คำเตือน
ตอนที่ 211 คำเตือน
ตามทฤษฎีการดำเนินของโลกดันเจี้ยนแล้ว สถานีอวกาศร้างไม่ควรจะปรากฏในตัวเลือกหลังประตูของผู้เล่นอีก
ดังนั้น หลินชิงเพียงแค่เล่าให้ฟังคร่าวๆ ถึงกระบวนการที่ผ่านมา แต่เน้นอธิบายจุดอ่อนของเผ่าเซิร์ก และยังมอบอาวุธที่ได้จากสถานีอวกาศให้หลินหนิงเอาไว้ใช้ด้วย
แบบนี้ต่อให้เจอกับพวกเซิร์กอีกในภายหลังก็ยังมีอาวุธทั่วไปไว้ป้องกันตัวได้อยู่ดี
จริงๆ แล้วถ้าผู้เล่นมีไอเทมที่เกี่ยวข้อง ต่อให้เผชิญหน้ากับเผ่าเซิร์กก็ยังมีโอกาสรอดอยู่ แต่ปัญหาตอนนี้คือ เกมกลับมีข้อจำกัดการใช้ไอเทมเพิ่มเข้ามา
ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่สามารถใช้ไอเทมได้ และหากยังไม่อาจกลับเข้าห้องได้อีก ต่อให้เป็นผู้เล่นระดับสูงอย่างหลินชิง ก็ไม่ต่างอะไรจากคนที่มีภูเขาทองอยู่ตรงหน้า แต่ใช้มันไม่ได้ ต้องพึ่งไอเทมที่เหลืออยู่ในมือสู้แบบเอาชีวิตเข้าแลกเท่านั้น
หลินหนิงฟังคำเตือนของหลินชิงแล้วสีหน้าก็เคร่งเครียด ส่งข้อความกลับมาว่า “เข้าใจแล้วพี่ หนูจะระวังตัวให้มาก”
ได้รับคำรับรองจากหลินหนิง หลินชิงถึงค่อยโล่งใจเล็กน้อย ก่อนถามต่อว่าโลกที่เธออยู่ตอนนี้เป็นโลกแบบไหน
หลินหนิงตอบว่า “เป็นโลกดันเจี้ยนกฎลึกลับในโรงเรียน แต่หนูมีไอเทมที่พอใช้ได้ แล้วก็มีชิงเฟิงจ้านคอยนำทางอยู่ด้วย ก็เลยเล่นได้สบายหน่อย แหะๆ”
หลินหนิงเล่ารายละเอียดของดันเจี้ยนคร่าวๆ ให้ฟัง พร้อมบ่นระบายเรื่องเพื่อนร่วมทีมสุดห่วย
“พี่ไม่รู้หรอก ตอนเข้าดันเจี้ยน หนูจับคู่กับผู้ชายคนหนึ่ง แต่หมอนั่นตอนโดนผีสาวถามกลับไปกลับมา ดันตื่นตกใจจนสมองเละเป็นโจ๊ก ส่งตัวเองไปตายฟรีซะงั้น โชคดีที่หนูไหวพริบดีเถียงกับผีอยู่ครึ่งชั่วโมงจนไล่มันไปได้ เหนื่อยใจสุดๆ ไปเลย”
“หลังจากนั้นก็เจอผู้เล่นคนอื่นที่เข้าดันเจี้ยนเดียวกัน แล้วก็มีชิงเฟิงจ้านอยู่ด้วย ทุกอย่างเลยราบรื่นไปจนผ่านด่านได้แบบไม่มีปัญหา”
“ดันเจี้ยนกฎลึกลับในโรงเรียน”
หลินชิงไม่เคยเจอประเภทนี้มาก่อน แต่พอได้ยินชื่อชิงเฟิงจ้านก็อดแปลกใจไม่ได้
ไม่คิดเลยว่าโลกดันเจี้ยนจะเล็กขนาดนี้ ถึงขั้นที่เขา และหลินหนิงอยู่ในดันเจี้ยนเดียวกัน
ชิงเฟิงจ้านเป็นผู้เล่นที่ค่อนข้างสุขุม มีเขาอยู่ด้วยก็เท่ากับมีหัวหน้าทีมที่ไว้ใจได้ ไม่แปลกที่หลินหนิงจะเล่นได้สบายขนาดนี้
แน่นอนว่าน้องสาวของเธอก็เก่งพอด้วย หลินชิงยังเชื่อมั่นในฝีมือของหลินหนิงเสมอ
หลังคุยกับหลินหนิงเสร็จ หลินชิงก็ปิดข้อความแชท
แต่พอคิดอีกทีก็ตัดสินใจส่งข้อความถึงชิงเฟิงจ้านเพื่อขอบคุณอีกฝ่ายด้วย
ชิงเฟิงจ้านตอบกลับมาอย่างรวดเร็วด้วยความประหลาดใจ
“ที่แท้หลินหนิงเป็นน้องสาวของคุณสินะ ไม่แปลกเลยที่ทั้งกล้าหาญ และมีไหวพริบ ไม่ต้องขอบคุณหรอก หลินหนิงเก่งกว่าที่คุณไว้เยอะ”
หลินชิงรู้อยู่แล้วว่าหลินหนิงมีบางเรื่องที่ปิดบังเธอไว้ แต่ก็ยังไว้ใจในฝีมือของน้อง
เพราะตัวเธอเองก็ไม่ได้บอกความลับทั้งหมดให้น้องฟังเช่นกัน ทั้งคู่ต่างรู้กันดี และไม่พูดอะไรต่อ
บางทีคำชมของชิงเฟิงจ้านอาจมีส่วนของการถ่อมตัวอยู่ด้วย แต่หลินชิงก็อดแปลกใจไม่ได้ที่ได้ยินเขาชมถึงขนาดนั้น
ทว่าคำพูดถัดมาของชิงเฟิงจ้านกลับทำให้หลินชิงถึงกับใจหวิว
“เอ่อ...รวยข้ามคืน เพราะเธอเป็นน้องของคุณ ผมเลยอยากเตือนนิดหน่อย คุณยังจำเรื่องที่ผมเคยพูดถึง ‘ตัวแทนมอนสเตอร์’ ได้มั้ย”
หลินชิงหน้าถอดสีทันที “หมายความว่า น้องฉันโดนเจ้าพวกนั้นจับตามองแล้วงั้นเหรอ”
ชิงเฟิงจ้านตอบว่า “อืม น่าจะใช่ ครั้งก่อนอาจเป็นเพราะพลังมันยังอ่อน เลยไม่โดดเด่นจนสังเกตได้ แต่ในดันเจี้ยนรอบนี้ หลินหนิงใช้พลังที่ผู้เล่นระดับนี้ไม่น่าจะมีได้ เลยอยากเตือนให้คุณระวังไว้ก่อน”
หลินชิงพิมพ์กลับ “ขอบใจมาก ฉันจะระวังไว้”
ชิงเฟิงจ้านส่งข้อความต่อมา “บางสิ่งบางอย่างที่มีอยู่ในโลกนี้ ตัวคุณเองก็คงสัมผัสได้บ้าง มันกำลังหาผู้ศรัทธา เพื่อขยายขอบเขตอำนาจของตน และรอคอยการตื่นจากห้วงเหวลึก หลินหนิงน่าจะมีบางสิ่งฝังอยู่ในใจ เป็นตัวตนที่ถูกทำให้เป็นรูปธรรม และมันจะค่อยๆ ดูดกลืนพลังบางอย่างของคน ถ้าหลินหนิงไม่พูดกับคุณก็แปลว่าเธอมีเหตุผลของตัวเอง แต่สิ่งนั้น...ต้องหาทางกำจัดออกให้ได้ มิฉะนั้น”
คำพูดยังไม่ทันจบ หลินชิงก็เข้าใจความหมายของอีกฝ่ายทันที ผลลัพธ์มันจะร้ายแรงเกินกว่าจะแก้ไขได้
ชิงเฟิงจ้านเห็นเธอนิ่งไป จึงพูดต่อ “ไม่รู้คุณดูช่องแชทโลกบ้างหรือเปล่า ตอนนี้ในเกมเริ่มวุ่นวายมากขึ้นทุกวัน แม้แต่ผู้เล่นในห้องพักเองก็กลายเป็นภัยอันตราย ดูเหมือนจะมีมอนสเตอร์บางจำพวกปลอมตัวเข้ามาปะปนอยู่ด้วย”
“สวมร่าง”
หลินชิงรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร
ในช่องแชทเคยมีผู้เล่นเล่าประสบการณ์ ว่ามีมอนสเตอร์จากดันเจี้ยนหลุดเข้ามาในห้องพักของผู้เล่น แล้วไล่ฆ่าทุกคนในนั้น
หลินชิงรู้เรื่องนี้มานานแล้ว แต่ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้
“อืม ขอบใจมาก”
หลินชิงกล่าวขอบคุณอีกครั้ง แล้วพูดถึงสิ่งที่เธอเจอในโลกของสำนักเซียนเร้นลับ ว่าผู้เล่นสองคนที่ถูกลากตัวไปน่าจะตายเพราะสิ่งมีชีวิตพวกนั้น ซึ่งก็สอดคล้องกับข่าววุ่นวายที่แพร่ไปทั่วตอนนี้
ทั้งคู่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกเล็กน้อย ก่อนที่หลินชิงจะจบบทสนทนา
แม้เรื่องสวมร่างจะน่ากังวล แต่สิ่งที่เกี่ยวกับหลินหนิงสำคัญกว่า
หลินชิงมองหน้าจอที่ค้างอยู่ตรงช่องแชทกับน้องสาว พลางตกอยู่ในภวังค์
เว้นแต่ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาในโลกจริงที่หลินหนิงดูแปลกๆ เหมือนไม่ค่อยกลับบ้าน นอกนั้นเธอก็ยังดูปกติ
หลินชิงเคยพูดถึงเรื่องกลุ่มสาวกของ ‘เทพเจ้า’ ในงานรวมตัวด้วย แต่หลินหนิงก็ยังทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตอนนี้เธอเริ่มสงสัยว่า หลินหนิงอาจทำข้อตกลงบางอย่างกับ ‘บางสิ่ง’ ตั้งแต่ตอนที่กลับจากโลกดันเจี้ยนครั้งก่อน และที่ไม่บอก เพราะรู้ว่ามันอันตรายเกินไป
หลินชิงเคยต่อกรกับตัวตนเหล่านั้นมาก่อน จึงรู้ดีว่าพลังของพวกมันแปรเปลี่ยนได้ไม่มีขีดจำกัด แม้แต่จินตนาการก็ยังเอื้อมไม่ถึง
หลังจากได้รับคำเตือนจากชิงเฟิงจ้าน หลินชิงก็เข้าใจแล้วว่า น้องสาวคงกลัวสิ่งนั้นเกินกว่าจะพูดออกมา
เธอหรี่ตาลง แววตาแฝงรังสีอาฆาต มือกำแน่น
ถึงสิ่งนั้นจะอันตรายแค่ไหน หลินชิงก็ไม่มีวันยอมให้มันพรากน้องสาวของเธอไป
“ยัยเด็กโง่...”
หลินชิงถอนหายใจเบาๆ ในใจ
ถึงอย่างไรสายเลือดก็เข้มกว่าน้ำ เธอไม่มีวันปล่อยให้เห็นน้องสาวตายไปต่อหน้าต่อตา
คิดถึงตรงนี้ ความรู้สึกถึงอันตรายก็พลันตีขึ้นมาอีกครั้ง
หลินชิงต้องรีบเพิ่มพลังของตัวเอง และสร้างอิทธิพลของตัวเองให้มั่นคง เพื่อจะได้มีศักยภาพพอรับมือกับภัยอันตรายที่ยิ่งใหญ่กว่านี้
เธอสูดลมหายใจลึกก่อนเริ่มตรวจเช็กหีบสมบัติที่ได้จากดันเจี้ยน
รอบนี้นอกจากรางวัลจากภารกิจหลักแล้ว เพราะมีข้อได้เปรียบจากการเป็น ราชินีเซิร์กที่คุมบอสได้ หลินชิงจึงให้พวกเซิร์กช่วยออกค้นหาหีบสมบัติที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วสถานีอวกาศด้วย
น่าเสียดายที่วัสดุผสมที่ใช้สร้างสถานีอวกาศไม่สามารถขนออกมาได้ ไม่อย่างนั้นหลินชิงคงไม่ต้องทนมองพวกเซิร์กแทะสถานีจนกลายเป็นเศษเหล็ก
โชคดีที่ของที่มีค่าภายในยังเหลืออยู่มากพอ แม้จะได้มาแค่บางส่วน แต่ก็ถือเป็นกำไรไม่น้อยสำหรับหลินชิง
ในนั้นมีวัสดุมากมายที่พวกเซิร์กช่วยหาให้ เป็นของที่ช่วยในการสำรวจโลกภายนอกได้ไม่น้อย
เมื่อมีเวลาว่าง หลินชิงจึงจัดระเบียบไอเทมบ็อกซ์สักหน่อย พร้อมทั้งตรวจดูว่า แต่ละชิ้นมีประโยชน์อย่างไร
สิ่งที่สะดุดตาที่สุดตั้งแต่แรกเห็น คือรถอเนกประสงค์สองคันที่สามารถใช้สำรวจบนดาวเคราะห์ที่ไม่รู้จักได้
มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมอันรุนแรงของดาวอัลฟ่า-139
แหล่งพลังงานของมันใช้แร่พลังงานสูงที่พบได้เฉพาะบนดาวนั้น จึงสามารถเดินทางสำรวจได้ในระยะทางยาวนาน
ในด้านฟังก์ชั่นขั้นพื้นฐาน มีทั้งระบบป้องกันรังสี ทนหนาว ทนร้อน ดำน้ำได้ บินในระดับต่ำได้ รวมถึงสามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมสุดขั้วทุกรูปแบบ
แม้กระทั่งติดตั้งอาวุธสำหรับยิงโจมตีเฉพาะทาง และยังมีระบบโดรนสำหรับสำรวจเพิ่มเติม
เรียกได้ว่าเป็นยานสำรวจที่สมบูรณ์แบบสุดๆ
เมื่อเทียบกับจักรยานคันเล็กที่หลินชิงเคยได้มาก่อนหน้านี้แล้ว มันแทบจะเป็นฟ้ากับเหวเลยทีเดียว
“ของดีจริงๆ นะเนี่ย!”
หลินชิงอดใจไม่ไหวกับเทคโนโลยีชั้นสูงเช่นนี้ แทบอยากจะขึ้นไปลองขับเดี๋ยวนี้เลย
ของพวกนี้เรียกได้ว่าทะลวงขีดจำกัดแห่งโลกจริง สามารถใช้สำรวจโลกดันเจี้ยนได้อย่างแท้จริง
เพราะมีเพียงสองคัน หลินชิงจึงตัดสินใจเก็บไว้คันหนึ่ง ส่วนอีกคันจะมอบให้หลินหนิง
สุดท้ายเธอก็ไม่ได้ย้ายมันเข้ามาไว้ในห้อง เพราะตอนนี้ของในห้องค่อนข้างแน่นอยู่แล้ว
อีกอย่างคือ การขับรถดีๆ ระดับนี้มันต้องมีพิธีการสักหน่อย
หลินชิงจึงตั้งใจว่าจะรอใช้มันในโลกดันเจี้ยนถัดไปแทน
ของที่เหลือก็มีทั้งอาวุธจากสถานีอวกาศ รวมถึงชุดป้องกัน และชุดกันเชื้อโรคต่างๆ
ของพวกนี้หลินชิงเคยได้มาแล้วจำนวนมาก จึงไม่ถือว่าขาดแคลนอะไรนัก
เธอเพียงแค่แยกส่วนหนึ่งไว้ให้หลินหนิง ที่เหลือทั้งหมดก็จัดเก็บไว้ในไอเทมบ็อกซ์ที่แบ่งไว้เป็นสัดส่วนเรียบร้อย
เพราะไอเทมบ็อกซ์มีระบบคัดแยกสิ่งแปลกปลอม หลินชิงจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีบางสิ่งซุ่มซ่อนจากโลกดันเจี้ยนหลุดปะปนเข้ามา
จากนั้น หลินชิงก็เริ่มตรวจนับหีบสมบัติทั้งหมดที่เก็บมาได้
โดยทั่วไปแล้ว ดันเจี้ยนมักมีความอันตรายสูง ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่สามารถเปิดหีบได้ครบทุกใบ แต่หลินชิงมีข้อได้เปรียบเหนือใคร เธอจึงเก็บมาได้เกือบทั้งหมด
ในใจเธอรู้สึกพอใจอยู่ไม่น้อย “ไม่เสียแรงที่เสี่ยงตายเข้าไป อย่างน้อยนี่ก็นับเป็นค่าตอบแทนสำหรับความเหนื่อยยากได้บ้าง”