บทที่ 29 : การโจมตีของสัตว์อสูรบนชั้นที่ 4

ข่าวของกองกำลังพันธมิตรบนชั้นที่ 4 ถูกโจมตีโดยสัตว์อสูรจำนวนมาก โดยทั่วไปแล้วสัตว์อสูรมักจะอยู่เพียงลำพัง และไม่ค่อยบุกโจมตีพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งรวมกัน

แต่คราวนี้แตกต่างออกไป ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ลิงยักษ์สีทองกลับไปยังชั้นของมัน สัตว์อสูรบนชั้น 4 ก็รวมตัวกัน ตามคำบอกเล่าของทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ที่ส่งข่าวกลับมาผู้นำของสัตว์อสูรคือ ช้างแมมมอธยักษ์สูง 60 เมตร ถึงแม้ว่ากองกำลังเคลื่อนที่เร็ว ของกองทหารพันธมิตรจะแข็งแกร่งมาก แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดคลื่นสัตว์อสูรระดับนี้ได้

สัตว์อสูรขนาดใหญ่สูงกว่า 60 เมตร ทำให้คนที่พบเห็นรู้สึกหวาดกลัว ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงสัตว์ทั่วไป ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสัตว์อสูรที่มีระดับการบ่มเพาะ และมีสติปัญญาในระดับหนึ่ง

ดังนั้นในเวลาเพียงไม่กี่นาที กองกำลังทหารพันธมิตรบนชั้นที่ 4 ก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก กองทัพแตกพ่ายกระจัดกระจาย จากนั้นสัตว์อสูรก็เข้ายึดทางเข้าชั้นที่ 4 ทันที มีเพียงทหารไม่กี่นายที่หลบหนีออกมาได้ และจุดประสงค์ของพวกเขามีเพียงสิ่งเดียว นั้นก็คือส่งข้อมูลนี้กลับไปยังกองบัญชาการทหารพันธมิตร

ทหารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายนายกำลังได้รับการรักษาอยู่บนชั้นที่ 3 มีเพียงทหารที่บาดเจ็บน้อยที่สุดเท่านั้นที่นำข่าวลงมาส่ง และยังนำคำพูดสุดท้ายของแม่ทัพสูงสุดของกองทัพโจมตีชั้นที่ 4 มาด้วย

มีเพียงนักผจญภัยไม่กี่คนเท่านั้นที่กลับมาจากชั้น 3 ที่รู้ข่าวนี้ หลู่ผิงซีเองก็เพิ่งได้รับทราบข้อมูลหลังจากที่เขาถูกกองทัพพันธมิตร แจ้งให้ไปที่แผนกประกาศภารกิจ นี่เป็นข่าวลับที่คนทั่วไปไม่มีสิทธิ์รู้ เหตุผลที่กองทัพพันธมิตรบอกความลับนี้แก่เขา เป็นเพราะพวกเขาต้องการมอบหมายภารกิจล่าค่าหัวให้กับเหล่านักผจญภัยและหลู่ผิงซี

ผู้รับผิดชอบแผนกประกาศภารกิจพูดขึ้นมา "เราหวังว่า พวกคุณจะช่วยพวกเราค้นหาเส้นทางอื่น ที่นำไปสู่ชั้นที่ 4 เพราะยังมีเจ้าหน้าที่ ที่ยังรอดชีวิตอยู่บางส่วนบนชั้นที่ 4 พวกเขามีแนวโน้มสูงมาก ที่จะถูกสัตว์อสูรตามล่า ดังนั้นผมหวังว่าจะพบเส้นทางอื่นที่นำไปสู่ชั้นที่ 4 และช่วยเหลือพวกเขาออกมาได้"

นักผจญภัยคนหนึ่งรีบถามขึ้นมา "คุณรู้ได้อย่างไรว่ามีเส้นทางอื่นที่นำไปสู่ชั้นที่ 4? ถ้ามีแค่ทางเดียวล่ะ?" ผู้รับผิดชอบแผนกภารกิจตอบคำถาม "นี่คือข่าวที่พวกเราได้รับมาจากหัวหน้าผู้ก่อการร้าย เขาเคยติดต่อกับสัตว์อสูรระดับสูงมาก่อน สัตว์อสูรระดับสูงบอกเขาว่ายังมีเส้นทางที่นำไปสู่ชั้นที่ 4 หลายเส้นทาง ยิ่งขึ้นไปสูงมากเท่าไหร่ เส้นทางก็มีมากขึ้นเท่านั้น และนี้คือสาเหตุที่ทำให้สัตว์อสูรชั้นบนลงมาชั้นที่ต่ำกว่าได้"

นักผจญภัยรู้สึกอึดอัดใจ พวกเขากล้าที่จะเคลื่อนไหวบนชั้นที่ 3 เพราะพวกเขารู้แน่ชัดว่าสัตว์อสูรระดับสูงไม่สามารถลงมายังชั้นที่ต่ำกว่าได้ แต่ตอนนี้กองทัพกับบอกพวกเขาว่าสัตว์อสูรระดับสูงมีช่องทางที่จะลงมายังชั้นที่ต่ำกว่าได้ ดังนั้นชั้น 1, 2 และ 3 จึงไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

ผู้รับผิดชอบแผนกภารกิจ กล่าวต่อไป "ผมรู้ดีว่าทางขึ้นไปยังชั้นบนมักจะถูกเฝ้าโดยสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง เนื่องจากพลังปราณวิญญาณที่หนาแน่น แต่พวกเราไม่ได้ต้องการให้พวกคุณฆ่าสัตว์อสูรเหล่านี้ คุณเพียงแค่ต้องระบุตำแหน่งให้พวกเราทราบ กองทัพพันธมิตรจะโจมตีสัตว์อสูรเหล่านี้เอง และเราจะมอบรางวัลให้แก่ผู้ที่มอบข้อมูลให้อีกด้วย เหรียญเหล็กวิญญาณ สิบเหรียญและ ชุดเกราะเคลื่อนที่หนึ่งชุด!"

เมื่อผู้รับผิดชอบแผนกภารกิจพูดจบ นักผจญภัยคนอื่นๆ ก็ถูกยั่วยวนทันที นั่นคือ ชุดเกราะเคลื่อนที่ อาวุธสำหรับจัดการกับสัตว์อสูร การมีสิ่งนั้นในครอบครองเท่ากับ เป็นการเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของพวกเขา!

หลู่ผิงซี ขมวดคิ้ว เขาเองก็รู้ถึงความสำคัญของเรื่องนี้เช่นกัน แต่เขาไม่รู้ว่าเส้นทางเข้าสู่ชั้นที่ 4 เส้นทางอื่นอยู่ที่ไหน ข้อมูลนี้อยู่ในมือของ ภูตบุปผาน้อย และ ภูตบุปผาน้อย ไม่ได้บอกหลู่ผิงซี เพื่อความปลอดภัย ท้ายที่สุดแล้ว การบอกหลู่ผิงซี ทั้หมดที่เดียวจะเป็นการลดคุณค่าของเธอลง

ในเรื่องนี้ทำให้ หลู่ผิงซีชื่นชมความระมัดระวังของเธอ ดังนั้นถ้าเขาต้องการข้อมูลนี้ เขาต้องกลับไปและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ ผลึกอสูร

นี่คือความระมัดระวังของหลู่ผิงซี เพื่อป้องกันไม่ให้ ภูตบุปผาน้อย เข้าใกล้เขา โดยมีเจตนาแอบแฝงเพื่อรวบรวมข่าวของมนุษย์ เขาเองก็ระมัดระวัง ภูตบุปผาน้อย มาโดยตลอด เขาแทบไม่เคยแลกเปลี่ยนข่าวกับเธอเลย และพยายามอยู่ห่างจากค่ายพักของมนุษย์ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

นี่คือเหตุผลที่ ภูตบุปผาน้อย กลายเป็นผู้ช่วยของเขา เพราะมีเพียงการเป็นผู้ช่วยของเขาเท่านั้นเธอถึงจะขึ้นไปยังชั้นที่สูงกว่าได้ ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นเหมือน การจ้างงาน ไม่ใช่หุ้นส่วน ในอนาคต ทั้งสองฝ่ายจะต้องแลกเปลี่ยนกันอย่างเท่าเทียม และถ้าหากพวกเขามีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การแยกทางกันหรือกลายเป็นศัตรูกันก็เป็นเรื่องปกติ

หลังจากได้รับแจ้งจากแผนกประกาศภารกิจแล้ว นักผจญภัยระดับสามหลายคนก็ยอมรับภารกิจล่าค่าหัวนี้ นักผจญภัยส่วนใหญ่คิดว่านี่เป็นเพียงภารกิจสำรวจ และอันตรายไม่มาก ดังนั้นบางทีพวกเขาอาจจะลองดู

แน่นอนว่าหลู่ผิงซี ก็ยอมรับภารกิจเช่นกัน หลังจากรับภารกิจแล้ว เขาก็พา ซูอวี้ ไปยังชั้นสามทันที

ระหว่างทางเขาและ ซูอวี้ ยังคงดึงดูดความสนใจของทุกคนหลู่ผิงซี แบกกระเป๋าระดับ 10 ขนาดใหญ่ และมีดโซ่สังหารสามเล่ม มีดโซ่สังหารเหล่านี้ไม่ใช่อาวุธที่คนทั่วไปสามารถใช้ได้

ซูอวี้ เองก็ดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมากเช่นกัน เธอเดินตามหลังหลู่ผิงซี พร้อมกระสะพายเป๋าระดับ 5 ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ดูเกินจริงเท่าหลู่ผิงซี แต่การที่หญิงสาวที่ดูอ่อนแอเช่นนี้สามารถแบกกระเป๋าเป้ขนาดใหญ่เช่นนั้น ก็ไม่เหมาะสม

ซูอวี้ เดินตามหลังและถามหลู่ผิงซี "มีคนเข้ามาในหอคอยเซียนเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?"

เธอเคยไปภูเขาลึก ป่ารกทึบ ถ้ำ และเหวลึกกับหลู่ผิงซีมาก่อน แต่สถานที่แห่งนั้นมีคนน้อยมาก โดยพื้นฐานแล้วมันมีแต่สัตว์ป่าดุร้ายเท่านั้น แต่ครั้งนี้สถานการณ์มันแตกต่างออกไป ดูเหมือนว่าเธอกำลังเดินอยู่ในฝูงชน ซึ่งทำให้เธอค่อนข้างอึดอัด

หลู่ผิงซีตอบคำถามของเธอ "ไม่ใช่แบบนั้นหรอก เหตุผลหลักคือพวกเราอยู่ในเมืองนอกหอคอยเซียน เมื่อพวกเราเข้าไปข้างในหอคอยเซียนแล้ว และขึ้นไปยังชั้นที่ 3 และมุ่งหน้าเข้าไปในป่า เราก็แทบจะไม่พบเจอใครเลย หอคอยเซียนแห่งนี้เป็นอาวุธวิญญาณที่พิเศษมาก ในแต่ละชั้นมีพื้นที่อิสระ และตั้งแต่ชั้นที่ 3 เป็นต้นไปมีแม้กระทั่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ผมยังเคยสงสัยเลยว่ากองกำลังพันธมิตร จะสร้างจรวดเพื่อบินไปยังดวงจันทร์ของชั้นที่ 3 เพื่อสำรวจหรือไม่"

ซูอวี้ ประหลาดใจมากขึ้นกว่าเดิม "หอคอยเซียนนี่มันวิเศษมากเลยเหรอ? ข้อมูลภายนอกน้อยเกินไป มันเป็นไปไม่ได้ที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในโดยไม่ได้เข้ามาสัมผัสด้วยตัวเอง"

หลู่ผิงซี กล่าวขณะเดินนำทาง "จริงๆ แล้ว ผมเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากผู้ช่วยอีกคน ถ้าเธอมีอะไรที่ไม่เข้าใจ เธอก็สามารถถามผู้ช่วยคนนั้นได้ "

ซูอวี้ "..."

(คุณเจอผู้ช่วยอีกคนแล้วจริงๆ ก่อนที่จะเจอฉันเหรอเนี่ย?)

ซูอวี้ หยุดชะงักแล้วก็คาดเดาเกี่ยวกับผู้ช่วยอีกคน เธอจึงถามขึ้นมา "ความสามารถของผู้ช่วยคนนี้เป็นยังไงบ้าง?"

หลู่ผิงซี ครุ่นคิดอยู่สักครู่หนึ่ง "จะว่ายังไงดีล่ะ เธอมีความรู้มาก และรู้จักหอคอยเซียนเป็นอย่างดี แต่ผมรู้สึกว่าเธอมักจะหย่อนยานเกินไป ไม่ระมัดระวังตัว ตรงไปตรงมาเกินไป และไม่มีอำนาจ"

ซูอวี้ "..."

(ในสายตาของคุณ ฉันเกรงว่าคนทั้งโลกจะไม่ระมัดระวังตัว)

"อ้อ" หลู่ผิงซี พูดต่อ "เธอมีสัตว์เลี้ยงด้วยนะ ตอนนี้บทบาทของสัตว์เลี้ยงคือขนส่งสินค้าเท่านั้น จะไม่ใช้ในการต่อสู้ ท้ายที่สุดแล้ว ผมไม่ค่อยไว้ใจสัตว์เลี้ยงตัวนี้เท่าไหร่"

ซูอวี้ "???"

(ต้องระวังแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงด้วยเหรอ?)

จนถึงตอนนี้ ซูอวี้ ก็ยังไม่รู้ว่าผู้ช่วยที่หลู่ผิงซี กำลังพูดถึงนั้นไม่ใช่คน

ไม่นาน พวกเขาก็มาถึงชั้นที่ 3 และผู้ช่วยของเขาทั้งสองคนก็กำลังจะได้พบหน้ากัน

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 29 : การโจมตีของสัตว์อสูรบนชั้นที่ 4

ตอนถัดไป