บทที่ 12 : ความรอบคอบนำมาซึ่งความเด็ดขาด
การระมัดระวังตัวไม่ได้หมายความว่าจะไม่เด็ดขาด ตรงกันข้ามเป็นเพราะความระมัดระวังต่างหากที่ทำให้หลู่ผิงซี ลงมืออย่างเด็ดขาด โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง และพยายามสังหารนกอินทรียักษ์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลู่ผิงซี กระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้า และพุ่งเข้าปะทะกับนกอินทรียักษ์ เขาแทงดาบเข้าไปที่ท้องของนกอินทรียักษ์ทันที
จากนั้นหลู่ผิงซี ก็รีบกดปุ่มที่ด้ามดาบ พิษร้ายแรงที่บรรจุไว้ก็ถูกฉีดเข้าไปในร่างของนกอินทรียักษ์ทันที
ทำให้สีหน้าของนกอินทรียักษ์ เปลี่ยนไปอย่างมาก "พิษงั้นรึ?"
"จิ๊บ!" มันส่งเสียงร้องแหลม จากนั้นก็กางปีกเพื่อเพิ่มความสูง
ระดับของมันถูกกดเอาไว้ และมนุษย์ตรงหน้าของมันเห็นได้ชัดว่าไม่ได้รับผลกระทบจากกฎของหอคอยเซียน เห็นได้ชัดว่าระดับของเขาเกินระดับฝึกปราณขั้นที่หนึ่งไปแล้ว หรืออาจจะมีระดับสูงกว่านั้นด้วยซ้ำ แต่เขากลับยังอยู่ในชั้นที่สามได้
(นี่มันเกินไปแล้ว! ข้าสู้คนผู้นี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นข้าได้รับจะบาดเจ็บสาหัส!)
แต่จู่ๆ หลู่ผิงซี ก็คว้าจับขนของมัน และปีนขึ้นไปบนหลังของมัน ก่อนที่จะฟันลงไปที่หลังของมัน
แต่เมื่อคมดาบกระทบกับแผ่นหลังของนกอินทรียักษ์ ทำให้เกิดเสียง "ติ๊ง" ดังขึ้นมา ดูเหมือนว่าดาบศาสตราวิญญาณนี้ จะไม่ดีอย่างที่คิด
เมื่อคิดได้ดังนั้นหลู่ผิงซี ก็รีบทิ้งดาบ และยกหมัดขึ้นมา
นกอินทรียักษ์ร้องคำราม "แกเป็นใครกันแน่? แกไม่ใช่มนุษย์ใช่ไหม!"
หลู่ผิงซีตอบ "เจ้ารู้เรื่องมนุษย์มากขนาดนั้นเลยเหรอ? เคยอ่านความทรงจำของมนุษย์คนไหนมาหรือเปล่า? แล้วทำไมสัตว์อสูรถึงได้มีเคล็ดวิชามากมายขนาดนี้?"
ขณะที่พูด กำปั้นของหลู่ผิงซี ก็ถูกกระหน่ำชกลงไป หมัดของเขาเต็มไปด้วยพลังปราณ เมื่อเขาชกออกไปได้ประมาณสิบยี่สิบสามสิบหมัด!
นกอินทรียักษ์ ก็กรีดร้องออกมาอย่างน่าอนาถ จากนั้นมันก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า
ตอนนี้มันเชื่อแล้วว่าคนผู้นี้เป็นมนุษย์ และเป็นมนุษย์ที่เพิ่งเริ่มฝึกฝนอีกด้วย เพราะเขาใช้พลังปราณในลักษณะที่หยาบคายมาก
"พวกมนุษย์ มีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ? ข้าต้องรีบรายงานเรื่องนี้ต่อนายท่าน!" นกอินทรียักษ์พูดออกมา แววตาของมันเต็มไปด้วยความดุร้าย
หลู่ผิงซีถอนหายใจ "เป็นไปตามที่ผมคาดคิดเอาไว้ ดูเหมือนว่าผมจะต้องจัดการแกซะแล้ว!"
นกอินทรียักษ์เยาะเย้ย: "ต้องการที่จะฆ่าข้าเหรอ? แค่เจ้าเนี่ยนะ! ตราบใดที่ข้าปลดผนึกพลังของข้า ข้าก็สามารถฟื้นคืนความแข็งแกร่งของข้าให้กลับมาได้ ถึงแม้ว่าข้าจะถูกส่งตัวกลับไปยังชั้นเดิมของข้าภายในห้าวินาที แต่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะฆ่าเจ้า และข้ายังสามารถจับภูตบุปผาน้อยกลับไปพร้อมข้าได้อีกด้วย!"
หลู่ผิงซี ไม่ตอบเขายังคงกระหน่ำชกหมัดเข้าใส่นกอินทรียักษ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้นกอินทรียักษ์กรีดร้องออกมาอย่างน่าอนาถอีกครั้ง จากนั้นมันก็ตกลงไปในป่าทึบ
มันรู้สึกทรมานมากจนพูดไม่ออก หากมันไม่ทำงานให้เสร็จ มันอาจจะต้องถูกเจ้านายของมันลงโทษอย่างแน่นอน
"อย่าโทษข้าว่าไร้ความเมตตา!" นกอินทรียักษ์ร้องคำราม มันกำลังจะปลดผนึกความแข็งแกร่ง หากมันยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป มันอาจจะถูกทุบจนตาย
นกอินทรียักษ์ร้องคำราม มันต้องการที่จะปลดผนึก แต่จู่ๆ มันพลันค้นพบว่ามีบางอย่างผิดปกติกับ พื้นที่ที่มันตกลงไป ภูตบุปผาไม่ได้ใช้ความวุ่นวายนี้หลบหนี แต่กลับใช้เวทมนตร์บังคับปืนใหญ่ล่าสัตว์ยิงปืนออกมา
นกอินทรียักษ์เยาะเย้ย "ข้าบอกแล้วไงว่ามันไม่มีประโยชน์"
แต่ในชั่วพริบตาต่อมา ภูตบุปผาน้อยก็เหนี่ยวไก ลูกกระสุนปืนใหญ่ล่าสัตว์ถูกยิงออกไป โดนต้นไม้ใหญ่ จากนั้นตาข่ายขนาดใหญ่ก็กางออกมารอบๆ และจับนกอินทรียักษ์เอาไว้
หลู่ผิงซี กระโดดออกมาจากหลังของนกอินทรียักษ์ นานแล้ว
นกอินทรียักษ์ตกตะลึง กับดักงั้นรึ?
ฮึ่ม แค่กับดักเอง... เดี๋ยวก่อน!
ในชั่วพริบตาต่อมา มันก็เห็นค่ายกลแปลกๆ ปรากฏขึ้นใต้ร่างของมัน และมองเห็นภูตบุปผาน้อยกำลังพูดพึมพำอะไรบางอย่าง
ท้ายที่สุดแล้ว มันคือสัตวอสูรระดับห้า มันย่อมมีลูกเล่นบางอย่างซ่อนเอาไว้
ภูตบุปผาน้อยร่ายมนต์เสร็จ ก็ตะโกนขึ้นมา "รวบรวมปราณ!"
หลู่ผิงซี ดูเหมือนจะมีการเชื่อมโยงกับเธอ ทันทีที่เขาลงถึงพื้น เขาก็ตกลงมาทีบริเวณชายขอบของค่ายกล วางมือลงไปบนค่ายกล และเริ่มถ่ายเท่พลังปราณเข้าไปในค่ายกลเพื่อเปิดใช้งาน
ในขณะเดียวกันหลู่ผิงซี ก็เริ่มดูดซับพลังปราณอันอุดมสมบูรณ์ของชั้นที่สาม เพื่อฝึกฝน พายุพลังปราณปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
นกอินทรียักษ์ "!!!"
หนี!
ต้องรีบหนีให้เร็วที่สุด!
มิฉะนั้นมันจะต้องตาย จะต้องตายอย่างแน่นอน!
ด้วยพลังปราณจำนวนมากมายมหาศาลเช่นนี้ สามารถสังหารมันได้อย่างง่ายดาย!
นกอินทรียักษ์ไม่ลังเลอีกต่อไป มันปลดผนึกภายในร่างกายของมันทันที และตราสัญลักษณ์แปลกๆ ก็ปรากฏขึ้นมาที่หว่างคิ้วของมัน สัญลักษณ์เริ่มจางหายไป กระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณสามวินาที ในช่วงสามวินาทีนี้ มันต้องตั้งสมาธิกับการปลดผนึก
นี่เป็นเหตุผลที่มันยังไม่ได้ปลดผนึกก่อนหน้านี้ เพราะในช่วงสามวินาทีนี้ มันจะกลายเป็นเป้านิ่ง!
(ใครเป็นคนคิดค้นผนึกนี้? โง่จริงๆ อยากฆ่าตัวตายหรือไง!)
นกอินทรียักษ์คร่ำครวญอยู่ภายในใจ
แต่มันก็เข้าใจถ้าผนึกสามารถปลดได้ง่ายๆ มันก็คงเป็นไปไม่ได้ที่มันจะมาถึงชั้นที่สาม นี่คือหอคอยเซียน ที่มีกฎเป็นของตัวเอง!
แต่มันก็ยังสายเกินไป! ค่ายกลที่ภูตบุปผาน้อยจัดวางเอาไว้ ถูกกระตุ้น และความเร็วของการก่อตัวของค่ายกลก็เร็วมาก
นกอินทรียักษ์ รู้สึกกระวนกระวายใจมาก รีบหน่อย รีบหน่อย!
ชั่วพริบตาถัดมา ภูตบุปผาน้อยก็ร้องตะโกน: "รับไปซะ! เปิดใช้งาน ค่ายกลคันคะเยอ!"
หลู่ผิงซี "?"
นกอินทรียักษ์ "อะไรนะ?"
หลู่ผิงซี ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย "ใช้ชื่อที่น่าหงุดหงิด เพื่อทำให้คู่ต่อสู้ผ่อนคลายความระมัดระวังเหรอ? อันที่จริงแล้วมันเป็นค่ายกลที่ยอดเยี่ยมใช่ไหม?"
นกอินทรียักษ์ พลันระมัดระวังตัวมากขึ้น ใช้ชื่อที่น่าหงุดหงิดอย่าง "ค่ายกลคันคะเยอ" เพื่อทำให้ข้าประมาทงั้นรึ? ค่ายกลนี้ยังไม่ถูกกระตุ้นใช่ไหม?
แต่ในชั่วพริบตาต่อมา มันก็รู้สึกคันยุบยิบจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ แพร่กระจายไปทั่วทั้งร่างกายของมัน ชั่วพริบตาต่อมาร่างของนกอินทรียักษ์ก็กระตุก และการปลดผนึกของมันก็ล้มเหลว มันล้มลงไปนอนบนพื้นทันที และหัวเราะออกมาเสียงดัง
"คัน! คันมาก!"
หลู่ผิงซี "???"
เขาจ้องมองภูตบุปผาน้อย ที่กำลังยืนอยู่อย่างภาคภูมิใจ "ไอ้บ้า?"
ภูตบุปผาน้อยรู้สึกไม่พอใจ "ไอ้บ้าอะไร? นายคิดว่าค่ายกลคืออะไร? สิ่งนี้คือสิ่งเดียวที่ข้าสามารถจัดวางได้ในเวลาเพียงไม่กี่สิบวินาที คือค่ายกลคันคะเยอนี่แหละ"
หลู่ผิงซีพูดขึ้นมาอีกครั้ง "ไอ้คนไร้สาระ"
ภูตบุปผาน้อย "..."
ภูตบุปผาน้อยแก้ต่าง "อย่าประมาท ค่ายกลคันคะเยอ นี้นะ มันสามารถเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรูได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้มันไม่สามารถทำลายผนึก หรือแม้แต่โจมตีพวกเราได้ ยิ่งไปกว่านั้น ค่ายกลนี้สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป เว้นแต่ว่าระดับของมันจะสูงกว่าข้า มันก็ไม่มีทางที่จะหลบหนีออกไปจากค่ายกลนี้ได้ "
หลู่ผิงซี มองนกอินทรียักษ์ที่นอนอยู่บนพื้น ทำกำลังนอนกระตุก และหัวเราะออกมาเสียงดัง ค่ายกลที่ภูตบุปผาน้อย วางเอาไว้ได้สลักลงไปบนร่างกายของนกอินทรียักษ์แล้ว
นกอินทรียักษ์ทนไม่ไหวอีกต่อไป มันเริ่มร้องขอความเมตตา "ข้ายอมแพ้ ปล่อยข้าไป ไม่! พิษกำลังออกฤทธิ์อีกแล้ว ช่วยด้วย ข้าผิดไปแล้ว"
นกอินทรียักษ์ น้ำลายฟูมปาก ดูเหมือนว่าพิษที่หลู่ผิงซี ฉีดเข้าไปในร่างกายของมันกำลังออกฤทธิ์แล้ว
ภูตบุปผาน้อยบินอยู่เหนือร่างของนกอินทรียักษ์ "ข้าจะให้โอกาส เจ้าสามครั้ง ในการเซ็นสัญญานาย-บ่าวกับข้า ไม่ช้าก็เร็วความแข็งแกร่งของข้าก็จะฟื้นคืนกลับมา และมนุษย์ที่อยู่ข้างข้าก็มีศักยภาพที่พิเศษมาก เจ้าจะไม่ขาดทุนอย่างแน่นอน ถ้าเจ้าติดตามพวกเรา!"
ปากของนกอินทรียักษ์แข็งมาก "ฝันไปเถอะ"
ก่อนที่มันจะพูดจบ ภูตบุปผาน้อยก็ส่ายหน้า "ไร้ประโยชน์หลู่ผิงซี ฆ่ามันเลย"
นกอินทรียักษ์ตกใจ "บ้าเอ๊ย! ไหนบอกว่าจะให้โอกาสข้าสามครั้ง!"