เผชิญหน้ากับเคานต์

ตอนที่ 155 เผชิญหน้ากับเคานต์



ขณะที่หลินชิงกำลังคิด เสียง ติ๊ง เบา ๆ ก็ดังจากข้อมือ ข้อความจากลู่เหยียน



“บอส คนพวกนั้นเหมือนคนเสียสติไปแล้ว! พวกเขาบอกว่าคืนนี้จะรวมทีมบุกฆ่าเคานต์ให้จบๆ ไปก่อน เชื่อว่าฆ่าอีกฝ่ายได้ก็ถือว่าผ่านดันเจี้ยนแล้ว...ถามว่าคุณจะร่วมมั้ย พวกเขาว่ารางวัลแบ่งเท่ากัน”



“ผมก็ลังเลอยู่ เลยอยากถามความเห็นคุณก่อน”



หลินชิงอ่านข้อความพลางขมวดคิ้ว



“ดูเหมือนพวกนั้นจะเจอเรื่องบางอย่างหลังโดนควินซีตรวจห้อง ถึงได้ใจร้อนขนาดนี้”



เธอนึกถึงสวีเชี่ยน หญิงคนนั้นจัดการทีมได้ไม่เลว คงยังรอดอยู่แน่ แต่ถ้าคิดจะบุกใส่บอสกลางดึกแบบนี้ แสดงว่าพวกนั้นยังไม่เข้าใจธรรมชาติของดันเจี้ยนนี้เลย



“ไม่ใช่เกมต่อสู้แบบใช้กำลังฝ่าด่าน...มันคือเกมจิตวิทยาต่างหาก”



หลินชิงตัดสินใจไม่ตอบตกลง อย่างน้อยจนกว่าเธอจะรู้ว่าเบื้องหลังประตูบานที่สามมีอะไรซ่อนอยู่ เธอจะไม่ออกจากที่นี่



และแน่นอน เธอจะยังไม่บอกใครว่าพบศพหญิงสาวที่หายไปในห้องลับนั้น เธอยังไม่รู้ว่าจะช่วยพวกเธอออกมาได้อย่างไร การเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวจึงปลอดภัยที่สุด



แต่ก่อนที่เธอจะคิดต่อ เสียงเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัว



[ คำเตือน! เคานต์กำลังเข้าใกล้ทางลับ โปรดระวังและเตรียมแผนรับมือทันที! ]



หลินชิงหน้าถอดสี ซวยแล้ว...อยู่ที่นี่นานเกินไป!



เธอรีบเรียกใช้พลัง ‘แหวนวายุเงิน’ พุ่งตัวออกจากห้องหนังสือหมายจะกลับขึ้นไปก่อนที่เคานต์จะถึง



แต่ครั้งนี้เธอประเมินผิด เพราะเมื่อถึงปลายบันไดชั้นบนสุด เธอก็ต้องหยุดชะงัก



ร่างหนึ่งยืนพิงกรอบประตูอยู่ตรงนั้น ชายในชุดสูทดำขลับ ใส่ถุงมือขาวสะอาด ปลายนิ้วหมุนเล่นกับโซ่เหล็กที่แตกละเอียดจากน้ำแข็ง



เคานต์เงยหน้าช้า ๆ แววตาสีดำลึกเหมือนรัตติกาลฉายประกายเยือกเย็น ขณะริมฝีปากโค้งยิ้มบาง



“ถึงจะถูกห่อหุ้มด้วยน้ำแข็ง แต่โซ่ที่แตกนี้กลับคงความงดงามของนิรันดร์ได้อย่างน่าประหลาด...ขอบคุณนะครับ ว่าที่คู่หมั้นของผม คุณหนูลอเรนเดลตัวจริง คุณทำให้ผมประหลาดใจไม่น้อยเลย”



แม้เธอจะยังเปิดการพรางตัวด้วยเกล็ดกิ้งก่าเปลี่ยนสี แต่คำพูดนั้นชัดเจนว่าชายตรงหน้ามองเห็นเธออยู่ดี



“...ของดีนี่นา” หลินชิงคิดในใจ “บอสตัวนี้ไม่ธรรมดาแน่”



เมื่อถูกเปิดโปง เธอก็ไม่เสียเวลาอีกต่อไป ปิดโหมดพรางตัว เดินออกมาเต็มตัว มือหมุนอาวุธในมืออย่างใจเย็น แล้วเล็งไปยังหน้าผากอีกฝ่าย



“ต้องขอโทษด้วยนะคะ ท่านเคานต์” หลินชิงยิ้มเย็นเยียบ “แต่ดูเหมือนคุณต่างหากที่ทำให้ฉันประหลาดใจกว่า หลังประตูบานนั้น ฉันเจอ ของขวัญสุดพิเศษจากคุณด้วยล่ะ”



เคานต์หัวเราะเบาๆ สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย เขาก้าวถอยหลังครึ่งก้าวอย่างสุภาพ แสดงท่าทีว่าไม่คิดโจมตี



“คุณหนูลอเรนเดล ผมว่าคุณคงเข้าใจผิด เรื่องราวของเหล่าสตรีที่คุณพูดถึง...เป็นเพียงคำเพ้อของหญิงบ้าคลั่งเท่านั้น” น้ำเสียงเขาอ่อนโยนราวกับปลอบเด็ก



“ผมได้บอกภรรยาทุกคนเสมอว่าหุบเขานี้ต้องคำสาป เรื่องแปลกๆ ย่อมเกิดขึ้นบ้าง ส่วนสาวใช้ที่หายไปนั้น พวกเธอก็แค่ไม่อาจทนต่อไอพิษในหุบเขาเท่านั้นเอง”



“นั่นไม่ใช่ความลับอะไรเลย”



คำพูดเรียบเรื่อยและใบหน้าสงบนิ่งของชายตรงหน้า ทำให้หลินชิงแทบอยากหัวเราะออกมา



“พูดโกหกได้หน้าตาเฉยขนาดนี้ นี่สินะตัวตนของปีศาจแวมไพร์”



เธอแสร้งยิ้มพลางลดปืนลงเล็กน้อย “งั้นหรือคะ...งั้นที่เคานต์เดสตายทุกคน ก็เพราะคำสาปงั้นสิ”



เคานต์ปล่อยโซ่ในมือหล่นลงพื้น เสียงเหล็กกระทบหินดังกังวาน เขากางแขนเล็กน้อย ยิ้มสุภาพเหมือนเดิม



“แน่นอนสิครับ ไม่เช่นนั้น ผมจะยอมให้คนของคุณรอดจากการตรวจของควินซีได้อย่างไร ผมเป็นคนสั่งเองให้เขาอย่าแตะพวกคุณ เพียงลงโทษเล็กน้อยเตือนสติเท่านั้น ถือว่าเป็นความจริงใจเล็กๆ จากผม พอจะเข้าใจมั้ยครับคุณหนู”



แล้วเขายกคิ้วเล็กน้อย สายตาเปลี่ยนเป็นแหลมคม “พูดถึงเรื่องนั้น...คุณหนูดูเหมือนจะเล่นบทบาทได้แนบเนียนดีทีเดียว ปล่อยให้ใครบางคนปลอมตัวเป็นคุณเข้ามา ส่วนตัวเองกลับแสร้งเป็นสาวใช้ ทำไปเพื่ออะไรกันหรือครับ”



คำถามนั้นทำให้หลินชิงหัวใจเต้นวูบ แต่สีหน้าเธอยังคงเยือกเย็น



เธอแค่นหัวเราะเบา ๆ ก่อนตอบเสียงเรียบ “ก็เพราะท่านนั่นแหละค่ะ ท่านเคานต์”



“ตอนฉันเดินทางมา ยังไม่ทันถึงคฤหาสน์ก็ถูกโจรปล้นหมด ทั้งทรัพย์สินและของหมั้น จนต้องมาพร้อมคนรับใช้ไม่กี่คน ตัวท่านเองก็ไม่ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง แค่ส่งควินซีมาแทน ฉันเลยอยาก ‘ทดสอบ’ ว่าคู่หมั้นของฉันจะเป็นสุภาพบุรุษหรือปีศาจกันแน่”



เธอยิ้มเย็นตาขณะพูดต่อ “แล้วผลที่ได้ก็พิสูจน์แล้วค่ะ ว่าท่านไม่เพียงไร้มารยาท...แต่ยังฆ่าคนของฉันไปหนึ่งคนด้วย ท่านเรียกว่านี่เป็นการต้อนรับแขกเหรอคะ”



“แสดงอำนาจงั้นหรือ ไม่ๆ...”



เคานต์ยิ้มบาง เอียงศีรษะมองหลินชิงด้วยแววตาอ่อนโยนผิดธรรมชาติ



“ผมเพียงแค่...เตือนด้วยความหวังดีก็เท่านั้นเอง”



แววตาสีดำลึกคู่นั้นกวาดมองไปยังประตูบานที่สองและที่สามซึ่งยังปิดสนิท เขาเอ่ยเสียงเรียบ ริมฝีปากยกยิ้มราวกับกำลัง ‘เตือนด้วยความหวังดี’ อีกครั้ง



“คุณหนูลอเรนเดลคงเคยได้ยินเรื่องคำสาปของคฤหาสน์นี้แล้วล่ะมั้ง ทางลับแห่งนี้ มีเพียงว่าที่ภรรยา หรือเคานต์เดสในแต่ละรุ่นเท่านั้นที่ค้นพบได้ มันเป็นความลับที่ไม่เคยมีคนนอกเหยียบถึง”



“ส่วนสามบานประตูนี้...” เขาเอ่ยพลางเดินช้า ๆ ปลายนิ้วแตะโซ่ที่แตก



“คือคำสาปสามชั้น เมื่อใดที่มีผู้ใดกล้าเปิดประตูบานที่สาม... คำสาปนั้นจะตกอยู่บนหัวของคนผู้นั้นโดยตรง ดังนั้น ผมจึงอยากเตือนด้วยความจริงใจ อย่าเปิดมันเลยนะครับ”



คำพูดนุ่มนวล แต่แววตาเต็มไปด้วยเงามืด



หลินชิงหัวเราะในใจ ยังจะเล่นบทบาทอยู่สินะ เจ้าแก่เลือดเย็น ฆ่าคนไปกี่สิบคนแล้ว ยังทำหน้าซื่อได้อีก



ยิ่งเขาพูดว่า ‘ห้ามเปิด’ เธอก็ยิ่งอยากเปิดมากขึ้นเท่านั้น



แต่ก่อนที่เธอจะได้ตอบ เคานต์ก็ทำสิ่งที่เกินคาด เขาก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม จับมือเธอขึ้นมาอย่างสุภาพ แล้วโน้มลงจุมพิตปลายนิ้ว



สัมผัสเย็นเฉียบแตะผิวหนัง ทำให้หลินชิงเกือบเผลอยิงใส่หน้าเขาทันที



“ว่าที่เจ้าสาวของผม...” เสียงเขาอ่อนละมุนอย่างน่าขนลุก “ตามธรรมเนียม เราจะจัดพิธีแต่งงานในวันพรุ่งนี้ผมสัญญา...จะทำให้เป็นวันที่คุณจดจำไปตลอดชีวิต”



เขายกยิ้ม “และเพื่อน ๆ ของคุณก็ได้รับเชิญเช่นกัน”



หลินชิงหรี่ตา หึ งานแต่ง ฟังดูเหมือนงานเชือดมากกว่านะ...



เมื่อรู้ว่าเธอคงเข้าไปในห้องลับต่อไม่ได้ตอนนี้ หลินชิงก็แสร้งยิ้มตอบเสียงเรียบ



“ได้สิ แต่ไหนๆ ฉันก็จะเป็นเจ้าของคฤหาสน์แล้ว แบบนี้ฉันคงจะเดินสำรวจในนี้ได้อิสระ ไม่ต้องถูกจำกัดกฎอีกต่อไปใช่มั้ยคะ”



เคานต์หัวเราะเบาๆ



“แน่นอนครับ นอกจากสองห้องในทางลับนั้น คุณจะไปที่ใดก็ได้...”



เขายกมือขึ้นเล็กน้อย เหมือนกล่าวอำลาอย่างสุภาพ “งั้นไว้พบกันพรุ่งนี้นะครับ ว่าที่เจ้าสาวของผม”



พูดจบ ร่างของเขาก็จางหายไปราวกับละอองควัน



หลินชิงยืนนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ ถอนหายใจ แล้วรีบย้อนกลับขึ้นไปยังห้องพัก



ตอนเธอเปิดแผ่นหินใต้เตียงโผล่ขึ้นมา ลู่เหยียนที่นั่งเฝ้าหน้าต่างแทบกระโดดตัวลอย



“โฮ้ยย! บอส! ทำไมกลับมาช้านักเนี่ย ผมเกือบช็อกตายอยู่แล้ว!”



เสียงเขาแทบสั่น ร่างยังคงเกร็งเหมือนแมวที่ได้ยินเสียงข่วนประตู ในคฤหาสน์ที่เงียบเกินไปแบบนี้ แม้แต่ผ้าม่านที่พลิ้วเบาๆ ยังทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ



แต่พอเห็นสีหน้าหลินชิงกลับไม่พูดอะไร ลู่เหยียนก็เริ่มรู้สึกไม่ดี



“เอ่อ...เกิดอะไรขึ้นหรือครับ”



หลินชิงจึงเล่าทุกอย่างให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ



“อะไรนะ! งานแต่งกับเคานต์เนี่ยนะ! ไม่ได้! ไม่ได้เด็ดขาด! เขาเป็นบอสของดันนี้นะ!”



ลู่เหยียนเริ่มเดินวนไปมาเหมือนคนสติแตก “เราต้องหนีสิ! เดี๋ยวนี้เลย! หน้าต่างก็มี ถึงจะสูงแต่ยังดีกว่ารอให้โดนกัดคอ!”



หลินชิงกลับส่ายหน้า สีหน้านิ่งสนิท



“ไม่ต้องหนี พรุ่งนี้เราจะทำตามแผนของเขา”



“หา”



“แต่ให้ติดต่อสวีเชี่ยน บอกเธอว่าฉันเปลี่ยนใจแล้ว ตกลงร่วมมือ”



“ร่วมมือ” ลู่เหยียนตาโต “คุณจะร่วมมือกับพวกนั้นจริงๆ เหรอ”



“ใช่” หลินชิงยิ้มมุมปาก “ในเมื่อบอสจับพิรุธได้หมดแล้ว ก็เล่นตามเกมไปเลยสิ เขาอยากให้มีงานแต่งใช่มั้ย งั้นก็จัดให้ แล้วเราค่อยจัดทีมบุกในงานแต่งนั่นแหละ”



“ฮะ!” ลู่เหยียนรู้สึกสมองเริ่มล้าอีกครั้ง แต่ก็พอเข้าใจว่าหลินชิงไม่มีทางทำอะไรโดยไม่คิด



เขาพยักหน้า “โอเค เดี๋ยวผมส่งข้อความหาคนพวกนั้นก่อน”



เพียงครู่เดียวก็มีการตอบกลับ แน่นอนว่าไม่ใช่แบบดีนัก



“ฮึ พวกแกอดรนทนไม่ไหวก่อนสินะ ตอนแรกทำเป็นไม่อยากร่วมมือ ตอนนี้คงรู้ตัวแล้วว่าฝีมือไม่ถึงระดับเดียวกับเรา”



“พวกแกยังกล้าหน้าด้านมาคุยอีก หลังจากทำให้พี่เมิ่งถิงตายเนี่ยนะ!”



ลู่เหยียนทำเป็นไม่เห็นข้อความพวกนั้น รอจนสวีเชี่ยนส่งข้อความใหม่มาแทน



“ได้ พรุ่งนี้เราจะคุยแผนกันอีกที ว่าจะจัดการยังไงดี”



หลินชิงพยักหน้าเบา ๆ “ดี แจ้งไปได้เลยว่างานแต่งจะมีขึ้นพรุ่งนี้ ฉันจะใช้จังหวะนั้นเปิดโอกาสให้พวกเธอเข้าโจมตี”



เธอกำลังจะพูดต่อ แต่ระบบในหัวก็ส่งเสียงขึ้นอีก



[ พบเบาะแสใหม่ : สิ่งที่สามารถฆ่าเคานต์ได้ ซ่อนอยู่หลังประตูบานที่สาม ]



หลินชิงขมวดคิ้ว “หลังประตูบานที่สามจริงๆ สินะ...”



แต่ตอนนี้คงกลับไปไม่ได้ เคานต์คงวางกับดักไว้แล้ว



เธอหันมามองลู่เหยียน “พรุ่งนี้เราจะเล่นตามเกมของเขา แต่ระหว่างนั้น...ฉันจะหาทางเข้าห้องลับนั้นอีกที”



ลู่เหยียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ “บอส คุณนี่มันไม่กลัวอะไรจริง ๆ เลยนะ ผมละกลัวใจว่าจะได้เป็นคนถือแหวนแทนเจ้าบ่าวมากกว่า...”



หลินชิงหัวเราะหยัน “ถ้าเป็นงั้นจริง นายก็เตรียมไว้เลยสิ ฉันจะให้แหวนวงนั้นเป็นระเบิดเงินบริสุทธิ์แทนของหมั้น”



ลู่เหยียนหน้าเหวอ “...อย่าพูดเล่นแบบนี้สิบอส ผมขำไม่ออกจริงๆ นะ!”



ในห้องที่แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่าง เสียงหัวเราะเบา ๆ ของทั้งคู่กลบความตึงเครียดไว้เพียงชั่วครู่ ก่อนที่ความเงียบของคฤหาสน์จะกลืนกินอีกครั้ง ความเงียบก่อนพายุของ ‘งานวิวาห์แห่งความตาย’ ที่กำลังจะมาถึงในวันรุ่งขึ้น




ตอนก่อน

จบบทที่ เผชิญหน้ากับเคานต์

ตอนถัดไป