อดีต
ตอนที่ 183 อดีต
กู้หลางเล่าเรื่องในอดีตของตนให้หลินชิงฟัง
เขากับแฟนสาวเคยพยายามฝ่าเกมเอาชีวิตรอดด้วยการอยู่ในห้องเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสำรวจโลก จึงตัดสินใจร่วมกันสะสมทรัพยากร และอัปเกรดห้องเพียงห้องเดียว
เพราะในกฎของระบบเอาชีวิตรอด ระดับของห้องยิ่งสูง ความปลอดภัยของผู้เล่นก็ยิ่งมากขึ้น และเมื่อมีสองคนช่วยกัน ย่อมได้เปรียบกว่าเล่นเพียงลำพัง
แต่กระทั่งมาถึงโลกนี้ ทั้งคู่ก็ไม่รู้เลยว่าโลกเซียนได้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างไปแล้ว พวกเขายังเต็มไปด้วยความฮึกเหิมที่จะออกสำรวจ และทำภารกิจหลัก
นั่นทำให้ทั้งคู่ตกอยู่ในวิกฤตอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะเมื่อเวลาที่ใช้ไปใกล้จะเกินกำหนดการอยู่ในดันเจี้ยนของผู้เล่น
เพื่อให้กู้หลางหนีรอด แฟนสาวของเขาจึงเลือกจะสละชีวิตตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถกอบกู้ความผิดพลาดของพวกเขาได้
เมื่อหมดเวลาสำรวจ เขาไม่ได้กลับเข้าห้องตามกำหนด จึงถูกระบบขับไล่ออกมา
เมื่อห้องนั้นหายไปจากโลก กู้หลางก็รู้ทันทีว่า โอกาสในการเอาชีวิตรอดของเขาได้สิ้นสุดลงแล้ว
พูดอีกอย่างก็คือ เขากลายเป็น ‘ผู้เล่นที่ถูกทิ้งไว้ในโลกดันเจี้ยน’ จากตัวตนของผู้เล่น กลับกลายเป็น NPC ถาวร
หลินชิงฟังจบ ใจถึงกับสะท้าน
ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเพราะเหตุนี้
เธอเคยคิดมาก่อนว่าถ้าไม่สามารถกลับเข้าห้องได้จะถูกลงโทษอย่างไร แต่ไม่คาดว่าผู้เล่นที่ติดอยู่ในโลกดันเจี้ยนจะมีชะตากรรมน่าสังเวชถึงเพียงนี้
เธอนึกขึ้นได้ “แล้วซ่งเต๋าซื่อคนนั้น ก็เป็นแบบเดียวกันเหรอ”
กู้หลางพยักหน้า “ใช่ เขามาช้ากว่าข้าเล็กน้อย และยังโลภมากอีกด้วย ถูกสิ่งที่เรียกว่าเทพลวงหลอกให้หลงทางก็ไม่แปลก แต่ถึงบางครั้งเขาจะความจำหล่นหายไปบ้าง ก็ยังไม่ละทิ้งความคิดจะหาทางหนี เพราะหากปีศาจวารีอยากออกจากแม่น้ำที่พันธนาการตนไว้ มันก็ต้องดึงใครสักคนลงไปแทน”
พูดถึงตรงนี้ กู้หลางหยุด แล้วมองหลินชิงด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
หลินชิงขมวดคิ้ว “ท่านคิดจะทำอะไร”
เธอกำไอเทมแน่น ความระแวดระวังพุ่งขึ้นทันที
คำพูดเมื่อครู่ฟังยังไงก็ไม่ใช่ลางดีเลย
กู้หลางหัวเราะเบาๆ “อย่าตื่นกลัว ข้าไม่ใช่คนพวกนั้นหรอก ที่วันๆ เอาแต่เล่นกลอุบายเพื่อจะกลับห้องไป ที่นั่นมันมีอะไรดีนักหรือ ดวงไม่ดีหน่อยก็ต้องตายเหมือนกัน ข้ายังอยากอยู่ที่นี่กับแฟนสาวข้าเสียมากกว่า”
หลินชิงในใจว่า เมื่อครู่เขาก็ไม่ได้พูดอย่างนี้สักหน่อย
ถึงเขาจะเล่าอะไรให้เธอมากมาย แต่บางอย่างก็แยกไม่ออกว่าเรื่องจริงหรือโกหก
หลินชิงจึงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ทว่าเพียงเอ่ยถึงซ่งเต๋าซื่อก็ยังทำให้เธอใจหวิวไม่หาย เพราะวิธีมีตัวตนของเขาช่างอัปลักษณ์เกินไป
เพียงคิดก็รู้สึกคลื่นไส้ หากคนบ้าคลั่งเช่นนั้นหลุดออกจากดันเจี้ยนได้ มันคงไม่ใช่แค่หายนะธรรมดาแน่
เมื่อคิดถึงจุดนี้ หลินชิงจึงถามต่ออย่างเลื่อนลอย
“แล้วสองผู้เล่นที่ถูกเขาจับไปล่ะ ถ้าเขายังทำต่อ จะสำเร็จมั้ย”
กู้หลางเอนหลังบนเก้าอี้หวาย ส่ายหัว “ใครจะไปรู้ ข้าไม่อยากสืบให้ถึงแก่นหรอก บางเรื่องรู้นิดหน่อยก็พอ ถ้าแส่รู้มากเกินไป สุดท้ายอาจต้องเอาชีวิตไปแลก”
หลินชิงพยักหน้าเบาๆ “ก็จริง”
เธอมองออกไปยังภูเขาข้างนอก ถึงภาพจะงดงามเพียงใด ก็ลบเงามืดในใจไม่หมด ความรู้สึกหวาดระแวงยังแผ่วคุกรุ่นอยู่
ขณะนั้นเอง กู้หลางเอ่ยเร่ง “ฟังครบแล้วก็ไปได้แล้ว อย่ามัวเสียเวลาอยู่ที่นี่ ข้ารอวันพักผ่อนมานาน”
น้ำเสียงนั้นต้องการไล่แขกอย่างชัดเจน หลินชิงจึงหน้ายิ้มแหย “ในเมื่อเช่นนั้น ข้าขอถามอีกเรื่องเถอะ ท่านพอรู้มั้ยว่ามีหีบสมบัติอยู่ที่ไหนบ้าง ท่านมือเติบอย่างนี้ น่าจะมีของดีอยู่ไม่น้อย”
กู้หลางตาเบิกกว้าง “อะไรนะ ยังอยากจะเอาอีก ไปๆๆ ไม่มี! ไม่มีอะไรทั้งนั้น!”
หลินชิงยิ้มฝืน ดูท่าคงใช้เล่ห์กลนี้ไม่ได้แล้ว
แม้จะโดนปฏิเสธ แต่เธอก็คิดจะออกไปเดินสำรวจต่อ บางทีอาจหาเจอหีบสมบัติอีกสองสามใบ พร้อมกับทำภารกิจหลักให้เสร็จ
แต่ก่อนที่เธอจะก้าวออกจากบ้าน เสียงของกู้หลางก็ดังขึ้น
“สาวน้อย ข้าจะบอกเจ้าอย่างสุดท้าย อย่าคิดจะช่วยพวกเด็กๆ นั่นเลย มันคือชะตากรรม เมื่ออยู่ในโลกดันเจี้ยนแล้ว อย่าสอดมือยุ่ง ไม่อย่างนั้น เจ้าจะได้รู้รสของความเสียใจ”
หลินชิงสะท้านในใจ
เธอคิดว่าตัวเองเป็นคนเยือกเย็นพอ แต่คำของกู้หลางกลับแฝงอะไรบางอย่าง
“ท่านหมายความว่าอย่างไร”
กู้หลางถอนหายใจ “ข้าแนะนำว่านอกจากของในหีบสมบัติ อย่าเอาอะไรจากโลกนี้กลับไปเลย ของทุกอย่างที่นี่ล้วนปนเปื้อน ถ้าเจ้าฝืนพาออกไป ถึงจะรอดไปได้ก็คงอยู่ได้ไม่นาน”
“แต่ถ้าเจ้ามีน้ำใจ ก็ทิ้งของบางอย่างไว้ที่นี่ ข้าจะช่วยส่งต่อให้พวกเด็กๆ ถือเป็นการขอบคุณแทนพวกเขา”
คำพูดของเขาชัดเจนจนไม่มีอะไรต้องถามอีก หลินชิงจึงพยักหน้า “ขอบคุณท่านมาก”
ก่อนจากไป เธอยังอธิบายสั้นๆ “ส่วนที่ข้ารอดมาเมื่อคืน เพราะห้องระดับแปดมีฟังก์ชันป้องกันสมบูรณ์แบบ สามารถต้านการโจมตีของรูปปั้นหินสีดำได้”
ได้ยินเช่นนั้น กู้หลางที่กำลังโยกเก้าอี้หวายก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
แล้วเสียงตอบสั้นๆ ก็ดังตามมา “เข้าใจแล้ว ขอบใจที่บอก”
จากนั้นก็ตกอยู่ในความเงียบยาวนาน
หลินชิงรู้ดีว่าไม่ควรกวนอีก จึงเดินจากไปอย่างเงียบๆ
หลังเธอลับตา เสียงเก้าอี้หวายก็กลับมาแกว่งอีกครั้ง ลมภูเขาพัดหมุน แผ่นเมฆแปรเปลี่ยนไปมาอย่างน่าประหลาด
กู้หลางพึมพำกับตัวเอง “ที่แท้...ตอนนั้นมันขาดแค่เพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง ถ้าไม่ทำวัสดุอัปเกรดหาย เรื่องราวคงไม่กลายเป็นแบบนี้... อาอวิ๋น ข้าผิดเอง”
สำหรับหลินชิงแล้ว การเดินทางครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่าไม่น้อย ไม่รู้ว่านับเป็นความคืบหน้าของภารกิจที่สองหรือไม่ แต่แค่ได้รู้เรื่องพวกนี้ก็นับเป็นผลลัพธ์หนึ่งแล้ว
ส่วนเรื่องรับเด็กมาเลี้ยงนั้น เดิมทีเป็นแค่ความคิดชั่วแล่น แต่เมื่อได้ยินคำของกู้หลาง เธอก็อดลังเลไม่ได้
ถึงไม่แน่ใจว่ากู้หลางจะน่าเชื่อถือแค่ไหน แต่ตรรกะของคนที่ยอมรับการ ‘หลอมมนุษย์เป็นโอสถ’ ได้นั้น ก็ไม่ควรไว้วางใจนัก
แม้คำพูดเขาจะฟังดูสมเหตุสมผล แต่ถ้าขุดลึกลงไปก็ชวนให้น่าขนลุกไม่น้อย
ไม่รู้ว่าตัวเขาเองจะถูกสิ่งใดในที่แห่งนี้กัดกินไปบ้างหรือเปล่า
“โลกนี้มันช่างอาถรรพ์เหลือเกิน” หลินชิงสะท้านขึ้นมาเบาๆ
เพื่อป้องกันอันตราย เธอจึงตัดสินใจพับแผนการนั้นเอาไว้ก่อน
ส่วนภารกิจสำรวจ หลินชิงยังไม่แน่ใจนักว่าเกณฑ์ความคืบหน้า 50% นั้นนับอย่างไร เพราะแม้กู้หลางจะเล่าให้ฟังมากมาย ระบบก็ยังไม่แจ้งเตือนว่าภารกิจสำเร็จ
แม้หลินชิงจะอยากได้เหรียญทองพันเหรียญจากโลกนี้แทบขาดใจ แต่เมื่อเทียบกับชีวิตแล้ว เธอก็ยังเห็นความปลอดภัยของตัวเองสำคัญกว่า
เธอจึงทำใจไว้ล่วงหน้าว่าภารกิจนี้อาจไม่สำเร็จ
ทว่าในตอนที่เดินออกจากห้อง เธอกลับฉุกคิดขึ้นได้เรื่องหนึ่ง
สิ่งที่กู้หลางเล่ามาก่อนหน้านี้ ช่วงเวลาที่เขากับแฟนสาวเข้าสู่โลกนี้ พอดีกับเวลาที่ดันเจี้ยนเริ่มเกิดความผิดปกติพอดี และในมุมมองของเขา เวลาผ่านไปแล้วนับพันปี
นั่นหมายความว่า ‘เวลาภายในดันเจี้ยนก็เปลี่ยนแปลงได้’
หลินชิงย้อนนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าในแต่ละโลก และเริ่มตระหนักว่า หากเวลาภายในดันเจี้ยนสามารถแปรผันได้ ภารกิจของผู้เล่นก็ย่อมได้รับผลกระทบเช่นกัน
ต่อให้เป็นโลกเดียวกัน แต่ถ้าช่วงเวลาที่ผู้เล่นเข้าสู่โลกนั้นต่างกัน ภารกิจก็อาจเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
“นี่มันสมจริงเกินไปแล้วหรือเปล่า...”
หลินชิงขมวดคิ้วแน่น
โลกพวกนี้ที่เรียกว่าดันเจี้ยนเกม มันกลับมีลักษณะเหมือนโลกจริงมากขึ้นเรื่อยๆ
เธอเองก็ไม่รู้ทำไมถึงมีความคิดเช่นนี้ บางทีอาจเพราะโลกนี้ช่างประหลาดเกินไปก็ได้...
เธอจึงปลอบใจตัวเองให้เลิกคิดมาก
อีกอย่าง หากดูตามเส้นเวลาตามความจริง กู้หลางคงไม่ใช่ผู้เล่นรุ่นเดียวกับพวกเธอเสียด้วยซ้ำ อาจจะมาก่อนหน้านี้นานแล้ว
หลินชิงพลันนึกถึงคำพูดของหัวหน้าเจียง แปลว่า ก่อนหน้าพวกเธอ เคยมีมนุษย์จำนวนไม่น้อยเข้าสู่เกมนี้แล้วในฐานะผู้เล่น
หรือว่าคนที่หายตัวไปหลายราย ไม่ได้ตาย แต่กลายเป็น NPC ในโลกดันเจี้ยนแทน
สีหน้าหลินชิงเคร่งเครียดทันที
ถ้าสิ่งที่คิดเป็นจริง มันก็ไม่ต่างอะไรกับระเบิดลูกใหญ่ที่พร้อมระเบิดโลกทั้งใบ
ความคิดนี้ทำให้เธอรู้สึกถึงภัยร้ายที่ใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น
การติดอยู่ในดันเจี้ยนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะมันหมายถึงการเสี่ยงตายทุกเมื่อ
หลินชิงนึกถึงอีกคนหนึ่งที่คล้ายถูกกักไว้ในดันเจี้ยนเช่นกัน ปีศาจจากดันเจี้ยนคฤหาสน์แวมไพร์
เขามีความรู้มาก มีพลังไม่น้อย แต่กลับเลือกอยู่ในดันเจี้ยนระดับต่ำเช่นนั้น มันคือความสมัครใจ หรือเพราะถูกบังคับกันแน่
หลินชิงถอนหายใจยาว “ไม่ว่าจะยังไง ต่อไปฉันต้องเชื่อในตัวเองที่สุด รีบยกระดับพลังให้เร็วยิ่งขึ้น”
เมื่อออกไปถึงโรงอาหาร ศิษย์พี่สามก็เพิ่งแจกอาหารเสร็จ พวกศิษย์รุ่นน้องตัวเล็กๆ ต่างถือชามข้าวแน่นมือ กินกันอย่างเอร็ดอร่อย
หลินชิงเห็นเจ้าเอ้อร์โกวทันที ยังคงสภาพ ‘ผีหิวโหย’ เหมือนเดิม กินข้าวเสียจนไม่เงยหน้า
หลินชิงไม่แปลกใจเท่าไร
เธอนึกถึงคำของกู้หลาง ก็รู้สึกเวทนาเด็กพวกนี้อยู่บ้าง