ห้องระดับเจ็ด
ตอนที่ 120 ห้องระดับเจ็ด
“ของดีๆ แบบนี้ ปล่อยให้หลินโม่ใช้เถอะ คนธรรมดาอย่างฉันคงรับไม่ไหวแน่...”
ในมือของหลินชิงยังมี ‘จี้ผีเสื้อหยก’ ที่ได้มาจากในโลงศพ เป็นเพียงเครื่องประดับธรรมดา แต่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับคนที่หลินโม่ตามหา
คำอธิบายของจานพยากรณ์บอกไว้ว่า ‘ศาสตร์ลึกลับมีอยู่จริง’
ถึงโชคชะตาจะเป็นเรื่องฟังดูเลื่อนลอย แต่หลินชิงกลับรู้สึกว่าพลังชีวิตของตัวเองมีค่ามากเกินกว่าจะเสี่ยง
ตอนนี้ดวงของเธอกำลังดีขึ้น จะให้เสี่ยงใช้ไอเทมดูดโชคคงไม่เข้าท่าแน่ๆ
เมื่อเปิดหีบทั้งหมดเสร็จ หลินชิงก็พอใจอย่างยิ่งกับผลลัพธ์ครั้งนี้
เพราะแค่ประสิทธิภาพของไอเทมแต่ละชิ้น ก็เกินความคาดหวังไปไกลแล้ว
“เฮะ ๆ ดูเหมือนแม้เกมจะโหด แต่รางวัลอันดับหนึ่งนี่มันช่างคุ้มค่าจริงๆ”
เธอพูดด้วยรอยยิ้มพอใจ
จากจำนวนไอเทมทั้งหมดที่เธอมีตอนนี้ ก็น่าจะติดอันดับหนึ่งในช่องแชทของภูมิภาคแน่นอน
หลังจากนั้น หลินชิงก็เริ่มรู้สึกถึงความโหดร้ายของเกมนี้
เพราะมีเพียงการแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ถึงจะได้ไอเทมมากขึ้น และมีโอกาสรอดในภารกิจต่อๆ ไป
สำหรับผู้เล่นทุกคน มันคือวงจรแห่งการเอาชีวิตรอด
แข็งแกร่งขึ้น -> ได้ของดีขึ้น -> อยู่รอดต่อได้
แต่ถ้าพลาดเพียงขั้นเดียว สิ่งที่รออยู่ก็คือ ‘ความตาย’
“ไม่รู้ว่าหลังจากรวมภูมิภาคแล้ว สถานการณ์จะเป็นยังไง ถ้ามีการรวมหลายภูมิภาครวมเข้าด้วยกัน... จะมีผู้เล่นมากแค่ไหนกันนะ”
เมื่อคิดถึงคำพูดของระบบเอาชีวิตรอด หลินชิงก็รู้สึกถึงแรงกดดันขึ้นมาทันที
เพราะเกมเอาชีวิตรอดในห้องนี้ ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เธอคิดเลย
นอกจากไอเทมแปลกประหลาดสารพัด ยังมีบอสของแต่ละดันเจี้ยนที่น่าสะพรึงยิ่งกว่า
บางตัวถึงขั้นมี ‘สติปัญญาของตนเอง’
พวกมันสร้างลูกน้อง สร้างอิทธิพลข้ามโลก และแม้แต่จะส่งผลกระทบต่อผู้เล่นจากอีกโลกได้
เมื่อคิดถึงภาพแบล็กแมมบาที่ยกหัวงูดำขึ้นอัญเชิญงูยักษ์สีดำทมิฬ หลินชิงก็เริ่มเข้าใจ มันอาจไม่ใช่ไอเทมเลย แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกอัญเชิญจากพิธีกรรม เหมือนกับผู้เล่นประหลาดคนนั้นที่เคยเรียกสิ่งลึกลับจากวงเวทเพื่อตามรอยลู่เหยียน
รวมถึง ‘ร่างแม่ปรสิต’ ในหอพักปรสิต ที่เคยเชิญเธอให้ยอมรับการปรสิต ถึงเธอจะปฏิเสธไป แต่เธอก็รู้ดีว่าย่อมมีผู้เล่นบางคนที่ทนแรงกดดันไม่ไหว แล้วเลือกจะร่วมมือกับพวกบอสเหล่านั้นแน่
แม้ตอนนี้จะยังไม่รู้จุดประสงค์ของบอสแต่ละตัว แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่
หลินชิงคาดว่า โลกที่ผู้เล่นในภูมิภาคของเธอได้เจอนั้น อาจเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ ของเกมเอาชีวิตรอดทั้งหมดเท่านั้น
และในโลกอื่นๆ ก็อาจมีผู้เล่นที่เลือกจะ ‘ร่วมมือกับบอส’ อยู่ไม่น้อย
โลกหลังประตูแต่ละใบไม่ได้สุ่มผู้เล่นเพียงคนเดียว แต่บางครั้งอาจมีเป็นกลุ่มใหญ่ ซึ่งหมายความว่าในอนาคต หลินชิงอาจต้องเผชิญหน้ากับไม่เพียงแต่บอสของโลกนั้น แต่ยังรวมถึงผู้เล่นคนอื่นๆ ที่แข็งแกร่งไม่แพ้กันด้วย
คิดถึงจุดนี้ เธอก็รู้สึกทั้งตื่นเต้น และกังวลขึ้นมาพร้อมกัน
“เฮ้อ... ดูท่าฉันต้องรีบพัฒนาตัวเองซะแล้ว”
เมื่อความคิดนี้แวบขึ้นมา ความรู้สึกอันตรายก็แล่นไปทั่วร่าง หลินชิงอยากจะเพิ่มพลังให้ตัวเองเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ
แต่เมื่อกลับมามองความจริง หลินชิงก็รู้ว่า เธอต้องก้าวไปทีละขั้น ไม่เร่งร้อนเกินไป ค่อยๆ เดินบนเส้นทางนี้ให้มั่นคงก่อน
เธอเข้าใจดีว่าความใจร้อนจะทำให้เกิดเรื่องแย่ๆ ตามมาได้
ตอนนี้นอกจากไอเทมที่มีอยู่แล้ว หลินชิงก็ตั้งใจจะพัฒนาร่างกายของตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นด้วย
จากค่าสถานะปัจจุบัน ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาได้อีกมาก
สิ่งที่เธอทำได้ตอนนี้ คือ ฝึกร่างกายวันละสิบนาทีเพื่อรับ ‘สุ่มค่าสถานะ’ และยังมีคัมภีร์หลอมกายาอีกหนึ่งชุดที่สามารถเพิ่มค่าสถานะได้ถึง 20 แต้ม
คิดได้ดังนั้น หลินชิงก็หยิบหนังสือภาพเล่มเล็กนั้นออกมา พลิกดูคร่าวๆ
เพราะก่อนหน้านี้เธอแทบไม่เคยศึกษาพวกนี้มาก่อน สิ่งที่เคยทำก็มีแค่เต้นแอโรบิกออกกำลังกายกับคลิปของบล็อกเกอร์เท่านั้น มาตอนนี้ให้ทำท่าต่อเนื่องเป็นชุดก็เล่นเอาเหนื่อยไม่น้อย
ท่วงท่าที่ดูเหมือนง่าย พอทำจริงกลับยากกว่าคิดมาก
ขณะกำลังพิจารณาอยู่ หลินชิงก็พลันนึกถึงคน ๆ หนึ่ง เฉินจวี้น
อีกฝ่ายดูท่าทางเหมือนคนที่ผ่านการฝึกจริง ถ้าให้มาช่วยสอนหรือแนะนำได้ก็คงดีไม่น้อย
เธอจึงเก็บคัมภีร์หลอมกายากลับเข้าไปในกระเป๋าก่อน ตั้งใจว่าไว้มีเวลาค่อยถามอีกฝ่ายทีหลัง
นอกจากร่างกายกับไอเทม อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญในเกมเอาชีวิตรอดนี้ก็คือ ‘ระดับของห้องพัก’
ตอนนี้ห้องของหลินชิงอยู่ที่ระดับ 6 และเธอก็มีวัตถุดิบเพียงพอที่จะอัปเกรดขึ้นเป็นระดับ 7 ได้แล้ว
คิดได้ดังนั้น เธอเปิดแผงควบคุมส่วนตัวขึ้นมาเพื่อตรวจสอบรายการอัปเกรด
จริงๆ แล้วตั้งแต่โลกก่อนหน้า เธอก็สะสมวัสดุได้มากพอที่จะอัปเกรดต่อเนื่องสองระดับติด แต่ระบบกลับไม่ให้ทำง่ายๆ อย่างที่คิด
ตอนพยายามอัปเกรดครั้งนั้น ระบบกลับขึ้นข้อความว่า
[ จำนวนโลกที่ผู้เล่นได้ผ่านมีน้อยเกินไป ไม่เข้าเงื่อนไขการอัปเกรดห้อง แนะนำให้ผ่านโลกหลังประตูเพิ่มก่อน ]
ตอนนั้นเธอเพิ่งผ่านห้าโลก และได้อัปเกรดห้องจนถึงระดับหก
จนตอนนี้เมื่อผ่านโลกที่หกมา จึงได้รับสิทธิ์ให้อัปเกรดต่อได้
“งั้นหมายความว่า ต่อให้มีวัสดุครบ แต่ถ้าโลกที่ผ่านยังไม่ถึง ระบบก็จะไม่ให้เลื่อนระดับงั้นเหรอ...”
หลินชิงขมวดคิ้ว พลางพึมพำกับตัวเอง
ถึงครั้งนี้จะไม่ต้องจ่ายวัสดุเพิ่ม แต่แค่ข้อจำกัดเรื่องจำนวนโลกกับการใช้วัสดุจำนวนมหาศาลก็น่าปวดหัวพอแล้ว
ขณะเธอกำลังคิด เสียงของระบบก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
[ ทรัพยากรอัปเกรดห้องระดับ 7 ครบแล้ว ต้องการอัปเกรดทันทีหรือไม่ ]
“ยืนยันการอัปเกรด”
หลังคำสั่งนั้น ห้องทั้งห้องก็ถูกปกคลุมด้วยแสงสีขาวอ่อนๆ ผนังเริ่มเปล่งประกายเหมือนกำลังปรับโครงสร้างใหม่ แผงควบคุมขึ้นสถานะ ‘กำลังอัปเกรด’
ไม่รู้ว่าการอัปเกรดครั้งนี้จะใช้เวลานานแค่ไหน หลินชิงจึงตัดสินใจหาอะไรกินก่อน แล้วค่อยออกกำลังกายประจำวันให้ครบ
เธอเปิดประตูออกจากห้องนอนเล็กๆ
ทันทีที่ออกมา บอมแบร์ในโหมดสแตนด์บายก็รีบหันมาหา
“เจ้านาย มีอะไรให้ช่วยมั้ยค่ะ”
หลินชิงยิ้มพลางลูบหัวมัน “ไม่มีจ้ะ วันนี้ฉันทำกินเองก็ได้ ขอบคุณที่ดูแลฉันมาหลายวันนะ”
“ไม่ลำบากเลยค่ะ เจ้านายนั่นแหละที่เหนื่อยที่สุดตอนอยู่นอกโลกหลังประตู!”
พูดจบ บอมแบร์ก็ก้มหน้าลงเล็กน้อย สีหน้าเต็มไปด้วยความเศร้า “เสียดายที่ฉันช่วยคุณไม่ได้เหมือน A013 ฉันนี่มันไร้ประโยชน์จริง ๆ...”
หลินชิงมองสีหน้ามันก็พอเข้าใจ มันคงยังรู้สึกผิดจากตอนที่เธอกลับมาจากดันเจี้ยนแล้วรีบออกไปอีกครั้ง
เธอจึงพูดปลอบ “ไม่หรอก เธอเก่งมากนะ แค่เธอทำระเบิดได้ก็น่าทึ่งมากแล้ว แถมยังทำอาหารกับทำความสะอาดได้อีก ต่อให้ไปโลกไหนก็เอาตัวรอดได้สบายๆ เลย!”
ฝีมือทำอาหารของบอมแบร์นั้น หลินชิงยังจำได้ดีจนถึงขั้นทำให้เธอคิดเล่น ๆ ว่าควรหา ‘อาชีพเสริม’ ให้มันดีมั้ย
ในเมื่อคนเรายังต้องกิน โลกดันเจี้ยนไหนก็ไม่ต่างกัน
เธออาจเปิดร้าน ‘อาหารฝีมือเจ้าหมี’ ในร้านค้าออนไลน์ส่วนตัวก็ได้ ใส่เมนูที่มันทำไว้ขายให้ผู้เล่นคนอื่น บางทีอาจดังเป็นพลุแตกเลยก็ได้
แต่ก็แค่คิดไปก่อน เพราะการทำอาหารต้องใช้วัตถุดิบไม่น้อย
เสบียงในมือเธอกับผักในสวนเล็กชั้นบนก็มีพอแค่กินเอง ถ้าจะขายให้คนอื่นคงต้องรอให้ผลผลิตเพิ่มอีกหน่อย
พอหลินชิงพูดแผนนี้ให้บอมแบร์ฟัง ดวงตาของมันก็ส่องประกายทันที
“ดีเลยค่ะ! เจ้านายยังสามารถตั้งราคาขายได้ด้วยนะ แล้วฉันจะได้ช่วยคุณหาเงินอีกแรง!”
ได้ยินแบบนั้น หลินชิงก็หัวเราะ “ฟังดูเข้าท่านะ”
ในเมื่อ ‘เหรียญโลก’ เป็นสกุลเงินที่ใช้ได้ทุกที่ ยิ่งมีเยอะก็ยิ่งดี ใครกันจะบ่นว่ามีเงินมากเกินไป
เธอคิดในใจว่า เมื่อห้องอัปเกรดเสร็จ ถ้าระบบมีฟังก์ชันเสริมให้ใช้งานได้มากขึ้น ก็ควรเริ่มแผนนี้อย่างจริงจัง
แน่นอนว่าเธอไม่คิดจะเอาเปรียบ บอมแบร์ต้องได้ ‘ค่าจ้าง’ ด้วย และถ้ามีรายได้มากพอ เธอก็อยากซื้อทอยคอร์อันใหม่มาอัปเกรดความสามารถของมันด้วย
พูดถึงเรื่องอาหาร หลินชิงก็เดินไปมองชั้นเก็บของในพื้นที่ส่วนรวม แล้วหยิบ ‘บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป’ ซองหนึ่งที่อ่านชื่อไม่ออกมา
สะดวกและเร็วดี ส่วนรสชาติ... ก็ถือว่าเป็นกล่องสุ่มอีกอย่างหนึ่งละกัน
ในระหว่างที่รอสิบนาทีให้เส้นสุก เธอก็ไปเดินบนลู่วิ่งเพื่อเก็บเวลาออกกำลังกายประจำวันจนครบ ได้ค่าสถานะเพิ่มอีกหนึ่งแต้มตามเคย
เธอจัดการอัปค่าสถานะนี้ไปที่ ‘ความแข็งแกร่ง’ ตอนนี้ตัวเลขกลายเป็น 17 แล้ว
กลิ่นชีสครีมลอยอบอวลไปทั่วห้อง ทำให้ท้องของหลินชิงร้องจ๊อกทันที เธอเปิดขวดน้ำโซดาเย็น ๆ มาวางข้างหน้า แล้วนั่งลงจัดการอาหารตรงหน้าอย่างเต็มที่
ในหม้อใบเล็ก น้ำซุปสีขาวขุ่นมีหยดน้ำมันพริกสีแดงลอยอยู่บนผิวนิดๆ ทั้งเผ็ดทั้งหอมจนชวนให้หิวหนักกว่าเดิม
พอชิมคำแรก เธอก็เบิกตากว้าง “อืม! อร่อยใช้ได้เลยแฮะ!”
หลังจากกินบะหมี่จนหมด เธอก็หยิบขนมกับผลไม้มาทานเป็นของหวานเล็กน้อย
การอัปเกรดห้องครั้งนี้ดูเหมือนจะใช้เวลานานพอสมควร หลินชิงเลยหาอะไรทำฆ่าเวลา
ทันใดนั้น เธอก็นึกขึ้นได้ว่า ตอนอยู่ในเขาวงกตทะเลเพลิงใต้ดิน เธอได้ขุดแร่ติดมือมาด้วยหลายชิ้น
บางอย่างน่าจะนำไปแปรรูปบนโต๊ะคราฟเพื่อทำวัสดุอัปเกรดได้
เธอจึงลองหยิบแร่เหล็กบางส่วนขึ้นมาทดลอง
แต่พอเปิดแผงควบคุมดู ก็มีข้อความเด้งขึ้นมาอีก
[ ติ๊ง! ระดับโต๊ะคราฟต่ำเกินไป ต้องการโต๊ะคราฟระดับสอง จึงจะสามารถแปรรูปหินแร่จำนวนมากได้ ]