ภารกิจสำเร็จ

ตอนที่ 37 ภารกิจสำเร็จ



“ตอนแรกฉันอยากจะเก็บแกเอาไว้นานกว่านี้หน่อย เพราะแกเหมาะกับรสนิยมของฉัน น่าเสียดายที่แกไม่รู้อะไรดีกับตัวเอง”



หลินโม่จิกเล็บอันแหลมคมที่คอของหลินชิง และพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม



นั่นทำให้หลินชิงสำลัก และต้องพยายามดิ้นรน



เธอรีบหยิบสร้อยประคำพุทธะออกมา แล้วโยนใส่หลินโม่ ทันใดนั้น เปลวไฟก็โหมกระหน่ำลุกโชนขึ้นบนเสื้อผ้าของผีสาว



“อ๊า!”



หลินโม่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด และคลายการเกาะกุมหลังถูกเปลวไฟแผดเผา



หลินชิงคว้าโอกาสหลบหนี ใช้เกล็ดกิ้งก่าเปลี่ยนสี และหายตัวไป



“บ้าเอ๊ย! บ้าเอ๊ย!”



“ฉันจะฆ่าแกซะ!”



ร่างของหลินโม่ถูกแผดเผาอย่างรุนแรงด้วยเปลวไฟที่ลุกลามมาจากสร้อยประคำ เธอจึงคิดที่จะฉีกชุดแต่งงานออกมาด้วยความกลัว พยายามสลัดเปลวไฟออกไป



แต่เปลวไฟก็ยังคงเกาะติดร่างกายของเธอราวกับมะเร็งร้าย



“น้ำ ฉันต้องการน้ำ!”



หลินโม่วิ่งออกจากห้องด้วยความหวาดกลัว พยายามหาแหล่งน้ำในคฤหาสน์หลิน แต่ในขณะนั้น คฤหาสน์หลินทั้งหลังก็ราวกับถูกไฟไหม้ไปพร้อมๆ กัน



ขณะที่เธอก้าวข้ามธรณีประตู



ทันใดนั้น ดาบไม้ท้อก็แทงทะลุแผ่นหลังของเธอ



จากสัมผัสที่ได้รับผ่านดาบ เมื่อหลินชิงเห็นว่าเป็นร่างจริง เธอก็พยายามกดคมดาบให้แทงลึกเข้าไปอีก



น่าเสียดายที่หลินโม่ดึงตัวออกได้ทัน พร้อมกับกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด และในที่สุดก็หายลับไปในท้องฟ้ายามค่ำคืนพร้อมกับเปลวไฟที่ลุกโชนทั่วทั้งคฤหาสน์หลิน



[ ภารกิจดันเจี้ยน 1 : สำรวจความจริงของคฤหาสน์หลิน ( สำเร็จ ) ]



[ รางวัลสำหรับภารกิจดันเจี้ยน 1 : ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น ‘รวยข้ามคืน’ ผู้เล่นที่สำรวจความจริงเกี่ยวกับคฤหาสน์หลินได้มากที่สุดจะได้รับค่าสติปัญญาเพิ่มเติม 5 หน่วย ขณะที่ผู้เล่นคนอื่นๆ จะได้รับค่าสติปัญหาเพิ่มเติม 1 หน่วย ( ผู้เล่นที่ยังไม่ได้ปลดล็อกค่าสติปัญญาจะได้รับการปลดล็อก ) นอกจากนี้ผู้เล่น ‘รวยข้ามคืน’ จะได้รับเหรียญทองโลก 5 เหรียญ ส่วนที่เหลือแจกจ่ายตามระดับการมีส่วนร่วม ]



เสียงของระบบดังขึ้นจากสร้อยข้อมือของหลินชิง



เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย มองดูโลกลวงตานี้สลายหายไปอย่างช้าๆ ท้องฟ้าแตกสลายราวกับเศษแก้วที่ร่วงหล่นลงมา



จนกระทั่งแสงสีแดงเข้มส่องผ่าน เธอได้กลิ่นหอมของอากาศบริสุทธิ์เหมือนกับอยู่ในป่า และมองเห็นดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้น



ในขณะนี้ เธอได้ยืนอยู่บนยอดเขา และมีลมหนาวพัดผ่านอยู่ตลอดเวลา



ภูเขาสูงเรียงรายซ้อนกันเป็นชั้นๆ และยอดเขาสีเขียวทอดยาวเป็นพันๆ ไมล์ ซึ่งงดงามจนแทบลืมหายใจ



หลินชิงแตะคอที่ช้ำ และแดงก่ำจากการถูกข่วน และหลังที่ปวดร้าวจนแทบทนไม่ไหว เธอทำหน้าบูดบึ้งแล้วร้องออกมาว่า “ฮึด เจ็บจริงๆ”



เป็นตัวเธอที่ขอให้ตู้เผิงจุดไฟเผาคฤหาสน์หลินให้ราบเป็นหน้ากลอง



บ้านผีสิงประเภทนี้หวาดกลัวต่อไฟ และพลังหยาง และไฟคือทางเลือกที่ดีที่สุด ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถหลบหนีจากโลกลวงตาได้สำเร็จ



เธอไม่รู้ว่าคนอื่นๆ ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่หลินชิงต้องกังวล



“สาวน้อย เธอมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ ภูเขานี้เต็มไปด้วยพลังหยิน เธอควรกลับบ้านก่อนที่ฟ้าจะมืด"



ทันใดนั้น ชายชราคนหนึ่งกำลังต้อนฝูงวัวก็เดินผ่านมา เขาขี่หลังวัวตัวหนึ่ง ตามมาด้วยลูกวัวอีกสองสามตัว ดูเหมือนชาวบ้านตามชนบทธรรมดาๆ



เมื่อเห็นคนจริงๆ หลินชิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งใจ



“คุณลุง แถวนี้มีเรื่องแปลกอะไรเหรอ คุณถึงพูดว่าที่นี่อบอวลไปด้วยพลังหยิน?”



ขณะที่เธอพูด ท้องของเธอก็ร้องเบาๆ เธอรู้สึกหิวเล็กน้อยหลังจากอดหลับอดหลับอดนอนมาทั้งคืน



หลินชิงหยิบซาลาเปานึ่งชิ้นใหญ่ออกมาจากกระเป๋าเป้ หักออกครึ่งหนึ่งแล้วส่งให้ชายชรา “หลังกินเสร็จแล้วค่อยๆ เล่าให้ฉันฟังก็ได้”



เมื่อเห็นซาลาเปาสีขาวนุ่มๆ ที่มีกลิ่นหอม ชายชราผู้ต้อนวัวก็กลืนน้ำลาย คลี่ยิ้ม และพูดว่า “ขอบคุณสาวน้อยสำหรับน้ำใจของเธอ ตาแก่คนนี้รู้สึกซาบซึ้งจริงๆ”



เขาแนะนำว่า “หมู่บ้านของเราก่อตั้งมาจากกลุ่มคนที่อพยพหนีภัยธรรมชาติ พวกเรามาจากตระกูลหลิน บรรพบุรุษของเราเคยเป็นตระกูลที่ร่ำรวย และเป็นผู้มีชื่อเสียงด้านใจบุญสุนทาน”



"สิ่งเดียวที่แย่คือ บรรพบุรุษมีบุตรสาวเพียงคนเดียว และเขากลัวว่าเธอจะตายก่อนได้เติบใหญ่ เขาจึงเลี้ยงดูเธออย่างทะนุถนอมอย่างกับไข่มุกในอุ้มมือ และลังเลที่จะให้เธอแต่งออกไปไกล จึงอยากหาบุตรเขยแต่งเข้าตระกูลหลินแทน”



"แต่คาดไม่ถึงว่าเด็กสาวคนนั้นจะมีคนที่ชอบพออยู่ก่อนแล้ว อีกฝ่ายเป็นบัณฑิตหนุ่มผู้น่าสงสารที่เธอพบระหว่างออกไปเที่ยวตอนฤดูใบไม้ผลิ เขาสัญญาว่าหากเด็กสาวยินดีรอ หลังจากสอบผ่าน กลายเป็นขุนนางได้สำเร็จ เขาจะกลับมารับเธออย่างสมเกียรติ”



“น่าเสียดายที่เด็กสาวเชื่อคำโกหกของเขา และคิดว่าพ่อได้ทำลายความสุขของเธอ หลังจากได้ยินเรื่องการรับบุตรเขย เธอจึงแอบแต่งงานกับชายหนุ่มผู้นั้น และหนีออกจากบ้านไป เมื่อบรรพบุรุษรู้เข้า ทั้งสองก็หนีไปไกลแล้ว ทำให้เขาเสียชีวิตด้วยภาวะซึมเศร้า”



จู่ๆ มันก็กลายเป็นเรื่องซ้ำซากจำเจ หลินชิงพอจะคาดเดาได้แล้วว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น



“ต่อมา เมื่อบัณฑิตหนุ่มผู้ถูกดึงดูดด้วยอำนาจ และเงินทองของตระกูลหลินได้รับข่าวว่าเด็กสาวถูกตัดสัมพันธ์ เขาก็โกรธจัด และขายเธอให้กับหอนางโลม”



“แต่เด็กสาวไม่ยินยอม เพื่อหลีกเลี่ยงความอับอาย เธอจึงแขวนคอตาย วิญญาณของเธอรู้สึกผิดต่อพ่อผู้เป็นที่รัก จึงกลับบ้าน และเห็นความตายอันน่าเศร้าสลดของเขา”



“ความรักก่อให้เกิดความเคียดแค้น และความเคียดแค้นก่อให้เกิดความเกลียดชัง ความเกลียดชังของเด็กสาวรุนแรงมากจนวิญญาณของเธอถูกครอบงำ และกลายเป็นวิญญาณร้าย เมื่อทางตระกูลหลินได้ทราบข่าว พวกเขาได้เชิญนักพรตเฒ่าท่านหนึ่งมาผนึกร่างของเด็กสาวไว้ในสุสานบรรพบุรุษ และทำพิธีกรรมเป็นเวลา 99 วัน เพื่อพยายามบรรเทาความเกลียดชังของเธอ”



“แต่ถึงกระนั้น เธอก็ยังคงปรากฏตัวเป็นครั้งคราว จนเป็นเรื่องเล่าขานไปทั่ว”



หลินชิงได้ยินเรื่องราวแล้วเกิดคำถามขึ้นมา “ในเมื่อเธอมีพลังแกร่งกล้าถึงขนาดนั้น ทำไมเธอไม่ไปแก้แค้นชายผู้นั้นด้วยตัวเองล่ะ ทำไมเธอถึงเลือกที่จะทำร้ายผู้คนที่เดินผ่านทางไปมา”



ชายชราผู้ต้อนฝูงวัวทอดถอนหายใจ “เธอคิดจะทำ เธอต้องการแก้แค้น แต่ฉันได้ยินมาว่าบัณฑิตหนุ่มผู้นั้นเอาเงินที่ได้จากการขายเด็กสาวไปเที่ยวหอนางโลม สุดท้ายก็ลื่นตกลงไปในสระบัวจนจมน้ำตาย”



หลินชิงรู้สึกเห็นใจคุณหนูหลินเล็กน้อย ไม่เพียงแต่เธอแก้แค้นไม่สำเร็จ แต่เธอยังกลายเป็นวิญญาณร้ายอีกด้วย มันไม่คุ้มค่าเลยจริงๆ



“ขอบคุณที่เล่าให้ฟังคุณลุง เรื่องนี้ให้ข้อคิดมากมายจริงๆ"



ชายชราโบกมือแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรหรอก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนในหมู่บ้านรอบๆ ต่างรู้กันอยู่แล้ว ไม่ใช่ความลับอะไร แต่เราคุ้นเคยกับการอยู่ที่นี่มานานแล้ว มีเพียงคนเดินถนนที่เดินทางผ่านไปมายามค่ำคืนเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบเป็นครั้งคราว”



“แล้วหมู่บ้านใกล้ๆ อยู่ที่ไหนล่ะ ฉันอยากไปพักผ่อนที่นั่น”



“เดินลงไปตามทางภูเขาแล้วเลี้ยวเมื่อเห็นลำธาร”



หลินชิงกล่าวขอบคุณอีกครั้ง และเดินทางเส้นทางที่ชายชราบอก



ต้นไม้สูงบนภูเขาบดบังแสงแดด มอบความรู้สึกหนาวเย็น



เมื่อมองดูเวลายังเหลืออีกหนึ่งชั่วโมงก่อนที่เวลาเอาชีวิตรอดจะสิ้นสุดลง



ก่อนถึงตอนนั้น ประตูห้องของเธอก็จะไม่ปรากฏให้เห็น



หลินชิงจึงคิดที่จะออกไปเดินเล่นในหมู่บ้านเพื่อดูว่ามีผลิตภัณฑ์จากภูเขาอะไรที่เขาสามารถหาซื้อกลับไปด้วยได้



ตอนนี้เธอเพิ่งค้นพบว่าหลังจากออกจากโลกลวงตาแล้ว ไอเทมบ็อกซ์ของเธอก็ดูเหมือนจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ยกเว้นว่าเธอไม่สามารถหยิบสิ่งของอื่นๆ ออกมาได้



ในไม่ช้า เธอก็เห็นลำธาร และหมู่บ้านตั้งอยู่ไม่ไกล และยังมีปลาตัวเล็กขนาดเท่าหัวแม่มือว่ายไปมาอีกด้วย



เธอมองด้วยดวงตาเปล่งประกาย คงจะดีไม่น้อยถ้ามีแหจับปลา ปลาตัวเล็กพวกนี้น่าจะอร่อยมาก ไม่ว่าจะนำไปต้มซุปหรือทอดก็ตาม



ทันใดนั้น ก็มีพ่อค้าเร่คนหนึ่งเดินมาตามเส้นทางบนภูเขาพร้อมกับแบกของไว้เต็มไหล่



เมื่อพ่อค้าเร่เห็นหลินชิง ดวงตาของเขาก็เปล่งประกาย



“คุณผู้หญิง หน้าผากของคุณมีรอยคล้ำ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงลางร้าย คุณอยากจะซื้ออาวุธเวทบางอย่างเพื่อปัดเป่าเคราะห์ร้ายหรือไม่?”




ตอนก่อน

จบบทที่ ภารกิจสำเร็จ

ตอนถัดไป