ผีสาวแสนสวย

ตอนที่ 30 ผีสาวแสนสวย



ในห้องมีเพียงจุดที่เสี่ยวโม่ยืนอยู่เท่านั้น ที่ไม่มีสัญญาณของผู้เล่นเปล่งประกายออกมา



ในขณะนี้ หลินชิงตระหนักถึงบางสิ่ง และมองไปที่ข้อมือของเสี่ยวโม่



ไม่มีสร้อยข้อมือที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผู้เล่นอยู่



ใครก็ตามที่มีสามัญสำนึกเพียงเล็กน้อยก็สามารถมองเห็นถึงปัญหานี้ได้



แต่ในบรรดาผู้คนที่อยู่ที่นี่ตอนนี้ มีเพียงหลินชิงเท่านั้นที่ตระหนักถึงปัญหา



หากไม่นับความเป็นไปได้ที่คนอื่นต้องการรวมหัวกันหลอกลวงเธอ นั่นหมายความว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ และความเป็นไปได้หนึ่งที่สมเหตุสมผลก็คือ ความทรงจำของผู้เล่นคนอื่นๆ ถูกแทรกแซง



ส่วนเรื่องที่ว่าเธอเป็นผู้เล่นจากภูมิภาคอื่นนั้นเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น



หลี่ชิงชวนหลินชิงเข้าร่วมทีม หลินชิงก็จะไม่คิดจะใช้ชื่อจริง แต่บันทึกเพียงว่า ‘อาจารย์หลิน’



ขณะนั้นเอง หลี่ชิงก้าวออกมาข้างหน้า และกล่าวว่า “ประตูใหญ่ปิดแล้ว พ่อบ้านหวังจะไม่ยอมให้เราออกไป ไปพักกันก่อนเถอะ ไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยมาสำรวจกันใหม่”



“ตกลง ฉันเห็นด้วย” เฟิงซั่วอุ้มเมิ่งซานออกไป “งั้นเรากลับห้องกันก่อน ไว้เจอกันพรุ่งนี้”



หลี่ชิงมองไปทางเสี่ยวโม่ เกาหัวและพูดว่า “เสี่ยวโม่ คือ…”



ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ เขาก็ได้เห็นเสี่ยวโม่เดินเข้ามาหาหลินชิง และพูดว่า “พี่หลิน หากไม่เป็นการรบกวนมากเกินไป คืนนี้ฉันอยากนอนห้องเดียวกับพี่ ฉันไม่อยากนอนคนเดียว ที่นี่มันน่ากลัวเกินไป”



ไม่รู้ว่าเป็นเพราะทั้งสองต่างเป็นผู้หญิงเหมือนกันหรือเปล่า แต่เสี่ยวโม่ดูเหมือนจะสนิทกับหลินชิงมากกว่า



หลินชิงยังคงสงบ “ตกลง”



เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบัน แม้ว่าเธอจะบอกคนอื่นๆ พวกเขาก็อาจจะไม่ยอมรับความจริง และอาจทำศัตรูรู้ตัวก่อน จนเกิดเรื่องยุ่งยากตามมาเป็นพรวน



หลินชิงได้วางแผนรับมือเอาไว้แล้ว



ตู้เผิงตบไหล่ของหลี่ชิงที่กำลังเศร้าโศกด้วยมือหนาๆ ของเขา และพูดว่า “คืนนี้ นายมานอนห้องเดียวกันฉัน”



“โอเค” หลี่ชิงฝืนยิ้ม



“งั้นพี่หลี่ พวกเราขอตัวก่อน” เสี่ยวโม่ และหลินชิงเดินออกไปพร้อมกัน



ตู้เผิงมองดูทั้งสองเดินจากไปแล้วปลอบใจหลี่ชิง “ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรเลย นายแค่ล้มเหลวในการเป็นผู้พิทักษ์บุปผาก็เท่านั้น ปัญหาเหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อย”



“พี่หลิน เราจะไปพักห้องของคุณหรือของฉันดี”



หลังจากออกไปแล้ว เสี่ยวโม่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และเสยผมทัดหู



แน่นอนว่าหลินชิงจะไม่เลือกห้องของอีกฝ่าย เพราะเธอไม่รู้ว่ามันจะมีกับดักอะไรรออยู่หรือเปล่า



“ไปห้องฉันเถอะ ห้องฉันหันหน้าไปทางทิศใต้ แสงสว่างกำลังดี และมีพื้นที่กว้างขวาง เราสองคนนอนห้องนั้นได้สบายๆ”



“โอเค” เสี่ยวโม่พยักหน้าเล็กน้อย



หากไม่ใช่เพราะไอเทม แม้แต่หลินชิงก็ยังพบว่ามันยากที่จะค้นพบต้นตอของปัญหา



เธอทำตัวเหมือนกับผู้เล่นคนหนึ่งจริงๆ



“โอ้ พี่หลิน ในห้องมีผ้าห่มแค่ผืนเดียวเอง แล้วที่นี่ก็ค่อนข้างหนาวตอนกลางคืนด้วย ฉันจะกลับไปเอาผ้าห่มของตัวเองมาก่อน”



“ได้ ไปสิ”



หลินชิงกระตือรือร้นที่จะแยกจากเสี่ยวโม่สักพักหนึ่ง และโชคดีที่อีกฝ่ายหาข้ออ้างก่อน



หลังจากที่เสี่ยวโม่จากไป หลินชิงก็รีบผลักประตูเปิดออก และตรวจสอบว่ามีสิ่งของอันตรายอยู่ในห้องหรือเปล่า



หลังจากนั้นไม่นาน หลินชิงก็พบหีบสมบัติไม้ที่ยังไม่ได้เปิดอยู่ในตู้เสื้อผ้า แต่กลับว่างเปล่า



เธอจึงทำลายหีบ และเก็บวัสดุสำหรับอัปเกรดมา แล้วก็ส่งข้อความไปในแชทกลุ่ม



อาจารย์หลิน “มารอหน้าประตูห้องฉันตอนเที่ยงคืน ฉันเพิ่งค้นพบอะไรบางอย่าง เก็บเรื่องนี้เอาไว้ก่อน อย่างเพิ่งบอกใคร ไม่งั้นศัตรูอาจจะรู้ตัว”



“อาจารย์ตู้ นำอาวุธวิเศษสำหรับจับผีของคุณมาด้วย”



อาจารย์หลี่ “สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง อันตรายมาไหม คุณรับมือไหวหรือเปล่า แล้วเสี่ยวโม่ล่ะ เธอโอเคมั้ย”



อาจารย์ตู้ “ตกลง ฉันจะไปถึงที่นั่นตรงเวลา”



อาจารย์เฟิง และอาจารย์เมิ่ง “ตกลง”



อาจารย์หลิน “เสี่ยวโม่ก็อยู่ที่นี่ด้วย ฉันบอกเธอแล้ว ไม่ต้องกังวลไป”



อาจารย์ตู้ “ไม่มีปัญหา ฉันจะคอยดูแลเธอให้อีกแรงหนึ่ง”



หลังจากเตรียมพร้อม และแน่ใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน หลินชิงก็รอการกลับมาของเสี่ยวโม่



“ขอโทษด้วยที่ทำให้คุณต้องรอ”



เสี่ยวโม่เดินกลับมาโดยมีคนรับใช้สองคนติดตามมาด้วย แต่ละคนถือเครื่องนอนเข้ามาในห้อง



หลินชิงเหยียดแขนที่ยาวเหยียดออกรับผ้าห่มผืนนั้น “ไม่เป็นไร เอามาให้ฉันเถอะ ฉันไม่ชินกับการให้คนอื่นมาคอยช่วย ฉันจัดการเองได้”



คนรับใช้ทั้งสองดูงุนงง แต่ก็รีบปิดประตูแล้วถอยหลังออกไป



เสี่ยวโม่รู้สึกซาบซึ้งใจ แต่ก่อนที่เธอจะจะทันได้เปิดปากพูดขอบคุณ เธอก็เห็นหลินชิงวางเครื่องนอนไว้บนโซฟาที่อยู่ไม่ไกลนัก และรีบจัดเตียงตัวเองให้สะอาดเรียบร้อย



“...” เสี่ยวโม่



หลินชิงกล่าวอย่างไม่ขัดเขินว่า “เอวฉันไม่ค่อยดี และฉันก็เคยชินกับการนอนคนเดียว ดังนั้น คืนนี้ฉันขอนอนบนเตียง อีกอย่าง ในเมื่อเธอตัวเล็กนิดหน่อย การนอนบนโซฟาก็น่าจะไม่เป็นปัญหาอะไร”



สีหน้าของเสี่ยวโม่ดูมืดมนไปชั่วขณะ และเธอกล่าวด้วยความขุ่นเคืองว่า “แต่พี่สาว ฉันกลัวมากที่ต้องนอนคนเดียวในโลกนี้”



หลินชิงพยายามปลอบใจ “ไม่ต้องกังวลไป ไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่อะไรเกิดขึ้นหรอก เธอก็ไม่ต้องกลัวไป อีกอย่าง พวกเราอยู่ห้องเดียวกัน ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริง ฉันมั่นใจว่าเราจะสามารถร่วมมือกันจัดการได้อย่างรวดเร็ว”



เสี่ยวโม่พูดด้วยความผิดหวังเล็กน้อย “โอเค”



เนื่องจากไม่รู้ว่าเสี่ยวโม่กำลังวางแผนอะไร ทั้งสองจึงดับเทียน และเตรียมตัวพักผ่อน



อย่างไรก็ตาม หลังจากที่หลินชิงล้มตัวลงนอนบนเตียง เธอก็เข้าสู่สถานะล่องหน เปลี่ยนตำแหน่งการนอนของตัวเองอย่างรวดเร็ว



กลางดึกคืนนั้น เสี่ยวโม่ซึ่งนอนเงียบๆ บนโซฟา ในที่สุดก็เริ่มเคลื่อนไหว



เธอเดินย่องไปทางเตียงที่หลินชิงนอนหลับอยู่ ราวกับกำลังละเมอ โดยจ้องมองไปที่ส่วนที่โป่งพองในผ้าห่มที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์



“พี่หลิน”



เธอขบนิ้วชี้ และจู่ๆ รูม่านตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ท่าทีของเธอราวกับกำลังเคี้ยวอาหารอย่างช้าๆ ในปาก



“กลิ่นหอมมากเลย ลองชิมสักหน่อยน่าจะไม่เป็นไรหรอกจริงมั้ย”



ลมหนาวพัดผ้าม่านคลุมเตียงให้ปลิวไสวไปตามแรงลม



ปลายนิ้วของ ‘เสี่ยวโม่’ เดิมมีรูปร่างกลมและเรียบ แต่ค่อยๆ ยืดออกจนกลายเป็นเล็บสีม่วงอมฟ้ายาวหนึ่งนิ้ว



วินาทีต่อมา นิ้วชี้ที่แหลมคมเหมือนมีด แทงทะลุเข้าไปในผ้าห่ม และแทงเข้าไปอย่างสุ่ม



สำลีในผ้าห่มปลิวว่อนไปทั่ว



อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ไม่มีใครอยู่ในผ้าห่มผืนนั้น



“หายไปไหน เธออยู่ตรงนี้ไม่ใช่เหรอ ทำไมมันดูโล่งๆ”



ในที่สุด ‘เสี่ยวโม่’ ก็เริ่มล่วงรู้ถึงความผิดปกติ



“น้องสาว เธอกำลังมองหาฉันอยู่เหรอ?”



ในเวลานี้ หลินชิงก็ปรากฏตัวอยู่ด้านหลังเธอทันที



พริบตาเดียว กระดาษยันต์สีชาดก็ถูกหยิบออกมา และแปะเข้าที่หลังหัวของเสี่ยวโม่



‘เสี่ยวโม่’ ไม่อาจตอบสนองได้ทัน ก่อนที่เธอจะอาเจียนออกมาเป็นเลือด และกระเด็นไปชนกับกำแพงพร้อมกับเสียงดังก้อง



ขณะนั้นเอง หลายคนที่รออยู่นอกประตูก็ได้ยินเสียงเช่นกัน และเปิดประตู ก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว



หลี่ชิงเป็นคนแรกที่เปิดประตู และรีบวิ่งเข้ามา “ทำไมผมถึงได้ยินเสียงเสี่ยวโม่ร้อง เธอได้รับบาดเจ็บเหรอ”



ตู้เผิง และคนอื่นๆ ก็เดินตามเขาเข้ามาในห้อง และได้เห็นว่า ‘เสี่ยวโม่’ ติดอยู่บนผนัง



หลี่ชิงถามด้วยสายตาว่างเปล่า “เสี่ยวโม่ นี่มัน…เกิดอะไรขึ้นกันเธอ”



เมิ่งซานอดไม่ได้ที่จะด่าออกมา “ไอ้โง่เอ๊ย นั่นเป็นผีสาวชัดๆ ไม่เห็นยันต์นั่นหรือไง”



“หา” เฟิงซั่วอดประหลาดใจไม่ได้ “เธอไม่ใช่ผู้เล่นหรอกหรือ? จู่ๆ จะกลายเป็นผีสาวได้ยังไง”



หลินชิงฟังบทสนทนาเบื้องหลัง แล้วเธอก็รู้สึกพูดไม่ออกขึ้นมา



เธอรู้ว่าผลของยันต์อาจคงอยู่ได้ไม่นานนัก จึงรีบเปลี่ยนไปใช้ดาบไม้ท้อปัดเป่าวิญญาณร้ายเพื่อทดสอบพลังจริงๆ ของมัน



แต่ในขณะนั้น ‘เสี่ยวโม่’ กลับเคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน



ตู้เผิงที่ถือน้ำเต้าวิเศษ จึงรีบวิ่งออกมาข้างหน้า ผลักหลินชิงออกไป และตะโกนว่า “ถอยไป ฉันจัดการเอง”




ตอนก่อน

จบบทที่ ผีสาวแสนสวย

ตอนถัดไป