ชาวพื้นถิ่นในเขาวงกตกำแพงน้ำแข็ง
ตอนที่ 92 ชาวพื้นถิ่นในเขาวงกตกำแพงน้ำแข็ง
“นี่มันโครงกระดูกที่เคยเจอสินะ ดูท่าแล้ว พวกมันคือผู้พิทักษ์หีบสมบัติหินดำ”
หลินชิงหยุดห่างออกไปราวสิบเมตร เพื่อเว้นระยะป้องกัน พลางกวาดตามองรอบๆ อย่างระมัดระวัง
ดูเหมือนกลไกของมอนสเตอร์จะทำงานเมื่อผู้เล่นเข้าใกล้ในระยะหนึ่ง ขณะนี้สองโครงกระดูกยังไม่ขยับ
เธอขมวดคิ้ว เปลี่ยนไปใช้ปืนยิงน้ำแข็งแทน
“อาวุธธรรมดาคงเอาไม่อยู่ งั้นลองน้ำแข็งดู อย่างน้อยก็น่าจะถ่วงเวลาได้บ้าง”
พึมพำกับตัวเองแล้ว หลินชิงก้าวเข้าไป
แน่นอนว่าเมื่อระยะเหลือราวห้าเมตร โครงกระดูกทั้งสองก็เริ่มขยับ เสมือนถูกกระตุ้นให้ลุกขึ้นมา
หลินชิงยกปืนยิง ลำแสงเยือกแข็งพุ่งออกไปทันที กระแทกเข้าลำตัวโครงกระดูกหนึ่งจนถูกแช่แข็งทั้งร่าง
อีกตัวหนึ่งแม้ไร้สติปัญญา แต่ก็ยังคืบคลานขึ้นมา เงื้อมือราวกับจะฉีกร่างของเธอ
หลินชิงไม่รอช้า ยิงใส่มันอีกรอบ
เสียงปังดังขึ้น โครงกระดูกนั้นก็ถูกน้ำแข็งกลืนจนขยับได้เพียงน้อยนิด
แม้มันยังขยับได้บ้าง แต่ทั้งช้า และอ่อนแรงกว่าเดิมมาก ซึ่งถือเป็นข่าวดี
หลินชิงลูบปืนเบาๆ “เฮ้อ เจ้านี่แหละเวิร์กสุด”
เธอไม่รอช้า รีบตรวจสอบรอบด้าน พอเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ก็ฉวยหีบสมบัติขึ้นมากอดแล้ววิ่งออกมา “A013 ไป!”
สิ้นเสียง โครงกระดูกทั้งสองก็พังเปลือกน้ำแข็งออกมา
แม้พวกมันจะไม่มีสมอง แต่ก็ยังรู้สึกถึงศักดิ์ศรีของมอนสเตอร์ในฐานะผู้พิทักษ์
ถูกผู้เล่นฉกหีบไปดื้อๆ โดยไม่ได้ต่อสู้ มันจะยอมได้ยังไง!
เสียงคำรามดังลั่น สองร่างกระโจนตามหลังเธอมา
แต่หลินชิงไม่คิดจะสู้
ล้อเล่นน่า กระสุนพลังงานของปืนแช่แข็งมีจำกัด จะเอามาเปลืองกับพวกนี้ได้ยังไง หีบได้มาแล้ว สู้ไปก็ไม่คุ้ม
พวกมันกลับวิ่งเร็วเกินคาด ไล่จี้ห่างแค่สิบกว่าเมตร
หลินชิงกลับมาถึงทางแยกเดิม ก่อนจะตัดสินใจกระโดดขึ้นสปีดไฟลต์เพื่อประหยัดแรง
เธอหันหัวไปทางเส้นทางใหม่ที่ยังไม่มีใครทำเครื่องหมาย แล้วบินต่อไป
ไม่นานนัก โครงกระดูกสองร่างก็ไล่ตามออกมา
พอไม่เจอผู้เล่นที่ขโมยหีบไป มันก็เดือดจัด ส่งเสียงครางต่ำออกมาทั้งที่ไม่มีลำคอ
มันวนเวียนอยู่ไม่นาน ก่อนจะแยกย้ายไปคนละทาง หนึ่งไปตามเส้นที่เคยมีผู้เล่นสลักสัญลักษณ์ไว้ อีกหนึ่งไปตามทางที่หลินชิงหนีไป
ไม่นาน เส้นทางที่มีสัญลักษณ์ก็ดังขึ้นด้วยเสียงกรีดร้องอย่างสิ้นหวัง ตามด้วยเสียงฝีเท้าวิ่งหนี ดูท่ามีผู้เล่นคนอื่นเผชิญคราวเคราะห์แล้ว
แต่ตอนนั้น หลินชิงได้หนีห่างออกไปไกลแล้ว
เธอมุ่งตรงไปตามทางในเขาวงกต ผ่านแยกหลายจุด สลัดทิ้งพวกมันไว้เบื้องหลังได้สำเร็จ
จนเมื่อถึงปลายเส้นทาง กลับพบโดมที่สร้างจากน้ำแข็งวางซ้อนเป็นชั้นๆ
ในกำแพงเขาวงกตน้ำแข็งที่กว้างใหญ่กลับมีสิ่งที่เหมือน “ที่อยู่อาศัย” ของใครบางคน!
พอเห็นบ้านโดมน้ำแข็งตรงหน้า หลินชิงถึงกับประหลาดใจ
“นี่มัน…ชาวพื้นถิ่นของเขาวงกตงั้นเหรอ”
เธอเห็นเงาร่างเตี้ยๆ เดินออกมาจากโดมน้ำแข็งหลายหลัง ส่งเสียงจ้อกแจ้กเหมือนกำลังคุยกับพวกพ้อง
รอบนอกโดมยังมีพวกคนแคระทำหน้าที่เฝ้ายาม คอยเฝ้ายามตรงทางเดินข้างกำแพงน้ำแข็ง
ดังนั้น หลินชิงจึงไม่บุกเข้าไปทันที แต่เลือกที่จะซ่อนตัวเฝ้าสังเกตอยู่ห่างๆ ก่อน
ระหว่างนั้น เธอรีบเปิดหีบสมบัติหินดำที่เพิ่งได้มา
ภายในกลับไม่มีเสบียง มีเพียงการ์ดสีขาวขนาด A5 สองใบ
หลินชิงหยิบขึ้นมาอ่านข้อความ
[ ชื่อ : การ์ดจัดทีมระดับสอง ]
[ วิธีใช้ : ยืนยันเพื่อเปิดใช้งาน ]
[ ผล : ตามชื่อ ใช้ทำให้ผู้เล่นรวมตัวกันได้ชั่วคราว ]
[ เงื่อนไข : จำกัดจำนวน 2 คน เวลา 100 นาที ภายในเวลานี้ มอนสเตอร์ในเขาวงกตจะไม่บุกเพราะผู้เล่นมาเจอกัน ]
[ หมายเหตุ : ใช้ได้เฉพาะในดันเจี้ยนนี้เท่านั้น ]
เมื่ออ่านจบ หลินชิงก็ยิ้มกว้างทันที
การ์ดใบนี้ดีกว่าที่สิงโตเอามาให้เมื่อกี้มากนัก เวลาใช้งานเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า
“เข้าใจแล้ว ของรางวัลในดันเจี้ยนนี้ก็คือไอเทมพวกกฎพิเศษแบบนี้เอง ยิ่งหีบระดับสูงก็ยิ่งได้ของดีกว่า”
คิดได้ดังนั้น เธอหยิบการ์ดใบที่สองขึ้นมา
[ ชื่อ: การ์ดกลับห้องพักผู้เล่น ]
[ วิธีใช้ : ยืนยันเพื่อเปิดใช้งาน ]
[ ผล : ให้สิทธิ์ผู้เล่นกลับห้องพักได้หนึ่งครั้ง ]
[ เงื่อนไข : ใช้ได้เพียง 1 คน พักได้ 100 นาที หลังจากนั้นจะกลับเข้ามาสำรวจในเขาวงกตต่อ หรือจะเลือกกลับมาก่อนเวลาก็ได้ ]
“ของดีนี่นา!” หลินชิงตาเป็นประกาย
นั่นหมายความว่า เธอสามารถเลือกกลับห้องพักได้ทุกเมื่อ
แต่ตอนนี้ยังไม่คิดใช้ เพราะหากเผชิญอันตราย การ์ดนี้จะกลายเป็นตัวช่วยเอาตัวรอดชั้นยอด
ตราบใดที่ยังไม่มีภัยถึงชีวิต เธอจะเดินหน้าออกสำรวจต่อไป
ถึงดันเจี้ยนนี้จะไม่มีการบังคับเวลา แต่หลินชิงก็รู้สึกได้ว่า การอยู่ในเขาวงกตนานเกินไปไม่ใช่เรื่องดีแน่
เพราะนี่เพิ่งเป็นแค่ ‘เขาวงกตนรกชั้นแรก’ เท่านั้น
ระบบเองก็เคยบอกแล้ว ว่าข้างหน้าจะมีอีกหกชั้น เธอต้องรีบหาทางไปชั้นต่อไปให้เจอ
ทันใดนั้น เสียงระบบคำใบ้ดังขึ้นในหัว
[ ติ๊ง! ตรวจพบว่ามีบุคคลสำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับการเข้าสู่ชั้นต่อไปของเขาวงกต อยู่ใกล้ๆ ผู้เล่นสามารถลองหาทางติดต่อดูได้ ]
หลินชิงตาเป็นประกายทันที
ตรงกับสิ่งที่เธอคิดไว้พอดี ดูท่าเบาะแสของชั้นต่อไปน่าจะอยู่กับพวกคนแคระนี่เอง
แต่พวกนี้ระวังตัวสูง จะใช้วิธีธรรมดาเข้าไปคงไม่รอด
“A013 นายรออยู่นี่ ระวังตัวให้ดี เดี๋ยวฉันจะลองเข้าไปเอง”
“ครับเจ้านาย” A013 พยักหน้า
หลินชิงหยิบเกล็ดกิ้งก่าเปลี่ยนสีมาแนบฝ่ามือ ร่างของเธอค่อยๆ กลืนหายไปกับกำแพงน้ำแข็ง
เธอสูดลมหายใจ ลอบย่ำหิมะตรงไปทางหมู่บ้านคนแคระ
ไม่นาน หิมะก็ตกหนาเป็นปุยขาว
ยามเฝ้ารอบนอกห่อตัวในเสื้อขนสัตว์แน่น มือถือหอกกระดูกบ่นพึมพำกับเพื่อน เหมือนกำลังสาปแช่งอากาศอันเลวร้าย
ทว่าเกล็ดหิมะที่โปรยลงมากลับช่วยบดบังร่องรอยฝีเท้าของเธอไป
โชคดีที่พวกยามมัวแต่บ่น ไม่ทันได้สังเกตสิ่งผิดปกติ หลินชิงจึงค่อยๆ แทรกตัวลึกเข้าไป
แม้จะมีอาวุธ และไอเทมติดตัว แต่เธอก็ยังระวังว่าจะถูกซุ่มโจมตี ถ้าเผลอพลาดทีเดียวอาจถึงตายได้
ยิ่งเดินเข้าไป เธอก็ยิ่งเห็นชัด
สิ่งที่เจอเมื่อกี้เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของหมู่บ้านโดมน้ำแข็งเท่านั้น ยิ่งลึกเข้าไป โดมก็ยิ่งหนาแน่นขึ้น สูงสุดก็แค่ระดับคอเธอ ดูเล็กจิ๋วจนนึกว่าเดินหลงเข้ามาในดินแดนคนแคระ
“ที่นี่มันหมู่บ้านคนแคระชัดๆ”
ความแปลกใหม่ทำให้เธออยากสำรวจต่อ
ด้านในยังมีถนนตลาดที่เต็มไปด้วยเสียงซื้อขายจอแจ ข้าวของแปลกๆ ที่เธอดูไม่เข้าใจถูกวางเรียงรายราวกับตลาดนัด
แต่ตรงนั้นคนเยอะเกินไป ถ้าเธอฝืนเข้าไปก็จะถูกจับได้แน่
หลินชิงจึงเลือกยืนเงียบๆ ที่มุมกว้าง เฝ้าดูว่ามีร่องรอยอะไรบอกวิธีผ่านกำแพงน้ำแข็งนี้หรือไม่
ไม่ทันไร เสียงโกลาหลจากอีกด้านก็ดึงความสนใจเธอไป
กลุ่มคนแคระหลายสิบตัวใส่เสื้อขนสัตว์ กำลังช่วยกันหามอะไรบางอย่างขนาดใหญ่กลับมา พร้อมตะโกนเสียงดังราวกับเพิ่งล่ามาได้
เสียงนั้นทำให้เหล่าคนแคระที่กำลังซื้อขายอยู่ละทิ้งงาน วิ่งกรูกันไปดูอย่างตื่นเต้น
หลินชิงก็อดสงสัยไม่ได้ จึงแอบตามไปห่างๆ
แต่พอเห็นสิ่งที่พวกนั้นแบกมา เธอก็ถึงกับผงะ
สิ่งที่เธอคิดว่าเป็นสัตว์ล่า กลับกลายเป็น ‘ผู้เล่นมนุษย์’ คนหนึ่ง
เขาถูกมัดแน่นจนเหลือแค่หัวโผล่มา ดิ้นไปมาไม่หยุด ร้องโวยวายแทบขาดใจ
“ช่วยด้วย! พวกแกเป็นใคร จะเอาฉันไปไหนบอกมาเลยนะ! ฉันมีเพื่อนอยู่นะ ถ้าเขามาเมื่อไหร่ พวกแกได้เละเป็นผุยผงแน่!”
แต่เพราะสื่อสารไม่รู้เรื่อง พวกคนแคระกลับยิ่งฮึกเหิม เสียงเชียร์ยิ่งดังราวกับภูมิใจในชัยชนะ
ยิ่งเหยื่อดิ้นแรงเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงถึงความแข็งแกร่งของผู้ล่า
หลินชิงรักษาระยะห่างราวร้อยเมตร เพื่อไม่ดึงดูดฝูงผีเสื้อเหมันต์
เธอมองผู้เล่นชายคนนั้นร้องไห้จนน้ำมูกน้ำตาไหลพราก คร่ำครวญเสียงหลง
“โธ่เว้ย ทำไมซวยแบบนี้ เริ่มเกมมาก็ติดอยู่ในที่หนาวจัด จะหาหีบสักใบทีก็ดันเจอโครงกระดูกโผล่มาไล่ล่า สุดท้ายถูกพวกตัวประหลาดนี่จับมาได้อีก!”
“แม่จ๋า… ผมคิดถึงแม่จังเลย! ฮืออออออ… ไม่มีใครช่วยผมจริงๆ เหรอ…”
“ไม่ๆๆ อย่าให้มีผู้เล่นมาเลย เดี๋ยวมันจะดึงดูดฝูงผีเสื้อเหมันต์มาอีก ฉันไม่อยากตายกลายเป็นโครงกระดูกที่อยู่ที่นั่น!”
ฟังไปฟังมา หลินชิงรู้สึกคุ้นๆ ขึ้นมาในใจ
“เดี๋ยวนะ…หรือว่าเขามาทางเดียวกับฉันแล้วได้เห็นโครงกระดูกของผู้เล่นคนนั้นที่ถูกฉันฆ่าไป”
เธอส่ายหน้าเบาๆ แล้วพึมพำ “ไม่น่าเชื่อ ยังมีคนซวยกว่าฉันอีก…”
ยามค่ำคืนมาเยือน ลมหนาวหอนก้องราวกับจะฉีกทุกสิ่งให้ขาดกระจุย
ภายในบ้านโดมน้ำแข็ง ลู่เหยียนนั่งตัวสั่น น้ำมูกน้ำตาไหลไม่หยุด ลมหนาวพัดมาทีไร ความเย็นยิ่งกัดลึกเข้าไปถึงกระดูก
เขารู้สึกว่าชีวิตที่น่าสมเพชของตัวเอง ช่างสอดคล้องกับ ‘ดวงซวย’ อย่างแท้จริง
เรื่องซวยๆ มันไม่เคยมีคำว่าพอ มีแต่แย่ลงกว่าเดิม
เดิมทีแค่หวังจะหาหีบสมบัติสักใบเพื่อดูว่ามีอาหารหรือเสื้อผ้าใช้ประทังชีวิตบ้างหรือไม่ กลับเจอผู้เล่นอีกคนดักปล้นกลางทาง
ถึงแม้โชคช่วยให้ฝูงโครงกระดูกโผล่มา ขัดขวางไม่ให้ผู้เล่นนั้นฆ่าเขา แต่ทันใดนั้นเอง ฝูงผีเสื้อเหมันต์ก็กรูเข้ามา พริบตาเดียวผู้เล่นคนนั้นก็ถูกเผาจนเหลือแต่กองกระดูกน้ำแข็งสีน้ำเงิน
ลู่เหยียนหนีรอดมาได้ แต่กลับซวยกว่าเดิม โดนตาข่ายล่าสัตว์ของพวกคนแคระจับได้ ถูกฉีดบางอย่างเหมือนยาสลบ ก่อนจะถูกหามขึ้นเสาอย่างหมดเรี่ยวแรง
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ ฉันจะรอดไปได้จริงๆ เหรอ”
เขาถูกโยนเข้าบ้านโดมน้ำแข็งที่ใหญ่กว่าหลังอื่นเล็กน้อย ประตูถูกพวกคนแคระปิดตาย เหลือเขาเพียงคนเดียวตัวสั่นอยู่ข้างใน
ของใช้ และไอเทมจำนวนมากถูกผู้เล่นคนนั้นปล้นไป คงถูกเผาหายไปพร้อมร่างแล้วด้วย
เมื่อรู้สึกจนปัญญา ลู่เหยียนจึงส่งข้อความออกไปในช่องแชทภูมิภาค