กินยา
หูเฟย ทำหน้างุนงงเล็กน้อย เมื่อหันไปมองจึงได้รู้ว่าเป็นพวกตัวป่วน (ขีดฆ่า)……เอ่อ หมายถึงเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ มาถึงกันแล้ว
“พวกคุณมาแล้วเหรอ!”
หูเฟย ยังคงมีสีหน้าเป็นปกติ แม้จะถูกจับได้ว่ากำลังทำท่าทางสนิทสนมกับ เซี่ยจือ จนอีกฝ่ายอายแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่เขากลับทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น สีหน้ายังคงเรียบเฉย ไม่ได้รู้สึกเขินอายเลยแม้แต่น้อย
อย่างที่เขาว่ากันว่า ขอแค่ฉันไม่เขิน คนที่เขินก็คือคนอื่น
(只要我不尴尬,尴尬的就是别人)
ดังนั้น ในตอนนี้ หลี่ ซือซือ, ฉวี่ หมิงเยว่, เซียว ซือเหวิน จึงเขินอายกันเป็นพิเศษ
“แค่กๆ เอ่อ ไม่ได้รบกวนพวกคุณใช่ไหม?” หลี่ ซือซือ ถาม
“พูดตามตรงนะ รบกวนแล้วล่ะ”
“……”
ยังจะเล่นกันดีๆ ได้อีกไหมเนี่ย?
เห็นสีหน้าแปลกๆ ของหลายคน หูเฟย ก็หัวเราะขึ้นมาทันที “ล้อเล่นน่า!”
หลังจากนั้นก็ลุกขึ้น “พวกคุณมาได้จังหวะพอดี ช่วยผมดูแล เซี่ยจือ หน่อยนะ ผมจะไปหายาในห้องพยาบาลให้เธอ”
เด็กผู้หญิงหลายคนมองหน้ากันไปมา ฟังนะ อะไรคือประโยคที่ว่า ‘ช่วยผมดูแลเซี่ยจือหน่อยนะ’ กัน?
นี่มันประกาศความเป็นเจ้าของแล้วหรือยังไง?
หลี่ ซือซือ รู้สึกใจหายเล็กน้อย แต่ก็มีความดีใจมากกว่า…
ที่รู้สึกใจหายก็เพราะเพื่อนสนิทหลายปีอย่าง เซี่ยจือ ต่อไปนี้อาจจะไม่มีเวลาอยู่กับเธอมากเท่าเมื่อก่อนแล้ว จากที่เคยสนิทสนมกันเพียงลำพัง ต่อไปนี้เธอจะไม่ได้ครอบครองเพื่อนรักคนนี้แต่เพียงผู้เดียวอีกแล้ว คนเราย่อมต้องรู้สึกใจหายบ้างเป็นธรรมดา
แต่ที่ดีใจก็เพราะในที่สุด เซี่ยจือ ก็มีคนมาคอยดูแลเอาใจใส่เสียที และคนคนนั้นก็ยังเป็น หูเฟย อีกด้วย
ไม่มีใครจะเหมาะสมไปกว่าเขาอีกแล้ว เธอดีใจกับเพื่อนสนิทของตนเองจริงๆ
แล้ว ฉวี่ หมิงเยว่ ล่ะ?
ถือว่าตัดใจได้อย่างเด็ดขาดแล้ว อันที่จริงเมื่อก่อนก็เกือบจะตัดใจได้อยู่รอมร่อ ครั้งนี้ยิ่งชัดเจนมากขึ้นไปอีก
ส่วน เซียว ซือเหวิน นั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เอ่ยไปก็มีแต่น้ำตาจะร่วงหล่น
จะมัวมีความรักไปไย? ตั้งใจเรียนให้เก่งกาจจะไม่ดีกว่าหรือไร?
เซียว ซือเหวิน ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป นางจะขอตัดบัวมิให้เหลือใย... ต่อไปจะถือศีลกินเจสวดมนต์ภาวนา ตัดขาดจากโลกีย์อันวุ่นวาย
แต่แน่นอนว่า หากชาติหน้ามีจริง หรือถ้า หูเฟย กับเซี่ยจือ เกิดเลิกรากันขึ้นมา เธอก็พร้อมที่จะกลับเข้าสู่ทางโลกอีกครั้ง...
ทั้งสามคนต่างก็มีความคิดในใจที่แตกต่างกัน
หูเฟย ลุกออกจากเตียงคนไข้ เดินไปหายาข้างหน้า
เดิมที เซี่ยจือ ก็เป็นคนที่มีอาการปวดท้องประจำเดือนได้ง่ายอยู่แล้ว และครั้งนี้ก็เพราะเพิ่งจะผ่านการเรียนคาบพละมาหมาดๆ อาการจึงยิ่งดูรุนแรงมากขึ้น จะปล่อยให้ทนเจ็บปวดอยู่เช่นนี้ต่อไปย่อมไม่ได้ อย่างไรเสียก็ต้องให้กินยาแก้ปวดบ้าง
เด็กผู้หญิงคนอื่นๆ ในตอนนี้ต่างก็เดินมาที่ข้างเตียง
“เสี่ยวจือ พวกเรามาเยี่ยมนะ” หลี่ ซือซือ พูดเสียงเบา
“อื้ม~ ขะ ขอบคุณนะ”
เซี่ยจือ ใช้สองมือน้อยๆ ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง ปลายนิ้วทั้งสิบที่เรียวงามประดุจลำเทียนโผล่ออกมาเล็กน้อย แต่ศีรษะกลับยังคงซุกซ่อนอยู่ในผืนผ้าห่มแน่น ไม่ยอมโผล่ออกมาสบตาใคร
ตอนนี้ เธอจะกล้าออกมาเจอใครได้ยังไงล่ะ? อายจะตายอยู่แล้ว
“เซี่ยจือ เธอดีขึ้นบ้างหรือยัง? จะให้พวกเราช่วยนวดท้องให้ไหม?”
“ไม่ต้องรบกวนแล้วค่ะ……ฉะ ฉันไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ ค่ะ”
หลายคนมองหน้ากัน เอาเถอะ!
ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันมานี้ ทุกคนก็รู้ดีว่านิสัยของ เซี่ยจือ เป็นอย่างไร หากพวกเธอยังคงยืนอยู่ตรงนี้ เซี่ยจือ ก็คงจะไม่ยอมโผล่ออกมาจากผ้าห่มเป็นแน่
ฉวี่ หมิงเยว่ พูดว่า “ถ้าอย่างนั้น พวกเรากลับไปที่ห้องเรียนก่อนนะ จะได้ช่วยลาอาจารย์ให้เธอด้วย”
“ให้เพื่อนร่วมชั้น หูเฟย อยู่ที่นี่ดูแลเธอนะ”
ถ้าพวกเธอยังขืนยืนอยู่ตรงนี้ต่อไปอีก เกรงว่า เซี่ยจือ คงจะขาดอากาศหายใจตายคาผ้าห่มแน่ๆ หลายคนต่างก็รู้ใจกันเป็นอย่างดี
“ค่ะ!” เซี่ยจือ ตอบรับคำหนึ่ง
“รบกวนพวกเธอแล้วนะ”
“ไม่เป็นไร”
“งั้น เซี่ยจือ พวกเราไปแล้วนะ”
เด็กผู้หญิงหลายคนทยอยกันออกไป ผ่านไปครู่ใหญ่ ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก
“เอาล่ะ เสี่ยวจือ พวกเขาไปกันหมดแล้ว ออกมาได้แล้วล่ะ” เป็นเสียงของ หูเฟย
ภายในผ้าห่มนั้นดูเหมือนจะมีหนูตัวเล็กๆ ซ่อนอยู่ ศีรษะเล็กๆ ของ เซี่ยจือ ขยับไปมาอยู่ข้างใน ในผืนผ้าห่มนั้นแทบจะไม่มีออกซิเจนเหลืออยู่แล้ว เซี่ยจือ รู้สึกราวกับกำลังจะขาดอากาศหายใจตายเสียให้ได้
“ไป ไปกันหมดแล้วจริงๆ เหรอคะ?” เซี่ยจือ ถามเสียงสั่นอย่างอ่อนแรง
“ไปแล้ว ผมจะหลอกคุณทำไมกัน?”
เมื่อได้รับคำยืนยันจาก หูเฟย ผ้าห่มบนเตียงก็ถูกเปิดออกอย่างแรงทันที เซี่ยจือ รีบโผล่ออกมาจากในผ้าห่ม
“ฮ้า~ ฮ้า~” หายใจเข้าออกอย่างแรง
ในที่สุดก็ได้สูดอากาศบริสุทธิ์เสียที เมื่อกี้เกือบจะขาดอากาศหายใจตายในผ้าห่มแล้วจริงๆ
ตอนนี้ ใบหน้าเล็กๆ ทั้งหมดของ เซี่ยจือ แดงก่ำเพราะขาดออกซิเจน ดูคล้ายกับผลแอปเปิ้ลที่สุกปลั่งเต็มที่ กลิ่นหอมหวานของผลไม้ลอยฟุ้งออกมา ช่างดูสวยงามน่ามองยิ่งนัก
“จะกลัวอะไรนักหนากัน?” หูเฟย พูดหยอกล้อ
“คุณ คุณยังจะพูดอีก” เซี่ยจือ มอง หูเฟย อย่างฉุนเฉียว
เมื่อครู่ถ้าไม่ใช่เพราะเขาแล้วล่ะก็ จะถูกคนอื่นเข้ามาเห็นภาพน่าอายเช่นนั้นได้อย่างไรกัน?
ไม่ใช่แค่เรื่องที่ถูกเห็นว่าตนเองนอนซบอยู่ในอ้อมแขนของ หูเฟย เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการที่ตัวเองซึ่งไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้นคนไหนมาก่อนเลย กลับต้องมาร้องไห้ฟูมฟายไม่ต่างอะไรกับลูกหมาตกน้ำเมื่อครู่นี้อีก คิดแล้วก็อยากจะบ้าตายจริงๆ!
“เอาล่ะๆ เป็นความผิดของผมเอง”
หูเฟย ถือแก้วน้ำอุ่นๆ พร้อมกับยื่นยาเม็ดเล็กๆ สองสามเม็ดส่งให้เธอ
“มา กินยาก่อนนะ”
หูเฟย มองดูคิ้วของ เซี่ยจือ ที่ยังคงขมวดอยู่ ก็รู้สึกสงสาร
เมื่อมองดูยาเม็ดเล็กๆ สีเหลืองในมือของ หูเฟย เธอก็เอ่ยขึ้นทันทีว่า “ไม่กินยาค่ะ”
ศีรษะของ เซี่ยจือ ส่ายไปมาอย่างรวดเร็วจนดูคล้ายกับลูกตุ้มนาฬิกา ผมยาวสลวยของเธอก็พลิ้วไหวไปตามจังหวะนั้น เธอไม่ชอบกินยาเป็นที่สุด เพราะมันทั้งขมทั้งไม่อร่อยเลยสักนิด
“เด็กดี กินยานะ”
“ไม่กินยา”
“กิน”
“ไม่กิน”
เอาเถอะ หูเฟย เริ่มจะสู้เด็กคนนี้ไม่ไหวแล้ว
“แล้วคุณจะยอมกินได้ยังไง?” หูเฟย เท้าสะเอวมองอย่างจนปัญญา
เซี่ยจือ ได้ยินดังนั้น ปลายนิ้วเรียวเล็กของเธอก็แตะที่คางอย่างครุ่นคิด ดวงตากลมโตเหลือบมองขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเจ้าเล่ห์แสนซนว่า:
“ฉันอยากดื่มโค้กเย็นๆ”
“ถ้ามีโค้กเย็นๆ ฉันก็จะกินยา”
“เมื่อกี้พวกเราชนะการแข่งขันไม่ใช่เหรอ?”
“พวกเขาควรจะเลี้ยงโค้กเย็นๆ พวกเราไม่ใช่หรือไง?”
เซี่ยจือ ยังคงติดใจเรื่องโค้กเย็นๆ จากการแข่งขันเมื่อครู่อยู่ไม่หาย อุตส่าห์เป็นฝ่ายชนะทั้งที แต่กลับยังไม่ได้ดื่มเลยสักอึก
หูเฟย ยกมือกุมขมับ รู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อย หลังจากนั้นก็เขกหัวเล็กๆ ของ เซี่ยจือ ไปทีหนึ่ง
“คุณยังจะมาโค้กเย็นๆ อีกเรอะ”
“อ๊าย เจ็บๆ……” เซี่ยจือ กอดหัวเล็กๆ ของตัวเอง ร้องเสียงดัง
“แล้วทีนี้คุณยังจะโค้กเย็นๆ อีกไหม?” หูเฟย พูดอย่างไม่พอใจ
“คุณดูสภาพตัวเองตอนนี้สิ ยังจะมานึกถึงโค้กเย็นๆ อีก”
หูเฟย ถูก เซี่ยจือ ทำเอาทั้งขำทั้งเอ็นดูจนแทบจะบ้าตายจริงๆ
“ฮึ่ม ไม่ให้ก็ไม่ให้สิ คุณจะมาเขกหัวฉันทำไม?”
“ถ้าเขกจนสมองฉันกระทบกระเทือนขึ้นมา คุณจะรับผิดชอบไหวหรืออย่างไรกัน?” เซี่ยจือ เงยหน้ามอง หูเฟย อย่างฉุนเฉียว สองมือยังคงกอดศีรษะน้อยๆ ของตนเองไว้แน่น
“ชดใช้สิ ผมเอาทั้งตัวชดใช้ให้คุณก็ยังได้”
“แหวะ ใครจะเอาคุณกัน!”
เซี่ยจือ พูดจบก็ก้มหน้าลงซ่อนใบหน้าที่แดงระเรื่อ ในใจพลันรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“เอาล่ะๆ รีบกินยาได้แล้ว ยานี่ไม่ขมหรอก”
ครั้งนี้ เซี่ยจือ ก็ไม่ได้ดื้อรั้นอีก รับยาจากมือ หูเฟย
หูเฟย ยื่นแก้วน้ำร้อนให้เธอ เซี่ยจือ รับน้ำร้อนมา กลืนยาลงไป
“ดื่มอีกหน่อยสิ”
“ดื่มน้ำร้อนเยอะๆ ดีต่อสุขภาพนะ”
“อือ~”
เซี่ยจือ ได้ยินดังนั้น ก็ยกแก้วขึ้นอีกครั้ง ‘อึกๆ’ ดื่มน้ำที่เหลือในแก้วจนหมดในอึกเดียว
“เด็กดีจริงๆ!” หูเฟย รับแก้วน้ำไปวางไว้ข้างๆ
“เป็นยังไง ไม่ขมใช่ไหม!”
“อื้ม!”
“เอาล่ะ นอนพักอีกหน่อยนะ”
หูเฟย ช่วยจัดหมอนให้ เซี่ยจือ ให้ เซี่ยจือ นอนลงอย่างสบาย
เด็กสาวในตอนนี้ดูสีหน้าดีขึ้นกว่าเมื่อครู่มากแล้ว ความเจ็บปวดเริ่มทุเลาลง เด็กสาวจึงค่อยๆ เอียงใบหน้ามอง หูเฟย อย่างอ่อนโยน
“เพื่อนร่วมชั้น หูเฟย ขอบคุณนะคะ”
“เฮ้อ จะขอบคุณอะไรกันนักหนา ยังไงซะคุณก็เป็นของผม…”
ของผมอะไร?
เซี่ยจือ เอียงคอถามประหนึ่งนกฮูกตัวน้อยที่ช่างสงสัย ศีรษะไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตจับจ้องไปยัง หูเฟย เขม็ง