กองทัพต่อต้าน

ตอนที่ 232 กองทัพต่อต้าน



หญิงสาวมองทั้งคู่ด้วยแววตาแปลกใจ แม้ถูกพันธนาการไว้ แต่สองคนนี้กลับไม่ส่งเธอให้ถูกจับกุมตามที่คิดไว้



เธอเหลือบมองเลี่ยหยางที่ยังคงสงบเยือกเย็น ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ “ฉันคือคนของกองทัพต่อต้าน…ชื่อแอนเนีย”



“กองทัพต่อต้าน”



เลี่ยหยางทวนคำด้วยความฉงน ตั้งแต่เข้ามาในโลกนี้ เขายังไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน



อามันก็เช่นกัน สีหน้ามีแต่คำถาม



ในโลกที่ถูกระเบิดนิวเคลียร์เผาผลาญกลายเป็นแดนรกร้าง มีเพียงกลุ่มผู้รอดชีวิตประปราย กับเหล่าแก๊งโจรที่ยังหลงเหลืออาวุธ อารยธรรมพังทลายหมดสิ้น แล้วจะมีกองทัพ ‘ต่อต้าน’ อะไรอีก ต่อต้านทรายกับรังสีเหรอ



เห็นสีหน้าทั้งสอง แอนเนียกัดฟันแน่น แววตาแข็งกร้าว



“ฉันรู้ดีว่าพวกนายมาจากต่างโลก! พวกนายกับคนของแดนศักดิ์สิทธิ์นั่นสมรู้ร่วมคิดกัน พวกนายก็คือศัตรูของเรา!”



เลี่ยหยางยกยิ้มบาง “บางทีนี่อาจเป็นความเข้าใจผิด เราแค่รับคำเชิญขึ้นเรือมาเพื่อทำภารกิจเท่านั้น พวกเรายังไม่รู้จักแดนศักดิ์สิทธิ์อะไรนั่นด้วยซ้ำ ไม่เคยได้ยินชื่อกองทัพต่อต้านของเธอด้วย”



อามันพยักหน้า “ใช่เลย เราเป็นคนมีน้ำใจนะ เราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกนี้เลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกนั้นจะพาเราไปทำอะไร ถ้าเราไม่ใช่ศัตรู บางทีเราอาจช่วยเหลือกันได้”



คำพูดของอามันทำให้แอนเนียลังเล แววระแวงค่อยๆ จางลง



เลี่ยหยางจึงพูดเสียงทุ้มหนักแน่น “ถูกต้อง หากเธอบอกข้อมูลที่รู้ เราอาจช่วยเธอหนีออกจากเรือลำนี้ หรือแม้แต่หาพรรคพวกของเธอกลับมาได้ เริ่มจากอย่างนี้ก่อน บอกฉันมา กองทัพต่อต้านคืออะไร แล้วพวกเธอขึ้นเรือมาเพื่ออะไรกันแน่”



ได้ยินดังนั้น แอนเนียสั่นไปทั้งร่าง สีหน้าเปลี่ยนไปทันที เธอกำหมัดแน่น พูดด้วยเสียงสั่นแต่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น



“แดนศักดิ์สิทธิ์บนท้องทะเลที่พวกนายพูดกันนักหนาว่าคือดินแดนบริสุทธิ์เพียงหนึ่งเดียวของแดนรกร้างน่ะ…มันคือรังของเหล่าปีศาจดูดเลือดต่างหาก!”



แม้เลี่ยหยางรู้ดีอยู่แล้วว่าคนของ ‘แดนศักดิ์สิทธิ์’ ไม่น่าไว้ใจ แต่เมื่อได้ฟังเรื่องที่แอนเนียเอ่ย สีหน้าทั้งเขา และอามันก็พลันเคร่งขรึมขึ้นทันตา รู้ว่านี่คือปัญหาใหญ่กว่าที่คิดไว้มาก



หลายปีก่อนเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติร้ายแรงที่กลืนกินโลกทั้งใบ ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ดาวอันอุดมสมบูรณ์จะกลายเป็นซากร้างในเวลาเพียงชั่วพริบตา



เมืองต่างๆ ถูกทำลายย่อยยับ เหล่ามนุษย์ต้องหนีหลบเข้าไปในหลุมหลบภัย และเมื่อออกมาอีกครั้ง โลกที่รอพวกเขาอยู่กลับกลายเป็นทะเลแห่งซากปรักหักพัง



ไม่นานนัก ฝุ่นผงที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีจำนวนมหาศาลก็โปรยปรายลงมาราวฝนเทา ปกคลุมผืนแผ่นดินทั้งมวล



ทุกอย่างเงียบงันตายซาก



ผู้รอดชีวิตบางส่วนที่เตรียมตัวไว้ก่อนยังมีอาหารและน้ำพอประทังชีวิต ส่วนคนที่เหลือต่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงเกิดเหตุร้าย เหตุใดร่างกายถึงเจ็บปวดราวจะฉีกขาด และเหตุใดในบรรดามนุษย์บางส่วนจึงเริ่มตื่นขึ้นมาพร้อม ‘พลังประหลาด’



แต่นั่นไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ดีเลย



หลังจากนั้นไม่นาน สัตว์ร้ายที่รอดชีวิตก็เริ่มกลายพันธุ์ พวกมันเปลี่ยนแปลงไปในหนทางอันน่าสะพรึงกลัวจนไม่อาจย้อนกลับได้ แม้แต่ ‘พืช’ บางชนิดก็เริ่มมีสติปัญญา ขยายอาณาเขตเข้ากลืนกินพื้นที่ที่เหลือหลงของมนุษย์ทีละน้อย



อารยธรรมที่ไร้ระเบียบ เมืองที่ถูกกลืนโดยทะเลทราย และมนุษย์ที่จมอยู่ในหายนะ ทั้งหมดนี้คือโลกที่เหลืออยู่



ในดินแดนที่ไร้กฎเกณฑ์ ความชั่วร้ายงอกงาม ผู้รอดชีวิตต้องเกาะกลุ่มเอาชีวิตรอดอยู่กับเศษซากทรัพยากรที่เหลืออยู่



จนกระทั่งในปีที่สามหลังหายนะ องค์กรหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นในนาม ‘อีเดน’ ประกาศว่าพวกเขาจะช่วยเหลือผู้รอดชีวิตในนามของพระเจ้า



พร้อมกันนั้น ข่าวลือก็แพร่สะพัดว่ามีเกาะแห่งหนึ่งกลางทะเล ‘ดินแดนศักดิ์สิทธิ์’ ที่เปรียบเสมือนสวรรค์ ปราศจากมลพิษ รักษาไว้ซึ่งอารยธรรมและระเบียบ ผู้ใดได้ขึ้นเกาะนั้น…จะได้รับการไถ่บาป และอยู่รอดนิรันดร์



แม้เกาะศักดิ์สิทธิ์กลางทะเลจะถูกกล่าวขานในหมู่ผู้รอดชีวิตมานาน แต่จนถึงทุกวันนี้กลับไม่เคยมีใครได้เหยียบย่างขึ้นไปจริงๆ เลยสักคน



ทว่าตำนานนั้นกลับกลายเป็นความหวังใหม่ของเหล่าผู้รอดชีวิต



เกาะที่มีเมืองอันสวยงามราวของเก่าได้รับการบูรณะให้ใหม่เอี่ยม ฟ้าสีครามใสราวน้ำทะเลสะอาดสะอ้าน ปราศจากมลพิษ มีอาหารอุดมสมบูรณ์จนเหลือล้น



ผู้คนแต่งกายสะอาดเรียบร้อย ชายหญิงยิ้มแย้มเบิกบาน พากันไปปิกนิกในสวนสีเขียว สนทนาเรื่องราวสนุกสนานอย่างที่โลกก่อนหายนะเคยเป็น



แม้แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสารพิษก็ยังสามารถรับ ‘ยาต้านรังสี’ ได้ จนกลับมามีร่างกายแข็งแรงอีกครั้ง



มันคือความฝันของทุกคน และครั้งหนึ่ง แอนเนียก็เคยเชื่อเช่นนั้น



เมื่อวันหนึ่ง ‘อาสาสมัครแห่งอีเดน’ เดินทางมาถึงที่หลบภัยของเธอ ความหวังของแอนเนียก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด



ว่ากันว่า ‘อีเดน’ มีความเกี่ยวพันลึกซึ้งกับเกาะศักดิ์สิทธิ์ จึงเข้ามามอบความช่วยเหลือแก่ผู้รอดชีวิตที่เจ็บป่วย ทั้งอาหารและยาต้านรังสี



“นี่คือคุณหญิงวิเวียน อาสาสมัครจากอีเดน น้องซูซี่มีพรสวรรค์ เป็นเด็กที่พระเจ้าทรงเลือก คุณวิเวียนจะพาเธอไปรักษาโรค”



ผู้นำที่พักอาศัยประกาศเสียงดังด้วยใบหน้าเปี่ยมความหวัง



ทุกคนต่างโห่ร้องยินดี เพราะอีเดนนำทั้งอาหาร และยามาให้พวกเขา



วิเวียนเป็นหญิงสาวสวยสง่า ผมยาวสีทอง ชุดเดรสขาวสะอาด เธอจูงมือเด็กน้อยซูซี่ขึ้นไปบนแท่นที่เปล่งประกายจากแสงอาทิตย์ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน



“ซูซี่คือเด็กที่พระเจ้าเลือก อีเดนจะมอบยารักษาให้เธอ เพื่อขจัดความเจ็บปวดจากรังสี และพลังของเธอ…คือสัญลักษณ์แห่งการเลือกของพระเจ้า”



ทันทีที่พูดจบ เสียงปรบมือ และเสียงโห่ร้องดังกึกก้อง ทุกคนต่างร่วมแสดงความยินดีให้กับเด็กน้อย



แม้แต่แอนเนียในตอนนั้นก็ไม่เคยสงสัยเลย



ในเมื่อคนเหล่านี้นำยาอันล้ำค่ามาให้ เหตุใดจะไม่ไว้ใจ



ทว่า…วันหนึ่ง ที่พักของพวกเธอกลับถูกฝูงสัตว์กลายพันธุ์โจมตีจนย่อยยับ เหลือเพียงแอนเนียคนเดียวที่รอดชีวิตออกมาได้



ไม่นานหลังจากนั้น กลุ่มคนลึกลับกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้น พวกเขาเรียกตนเองว่า ‘กองทัพต่อต้าน’



หัวหน้าของพวกเขาพูดด้วยน้ำเสียงสงสาร “เธอมีสิทธิ์จะรู้ความจริง ตามพวกเรามา แล้วเธอจะเห็นว่าอีเดนที่แท้จริงเป็นเช่นไร”



จนเมื่อแอนเนียติดตามพวกเขาไปถึงท่าเรือแห่งหนึ่งในเขตทะเล นั่นเองที่เธอได้เห็นความจริงทั้งหมด



เรือใหญ่สีดำทอดสมออยู่ตรงหน้า



เด็กจำนวนมากที่ถูกเรียกว่า ‘ผู้ได้รับเลือกจากพระเจ้า’ รวมทั้งเหล่าอาสาสมัคร กำลังทยอยขึ้นเรือลำนั้นมุ่งหน้าสู่ทะเลลึก



แอนเนียถึงกับเห็นผู้นำของที่พักซึ่งตายไปแล้วกับตาตัวเอง เขากลับยืนยิ้มอยู่บนเรือ สวมสูทราคาแพง กินอาหารหรูหรา ไม่มีเค้าความเหนื่อยยากเหมือนเมื่อก่อนเลยแม้แต่น้อย



หัวหน้ากองทัพต่อต้านจึงบอกเธอด้วยน้ำเสียงเย็นชา



“อีเดนที่กระจายอยู่ทั่วโลก และเหล่าอาสาสมัครทั้งหมด ล้วนอยู่ใต้การควบคุมของเกาะศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาคัดเลือกเด็กที่ปลุกพลังจากทั่วทุกหนแห่ง ส่งไปยังเกาะนั้น…และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่มีใครกลับมาอีกเลย”



“ทำไม…ถึงเป็นแบบนั้น”



หัวหน้ากองทัพต่อต้านมองทะเลสีดำด้วยรอยยิ้มเศร้า



“เพราะเด็กเหล่านั้นไม่ใช่ผู้ได้รับเลือก แต่เป็น ‘วัตถุดิบ’ ในการสร้างสิ่งที่เรียกว่าไอเทม”



“โลกที่เราอยู่…ทั้งหมดนี้คือ ‘ตู้เพาะพันธุ์’ ที่คนบนเกาะศักดิ์สิทธิ์สร้างขึ้น เพื่อคัดกรอง และเก็บเกี่ยว”



“เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้” แอนเนียสรุปเสียงแผ่ว “ว่ากันว่าหายนะทั่วโลกเมื่อหลายปีก่อนก็เป็นแผนการของเกาะศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาควบคุมทั้งสิ่งแวดล้อม ประชากร และเหล่าผู้ได้รับเลือก หากไม่ทำลายเกาะนั้นเสีย ผู้รอดชีวิตที่เหลือจะไม่มีวันหลุดพ้นจากความทุกข์ทน”



เธอเล่าเรื่องทั้งหมดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองแต่สั่นเครือ



แม้ยังคงระแวดระวังทั้งสองคนอยู่ แต่ก็เห็นได้ชัดว่า เลี่ยหยางกับอามันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด และในยามนี้เธอก็ไม่มีใครให้พึ่งพิงอีกแล้ว



เมื่อพูดจบ อามันถึงกับอ้าปากค้าง “อะไรนะ ใช้เด็กเป็นวัตถุดิบงั้นเหรอ! พวกมันชั่วช้าเกินมนุษย์มนาแล้ว!”



“แอนเนีย เธอเห็นเรื่องนี้กับตาเองหรือ” เลี่ยหยางถาม “หรือแค่ได้ยินมาจากคนอื่น เป็นไปได้มั้ยว่ากองทัพต่อต้านจะเข้าใจผิด”



แอนเนียส่ายหน้า “ไม่…พวกเรามีคนแทรกซึมอยู่บนเกาะ มีรูปถ่ายยืนยันทั้งหมด แผนของเราคือบุกเข้าไปทำลายมัน แต่ระหว่างทางถูกพวกคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์จับได้ ฉันพลัดหลงกับพวกไป ถ้าเจอหัวหน้าของเรา เธอจะยืนยันทุกอย่างได้”



เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความอ้อนวอน “พวกนายมาจากต่างโลกใช่มั้ย ถ้าเป็นไปได้…ได้โปรดช่วยหัวหน้าของเราด้วย”



คำพูดนั้นทำให้ห้องเงียบงัน



อามันหันไปกระซิบกับเลี่ยหยาง “ว่าไงล่ะ เลี่ยหยาง…เราจะช่วยพวกเธอมั้ย”



เลี่ยหยางนิ่งครู่หนึ่ง ใจเขาแม้คาดไว้บ้างแล้ว แต่พอได้ยินจากปากเธอจริงๆ ก็ยังรู้สึกคลื่นโหมซัดในอก



ในดันเจี้ยนนี้ พวกผู้เล่นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด แต่ชะตาของชาวพื้นเมืองกลับโหดร้ายกว่านั้นนับร้อยเท่า



เขารู้สึกได้ สิ่งที่แอนเนียพูด มีความจริงอยู่เกือบทั้งหมด



“ฉันจะช่วยเธอได้” เขากล่าวอย่างหนักแน่น “แต่มีข้อแม้หนึ่งข้อ”



แอนเนียเงยหน้า ดวงตาสั่นระริก “ข้อแม้อะไร”



เลี่ยหยางถามกลับ “เธอรู้หรือไม่ ว่าทำไมพวกเราถึงได้รับเชิญขึ้นเรือลำนี้ เพื่อไปยังเกาะศักดิ์สิทธิ์”



แอนเนียขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนจะส่ายหน้า “ฉันไม่แน่ใจ หัวหน้าฉันเคยพูดว่าพวกนายคือ ‘คนนอก’ ที่มาช่วยคนพวกนั้น เป็นพวกเดียวกันเท่านั้น เรื่องอื่นฉันไม่รู้”



ได้ยินดังนั้น เลี่ยหยางเพียงพยักหน้า เขาเริ่มเห็นภาพในใจชัดเจนขึ้น แม้ยังไม่แน่ทั้งหมด แต่ก็เพียงพอจะคาดเดาได้



“ตกลง” เขากล่าวเสียงเรียบ “ฉันจะปล่อยเธอ แต่ถ้าอยากช่วยหัวหน้าของเธอ เธอต้องทำตามแผนการของฉัน”



“ตกลง ฉันจะทำทุกอย่าง”



เพราะสำหรับแอนเนียแล้ว เป้าหมายของกองทัพต่อต้านมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือ ทำลายเกาะศักดิ์สิทธิ์ และถอนรากความชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ในนามของ ‘พระเจ้า’ ให้สิ้นซาก




ตอนก่อน

จบบทที่ กองทัพต่อต้าน

ตอนถัดไป