ่งกว่าน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวรสเผ็ดจัดกลางเมื่อสักครู่นี้เสียอีก
ตอนที่เดินออกมาจากร้าน เธอจึงเอาแต่หลบอยู่ข้างหลัง หูเฟย เป็นนานสองนาน ไม่กล้าสู้หน้าใครเลยทีเดียว
…………
ทานข้าวเสร็จแล้ว แน่นอนว่าต้องมีของหวานล้างปากหน่อย
ตอนเที่ยงอากาศค่อนข้างร้อน หลายคนก็เลยมาที่ร้านไอศกรีมเตรียมจะซื้อไอศกรีม
“ฉันเอา ‘ลิ้นเขียว’ ก็แล้วกัน” หยวนหวา เอ่ยพลางหยิบไอศกรีมแท่งสีเขียวสดออกมาจากตู้แช่
“ฉันเอาคอร์เนตโต รสช็อกโกแลตดีกว่า” หลี่ ซือซือ เลือกไอศกรีมโคนยอดฮิตรสช็อกโกแลต
“ส่วนฉันเอาเสี่ยวปู้ติงค่ะ” เซี่ยจือ เลือกไอศกรีมนมข้นหวานถ้วยจิ๋วสีขาวนวล
“เซี่ยจือ ทำไมเธอถึงเลือกเสี่ยวปู้ติงล่ะ?”
“เพราะว่า……”
“เสี่ยว ปู้ ติง เสี่ยว ปู้ ติง หน้าร้อนกินแล้วยุงไม่กัด”
(小布丁,小布丁,夏天吃了就不叮 - เสี่ยว ปู้ ติง เสี่ยว ปู้ ติง เซี่ยเทียน ชี เลอ จิ้ว ปู้ ติง)
[คำว่า 叮 - ติง ที่แปลว่า ‘กัด’ พ้องเสียงกับ 丁 - ติง ในชื่อไอศกรีม เป็นคำพูดเล่นๆ เช่นบ้านเรานะครับ : กินแล้วดูด~ กินแล้วดูด~]
เซี่ยจือ ถือไอศกรีมถ้วยจิ๋วไว้ตรงหน้าอก เขย่าไปมาเบาๆ อย่างอวดอ้างสรรพคุณด้วยท่าทางซื่อๆ ใสๆ
ในใจ หูเฟย อดหัวเราะไม่ได้
ยัยโง่จริงๆ!
จากนั้นเขาก็เลือก ‘เหล่ากวงกุ้น’ ไอศกรีมแท่งโบราณ… เอ๊ย ไม่ใช่สิ ต้องเป็น ‘เหล่าปิงกุ้น’ ไอศกรีมแท่งโบราณต่างหากเล่า (老光棍 – ชายโสดแก่, 老冰棍 – ไอติมโบราณ)
ไอศกรีมแท่งนี้ทั้งราคาถูกและช่วยดับกระหายคลายร้อนได้เป็นอย่างดี จึงเป็นของโปรดของ หูเฟย เสมอมา
หลังจากหลายคนซื้อเสร็จ ก็เดินไปกินไป
“อี๋~ หยวนหวา นายไปไกลๆ ฉันเลยนะ น่าขยะแขยงจริงๆ!”
หลี่ ซือซือ ผลัก หยวนหวา ทีหนึ่ง หลบไปไกลๆ
สาเหตุก็คือเจ้าไอศกรีมลิ้นเขียวในมือของ หยวนหวา มันดูน่าขยะแขยงพิลึกพิลั่นจริงๆ
ตัวไอศกรีมสีเขียวๆ ดูนิ่มๆ ย้วยๆ แถมครึ่งหนึ่งยังห้อยต่องแต่งอยู่อย่างนั้น จะว่าน่าขยะแขยงแค่ไหนก็คงจะไม่เกินจริงนัก
หยวนหวา ยังแกล้งทำท่ากวนๆ เอาลิ้นเขียววิ่งไปแกล้ง หลี่ ซือซือ อีก
หลี่ ซือซือ กลัวจริงๆ โดนไล่จนวิ่งหนีไปทั่ว
ทั้งสองคนหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน
…………
[ลวี่เสอโถว/ลิ้นเขียว : 绿舌头 – ไอศกรีมแท่งรสผลไม้สีเขียวที่เนื้อสัมผัสคล้ายเยลลี่ และเมื่อกินจะทำให้ลิ้นเป็นสีเขียว]
[คอร์เนตโต (Cornetto) : 巧乐兹 ชื่อยี่ห้อไอศกรีมของบริษัท Wall’s]
[พุดดิ้งน้อย หากแปลตรงตัว : 小布丁 คือชื่อยี่ห้อไอศกรีม ผลิตโดยแบรนด์ ‘光明’ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตภัณฑ์นมชื่อดังของจีน]