เสียงระเบิด
ตอนที่ 79 เสียงระเบิด
กิเลียนบอกว่า “พี่สาวผมหายไป”
แต่แม่กลับเชื่อว่า “เธอฆ่าตัวตายเพราะไม่อยากเป็นภาระ”
ทั้งสองเรื่องแตกต่างกันมาก แล้วใครพูดความจริงกันแน่
ตั้งแต่ขึ้นเรือมา ครอบครัวนี้ก็ดูมีปัญหาอยู่แล้ว
หลังตรวจสอบเสร็จ เซเรน่าจึงปลอบกิเลียน “ไม่ต้องห่วง ฉันจะส่งคนช่วยตามหาพี่สาวของคุณ ช่วยรอข่าวอยู่บนเรือไปก่อน”
“ขอบคุณมากครับ” กิเลียนตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจ
แต่พอหลีกพ่อแม่ของเขาออกมาได้ เซเรน่าก็ถามตรงๆ “ทำไมคำพูดของคุณกับพ่อแม่ไม่ตรงกัน เรื่องจริงคืออะไร”
กิเลียนลังเล ก่อนจะขยี้ผมแดงๆ ของตน “ความจริงแล้ว เราไม่ใช่ครอบครัวเดียวกัน พวกเราหลอกว่าเป็นครอบครัว เพื่อจะได้ขึ้นเรือ”
เหตุผลนี้ เซเรน่าก็พอคาดได้อยู่ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ
กิเลียนยื่นบัตรดำออกมา “จริงๆ บัตรนี่ไม่ใช่ของผม แต่เป็นของพี่สาวที่ชื่อซือจิง เธอเป็นนักเรียนต่างชาติที่มาพักบ้านเรา ตอนฝนตกหนัก พ่อแม่ผมออกไปข้างนอกแล้วเสียชีวิต ซือจิงนี่แหละที่พาผมกับคนอื่นๆ ฝ่าพายุมาได้”
“เธอเคยเห็นข่าวเรื่องบัตรดำบนเว็บไซต์เลยแย่งมาได้ ตั้งใจจะพาพวกเราหนีไปที่ฐานลี้ภัย แต่พอครึ่งทาง เราเจอคนสองคน พวกนั้นแปลกมาก มีพลังบางอย่าง เราสู้ไม่ได้เลย ซือจิงต้องยอมถอย แล้วทำทีร่วมมือกับพวกเขา”
“สิ่งที่ผมพูดเป็นความจริง คุณจะไปถามมอลลี่ก็ได้ การขึ้นเรือครั้งนี้ก็เป็นแผนของพวกนั้นเอง บอกให้เราปลอมเป็นครอบครัวเดียวกัน ให้ผมกับน้องแกล้งทำตัวน่าสงสาร ถือบัตรดำมาอ้าง ให้พวกคุณยอมให้ขึ้นเรือมา”
จากคำพูดของกิเลียน เซเรน่าก็เริ่มต่อภาพเรื่องราวได้ แต่ก็ยังมีจุดที่ไม่ชัดเจน
เธอพยักหน้า “เข้าใจแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้น พวกเขาคงไม่กล้าทำร้ายซือจิงง่ายๆ เพราะจะไปฐานก็ต้องอาศัยความร่วมมือของเธอ”
แต่เซเรน่ายังขมวดคิ้ว สรุปแล้วคนพวกนั้นต้องการอะไรกันแน่
ทันใดนั้นจากทิศทางห้องสวีตที่กิเลียนพักอยู่ ก็เกิดระเบิดอย่างรุนแรง
หัวใจเซเรน่าสะท้าน เธอหันมองกิเลียนทันที “เธอยังปิดบังอะไรอีก พวกเขาเป็นใครกันแน่”
กิเลียนตะลึงงันไปกับแรงระเบิด “เรื่องอื่นผมไม่รู้จริงๆ”
ทันใดนั้น เสียงประกาศก็ดังขึ้นจากลำโพงของเรือ เป็นเสียงผู้หญิงประหลาด
“ฮ่าๆๆ… ยินดีต้อนรับสู่เรือวันสิ้นโลก! ทุกคนที่ขึ้นเรือมาแล้ว ล้วนเป็นเหยื่อของเรา! ต่อจากนี้เป็นเวลาห้าชั่วโมง เราจะเริ่มล่า หึหึหึ ขอให้พวกคุณหนีให้สุดฝีมือ!”
เสียงขาดลงพร้อมที่ทุกคนได้ยิน ใจล้วนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
บนเรือสำราญมาการีน่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หลี่เซียนเนี่ยนได้ยินเช่นกัน เขากระตุกคิ้ว กำชับคนไปปิดเครื่องประกาศ
แต่ที่นั่นเหลือเพียงเจ้าหน้าที่หมดสติ และเครื่องเสียงถูกตั้งให้เล่นวนซ้ำ ไม่มีคนอื่นอยู่เลย
ตอนนี้เขาถึงตระหนักว่า ครั้งนี้ตัวเองเผชิญปัญหาใหญ่เข้าแล้ว
“เมื่อกี้เป็นแค่การก่อกวน เราจะหาตัวคนทำ และจัดการทันที ขอทุกคนอย่าตื่นตระหนก หากใครไม่มั่นใจ ให้ออกมารวมที่ห้องอาหารหรือโถงกลาง เราจะจัดคนดูแลความปลอดภัยให้”
ขณะปลอบขวัญผู้โดยสาร เขาก็เร่งให้คนไปสืบหาความจริง
จนกระทั่งเซเรน่าพากิเลียนมาเล่าเรื่องทั้งหมด เขาถึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
สีหน้าของหลี่เซียนเนี่ยนเคร่งขรึม
“ถ้าเป็นเช่นนี้จริง ก็นับว่าเป็นปัญหาใหญ่แล้ว…”
การมีผู้ปลุกพลังปรากฏตัวบนเรือ ไม่ใช่ข่าวดีเลย
โดยเฉพาะหากเป็นพลังที่ชัดเจนว่าเป็นภัยต่อทุกคน
เมื่อสังคมไร้ระเบียบ กลุ่มต่อต้านสังคมก็ผุดขึ้นมากมาย ดึงดูดผู้ประสบภัย และผู้ลี้ภัยรอบด้าน
ในประเทศ A กลุ่มที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ สมาคม U
พวกเขาเชื่อว่าการมาถึงของวันสิ้นโลกคือ การลงทัณฑ์จากพระเจ้า และในนรกบนดินนี้ พวกเขาคือ ผู้แทนแห่งสวรรค์ที่มีสิทธิ์ลงโทษมนุษย์ผู้มีบาป
คำพูดในประกาศเมื่อครู่ ทำให้หลี่เซียนเนี่ยนอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคนกลุ่มนี้
คนพวกนี้ไม่เห็นค่าชีวิต ฆ่าฟันเพียงด้วยเจตจำนงอันบ้าคลั่ง มองโลกเป็นเพียงนรกสำหรับความสนุก
การก่อการร้ายครั้งนี้ คงถูกตระเตรียมการมานาน และอาจเป็นการลอกเลียนแบบจากภาพยนตร์หรือซีรีส์บางเรื่องด้วย
ถ้าหากพวกเขายังครอบครองพลังพิเศษที่ไม่ทราบรูปแบบ ก็นับว่าอันตรายอย่างยิ่ง
เขารีบสั่งให้คนตรวจค้นทุกห้องบนเรือ ไล่ตามหาผู้ต้องสงสัย แต่ก็ไม่พบอะไรเลย
“จะเป็นที่โกดังหรือเปล่า” เซเรน่ามองแผนที่เรือ “พวกเราตรวจแค่ห้องพัก แต่โกดังข้างล่างดูแลไม่เข้มงวด อาจมีคนแอบเข้ามาก็ได้”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถึงเรือจะใช้เวลาแล่นเพียงห้าชั่วโมง แต่ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะอยู่นิ่งเฉย ต้องก่อเหตุอีกแน่ ก่อนถึงตอนนั้นเราควรวางกำลังซุ่มจับกุม หรือหากจำเป็นก็จัดการขั้นเด็ดขาด”
หลี่เซียนเนี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้ารับ
“งั้นให้เฝ้าประตูโกดังทุกทาง ห้ามพลาด”
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้โดยสารทั้งลำ เขาจำเป็นต้องรับผิดชอบ
…
ซือจิงลากร่างบอบช้ำคลานไปตามพื้น ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาใกล้
เสียงนั้นไม่ใช่ชายหรือหญิง แต่แฝงรอยยิ้มชั่วร้าย
“ซือจิง หนูอยู่ที่ไหน อย่าซ่อนเลย ไม่ว่ายังไงฉันก็หาหนูเจออยู่ดี”
ซือจิงไม่กล้าเปล่งเสียง ซ่อนอยู่หลังกองตู้คอนเทนเนอร์ใหญ่ กดมือปิดปากจมูก กลัวแม้แต่เสียงหายใจจะถูกจับได้
น้ำตาไหลออกมาเงียบๆ
เธอเดิมทีมาเรียนต่อในประเทศ A พักอยู่บ้านครอบครัวกิเลียน
แม้ข่าวลือเรื่องวันสิ้นโลกแพร่สะพัดบนเน็ต แต่ไม่มีหน่วยงานใดยืนยัน หลายคนยังไม่เชื่อ
ในกลุ่มนักเรียนแลกเปลี่ยน บางส่วนกลับบ้านไปก่อน แต่ซือจิงฐานะไม่ดีพอ จึงเพียงเก็บเสบียงไว้เล็กน้อยเท่านั้น
ไม่คาดคิดว่าเธอจะต้องเผชิญหน้ากับพายุทอร์นาโด
พ่อแม่ของกิเลียนหายตัวไปเพราะพายุ ซือจิงจึงต้องพากิเลียนกับมอลลี่ดิ้นรนหนีรอด
น้ำท่วมสูงจนบ้านจม เธอจึงพาสองพี่น้องไปหลบที่โรงแรมบนที่สูง และบังเอิญเจอเพื่อนร่วมชั้นสองคน
เดิมทีแทบไม่ได้คุยกัน เพราะอีกฝ่ายร่ำรวย โลกต่างกัน แต่เหตุพายุทำให้ทั้งสามเริ่มใกล้ชิดขึ้น
เธอโชคดีที่คว้าได้หนึ่งโควตาของบัตรดำมาได้ หากเข้าไปในฐานได้ ทุกคนก็ปลอดภัย
แต่ความลับนี้กลับถูกเพื่อนสองคนนั้นล่วงรู้
แรกๆ พวกเขาเพียงอิจฉา แต่เมื่อหนึ่งในนั้นเริ่มเข้ามาใกล้ ท่าทีของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไป
จนคืนหนึ่ง ทั้งสองลงมือในขณะที่เธอหลับ ควบคุมตัวเธอไว้
เพราะซือจิงมีบัตรดำ พวกเขาจึงไม่กล้าฆ่า แต่ใช้ยาแรงกดร่างเธอแทน
พวกเขายังมีพลังเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้ง่ายดาย
ซือจิงจึงตระหนักว่าอาจไม่ใช่เพื่อนร่วมชั้นจริงๆ ตั้งแต่ต้น
พวกเขาเพียงใช้ความหวังกลับบ้านของเธอเป็นเหยื่อล่อ ยังบีบบังคับให้กิเลียนกับมอลลี่ร่วมมือเพราะความหวาดกลัว
เธอเคยคิดว่าพวกนั้นอยากใช้โควตาเข้าฐานเท่านั้น แต่ตอนนี้เห็นชัดว่าพวกมันหมายเอาชีวิตคนทั้งเรือ
เสียงฝีเท้าค่อยๆ ห่างออกไป เธอโล่งใจถอนหายใจ
โชคดีที่พลังของเธอเพิ่งตื่นขึ้น
แม้ร่างกายยังถูกพิษยาเล่นงาน แต่ก็ยังควบคุมพลังได้บ้าง
เธอต้องหนีออกไปให้ได้โดยเร็วที่สุด
…
เมื่อการค้นหาห้องพักทุกห้องไม่พบผู้ต้องสงสัย เซเรน่ามองผู้โดยสารที่ตื่นตระหนก ก็ยิ่งไม่สบายใจ
ทันใดนั้นเสียงแผ่วเบาดังข้างหู
“คุณหนูเซเรน่า ขอพบคุณหน่อยได้มั้ยค่ะ”
เธอหน้าเคร่งทันที เมื่อเห็นแมลงตัวเล็กบินมาหยุดบนไหล่
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง “ฉันคือพี่สาวที่กิเลียนพูดถึง น้องฉันน่าจะเล่าเรื่องคร่าวๆ ให้คุณฟังแล้ว ตอนนี้พลังของฉันเพิ่งตื่น คล้ายยืมความสามารถจากสัตว์กลายสภาพร่างกายได้ แม้ยังไม่คล่อง แต่ถ้าจะหนีพ้นสองผู้มีพลังกระหายเลือด ฉันจำเป็นต้องได้ความช่วยเหลือจากคุณ”
“รอแปปนะ มาคุยกันก่อนเถอะ”
เซเรน่าลอบมองรอบด้าน เมื่อเห็นไม่มีใครสนใจ ก็รีบเลี่ยงเข้าไปยังห้องว่างใกล้ๆ
ทันทีที่ปิดประตู แมลงตัวนั้นก็ตกลงพื้น แปรเปลี่ยนเป็นหญิงสาวร่างซีดในชุดกระโปรงขาวบาง นอนซบแขนอยู่บนพรมเต็มไปด้วยความอ่อนล้า
หัวเข่าเธอช้ำบวมเต็มไปด้วยรอยเข็ม จนแทบยืนไม่ไหว
แม้ไม่มีแว่นหรือหน้ากาก แต่เซเรน่าก็จำได้ทันที ว่านี่คือหญิงสาวที่เคยนั่งรถเข็นขึ้นเรือมา
เธอเบิกตากว้าง รีบหาผ้าปูที่นอนมาคลุมให้ “นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
ซือจิงพิงไหล่เธอลุกขึ้น ยิ้มอ่อนแรง “ฉันได้ยินว่าพวกมันขึ้นเรือ เลยวางแผนหนี แต่โชคร้ายที่ถูกฉีดยาเพิ่ม พวกมันไม่อยากให้ฉันพูด ความจริงฉันสลบไป แต่ไม่รู้ว่าพลังที่เพิ่งตื่นทำให้ยาเริ่มไม่ออกฤทธิ์ ฉันเลยฟื้นตัวได้เร็ว”
“ฉันแกล้งไปเข้าห้องน้ำ เพื่อหาทางหากิเลียน จริงๆ พวกมันไม่ได้ต้องการแค่บัตรดำ แต่ยังต้องการบางสิ่งที่อยู่บนเรือลำนี้ด้วย”
คำพูดของซือจิง ทำให้เซเรน่าถึงกับสะท้านใจ ข้อมูลที่เธอได้รับนั้นมหาศาล