วาระสุดท้ายของเมืองสโนเออร์
ตอนที่ 34 วาระสุดท้ายของเมืองสโนเออร์
เมื่อรู้ว่าเมืองทั้งเมืองจะถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง ซูโหยวก็พร้อมจะเก็บเกี่ยวทุกสิ่งที่เจอ เพราะไม่ว่ายังไง หากเธอไม่เอาไป พวกมันก็จะกลายเป็นซากอยู่ดี
หวังว่าจะได้เจอหลายๆ ที่มีประโยชน์ติดไม้ติดมือกลับไป
เธอมาที่วิลล่าของหลี่เซียนเนี่ยนอีกครั้ง โดยหวังว่าจะเริ่มต้นจากที่นี่ก่อนแล้วค่อยไปค้นหาที่อื่นๆ ต่อ
ดูเหมือนว่าหลังจากที่พวกเขาจากไป วิลล่าก็ถูกฝูงซอมบี้มาเยี่ยมเยือน และพากันแยกย้ายจากไปแล้ว
ร่างของบาร์สัน และลูกน้องของเขาที่ถูกระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก็ถูกซอมบี้กินไปจนหมด
นอกจากเสื้อผ้าแล้ว แทบจะแยกไม่ออกเลยว่าใครเป็นใคร แทบไม่มีเนื้อหนังเหลืออยู่เลยด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดโอกาสที่จะได้กลายเป็นซอมบี้
หลังจากยืนยันได้ว่าอีกฝ่ายตายไปแล้วจริงๆ ซูโหยวก็รู้สึกโล่งใจในที่สุด
เธอถอนหายใจเบาๆ คิดว่าเมื่อทำผิดก็สมควรต้องได้รับโทษ
ซูโหยวเดินค้นหาสิ่งของต่างๆ ในวิลล่า เธอไปที่ห้องครัวเป็นที่แรก แล้วค้นตู้เย็นสองประตูขนาดใหญ่ทั้งสองตู้ หยิบเอาผัก และผลไม้สดทั้งหมดออกมา
ชั้นวางหนังสือ และตู้เซฟในห้องทำงานก็ไม่เหลือ เช่นเดียวกับห้องเก็บไวน์
หลี่เซียนเนี่ยนมีของดีๆ มากมายเก็บไว้ที่บ้าน ดังนั้นเธอกางแขนรับสิ่งเหล่านั้นด้วยรอยยิ้ม แม้ว่ามันจะเหมือนรางวัลสำหรับความพยายามของตัวเธอเองก็ตามที
ซูโหยวยังพบซอมบี้สองตัวเดินเตร่อยู่ในเงามืดของทางเดิน ตัวหนึ่งเป็นผู้ชาย อีกตัวเป็นผู้หญิง
ตอนแรกตอนที่เธอไม่เข้าไปใกล้ มันก็ไม่ส่งเสียงใดๆ จนกระทั่งเธอเข้าไปใกล้ มันจึงส่งเสียงร้องและพุ่งเข้ามาหาเธอพร้อมกับเสียงคำราม
โชคดีที่ซูโหยวเตรียมพร้อมรับมือ และปืนลูกซองก็ยิงออกไป และเจาะผ่านซอมบี้ทั้งสองตัวทันที
พวกเขาล้มลงไปกับพื้นพร้อมกับเสียงดังปัง
ซูโหยวมองด้วยรอยยิ้ม และพอใจกับความแม่นยำ
ชาติก่อนเธอใช้แต่ปืนพก และเพิ่งหัดใช้ปืนลูกซองได้เพียงสองวัน ความแม่นยำของเธอจึงยังไม่ค่อยดีนัก น่าจะต้องฝึกอีกสักหน่อย
อย่างไรก็ตาม แม้จะต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้ที่พุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว เธอก็จะไม่เสียเปรียบด้วยความช่วยเหลือจากอาวุธที่แข็งแกร่ง
ด้วยความคิดนั้น ซูโหยวจึงเก็บกวาดวิลล่าหลังอื่นๆ ในบริเวณโดยรอบ
หากไม่นับเรื่องที่ต้องพยายามฝูงซอมบี้ ที่แห่งนี้ก็ไม่ต่างจากขุมสมบัติจริงๆ
เห็นได้ว่าเกือบทุกคนในชุมชนบนเกาะเล็กๆ แห่งนี้กลายเป็นซอมบี้ไปจนเกือบหมดแล้ว
ระหว่างทาง ซูโหยวไม่พบร่องรอยของผู้รอดชีวิตเลย
แม้แต่ในอาคาร สิ่งที่เธอต้องเผชิญก็มีแต่ซอมบี้ที่ไร้ความนึกคิดเท่านั้น
บางทีอาจมีคนบางคนที่ยังมีชีวิตอยู่ในห้องใต้ดิน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เธอจะต้องไปให้ความสนใจ
ก่อนจากไป ซูโหยวได้หยิบลำโพงออกมา และวางไว้ในที่ๆ ไม่อาจเข้าถึง ลำโพงนั้นส่งเสียงประกาศซ้ำๆ ว่า
“ประกาศอย่างเป็นทางการ หลังเที่ยงคืนวันพรุ่งนี้ เมืองสโนเออร์จะถูกทำลายด้วยระเบิดนิวเคลียร์ ขอให้ประชาชนรีบอพยพทันที มิฉะนั้นก็ควรหาที่หลบภัย เตรียมอาหารและน้ำสะอาด และหาที่กำบังให้พร้อม”
เธอไม่ได้กังวลว่าจะมีใครจดจำเธอได้ เพราะเธอสวมหมวกกันน็อค เสื้อโค้ท และอาวุธครบมือพร้อมสรรพ จึงแทบแยกไม่ออกว่าเธอเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง
จึงแทบไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เธอเป็นคนมาจากชนชาติไหน
สำหรับที่พัก ซูโหยวเลือกโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านใจกลางเมือง
นี่คือ สถานที่ๆ เธอเลือกพักหลังจากมองจากเฮลิคอปเตอร์ เมื่อลองเปรียบเทียบดูแล้ว ก็พบว่ามันเหมาะสมมากที่สุด
เมื่ออยู่ในห้อง สามารถได้ยินเสียงซอมบี้เดินเพ่นพ่านผ่านประตู ดังนั้น ซูโหยวจึงไม่ได้คิดจะออกไปทางนั้น
เธอเปิดหน้าต่างแล้วมองลงไปข้างล่าง
ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน แสงแดดยังร้อนแรง ซอมบี้ดูเหมือนจะไม่ชอบแดด ชอบอยู่แต่ในร่มมากกว่า จึงแทบจะไม่มีร่องรอยของของพวกมันบนท้องถนนเลย
ห้องพักของเธออยู่ที่ชั้น 11 ซึ่งไม่ถือว่าสูงมากนัก
เมื่อสมรรถภาพทางกายของเธอแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก เธอก็สามารถโรยตัวจากที่สูงได้อย่างไม่ยากลำบากมากนัก
ซูโหยวหยิบเชือกนิรภัยสำหรับปีนผาจากโซนโกดัง หาจุดยึดที่ปลอดภัยภายในห้อง แล้วค่อยหย่อนเชือกลงไป
ระหว่างการโรยตัว เธอหลีกเลี่ยงตำแหน่งที่มีหน้าต่าง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อพุ่งเข้ามาหา ขัดขวาง และทำให้ตัวเธอเกิดอันตรายมากยิ่งขึ้น
ระหว่างการโรยตัว ทุกอย่างราบรื่นกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก
มีซอมบี้บางตัวเดินเตร่ไปมาในห้องพักของโรงแรม และดูเหมือนว่าแขกเกือบทุกคนจะติดเชื้อแล้ว
ระหว่างนั้น ซอมบี้บางตัวในบริเวณใกล้เคียงก็ถูกดึงดูดด้วยเสียงการเคลื่อนไหว และพุ่งมาที่หน้าต่างที่เปิดอยู่
หลังจากเห็นผู้รอดชีวิตอยู่ข้างนอก มันพยายามยกตัวขึ้นครึ่งหนึ่งด้วยท่าทางสิ้นหวัง ทว่าซูโหยวกลับเตะมัน ทำให้ซอมบี้ตัวนั้นก็ถูกแรงโน้มถ่วงดึงลงไป ร่วงลงสู่พื้นห่างออกไปกว่า 20 เมตร และไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นได้อีกเลย
ไม่นานซูโหยวก็ลงมาถึงพื้นได้อย่างราบรื่น
อย่างไรก็ตาม เสียงร่างซอมบี้ตกกระแทกพื้นก็ดึงดูดซอมบี้ตัวอื่นๆ ซูโหยวจึงเปลี่ยนไปใช้ปืนพกที่ติดตั้งอุปกรณ์เก็บเสียง กำจัดซอมบี้เหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้ดึงดูดซอมบี้ที่อยู่ไกลออกไป
เมื่อปลอดภัยแล้ว เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วเหลือบมองถนนที่ว่างเปล่าในเงามืด ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะราบรื่นกว่าที่เธอจินตนาการไว้เสียอีก
เธอเลือกร้านขายปืนที่อยู่ใกล้ๆ ก่อน หลังจากใช้ฟังก์ชันครอบมิติ ทำให้เธอรู้คร่าวๆ ว่ามีซอมบี้กี่ตัวหลบซ่อนอยู่ หลังจากทำลายกล้องวงจรปิดทั้งหมด เธอก็คิดจะไปจัดการพวกมันก่อน
หลังจากแน่ใจว่าไม่มีอันตราย เธอก็เริ่มทำการเก็บกวาดครั้งใหญ่
ไม่ว่าจะเป็นปืนยาว ปืนสั้น ปืนล่าสัตว์ลำกล้องเดี่ยวหรือสองลำกล้อง ปืนพกพกพาหลากหลายชนิด ปืนไรเฟิลอัตโนมัติ ปืนลูกซอง ปืนกลมือ และอื่นๆ
อาวุธปืน และกระสุนทุกประเภทถูกจัดแสดงอยู่บนชั้นวาง ราวกับว่าสินค้าในร้านขายของทั่วไป แต่มันให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในคลังเก็บอาวุธมากกว่า
ทันใดนั้น ดวงตาของซูโหยวก็สว่างขึ้น
เธอเคยเล่นเกมยิงปืนระดับแนวหน้า และรู้จักปืนบางประเภท แต่ปืนจริงนั้นน่าตกใจกว่าปืนที่ถูกออกแบบมาให้เล่นในเกมเสียอีก
ในร้านยังมีอาวุธหนัก และอุปกรณ์ปรับแต่งอีกหลายอย่าง
เก็บ ต้องเก็บกวาดไปให้หมด
ด้วยความช่วยเหลือจากครอบมิติ เธอจึงสามารถล่วงรู้ทุกสิ่งที่อยู่ที่นี่ ทำให้เธอทราบว่ายังมีโกดังใต้ดิน หลังจากได้ลองค้นหาอย่างละเอียด
หลังจากนั้น ซูโหยวก็ไปที่ร้านขายเสื้อผ้าข้างๆ และหยิบเอาทุกอย่างที่เธอหยิบมาได้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าชื่อดัง รองเท้า หมวก กระเป๋า และเครื่องประดับแบรนด์เนม
ริมถนนยังมีร้านขายเครื่องประดับอีกด้วย จำหน่ายอัญมณีหลากสีสัน ทองคำ เงิน ไข่มุก เพชร และงานหัตถกรรมบางชนิด ล้วนสวยงามจับใจ แทนที่จะปล่อยให้พวกมันถูกทำลายด้วยระเบิดนิวเคลียร์ เธอก็จะขนพวกมันไปทั้งหมด
ถัดไปจะเป็นร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชื่อดัง โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ หูฟังและหูฟังบลูทูธ รวมไปถึงอุปกรณ์อัจฉริยะบางรุ่น รวมถึงที่ถูกจัดเก็บในคลังสินค้าอีกมากมาย
ซูโหยวเป็นผู้ชื่นชอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และแน่นอนว่าเธอไม่อาจทนเห็นอุปกรณ์เหล่านี้ถูกระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้
เมื่อไม่มีใครเอา เธอก็ยินดีที่จะเอาไปทั้งหมด
เธอยังเจอร้านเช่าวิดีโอหายากที่มีชั้นวางเต็มไปด้วยวิดีโอเทปที่วางซ้อนกันเป็นตั้งๆ
เจ้าของร้าน เป็นชายชราที่ทนทุกข์ทรมานมานานกว่าสิบปี และกลายเป็นซอมบี้โดยไร้เหตุผล ซูโหยวจึงยิงเขาอย่างมีน้ำใจ ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมในการช่วยเขาแก้ปัญหาจากการกลายเป็นซอมบี้
หลังจากเก็บกวาดถนนทั้งสายแล้ว เธอก็มาถึงไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ในย่านนี้
มีซอมบี้อยู่ข้างในค่อนข้างมาก ซึ่งทำให้เธอรู้สึกว่ามันน่าจะลำบากเกินไปหากต้องจัดการพวกมันทั้งหมดก่อน
โชคดีที่หลังจากซูโหยวครอบมิติร้านทั้งร้าน เธอก็รู้ตำแหน่งโดยประมาณของซอมบี้เหล่านั้น
เธอจึงเลือกที่จะเดินไปในบริเวณที่ไม่มีซอมบี้โดยเฉพาะ เพื่อหลีกเลี่ยงพวกมัน ทำให้ตัวเองรอดพ้นจากปัญหาต่างๆ ได้มากมาย