ประกาศโลก

ตอนที่ 162 ประกาศโลก



ระหว่างที่หลินชิงกำลังเก็บเหรียญเหล่านั้นไว้ ควินซีเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความจริงจัง



“เจ้านาย...แม้เพื่อนของท่านจะดูไว้ใจได้ แต่ขอให้ระวังไว้เสมอ ผู้เล่นหลายคนที่กระผมพบ ต่างก็เคยหันดาบเข้าหากันเพียงเพราะของชิ้นเดียว”



เขายิ้มจาง ๆ “อย่าลืมว่ากระผมเป็นปีศาจที่เข้าใจหัวใจมนุษย์มากที่สุด”



หลินชิงพยักหน้าช้า ๆ “ขอบใจ ฉันจะระวังไว้”



ไม่นาน ลู่เหยียนก็เดินมาหาทั้งคู่ แต่ควินซีหันไปยิ้มอย่างสุภาพ “ช่วงต่อจากนี้อาจไม่สะดวกให้ท่านร่วมด้วย ขอให้ท่านพักด้านบนก่อนนะครับ”



แม้จะอยากรู้ต่อ แต่ลู่เหยียนก็เข้าใจ เขาหัวเราะแห้งๆ “ได้ครับๆ ผมจะขึ้นไปเดินเล่นเอง”



ว่าจบก็ออกจากห้องไป ปิดประตูเหล็กลงอย่างเงียบงัน



ควินซีจึงหันกลับมาหาหลินชิงอีกครั้ง



“ต่อไปนี้คือส่วนที่ท่านน่าจะสนใจที่สุดครับ ห้องเก็บหีบสมบัติทั้งหมดของคฤหาสน์”



เขาก้าวไปยังมุมหนึ่งของห้อง แล้วเคาะบนแท่นหินสามครั้ง



เสียงกลไกดัง “ครืด...” ตามมาด้วยแผ่นหินเคลื่อนเปิดเผยช่องทางลับเบื้องหน้า



ควินซีหยิบตะเกียงขึ้นนำทาง ส่วนหลินชิงตามไปติดๆ



ทันทีที่เข้าไปในห้องใหม่ แสงจากคบเพลิงสว่างวาบเผยให้เห็นกองหีบสมบัติเรียงรายเต็มห้อง เธอกวาดตามองคร่าวๆ คาดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่าสามสิบใบ



มีทั้งหีบสมบัติไม้ หีบสมบัติสำริด หีบสมบัติหินดำ รวมถึงวัสดุอัปเกรดห้องต่างๆ แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือหีบสมบัติสีเงินบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง



หลินชิงตาเบิกกว้าง “นี่มัน...หีบอะไร”



ควินซียิ้มมุมปาก “หีบสมบัติเงินครับ ต้องการให้กระผมช่วยเปิดมั้ย หรือจะให้กระผมออกไปยืนเฝ้าหน้าห้องแทนดีครับ”



หลินชิงเข้าใจทันทีว่า ‘ช่วยเปิด’ ของควินซี หมายถึงอะไร



แม้การเปิดหีบจะเป็นเรื่องตื่นเต้น แต่ก็เต็มไปด้วยความเสี่ยง เธอเคยเจอมาแล้วหลายครั้ง ของรางวัลมากมายแฝงกับกับดักถึงตาย ต่อให้มีระบบช่วยเตือน ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยทุกครั้ง



เมื่อควินซีเสนอจะช่วยเปิดแทน เธอจึงยิ้มบาง “งั้นนายเปิดก็แล้วกัน เริ่มจากหีบสมบัติเงินนั่นก่อน”



“รับทราบครับ เจ้านาย”



ควินซีเดินไปด้านหน้าอย่างนอบน้อม แต่ในจังหวะนั้นเอง หลินชิงรู้สึกเปลือกตากระตุก ลางสังหรณ์ไม่ดีแล่นวาบขึ้นมา ก่อนเสียงระบบจะดังขึ้นในหู



[ ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ผู้เล่น ‘รวยข้ามคืน’ ได้รับหีบสมบัติระดับหายาก หีบสมบัติเงิน! ]



[ หลังการรวมเซิร์ฟเวอร์ ผู้เล่น ‘รวยข้ามคืน’ เป็นคนแรกที่ได้รับหีบสมบัติเงิน จะทำการประกาศทั่วโลก ]



[ ประกาศระบบ : ผู้เล่น ‘รวยข้ามคืน’ ในดันเจี้ยน ‘คฤหาสน์แวมไพร์’ ได้ปลดล็อก “หีบสมบัติเงิน” เป็นครั้งแรกของโลก ขอแสดงความยินดีที่ทำลายสถิติ! ]



[ รางวัลปลดล็อกครั้งแรก : เหรียญโลก 40 เหรียญ ได้ส่งเข้าไอเทมบ็อกซ์แล้ว ]



เสียงแจ้งเตือนดังชัดจนหลินชิงถึงกับชะงัก เธอถอนหายใจยาวอย่างระอา ระบบนี่มันชอบประกาศอะไรแบบนี้ทุกที เหมือนจงใจปั่นให้เธอโดนหมายหัว



“ให้ตายสิ...” เธอสบถเบาๆ “นี่มันเรียกแขกชัดๆ”



แน่นอนว่าในเวลาไม่ถึงนาที ช่องแชทโลกก็ระเบิดขึ้นทันที



“โว้ย! หีบสมบัติเงิน ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย มันเป็นของใหม่เหรอ”



“ประกาศครั้งแรกของโลกอีกแล้ว! ใครวะ ‘รวยข้ามคืน’ นี่มันเทพอีกคนแน่ๆ”



“ก่อนรวมเซิร์ฟเวอร์ ขั้นสูงสุดคือหีบสมบัติทองแดงไม่ใช่เหรอ หีบสมบัติเงินนี่มันเหนือกว่านั้นอีกเหรอ”



“ชื่อคุ้นๆ ใช่มั้ย ‘รวยข้ามคืน’ นี่มันคนที่เคยอยู่อันดับหนึ่งของภูมิภาคเก่าชัดๆ!”



“ฮึ! เดี๋ยวนี้เธออยู่อันดับสิบแล้วไม่ใช่เหรอ อย่าทำเป็นว่าระดับท็อปนักเลย ของจริงตอนนี้ต้อง ‘ทหารคลั่ง’ ต่างหาก อยากเก่งจริงก็ไปแข่งกับเขาดูสิ!”



“เหอะๆ คนข้างบนจะไปกัดเขาทำไม เรากำลังพูดเรื่องหีบสมบัติเงิน ไม่ใช่เรื่องอันดับ!”



“ฉันรู้ละ คนชื่อ ‘สายฟ้าสีน้ำเงิน’ นั่นแหละชอบแขวะ ‘รวยข้ามคืน’ สองคนนี้เคยอยู่ภูมิภาคเดียวกัน แล้วทะเลาะกันมาก่อน!”



“ฮ่า ๆ ๆ สรุปก็อิจฉาเขาสินะ ได้ของดีเลยพูดไม่ออก”



“@รวยข้ามคืน บอส ช่วยบอกทีได้ไหมว่าได้หีบสมบัติเงินมายังไง ฉันยังไม่เคยเห็นเลยสักใบ!”



“ใช่ครับ! แล้วในหีบมีอะไรอยู่บ้าง ขอแอบรู้หน่อยเถอะ!”



ระหว่างที่ข้อความถาโถมในแชทโลก ด้านสวีเชี่ยนที่เพิ่งถูกดีดออกจากดันเจี้ยนก็กำลังอ่านอยู่ด้วยสีหน้าแข็งทื่อ



“อะไรนะ...หีบสมบัติเงิน” เธอพูดพึมพำกับตัวเอง ตาเบิกกว้าง “ยัยนั่นได้หีบสมบัติเงินไปแล้วเหรอ!”



เพียงหายตัวออกจากคฤหาสน์ไม่ถึงสิบนาที อีกฝ่ายกลับไปเจอของรางวัลระดับโลกได้เฉยๆ ความโกรธ และความอิจฉาแล่นขึ้นในใจทันที



หากตอนนั้นไม่มีความผิดพลาดเรื่องลูกทีมจอมซน บางทีชื่อในประกาศอาจเป็นของเธอก็ได้!



ไม่นาน ข้อความใหม่ก็เด้งเข้ามาในช่องส่วนตัว



“สวีเชี่ยน เธอไม่ได้บอกเหรอว่ากำลังลงดันเจี้ยน ‘คฤหาสน์แวมไพร์’ ทำไมถึงถูกแย่งของรางวัล แล้วไอ้ ‘รวยข้ามคืน’ นั่นมันเป็นใคร”



เธอขมวดคิ้ว พิมพ์ตอบกลับด้วยความหงุดหงิด



“ก็แค่พลาดนิดหน่อย ถูกอีกฝ่ายฉวยโอกาสเท่านั้นเอง แค่หีบสมบัติเงินใบเดียว ฉันหาได้อีกแน่”



คู่สนทนาตอบกลับทันที



“หึ ฟังดูก็ยังไม่น่าเชื่อเลย เธอเคยอยู่อันดับเก้าใช่มั้ย ถ้าหีบนั่นเป็นของเธอจริง มันคงสะเทือนทั้งเซิร์ฟแน่ ไม่เป็นไร ฉันจะจำชื่อมันไว้ ถ้ามีโอกาส จะจัดการให้เอง”



แววตาของสวีเชี่ยนพลันเปล่งประกาย “จริงเหรอ พี่จ้าว ถ้าอย่างนั้นฝากด้วยนะ!”



“ได้สิ ฉันต้องไปต่อก่อน ไว้คุยกันใหม่”



ข้อความสุดท้ายจบลงพร้อมสถานะ ‘ออฟไลน์’ ปรากฏขึ้น



สวีเชี่ยนมองหน้าจอ แล้วแค่นหัวเราะเย็น ๆ “หึ...ไว้รอดูเถอะ ยัยนั่นจะได้รู้ว่าโลกนี้มันแคบแค่ไหน”



ขณะที่แชทโลกยังคงถกเถียงกันเรื่องหีบเงิน จู่ๆ ก็มีข้อความใหม่โผล่ขึ้นมาแทรกกลางกระแส



“เฮ้ย! ฉันเพิ่งหนีออกมาจาก ‘โลกบันไดไร้สิ้นสุด’ ได้! ฟังไว้นะ ใครเจอโลกนี้อย่าอยู่เฉย รีบปีนขึ้นข้างบนให้เร็วที่สุด! โลกนี้คนที่รอดได้มีแต่พวกสายอึดหรือสายวิ่งเท่านั้น คนอื่นเตรียมตัวตายได้เลย!”



“โลกบันไดไร้สิ้นสุด หมายความว่าไง ช่วยอธิบายทีสิ!”



“ฉันก็เพิ่งกลับมาจากที่นั่นเหมือนกัน เกือบตายแน่ะ! ต้องขึ้นบันไดไม่หยุด ถ้าช้าคือโดนก้อนหินยักษ์ทับตายทันที!”



“ฉันด้วย! ขึ้นไปจนจะอ้วกแล้ว! ถ้าไม่ปิดตาวิ่งมั่วๆ ป่านนี้ไม่รอดแน่!”



“พอเถอะ แค่ได้ยินคำว่า ‘บันได’ ก็อยากอาเจียนแล้ว...”



คอมเมนต์ถล่มรัวภายในไม่กี่วินาที คำว่า ‘โลกบันไดไร้สิ้นสุด’ ถูกพูดถึงมากกว่าหีบสมบัติเงินเสียอีก



ในตอนนั้นเอง สร้อยข้อมือของหลินชิงก็สั่นเบา ๆ พร้อมข้อความจากหลินหนิงที่เด้งขึ้นมา



“อ๊าาาา พี่สาววว หนูรอดมาได้แล้ว! จากบันไดบ้าๆ นั่นน่ะสิ!”



“ฮือออ ดีใจจนเกือบร้องไห้ ขอกินเนื้อย่างหน่อยสิ รู้สึกเหมือนกลับมามีชีวิตอีกครั้งเลย!”



หลินชิงรีบเปิดดู พร้อมเหลือบตาเห็นคำว่า ‘บันไดไร้สิ้นสุด’ ที่คนทั้งโลกกำลังพูดถึงในตอนนี้ เธอขมวดคิ้วทันที



“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”



หลินหนิงเคี้ยวเนื้อย่างไป พูดเสียงอู้อี้พร้อมน้ำตาคลอ



“หนูก็ไม่รู้ พอเปิดประตูเข้าดันเจี้ยนก็เป็นบันไดยาวเหยียดขึ้นไปเรื่อยๆ พอหันกลับก็เห็นฝูงผู้เล่นกำลังวิ่งหนีปีศาจยักษ์! ด้านหลังสุดมีหินกลมขนาดเท่าตึกสิบชั้นกลิ้งไล่มา!”



“หนูทำได้อย่างเดียวคือตะโกนด่าระบบ แล้ววิ่งขึ้นอย่างเดียวเลยพี่! ถ้าช้ากว่านี้นิดเดียว หนูคงโดนแบนกลิ้งทับแบนไปแล้วแน่!”



เมื่อได้ฟังคำอธิบายของหลินหนิง สีหน้าของหลินชิงก็ค่อยๆ เคร่งขรึมขึ้น



จากที่อีกฝ่ายเล่า โลกนั้นเป็นดันเจี้ยนขนาดใหญ่ที่มีผู้เล่นไม่ต่ำกว่าร้อยคน และ ‘การต่อสู้’ เริ่มต้นทันทีที่เปิดประตูออก ไม่มีทางปฏิเสธ ไม่อาจเลือกพัก ต้องออกไปเผชิญหน้าทันที



เบื้องล่างคือก้อนหินยักษ์ที่กลิ้งไล่ขึ้นมา ด้านหลังยังมีฝูงมอนสเตอร์คอยขย้ำ ทุกคนต้องวิ่งขึ้นบันไดอย่างไม่หยุดพักเพื่อเอาชีวิตรอด ไม่อย่างนั้นจะถูกบดจนแหลกหรือถูกฉีกเป็นชิ้น



แต่ถึงจะหนีได้ ก็ยังมีดักระหว่างทาง กับดักและมอนสเตอร์ที่ซ่อนอยู่ตามขั้นบันได พร้อมจะสังหารผู้เล่นที่พลาดเพียงก้าวเดียว



“พี่ มีไอเทมเพิ่มความเร็วมั้ย ถ้าได้ของพวกนั้นจะช่วยได้เยอะมาก แต่ในโลกแบบนั้น ระบบจำกัดการใช้ของพวกนี้ พอเข้าไปจริงๆ ก็ต้องวิ่งด้วยแรงตัวเองอยู่ดี...” หลินหนิงพูดพลางสั่นตัว เหมือนแค่คิดก็รู้สึกหนาวขึ้นมาอีกครั้ง



โลกนั้นไม่ต่างอะไรจากฝันร้ายสุดขีด แต่ผู้เล่นต้อง ‘ฝันอยู่ในนั้น’ จนกว่าจะรอดออกมาได้



“ภารกิจหลักของดันเจี้ยนง่ายมาก...” หลินหนิงพูดต่อ “คือ ‘อยู่รอดให้ครบเวลาที่กำหนด’ ของหนูตั้งไว้ 36 ชั่วโมง แต่บางคนมี 12, 24 หรือ 48 ชั่วโมง มันสุ่ม แล้วระหว่างทางจะมีหีบสมบัติหรือของช่วยปีนบันไดแบบสุ่มด้วย ถ้าโชคดีเจอ ก็จะได้ลดเวลาอยู่ข้างใน หรือได้พักชั่วคราวโดยไม่โดนมอนสเตอร์ไล่ตาม”



เธอพูดรัวไม่หยุด เหมือนอยากระบายความอัดอั้นทั้งหมดออกมาในครั้งเดียว หลินชิงจดจำทุกจุดสำคัญไว้ในใจ อย่างน้อยถ้าวันหนึ่งต้องเผชิญโลกแบบนั้น เธอจะได้เตรียมตัวทัน



เมื่อหลินหนิงถามกลับถึงดันเจี้ยนของหลินชิง เธอก็เล่าอย่างคร่าวๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในคฤหาสน์แวมไพร์



แต่เพราะตอนนี้เธอกลายเป็น ‘ดันเจี้ยนมาสเตอร์’ แล้ว ภารกิจหลัก และโครงสร้างของโลกนั้นได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ข้อมูลที่เธอมีจึงแทบใช้กับคนอื่นไม่ได้



เธอกำลังจะพูดเตือนเรื่อง ‘ดันเจี้ยนมาสเตอร์’ ให้หลินหนิงระวังไว้ล่วงหน้า ทว่าทันใดนั้น เสียงระบบก็ดังขึ้นในหู



[ ติ๊ง! แชทเป้าหมายยังไม่ปลดล็อกเส้นเรื่อง ‘ดันเจี้ยนมาสเตอร์’ เนื้อหานี้ถูกจัดเป็นข้อมูลลับระดับสูง ห้ามเปิดเผย ]




ตอนก่อน

จบบทที่ ประกาศโลก

ตอนถัดไป