อาทิตย์ยามอัสดง
ตอนที่ 134 อาทิตย์ยามอัสดง
เหลียงโจวกัดฟันแน่น “เธอต้องการอะไร มานั่งคุยกันดีๆ ก็ได้!”
เขายกเคียวขึ้นตั้งการ์ดเต็มที่ กลัวว่าหลินชิงจะโยนของหนักๆ มาอีกทุกเมื่อ
แม้เขาเป็นสมาชิกของสมาคมเฟิงฮวา แต่ข้อจำกัดของเกมก็ยังใช้กับผู้เล่นทุกคนเช่นเดียวกัน อาวุธป้องกันที่เขามีต้องใช้เหรียญโลกแลกสิทธิ์ใช้งาน ยิ่งเป็นของระดับสูงเท่าไร ค่าธรรมเนียมก็ยิ่งแพง
สถานการณ์นี้ทำให้เขาเริ่มหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ
หลินชิงยกยิ้มมุมปาก “เดาสิ”
แน่นอนว่าเธอไม่มีทางให้โอกาสอีกฝ่ายได้ตั้งตัว
เธอรู้ดีว่า ‘ข้อจำกัดของไอเทม’ มีผลกับผู้เล่นทุกคน รวมถึงพวกปรสิต เช่นกัน
แรงกระตุ้นจากเลื่อยยนต์ทำให้สติของเธอลดลง แต่ความโกรธและความบ้าคลั่งกลับเพิ่มขึ้นแทน จิตใต้สำนึกของเธอกลายเป็นนักล่าที่พร้อมฆ่า
เพราะคนชั่วเท่านั้น ที่จะหวาดกลัวสิ่งที่น่ากลัวกว่า
หลินชิงยืนนิ่งอยู่ในเงามืด ร่างกายเธอหายไปกับแสงอีกครั้ง กลายเป็นนักล่าที่รอจังหวะซัดเหยื่อในความมืด
ความเงียบของเธอทำให้เหลียงโจวเริ่มไม่สบายใจ ความรู้สึกไม่มั่นคงที่ไม่ได้สัมผัสมานานหลังถูกปรสิตสิงร่างหวนกลับมาอีกครั้ง
“หรือว่า... เธอเป็นคนของหน่วยความมั่นคงพิเศษ” เขาพึมพำพลางมองรอบตัว “ไม่สิ พวกนั้นไม่น่ารู้ที่อยู่ของฉันนี่...”
เขาเอื้อมมือคว้าร่างของมนุษย์กลายพันธุ์ตัวหนึ่งมากัดกินเลือดและเนื้อเพื่อฟื้นพลัง ขณะเดียวกันก็ยังไม่กล้าสั่งให้ลูกสมุนพุ่งเข้าหา เพราะรู้ว่าพวกนั้นไม่มีเกราะทนแรงระเบิดได้แน่
ตอนนี้เขาเหมือนถูกจับขังอยู่ในกับดักระเบิดของหลินชิงทุกทิศทาง
หญิงสาวไม่ตอบคำถามสักคำ เธอเพียงโผล่ออกมาจากอีกมุมหนึ่ง เสียงเลื่อยคำรามลั่นอีกครั้ง พร้อมพุ่งเข้าฟันอย่างจัง!
เหลียงโจวกัดฟันแน่น ยกเคียวขึ้นรับพร้อมถอยหลัง แต่ทันใดนั้นเขาควักปืนสั้นจากกระเป๋ามิติขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ลากลำกล้องแล้วลั่นไก ปัง! ปัง! ปัง! ยิงกราดไปยังทิศที่เธออยู่
แต่กระสุนทั้งหมดกลับเฉี่ยวอากาศเปล่า เพราะหลินชิงได้หายวับไปอีกครั้งด้วยเกล็ดกิ้งก่าเปลี่ยนสี
ตูม!
โต๊ะกลมตรงหน้าที่เหลียงโจวยืนอยู่ระเบิดขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรง!
แรงระเบิดส่งร่างเขากระเด็นล้มไปทั้งตัว เสื้อผ้าไหม้เกรียม มือถือเคียวสั่นสะท้าน แม้ปกป้องได้บางส่วน แต่ร่างเขาก็เต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์
“แค่ก... แค่ก... ยัยนี่...” เขาไอเป็นเลือด พยายามยันตัวขึ้น ดวงตาเริ่มมีแววหวาดหวั่น
แผลทั่วตัวลึกจนแทบเห็นกระดูก ถึงปรสิตจะฟื้นฟูได้ แต่ระดับนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
“หรือว่า... ระเบิดอยู่ทั่วทั้งที่นี่”
ยังไม่ทันจะคิดให้จบ เสียงเลื่อยคำรามดังขึ้นอีกครั้ง
หลินชิงโจมตีบุกเข้ามาอย่างแม่นยำ!
ตอนนี้ ความเร็วของชายสวมแว่นลดลงจากบาดแผลเล็กน้อย และช่องว่างเพียงไม่กี่วินาทีนั่นเอง... ก็เพียงพอให้หลินชิงเห็นโอกาสสังหาร!
สุดท้ายแล้ว อาวุธของพวกปรสิตพวกนั้น ก็แค่ดูน่ากลัวเท่านั้นแหละ แท้จริงไม่ได้แข็งแกร่งอะไรขนาดนั้น
หลินชิงตอนนี้เข้าใจรูปแบบการโจมตีของชายสวมแว่นได้หมดแล้ว จึงไม่คิดจะพูดพร่ำให้เสียเวลา เธอหยิบระเบิดลูกใหม่ขึ้นมาแล้วโยนตรงไปใกล้ตัวเขาทันที
เสียง ตูม! ดังสะเทือนทั้งพื้นที่ ความร้อนและแรงอัดจากระเบิดทำให้ห้องทั้งห้องสั่นสะเทือนจนแทบถล่ม
หลังเสียงระเบิดค่อยๆ จางลง ควันดำหนาทึบเริ่มสลาย เธอจึงลากเลื่อยไฟฟ้าออกมาจากมุมหลบด้วยสีหน้าสบายๆ
“ใครเขาจะยอมไปเสี่ยงสู้ประชิดตัวให้เหนื่อยกันล่ะ” เธอบ่นพึมพำ “มีอาวุธหนักก็ต้องใช้สิ ถึงจะเรียกว่าฉลาด!”
ตราบใดที่กระสุนและระเบิดยังเหลือมากพอ ต่อให้เป็นสัตว์ประหลาดจากดาวไหน เธอก็ระเบิดให้กลับไปเกิดใหม่ได้หมด
มนุษย์ที่ถูกกลายพันธุ์กลายเป็นซากไร้สติ เดินเซอยู่ในพื้นที่ราวกับหุ่นเชิดที่ขาดเชือก ส่วนผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่ต่างหลบซ่อนตัวสั่นด้วยความกลัวสุดขีด ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจดัง
ห้องทั้งห้องเงียบงัน เหลือเพียงเสียงฝีเท้าของพวกสิ่งมีชีวิตที่หลงเหลืออยู่
“ตายสนิทหรือยังนะ...”
หลินชิงเกาศีรษะพลางชะงักรอฟังอยู่ครู่หนึ่ง พอไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆ ใต้กองซากปรักหักพัง เธอจึงค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้
แรงระเบิดรุนแรงกว่าที่คิด ร่างของชายสวมแว่นถูกแรงระเบิดอัดจนแทบไม่เหลือรูป ครึ่งหน้าเละเป็นชิ้น ส่วนเคียวที่กลายจากใบหน้าก็อ่อนยวบเหมือนเนื้อที่ละลาย
แต่สารสีดำคล้ายของเหลวนั่นกลับยังดิ้นกระเพื่อมอยู่ มันพยายามเคลื่อนไหวซ่อมแซมร่างและดูดซับเลือดเนื้อรอบๆ เพื่อฟื้นพลัง
“นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย...” หลินชิงขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้มากนัก เผื่อมันจะยังมีพิษหรืออันตรายซ่อนอยู่
จากนั้นเธอก็พลันนึกถึงบางอย่าง “หรือว่านี่... คือร่างจริงของสิ่งที่ปรสิตอยู่ข้างใน”
เธอยังไม่แน่ใจนัก จึงเฝ้ามองอยู่พักหนึ่ง พอเห็นมันพยายามจะเลื้อยหนี เธอก็หยิบแก้วไวน์ทรงสูงใกล้ๆ มาครอบลงบนมันทันที
ของเหลวสีดำดิ้นอยู่ในแก้วเหมือนมีชีวิต มันไต่ไปตามขอบแก้วอย่างช้าๆ เหมือนกำลังหาทางออก แต่ก็หนีไม่ได้
หลินชิงไม่สนใจอีกต่อไป เธอคว้าเลื่อยไฟฟ้ามาจัดการร่างของชายสวมแว่นซ้ำอีกหลายครั้ง เผื่อไม่ให้มันฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีก
จนกระทั่งมีเสียง ‘ติ๊ง’ เบาๆ ของไอเทมดรอป เธอจึงถอนหายใจโล่ง “ดูท่าคราวนี้จะตายจริงๆ แล้วล่ะ”
เพราะแม้แต่ไอเทมบ็อกซ์ของระบบของเขายังถูกยกเลิก แสดงว่าผู้เล่นคนนั้นตายไปแล้วอย่างแน่นอน
ในตอนนั้นเอง วัตถุทรงกลมสีดำขนาดเท่ากำปั้นเริ่มส่องแสงม่วงเข้มอ่อนๆ ขึ้นมาท่ามกลางกองเศษซาก เธอหยิบมันขึ้นมาดูอย่างระมัดระวัง
[ ชื่อ : พื้นที่คุมขัง ]
[ เกรด : A ]
[ โอกาสใช้งาน : 3 ครั้ง ( ใช้แล้ว 1 ครั้ง ) ]
[ ผล : เมื่อใช้จะสามารถสร้างพื้นที่คุมขังที่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้ พื้นที่จะถูกแยกออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง ]
[ หมายเหตุ 1 : เมื่อเปิดพื้นที่คุมขังจะไม่มีใครเข้าออกได้ จนกว่าผู้ใช้จะยกเลิก ]
[ หมายเหตุ 2 : หากพื้นที่คุมขังถูกทำลายจากภายนอกอย่างรุนแรง จะเกิดการยุบตัวภายในและพื้นที่อาจพังทลายลงได้ ]
“อืม ของดีเลยแฮะ...” หลินชิงยิ้มบาง ไม่คิดว่าจะได้ไอเทมเกรด A มาฟรีๆ แบบนี้ เธอเก็บมันเข้าไอเทมบ็อกซ์อย่างไม่ลังเล
มองรอบๆ ที่เต็มไปด้วยเลือดและซากศพ เธอถอนหายใจเบาๆ “สมาคมเฟิงฮวานี่มันโรคจิตชัดๆ ล่อให้คนธรรมดาฆ่าตัวตายแบบนี้ได้ยังไงกัน”
ไม่ว่าจะบอกว่าเป็นการ ‘ชำระบาป’ หรือ “พิธีศักดิ์สิทธิ์” มันก็แค่ข้ออ้างโง่ๆ ของฆาตกรที่คลั่งศรัทธาเท่านั้น
ทันใดนั้น เสียงระบบก็ดังขึ้นในหัว
[ ขอแสดงความยินดี! ภารกิจลับเสร็จสิ้น เอาชีวิตรอดและสังหารปรสิตทั้งสองสำเร็จ ]
[ รางวัล : 50 เหรียญโลก ( ส่งเข้าไปในไอเทมบ็อกซ์แล้ว ) ]
หลินชิงตรวจสอบอีกครั้งให้แน่ใจว่าทั้งคู่ตายจริง แล้วค่อยใช้ลูกบอลสีดำม่วงเปิดกลไกเพื่อยกเลิกพื้นที่คุมขัง
“หวังว่าหัวหน้าเจียงคงเห็นทุกอย่างผ่านไลฟ์เมื่อกี้นะ...” เธอบ่นเบาๆ
ถึงภาพทั้งหมดจะถูกถ่ายทอดออกไป แต่สิ่งที่เธอทำก็เป็นเพียงการป้องกันตัว ไม่มีอะไรให้ต้องปิดบัง
ทันทีที่พื้นที่คุมขังแตกออก ห้องน้ำชายามบ่ายที่ถูกบิดเบือนกลับคืนสู่สภาพเดิม
ยามนี้แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องลอดผ่านกระจกบานใหญ่ แสงสีทองอบอุ่นตกกระทบทั่วห้องโถงที่กลายเป็นซากพังยับ เผยให้เห็นผู้รอดชีวิตไม่กี่คนที่ยังคงตัวสั่น และตาเหม่อลอย
พวกเขามองไปยังหญิงสาวเพียงคนเดียวที่ยังยืนอยู่ตรงกลาง เงาของเธอทอดยาวท่ามกลางแสงอาทิตย์ ดวงตาเย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง เลือดที่เปื้อนใบหน้าเธอสะท้อนแสงเหมือนพระอาทิตย์สีเลือด
ในวินาทีที่ม่านพลังสลาย หน่วยความมั่นคงพิเศษก็พังประตูเข้ามาทันที
“ทุกคนอย่าตกใจ! เราคือหน่วยความมั่นคงพิเศษ! ปล่อยที่เหลือให้พวกเราจัดการ!”
ทันใดนั้น เสียงสะอื้นแรกดังขึ้นในหมู่ผู้รอดชีวิต แล้วเสียงร้องไห้อีกหลายเสียงก็ดังตามต่อเนื่อง
พวกเขารอดจากขุมนรกจริงๆ...
เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงพิเศษเริ่มกวาดล้างมนุษย์กลายพันธุ์ที่เหลือ โดยใช้ปืนกลหนักยิงกดจนร่างพวกมันแตกกระจาย เพราะพวกมันยังไม่พัฒนาระดับการฟื้นฟูร่างกายได้มากนัก
หัวหน้าเจียงเดินเข้ามาภายในห้องโถง เมื่อเห็นหลินชิงยืนอยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่ เขาเร่งฝีเท้าเข้ามาทันที
“หลินชิง! เธอไม่เป็นไรใช่มั้ย”
น้ำเสียงเขาแฝงความกังวล แต่ขณะเดียวกันก็อดทึ่งไม่ได้
ภาพทั้งหมดที่เขาเห็นจากหน้าจอเมื่อครู่ยังติดตา ผู้หญิงคนนี้ทั้งใจเด็ด กล้าเสี่ยง และเฉียบขาดกว่าที่คาดไว้มาก การต่อสู้ของเธอแทบไม่มีข้อผิดพลาดเลยด้วยซ้ำ
อาจพูดได้ว่า แม้แต่ผู้เล่นระดับสูงบางคนยังทำไม่ได้ถึงขนาดนี้
แต่เลื่อยยนต์ของฆาตกรก็มีผลข้างเคียงอยู่ มันปลุกสัญชาตญาณฆ่าในหัวใจผู้ใช้ให้ตื่นขึ้น
หลินชิงรู้สึกถึงแรงกระตุ้นรุนแรงในร่าง จึงรีบสูดลมหายใจลึก บังคับให้สติตัวเองสงบลง เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว เธอก็หันกลับมายิ้มบางๆ “ฉันไม่เป็นไรค่ะ หัวหน้าเจียง”
หัวหน้าเจียงพยักหน้าเบาๆ แต่พอเห็นประกายสีเลือดในดวงตาเธอ หัวใจก็เต้นวูบ ความรู้สึกนั้นบอกเขาว่า เธออันตรายยิ่งกว่าที่คิด
แม้เลื่อยจะถูกเก็บเข้าไอเทมบ็อกซ์แล้ว แต่ไออาฆาต และพลังฆ่าฟันยังคงแผ่คลุ้งรอบตัว
ในสายตาของเขา ตอนนี้หญิงสาวที่เพิ่งจัดการพวกคลั่งศรัทธาได้ด้วยตัวคนเดียว กลับน่าหวั่นเกรงยิ่งกว่าศัตรูเสียอีก
หัวหน้าเจียงตบบ่าเธอเบาๆ “ทำได้ดีมาก เธอช่วยไว้ได้เยอะจริงๆ เรื่องที่เหลือปล่อยให้เราจัดการเถอะ”
หลินชิงพยักหน้ารับ แต่ทันใดนั้น ความวิงเวียนก็แล่นขึ้นมาที่ศีรษะ
เสียงรอบตัวเริ่มพร่าเลือน ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างชัดเจน
“พี่! พี่ไม่เป็นไรใช่มั้ย!”
เป็นเสียงของหลินหนิง เธอวิ่งฝ่าฝูงคนเข้ามา คว้าร่างพี่สาวที่กำลังจะทรุดไว้แน่นในอ้อมแขน ขณะหอบหายใจแรงด้วยความตกใจ
หลินชิงยิ้มจางๆ อย่างเหนื่อยล้า “ฉัน... ไม่เป็นไร...”
จากนั้น ทุกสิ่งรอบตัวก็ค่อยๆ ดับวูบไปในแสงสุดท้ายของอาทิตย์ยามอัสดง