บทที่ 1 ตัวร้ายเกิดใหม่

บทที่ 1 ตัวร้ายเกิดใหม่

“ฉัน...เกิดใหม่แล้ว?”

ภายในห้องเช่าอันคับแคบ ฉือโย่วนอนอยู่บนเตียงแข็งๆ มองไปรอบๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ

กำแพงสีเทาซีด เฟอร์นิเจอร์คุณภาพต่ำ โคมไฟเพดานที่แตกเป็นรอยร้าวตรงกลาง และตู้เสื้อผ้าที่ด้านบนมีเครื่องปรับอากาศรุ่นเก่า ตัวเครื่องสีเหลืองตุ่น ส่งเสียงครางหึ่งๆ แต่ก็ยังคงทำงานอย่างแข็งขัน

ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งคุ้นเคยและแปลกตา

ครั้งหนึ่ง เขาอยากจะหลีกหนีจากทั้งหมดนี้ตลอดเวลา

แต่ในเวลานี้ มันกลับทำให้เขาตื่นเต้นจนมือสั่น เบ้าตาแสบร้อนจนอยากจะร้องไห้

ชีวิตที่น่าเศร้าและน่าสมเพช!

ฉือโย่วนึกถึงชีวิตของตัวเอง ก็ได้แต่ประเมินออกมาเช่นนี้

หากหยุดเวลาไว้ก่อนที่เขาอายุหกขวบ เขาก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นผู้ชนะในชีวิต

พ่อแม่ที่รักเขา น้องสาวที่น่ารักและอายุน้อยกว่าเขาหนึ่งปี ฐานะทางบ้านที่ค่อนข้างดี

ในเวลานั้น ฉือโย่วนึกไม่ถึงเลยว่า ชีวิตที่สวยงามของเขากำลังมาถึงขอบหน้าผา

ก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวเดียวก็คือหุบเหวลึก!

ฤดูหนาวตอนอายุหกขวบ พ่อทำธุรกิจล้มเหลว เป็นหนี้ก้อนโต นับแต่นั้นมา ฐานะทางบ้านก็ตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว

โชคดีที่พ่อแม่อายุไม่มาก ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์

ทั้งครอบครัวประหยัดอดออม แต่ในขณะที่กำลังจะชำระหนี้ได้ทั้งหมด พ่อที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำมาตลอดก็เสียชีวิตด้วยโรคเลือดออกในสมองเฉียบพลัน แม่ที่ได้รับข่าว ท่านขับรถในคืนฝนตก ประสบอุบัติเหตุชนกับรถบรรทุก เสียชีวิตคาที่

ภายในวันเดียว ฉือโย่วสูญเสียญาติสนิทไปสองคน เหลือน้องสาวเพียงคนเดียวที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน

อย่างไรก็ตาม โชคชะตายังไม่ปล่อยเขาไป

ปีที่ฉือโย่วอยู่มัธยมปลายปีหนึ่ง น้องสาวป่วยหนัก

ในตอนนั้น ฉือโย่วที่ผลการเรียนถือว่าไม่เลว ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน หาวิธีหาเงินทุกวิถีทาง แต่ถึงกระนั้น อาการของน้องสาวที่ทรุดลงอย่างรวดเร็วก็ไม่ได้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

ในที่สุด หลังจากที่ฉือโย่วลาออกจากโรงเรียนได้สามปี น้องสาวที่ไม่อยากเป็นภาระของเขาอีกต่อไป เธอก็เลือกที่จะจบชีวิตตัวเอง

นับแต่นั้นมา ฉือโย่วก็กลายเป็นคนซึมเศร้า ใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอย

จนกระทั่งวันเกิดครบรอบ 24 ปีของเขา ภัยพิบัติที่แผ่ขยายไปทั่วโลกได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา

ในเวลาเที่ยงของวันนั้น วันสิ้นโลกมาเยือนโดยไม่มีลางบอกเหตุ

อาวุธร้อนทุกชนิดไร้พิษสง

อุปกรณ์สื่อสารทั้งหมดใช้งานไม่ได้

มนุษย์มากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ติดเชื้อกลายเป็นซอมบี้ที่รู้จักแต่การฆ่าฟัน

ผู้คนที่รอดชีวิตได้รับระบบที่เรียกว่า "เกมโลกาวินาศ"

สภาพร่างกายของผู้คนถูกทำให้เป็นตัวเลข การฆ่าซอมบี้จะได้รับประสบการณ์ พวกเขาสามารถเพิ่มเลเวลได้เหมือนในเกม

โครงสร้างทางสังคมล่มสลาย กฎหมายหมดความหมาย ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกลายเป็นความอ่อนไหวและตึงเครียด กฎของผู้แข็งแกร่งกว่าเป็นผู้กำหนด และถูกยกย่องให้เป็นความจริงโดยทุกคน

ผู้คนกลายเป็น "หนอนพิษกู่" พวกเขาฆ่าฟัน ปล้นสะดม วิวัฒนาการ จนกระทั่งกลายเป็นราชาแห่งหนอนพิษกู่ในท้ายที่สุด

ฉือโย่วอยู่ตัวคนเดียว ดิ้นรนในวันสิ้นโลกอันโหดร้าย

เขาอยู่ในโลกนี้ราวกับปลาได้น้ำ โอกาสต่างๆ ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด สร้างฐานที่มั่น ก่อตั้งระเบียบใหม่ขึ้นมาอีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติ

ฉันอาจจะเป็นพระเอกในโลกนี้สินะ?

ฉือโย่วนึกคิดเช่นนี้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

ครอบครัวที่น่าสงสาร ชีวิตที่น่าเศร้า และประสบภัยพิบัติ จากนั้นเริ่มกอบกู้ความมั่นใจ เติบโตขึ้นมาทีละขั้น

ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน เขาก็ตรงกับองค์ประกอบเหล่านี้

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงเรื่องตลกอีกเรื่องหนึ่งของสวรรค์ หรืออาจจะเรียกว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

คนอย่างเขาที่ดูถูกผู้ที่อ่อนแอกว่า ปล้นชิงชีวิตผู้คน ทำตัวไร้มนุษยธรรม แถมยังเจ้าเล่ห์เพทุบาย จะเป็นพระเอกได้อย่างไร พระเอกที่แท้จริงนั้นมีอีกคน

เด็กหนุ่มหัวฟูที่ชื่อ หลี่โซวอวิ๋น ผู้มีจิตใจเมตตา เอาแต่โวยวายเรื่องความรักและสันติภาพตลอดทั้งวัน

ส่วนเขา เป็นเพียงแค่ตัวร้ายบนเส้นทางของพระเอกเท่านั้น

ต่อหน้าพระเอกที่แท้จริง ฉือโย่วพ่ายแพ้ไปทีละก้าว จนในที่สุดก็ตายเพราะการทรยศของลูกน้อง

แต่ทว่า… มันเป็นเรื่องแปลกที่หลังจากฉือโย่วตาย วิญญาณเขาไม่ได้สลาย แต่เขากลับติดตามกลุ่มพระเอกไป เห็นหลี่โซวอวิ๋นสร้างฐานที่มั่นที่ใหญ่ที่สุด และทำให้ทุกคนมีชีวิตที่มั่นคงด้วยตาของตัวเอง

ตัวร้ายถูกกำจัดจนหมด กลุ่มพระเอกมีความสุขสมบูรณ์ คนธรรมดามีชีวิตที่สงบสุข

นี่ไม่ใช่บทสรุปมาตรฐานของเรื่องราวหรอกหรือ?

แต่ทว่า--

ทำไม!!

ทำไมเขาต้องเป็นตัวร้ายที่ถูกพระเอกปราบ สิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากต้องกลายเป็นอาหารของคนอื่น!

ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ วิญญาณของเขาก็จะกู่ร้องคำรามออกมา

เขาไม่ยินยอม!

ถ้าหากเป็นเพราะความสามารถด้อยกว่า เขาก็ไม่มีอะไรจะพูด ยอมรับก็คือยอมรับ

แต่ไอ้เด็กนั่นมันมีดีอะไร?

ไร้เดียงสา โง่เง่า ไร้สมอง ถ้าไม่ใช่เพราะรัศมีของพระเอก มันจะรอดตายจากมือเขาได้ทุกครั้งหรือไง?

แต่...ถึงจะไม่ยอมรับ วิญญาณดวงหนึ่งจะทำอะไรได้?

ฉือโย่วทำได้เพียงแค่คำรามสาปแช่งออกมาจากลำคอ เหมือนเสือที่ไม่มีเขี้ยวเล็บ

จนกระทั่งลูกคนแรกของพระเอกเกิดมา ครอบครัวมีความสุขสมบูรณ์ ในขณะนั้น วิญญาณของฉือโย่วก็เริ่มสลายไป

เขานึกว่าในที่สุด ตัวเองก็จะได้พักผ่อนเสียที

ไม่นึกเลยว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาจะย้อนเวลามาสิบปีก่อน

ในตอนนี้ เกมโลกาวินาศยังไม่มาเยือน ฉือโย่วยังไม่ได้ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวร้าย พระเอกก็ยังเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่ง

มีสามเส้นทางวางอยู่ตรงหน้าฉือโย่ว

หนึ่ง… สู้กับพระเอกต่อไป ใช้ประโยชน์จากการย้อนเวลามา หาวิธีกำจัดพระเอก

สอง… ไม่ต่อต้านพระเอกอีกต่อไป เป็นคนธรรมดาอย่างสงบเสงี่ยม ขอเพียงแค่ความมั่นคง

สาม… เข้าร่วมกลุ่มพระเอก เป็นลูกน้องของพระเอก หวังว่าจะได้พึ่งบารมี

วิธีที่สองและสามดูเหมือนจะไม่เลว นั่นคือพระเอกเชียวนะ ต่อหน้ารัศมีของพระเอก การย้อนเวลามามันจะมีความหมายอะไร?

งั้นเข้าร่วมกลุ่มพระเอกก็แล้วกัน

ในใจของฉือโย่วมีคนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง พูดพร่ำถึงข้อดีของการเข้าร่วมกลุ่มพระเอก

ยิ่งคนตัวเล็กๆ พูดเร็วเท่าไหร่ กำปั้นของฉือโย่วก็ยิ่งกำแน่นขึ้นเท่านั้น

“ไร้สาระ!”

ฉือโย่วทุบกำปั้นลงบนเตียง เขาขบกรามแน่น หน้าผากมีเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงมีแต่ความเกลียดชังที่รุนแรงจนแทบจะกลายเป็นรูปธรรม

ถ้าไม่สามารถฆ่าไอ้พระเอกบ้านั่นได้ การเกิดใหม่ของเขามันจะมีความหมายอะไรวะ!

โชคชะตาของเขาน่าเศร้าเช่นนี้ ทำไมเขาต้องยอมรับทั้งหมดนี้ ทำไมเขาต้องยอมจำนน!

ในฐานะศัตรู เขายอมรับความแข็งแกร่งของพระเอก หรือแม้แต่คำว่าแข็งแกร่งนี้ มันก็ไม่สามารถอธิบายได้ เพราะโชคชะตาที่พลิกฟ้าพลิกแผ่นดินแบบนั้น มันเกินขอบเขตของความแข็งแกร่งไปนานแล้ว

วิธีธรรมดาๆ ย่อมไม่สามารถฆ่าพระเอกได้

ฉือโย่วแน่ใจในเรื่องนี้มาก ในช่วงหลายปีที่เป็นวิญญาณ เขาเห็นคนมากมายที่ตายในมือพระเอกเพราะโชคดี

แต่… มันต้องมีวิธีแน่ๆ

ต้องมีวิธีฆ่ามันได้แน่นอน!

“ตื๊ดดดดด...”

ทันใดนั้น เสียงสั่นที่ดังมาจากใต้หมอน ก็ดึงฉือโย่วกลับสู่ความเป็นจริง

เขาเปิดหมอนออก ใต้หมอนคือโทรศัพท์ที่ตั้งสั่นแบบเงียบ มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา ระบบระบุว่าเป็นเบอร์ส่งอาหาร

ฉือโย่วกดรับสาย เสียงที่หน้าประตูและในโทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมกัน

“ส่งอาหารครับ มีคนอยู่บ้านไหมครับ ผมเคาะประตูตั้งนานแล้ว ไม่มีคนตอบรับ”

ฉันสั่งอาหารด้วยเหรอ?

ฉือโย่วรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ ชีวิตก่อนโลกาวินาศมันนานมากแล้ว เขาจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไม่ได้

“วางไว้หน้าประตูเถอะ”

“ได้ครับ รบกวนกดรีวิวให้ด้วยนะครับ”

ฉือโย่วเปิดแอปส่งอาหาร ดูเข้าไปข้างใน ปรากฏว่าเขาสั่งอาหารจริงๆ ด้วย

เค้กวันเกิดก้อนหนึ่ง!

ฉือโย่วชะงัก เขาไม่เคยกินอะไรแบบนี้เลย หรือว่า?

ฉือโย่วมองวันที่ และแน่นอน วันนี้เป็นวันเกิดของเขา และเป็นวันเดียวกับที่เกมโลกาวินาศมาเยือน

เวลา 9 โมงเช้า เขาต้องไปทำงานตอนบ่ายและเย็น ฉลองวันเกิดได้แค่ตอนเช้าเท่านั้น

เดิมทีคิดว่าจะใช้ประโยชน์จากการเกิดใหม่ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนวันสิ้นโลกมาเยือน เช่น กู้เงินซื้อเสบียงและอาวุธเย็นต่างๆ ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะคิดมากเกินไป

ฉือโย่วพลิกตัวลงจากเตียง เพิ่งจะยกขาขึ้นก็เกือบล้มลง

“เพราะไม่ได้ใช้ร่างกายมานานเกินไปหรือไง?”

ฉือโย่วพยุงโต๊ะลุกขึ้นยืน ใช้ชีวิตเป็นวิญญาณล่องลอยมานาน พอมาใช้ร่างกายจริงๆ ก็รู้สึกไม่ค่อยชิน

ฉือโย่วเดินกะโผลกกะเผลกไปที่ประตู เปิดประตูนำเค้กเข้ามา

เขาวางเค้กไว้บนสิ่งที่พอจะเรียกว่าโต๊ะได้ในห้อง ค่อยๆ แกะห่อราคาถูกออก

กลิ่นหอมหวานของครีมคุณภาพต่ำพุ่งเข้าจมูกทันที กลิ่นที่คนรวยจะรู้สึกขยะแขยงนี้ ในวันสิ้นโลกที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่ากลับเป็นความหรูหราที่หาซื้อไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยเงินเท่าไหร่ก็ตาม!

ในกล่องเค้กมีจานและส้อมพลาสติกแถมมาให้ด้วย พร้อมกับหมวกวันเกิดที่ทำจากกระดาษแข็ง ขนาดไม่พอดีอย่างเห็นได้ชัด

ฉือโย่วสวมหมวกอย่างมีพิธีรีตอง ปักเทียนลงไป ใช้ไฟแช็คจุดเทียน ประกบมือ หลับตาลงช้าๆ

“สุขสันต์วันเกิด”

**************************************

เรื่องนี้แปลจบแล้วนะครับ สนใจอ่านจนจบ 312 ตอน ทักหาเฟส นิยายคนไร้นาม ได้เลยนะครับ ค่าเข้ากลุ่มอ่านเพียง 200 บาท ได้อ่านจนจบ ไม่ต้องรอ

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 1 ตัวร้ายเกิดใหม่

ตอนถัดไป