ศึกเงียบระหว่างอัจฉริยะ

พอได้ หูเฟย มาช่วยติวอีกครั้ง เซี่ยจือ ก็รู้สึกดีมากจริงๆ

หูเฟย ติวให้เธอ ทั้งเร็วทั้งได้ผลดี คาบเรียนด้วยตนเองคาบเดียวก็อธิบายการบ้านทั้งหมดจบแล้ว

“จริงสิ เสี่ยวจือ วันนี้คุณเอาโจทย์สองข้อนี้กลับไปให้คุณอาเล็กของคุณทำนะ”

ก่อนจะเลิกเรียน หูเฟย ให้โจทย์ เซี่ยจือ สองข้อ

“คุณก็บอกคุณอาของคุณไปว่า นี่ผมตั้งใจออกให้ท่านโดยเฉพาะเลยนะ”

“ถ้าคุณอาคุณทำไม่ได้ ต่อไปก็ไม่ต้องมาติวให้คุณอีกแล้ว”

เซี่ย หงอวี่ คิดอะไรอยู่ หูเฟย ย่อมรู้ดีอยู่ในใจ

เซี่ย หงอวี่ เป็นหัวกะทิ แถมยังเป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยอีกด้วย

อายุน้อย แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม นี่ก็ทำให้เธอค่อนข้างจะหยิ่งทะนงในตัวเอง เรื่องที่เธอตัดสินใจไปแล้ว ยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้

ครั้งแรกที่ หูเฟย เจอกับเธอในชาตินี้ ความประทับใจที่เธอมีต่อเขาน่าจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่

เธอต้องมองว่าตัวเขาเองเป็นเด็กผู้ชายประเภทนั้นแน่ๆ ถ้าไม่รีบลงมือก่อนแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ เซี่ย หงอวี่ ยอมรับ ต่อไปก็จะยิ่งเปลี่ยนแปลงได้ยากขึ้นไปอีก

เซี่ย หงอวี่ ถือเป็นสมาชิกครอบครัวคนสำคัญคนหนึ่งในชีวิตของ เซี่ยจือ หูเฟย หวังว่าการที่เขาคบกับ เซี่ยจือ จะได้รับการอวยพรจากทุกคน

แบบนั้นถึงจะสมบูรณ์แบบ ไม่ทิ้งความเสียใจไว้เบื้องหลัง

แล้ววิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้ เซี่ย หงอวี่ ยอมรับ ก็คือการเอาชนะเธอในด้านที่เธอภาคภูมิใจและหยิ่งทะนงที่สุด

หรือก็คือ… ต้องใช้ไม้แข็งเข้าสู้โดยตรง!

การเผชิญหน้ากันตรงๆ ต่างหากคือหนทางที่ดีที่สุดในการเอาชนะเธอ

ชาติก่อนตัวเองเป็นพวกเรียนไม่เก่งอย่างแท้จริง นอกจากคอมพิวเตอร์แล้ว ด้านอื่นๆ เรียกได้ว่าเป็นคนไม่รู้หนังสือเลยก็ว่าได้

ตอนนั้น เซี่ย หงอวี่ ดูถูกเขาขนาดไหน!!!

แต่ชาตินี้มันแตกต่างออกไปแล้ว หูเฟย เกิดใหม่เลือกเส้นทางสายวิชาการ ก็เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้อย่างสิ้นเชิง

‘เซี่ย หงอวี่ ชาติก่อนคุณไม่เคยชายตามองฉัน ชาตินี้ฉันจะทำให้คุณต้องแหงนมองจนคอเคล็ดเลยคอยดู!!!’

…………

ตอนเย็น เซี่ยจือ กลับถึงบ้าน

เซี่ย หงอวี่ วิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้น เตรียมจะติวให้ เซี่ยจือ อีกแล้ว ดูเหมือนว่าช่วงนี้สภาพร่างกายและจิตใจของเธอจะดีขึ้นเรื่อยๆ

เซี่ยจือ ยิ้มแหยๆ เธออยากจะบอกคุณอาเล็กจริงๆ ว่า ไม่ต้องรบกวนแล้วค่ะ ไม่ต้องรบกวนแล้ว คาวบอยงานยุ่งนะคะ(1)

สัปดาห์นี้ที่คุณอาเล็กติวให้เธอ ทำเอาเธอเข็ดไปเลยจริงๆ

เซี่ยจือ หยิบโจทย์ที่ หูเฟย ให้เธอออกมาจากกระเป๋าเป้

“คุณอาเล็กคะ นี่เป็นโจทย์สองข้อที่ หูเฟย ให้หนูมาค่ะ”

“เขาบอกว่า ถ้าคุณอาทำสองข้อนี้ได้ เขาก็จะยอมรับในตัวคุณอาค่ะ”

หืม???

เซี่ย หงอวี่ คิ้วกระตุก ดวงตารูปเมล็ดซิ่งเบิกกว้าง หูเฟย เป็นคนออกโจทย์เองเลยอย่างนั้นหรือ?

เซี่ย หงอวี่ แอบหัวเราะในใจ

เจ้าเด็กน้อย นี่แกกำลังท้าทายฉันอย่างนั้นหรือ? อะไรกัน ทนไม่ไหวแล้วงั้นสิ? เห็น เซี่ยจือ ไม่สนใจแกเข้าหน่อยก็เลยจนตรอกแล้วสินะ เตรียมจะสู้ตายแล้วใช่ไหม?

ดี! ฉันจะคอยดูสิว่าแกจะสามารถออกโจทย์อะไรมาได้?

ในหัวของ เซี่ย หงอวี่ จินตนาการภาพ หูเฟย ที่กำลังโกรธจนควันออกหูไปแล้ว ในใจก็แอบรู้สึกสะใจอยู่ไม่น้อย

คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้น ริมฝีปากแดงระเรื่อยกยิ้มเล็กน้อย เซี่ย หงอวี่ ยื่นมือขวาที่ขาวผ่องออกมา พูดอย่างหยิ่งทะนงว่า:

“ดี เอามาสิ ดูสิว่าคุณอาเล็กจะทำได้ไหม”

เซี่ยจือ มองคุณอาเล็กแวบหนึ่ง ก่อนจะยื่นสมุดให้ เซี่ย หงอวี่ อย่างประหม่าเล็กน้อย

เซี่ย หงอวี่ นั่งลงที่โต๊ะ ใบหน้ายังคงเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็……ค่อยๆ เลือนหายไป กลายเป็นความเคร่งขรึมขึ้นมาแทน

…………

สามชั่วโมงผ่านไป เซี่ยจือ ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ถึงสามชั่วโมง เธอนอนฟุบอยู่บนเตียงตลอดสามชั่วโมงนั้น พอตื่นขึ้นมาอีกที ก็พบว่าคุณอาเล็กยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ในมือกำปากกาแน่น ท่าทางดูเหมือนคนเสียสติเล็กน้อย ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าก็ดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด

“คุณอาเล็ก คุณอาเล็ก คุณ คุณอาไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”

เซี่ยจือ เพิ่งจะคิดจะลองเข้าไปแตะตัวดู ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียง เซี่ย หงอวี่ ร้องเสียงดังออกมาว่า “อ๊า……”

“ฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่า ฉันทำได้แล้ว ฉันทำได้แล้ว”

เซี่ย หงอวี่ ทำท่าราวกับคนเสียสติ รีบก้มหน้าก้มตาเขียนคำตอบลงในสมุดอย่างรวดเร็ว

เซี่ยจือ ตกใจจนต้องรีบหลบไปยืนอยู่ข้างๆ

ผ่านไปยี่สิบนาที

“เขียนเสร็จแล้ว ฉันเขียนเสร็จแล้ว”

เซี่ย หงอวี่ ในที่สุดก็เขียนคำตอบเสร็จสิ้น ในตอนนี้สภาพของเธอกลับดูเหมือนคนบ้าไม่มีผิด ทั้งผมเผ้ายุ่งเหยิง ขอบตาก็ดำคล้ำ

เซี่ยจือ ในตอนนี้จู่ๆ ก็พลันค้นพบสัจธรรมข้อหนึ่งว่า ที่แท้แล้วคณิตศาสตร์นี่แหละคือวิธีที่ดีที่สุดที่จะสามารถทำให้คนดีๆ กลายเป็นบ้าไปได้ แม้แต่คุณอาเล็กผู้ซึ่งปกติสุขุมเยือกเย็นถึงเพียงนั้น ก็ยัง……

ถนนมีเป็นหมื่นสาย ความปลอดภัยต้องมาก่อน คณิตทำไม่ได้ ครอบครัวน้ำตาไหลสองสาย ถ้ารักชีวิต — โปรดอยู่ให้ห่างจากคณิตศาสตร์!(2)

…………

วันต่อมา เซี่ยจือ เอาโจทย์ที่ เซี่ย หงอวี่ เขียนให้ หูเฟย ดู

“โย่วโฮ่! ไม่นึกเลยว่าคุณอาเล็กของคุณจะทำได้ด้วยแฮะ ไม่แปลกใจเลยจริงๆ ที่เป็นคนเก่ง!”

ปากของ หูเฟย เอ่ยชม เซี่ย หงอวี่ ก็จริงอยู่ แต่น้ำเสียงกลับไม่ได้ฟังดูเหมือนว่าเขาคิดว่าเธอเก่งกาจอะไรมากมายนัก

“จริงสิ คุณอาของคุณใช้เวลาไปเท่าไหร่ล่ะ?”

“สามชั่วโมง...กว่าๆ เลยหรือ?”

“จริงสิ โจทย์สองข้อนี้คุณอาฉันฝากมาให้คุณ ท่านให้คุณทำค่ะ”

“ท่านบอกว่า……” เซี่ยจือ อ้ำๆ อึ้งๆ

หูเฟย เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ท่านพูดว่าอะไรเหรอ?”

“ท่าน ท่านพูดว่า ถ้าคุณทำไม่ได้ ต่อไป ต่อไปก็ไม่ต้องมาติวคณิตศาสตร์ให้ฉันอีกแล้วค่ะ”

เซี่ยจือ มอง หูเฟย อย่างเป็นกังวล เธอลองดูโจทย์ที่คุณอาเล็กออกให้แล้ว มันยากมาก ยากมากจริงๆ สำหรับเธอนั้นอย่างไรเสียก็ดูไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย

หูเฟย หูเฟย เขาจะทำได้ไหมนะ? เซี่ยจือ กังวลในใจ

รู้อย่างนี้แล้ว ไม่น่าไปเป็นคนกลางส่งโจทย์ให้พวกเขาสองคนเลยจริงๆ ถ้าเกิดพวกเขาเอาจริงเอาจังขึ้นมา คนที่ต้องมานั่งเจ็บปวดใจที่สุดก็คือเธอเองนั่นแหละ เธอไม่อยากจะเสียใครคนใดคนหนึ่งไปเลยจริงๆนะ

หูเฟย กลับรู้สึกสนใจขึ้นมา

“อ้อ~”

“โต้กลับเหรอ?”

“ไม่มีปัญหา!”

หูเฟย รับโจทย์มาถือไว้ในมือ เขาเหลือบมองมันเพียงแค่สองแวบ โดยพื้นฐานแล้วก็ไม่ได้ครุ่นคิดอะไรให้มากความ จากนั้นก็หยิบปากกาขึ้นมาเขียนคำตอบทันที

ไม่ถึงสามนาที

“เอาล่ะ… นี่คุณเอาไป”

“อ๊ะ?”

เซี่ยจือ ค่อนข้างจะงง แค่นี้ก็เขียนเสร็จแล้วเหรอ?

หูเฟย เพิ่งจะรับไป ไม่ถึงสามนาทีก็เขียนออกมาได้แล้ว

เซี่ยจือ ได้แต่ยกมือขึ้นลูบศีรษะของตนเองเบาๆ แล้วก็สลับมองไปยังศีรษะของ หูเฟย นี่...นี่มันคือความแตกต่างระหว่างอัจฉริยะกับคนธรรมดาสินะ?

…………

ตอนกลางคืน เซี่ยจือ เอาโจทย์ที่ หูเฟย ทำไปให้ เซี่ย หงอวี่

เซี่ย หงอวี่ รับสมุดมาแล้วก็เริ่มพิจารณาดู ยิ่งเธอจ้องมองนานเท่าไหร่ สีหน้าก็ยิ่งเคร่งขรึมมากขึ้นเท่านั้น

เขาทำได้แล้วจริงๆ แถมยังทำได้อย่างกระชับและชัดเจนมากอีกด้วย

“นี่ นี่เขาทำเองจริงๆ เหรอ?” เซี่ย หงอวี่ ถามอย่างไม่เชื่อ

“ค่ะ ทำต่อหน้าหนูเลยค่ะ”

“งั้น งั้นเขาใช้เวลานานแค่ไหน?”

“น่าจะประมาณสามนาที หรืออาจจะไม่ถึงด้วยซ้ำมั้งคะ?”

“แกร๊ก……” ดินสอ 2B สมัยนี้นี่มันช่างคุณภาพไม่ดีเอาเสียเลยจริงๆ! เซี่ย หงอวี่ บีบมันเพียงแค่ครั้งเดียวก็หักคามือเสียแล้ว

ไม่ถึงสามนาที!!!

โจทย์สองข้อนี้เธออุตส่าห์ไปค้นหามาจากคลังข้อสอบแข่งขันระดับประเทศเชียวนะ ตัวเธอเองยังต้องใช้เวลาทำอยู่ตั้งครึ่งค่อนวันถึงจะทำออกมาได้สำเร็จ แถมข้อที่สองนั้นยังต้องแอบดูเฉลยเสียก่อนถึงจะสามารถทำได้ถูกทั้งหมด

ผลคือ หูเฟย……

เซี่ย หงอวี่ รับไม่ได้ เธอยอมรับไม่ได้เด็ดขาด!!!

“จริงสิคะ คุณอาเล็ก นี่เป็นโจทย์สองข้อที่ หูเฟย ออกให้คุณอาในวันนี้ค่ะ” เซี่ยจือ หยิบสมุดออกมาอีกเล่ม

“ยังมีอีกเหรอ?”

“ดี ฉันจะตัดสินแพ้ชนะกับแกให้รู้เรื่องไปเลย”

ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของ เซี่ย หงอวี่ ไม่อนุญาตให้เธอต้องมาพ่ายแพ้แบบนี้เป็นอันขาด ตัวเธอเองจะไม่มีทางยอมพ่ายแพ้ให้กับคนผู้นั้นที่เธอไม่เคยยอมรับในความสามารถได้อย่างเด็ดขาด

รับโจทย์มา ก็เริ่มทำทันที

เมื่อก่อนนั้น เธอทำไปก็เพียงเพื่อที่จะให้ เซี่ยจือ หลุดพ้นจากเงื้อมมือของ หูเฟย และเพื่อทำลายแผนการอันแยบยลของเขาที่จะใช้ในการเข้าใกล้ เซี่ยจือ

แต่มาในตอนนี้นั้น เธอทำไปก็เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของความเป็นหัวกะทิหญิงของตนเองเสียยิ่งกว่า

นี่คือศึกแห่งศักดิ์ศรี

…………

ในขณะที่ เซี่ย หงอวี่ ยังคงงัดข้ออยู่กับโจทย์ที่ หูเฟย ออกให้ เซี่ยจือ กลับล็อกอินเข้า QQ แล้ว

[สโนวี่เมาน์เทนฟลายอิ้งฟ็อกซ์: คุณว่อเต๋อ·เกอโหรว·ฝูหร่วนจือ สวัสดีตอนเย็นครับ!]

[ฉันไม่ใช่เซี่ยจือนะ: คุณเล่ออ้าวกง ฉันไม่ดีเลยค่ะ]

[สโนวี่เมาน์เทนฟลายอิ้งฟ็อกซ์: ไม่ดีตรงไหนเหรอครับ?]

[ฉันไม่ใช่เซี่ยจือนะ: ฉันมีเพื่อนร่วมชั้นใจร้ายคนหนึ่ง ออกโจทย์สองข้อยากๆ มาให้คุณอาเล็กฉันทำ คุณว่า เขาใจร้ายมากเลยใช่ไหมคะ?]

“……”

‘โดนหลอกเข้าให้แล้วไงล่ะ!!!’ หูเฟย รู้สึกว่าการสนทนาในรูปแบบนี้มันช่างทำให้เขาเสียเปรียบอยู่มากจริงๆ

เซี่ยจือ อาศัยความได้เปรียบที่ตนเองยังไม่ได้เปิดเผยตัวตน ก็เลยถือโอกาสมาต่อว่าเขาอยู่ฝ่ายเดียวเช่นนี้

ตัวเขาเองก็ไม่สามารถพูดอะไรโต้ตอบออกไปได้ ราวกับเป็นตัวละครกาเรน (盖伦, Garen) ในเกม LOL ที่มักจะชอบออกไอเทมเจาะเกราะมาโดยตลอด: เงียบแต่ทำร้ายจิตใจสุดๆ

…………

(1)[คาวบอยงานยุ่งนะคะ (牛仔很忙) – The Cowboy is Very Busy - ชื่อเพลงของ Jay Chou (周杰伦) ใช้เพื่อแซว ประชด ตัวเอง หรือคนอื่นว่า ‘ยุ่งมาก เหมือนคาวบอยในหนังตะวันตกที่ต้องจัดการหลายเรื่อง’]

(2)[คือบทกลอนสี่วรรค ซึ่งเป็นคำขวัญรณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนนของจีน แต่ถูกดัดแปลงให้เข้ากับสถานการณ์:

道路千万条,安全第一条。

数学不会做,亲人两行泪。

珍爱生命,请远离数学!

ถนนมีเป็นหมื่นสาย ความปลอดภัยต้องมาก่อน

คณิตทำไม่ได้ ครอบครัวน้ำตาไหลสองสาย

ถ้ารักชีวิต โปรดอยู่ให้ห่างจากคณิตศาสตร์! – มุกล้อคณิตศาสตร์ ที่พูดประชดว่า เรียนคณิตฯ ยากและน่ากลัวซะยิ่งกว่าอุบัติเหตุ]

ตอนก่อน

จบบทที่ ศึกเงียบระหว่างอัจฉริยะ

ตอนถัดไป