ขึ้นเกาะ

ตอนที่ 239 ขึ้นเกาะ



“เฮ้ บอส ผมว่าแล้วผู้หญิงคนนี้ต้องมีปัญหาแน่! ตอนนี้สติหลุดไปเลย ดีที่ผมฟังคำเตือนของคุณไว้ก่อน รีบจัดการล็อกตัวเธอทัน ไม่งั้นยุ่งแน่”



“ดีแล้ว แล้วเหมียนเหมียนล่ะ เด็กคนนั้นเป็นยังไงบ้าง”



“โอ้ เด็กยังดีอยู่ แค่ตกใจจนร้องไห้ตาแดงเป็นกระต่าย เธอร้องจนหลับไปแล้ว คุณไม่ต้องห่วง”



“ทำได้ดีมาก ฉันกำลังจะขึ้นฝั่ง ตอนนี้ยังไม่รู้สถานการณ์แน่ชัด นายจะอยู่เฝ้าที่รถต่อ หรือจะขึ้นเกาะ”



“ฮะฮะฮะ ไม่ดีกว่าครับ ผมอยู่เฝ้าสองคนนี้เองดีกว่า เดี๋ยวผู้หญิงคนนั้นฟื้นมาคลั่งอีก จะไปกระแทกรถเป็นรอยยุ่งยากเปล่าๆ แต่ถ้าคุณต้องการให้ผมพาพวกเธอออกไป ผมทำได้ทันทีเลย”



“โอเค ถ้ามีอะไรผิดปกติ ติดต่อฉันทันที”



เสียงในหูฟังเงียบลง หลินชิงถอนหายใจแผ่วเบา



เธอระวังตัวกับจางหลานมาตลอด ยิ่งพอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็น ‘ร่างโคลน’ ยิ่งกำชับให้อาหลงจับตาไว้ให้ดี โชคดีที่อาหลงเป็นผู้เล่นสายเอาตัวรอด มีไหวพริบพอจะรับมือได้ แม้จะเจอกับร่างโคลนของ ‘ผู้ถูกเลือก’ ก็ตาม



ไม่นาน บาร์บาราก็ส่งวิดีโอจากระบบเฝ้าระวังมาให้ ภาพในนั้นทำให้หลินชิงขมวดคิ้วทันที



จางหลานในวิดีโอดูเหมือนหลุดจากสติไปแล้ว แต่ความเร็วกับแรงของร่างกายกลับเพิ่มขึ้นหลายเท่า เธอคว้ามีดฟันใส่อาหลงอย่างบ้าคลั่ง



แต่โชคดีที่อาหลงใช้ไอเทมบางอย่างได้ทันท่วงที ลูกบอลโปร่งใสขนาดเท่าบาสเกตบอล พอเปิดใช้งานก็ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นฟองกาวใสขนาดใหญ่ที่ยืดหยุ่นได้ และดูดร่างของจางหลานเข้าไปข้างใน



จางหลานดิ้นสุดแรง แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกดูดแน่น จนสุดท้ายหมดสติไปในนั้น



หลินชิงมองแล้ววิเคราะห์ได้ทันที มันคือไอเทมป้องกันตัวระดับสูง ที่สามารถดักจับเป้าหมายได้ในระยะสั้น



แต่สิ่งที่ทำให้เธอหนักใจมากกว่าคือ… เห็นชัดว่าร่างโคลนอย่างจางหลานถูก ‘เกาะศักดิ์สิทธิ์’ ควบคุมจากระยะไกลได้จริง



ถ้าเกาะนี้เป็นต้นกำเนิดของร่างโคลนทั้งหมด ก็แปลว่ายังมีคนอีกมากที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน



หลินชิงเหลือบมองกลุ่มคนที่ยืนรอตรวจอยู่ตรงท่าเรือ ชุดคลุมดำคลุมหัวจนมิด เห็นแค่ดวงตาที่ว่างเปล่าไร้อารมณ์



หากพวกนี้ก็เป็นร่างโคลนเช่นกัน… เกาะนี้คงไม่ต่างอะไรจากรังปีศาจ



ฝูงชนที่กำลังทยอยลงจากเรือยังไม่รู้ชะตากรรมของตน มีทั้งความตื่นเต้น ความคาดหวัง และความโลภปะปนกันไป



หลังภารกิจที่สามเสร็จสิ้น พร้อมไอเทมเกรด S ให้เลือก ‘ออกจากเกม’ ไปได้อย่างอิสระ ผู้เล่นที่อยากหนีก็ใช้มันทันที เหลือเพียงพวกที่ ‘เลือกจะอยู่ต่อ’ เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าพวกนี้ไม่ใช่พวกธรรมดา



ตามข้อมูลของเลี่ยหยาง คำพูดของแอนเนีย และแคทเธอรีน ผู้คนที่ยังอยู่บนเกาะส่วนใหญ่คือผู้นำของกลุ่มรอดชีวิตหรือฐานต่างๆ ที่จ่าย ‘ค่าธรรมเนียม’ เพื่อขึ้นเรือมาที่นี่ เพื่อชีวิตใหม่ใน ‘สวรรค์แห่งท้องทะเล’



แต่ในความจริง พวกเขาไม่รู้เลยว่ากำลังเดินเข้าสู่กับดัก



ขณะเดียวกัน กลุ่มของแคทเธอรีน และแอนเนียก็ขึ้นเกาะด้วยเป้าหมายลับ เพื่อทำลายเครื่องจักรต้นกำเนิดของร่างโคลน



ส่วนกลุ่มบาทหลวงคลุมแดงกับพวกคลุมดำที่เชื่อใน ‘เทวทูต’ ย่อมมีแผนร้ายของตัวเองอยู่แล้ว



ผู้เล่น กองทัพต่อต้าน ชาวพื้นเมือง และพวกคลั่งศาสนา สี่ฝ่ายมารวมกันที่เกาะเดียว… ต่อจากนี้ต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่



ไม่นาน เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นจากข้อมือของทุกคนที่เหยียบพื้นเกาะ:



[ ติ้ง! ผู้เล่นได้เริ่มภารกิจต่อเนื่อง! ]



[ ภารกิจ : ระหว่างการคัดเลือก ‘ผู้ถูกเลือกโดยเทพ’ จงเอาชีวิตรอดให้ได้! ]



[ รางวัล : ไอเทมเกรด S จำนวน 3 ชิ้น ( เลือกได้ ) เหรียญโลกจำนวนมาก และสิทธิ์อัปเกรดห้องพัก 1 ครั้ง ]



[ แต้มภารกิจ : 40 ]



[ หมายเหตุ : หากภารกิจล้มเหลว จะถูกจัดเป็น ‘วัตถุทดลองของเกาะศักดิ์สิทธิ์’ หากสำเร็จ จะได้รับสิทธิ์เป็น ‘แขกผู้ทรงเกียรติ’ ของเกาะ ]



พอเสียงแจ้งเตือนดับลง ความตึงเครียดก็ปกคลุมทุกคนในทันที



แต่แน่นอน ก็ยังมีบางคนที่หัวเราะออกมาอย่างตื่นเต้น “ฮ่าฮ่าฮ่า! รางวัลเยอะขนาดนี้ โคตรคุ้ม! ดีแล้วที่ฉันไม่ใช้ไอเทมหนีออกไป ใครจะไปด้วยกันบ้าง”



ชายจมูกเหยี่ยวพูดพลางหัวเราะร่า แววตาเปล่งประกายคล้ายหมาป่าหิวเนื้อ



หญิงสาวผมดัดที่อยู่ข้าง ๆ กัดริมฝีปากยิ้ม “ฟังดูน่าสนุก ฉันเข้ากลุ่มด้วยละกัน”



อีกคนขมวดคิ้ว “เดี๋ยวก่อนนะ... ‘ผู้ถูกเลือกโดยเทพ’ นี่มันอะไรกันแน่ ทำไมไม่มีใครออกมาอธิบาย เราไม่ใช่แขกของเกาะเหรอ”



“แขกบ้าอะไรล่ะ!” อีกคนตอบห้วน “คิดเหรอว่าเขาจะเชิญเรามาเลี้ยงฟรีๆ พวกนั้นเป็นลัทธิบ้าศาสนาแน่นอน!”



“ใช่ แถมดูภารกิจสิ แค่ให้ ‘เอาชีวิตรอด’ ก็รู้แล้วว่าเกมนี้ไม่ปกติ”



“ฮึ แสดงว่าพวกโง่ๆ ที่ใช้ไอเทมหนีไปนั่นยังดีกว่า เอาตัวรอดไว้ก่อน”



เสียงโต้เถียงเริ่มดังขึ้น บางกลุ่มเริ่มทะเลาะ บางกลุ่มจับมือสร้างทีมชั่วคราว ความตึงเครียดผสมกลิ่นเลือดจาง ๆ ในอากาศ



ในช่องแชทของระบบ ผู้เล่นบางส่วนก็เริ่มพูดคุยกันอย่างสับสน



“มีใครเห็น ‘รวยข้ามคืน’ บ้างมั้ย”



“ไม่มีเลย”



“ไม่มีๆๆ”



“หายหัวไปไหนหมด”



“เธอไม่รีบทำภารกิจเหรอ”



“ใครจะไปรู้ บางทีอาจอยู่ท่ามกลางพวกเรานี่แหละ”



“ถ้าได้เกาะขาบอสได้สักครั้งก็ดีสิ ฮ่าๆ”



“ฝันไปเถอะ บอสเขาไม่ชายตามามองพวกเราหรอก”



“หรือว่า... ยัยนั่นไม่กล้ามาที่เกาะ”



“อย่าพูดมั่ว!” อีกคนสวน “ถ้าเธออยากปรากฏตัว เธอคงทำไปแล้ว บอสแกไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้ใครฟังหรอก”



“แต่แปลกนะ ทำไมคำว่า ‘ผู้ถูกเลือก’ ฟังดูไม่น่าไว้ใจเลย”



“ใช่ เหมือนเรากำลังจะถูกใช้เป็นเครื่องมืออะไรสักอย่างมากกว่า”



ทันใดนั้นเอง ข้อความใหม่จากชื่อไอดี ‘รวยข้ามคืน’ ก็ปรากฏขึ้นในช่องแชท



“ผู้ถูกเลือกโดยเทพ คือ กลุ่มมนุษย์ที่ถูกโบสถ์ของเกาะศักดิ์สิทธิ์เก็บมาจากทั่วผืนดินรกร้าง พวกเขามีพลังพิเศษคล้ายกับพลังของผู้เล่น แต่ต่างกันตรงที่... พวกนั้นเป็นร่างทดลอง”



“และตอนนี้ การคัดเลือกกำลังเริ่มต้นขึ้น ผู้เล่นทุกคนคือเครื่องมือในสนามทดลอง เพื่อให้โบสถ์คัดหาผู้ที่ ‘เหมาะสมที่สุด’ ผลลัพธ์ของภารกิจนี้มีแค่สองทาง ฆ่าหรือถูกฆ่า”



ช่องแชทระเบิดขึ้นทันที



“เวรเอ๊ย! ข้อมูลระดับนี้ ขอบคุณมากครับบอส!”



“ไม่งั้นพวกเราคงยังหลงดีใจอยู่แน่ๆ”



“ต่างชั้นจริง ๆ บอสไปสืบข้อมูลมาได้ขนาดนี้ได้ไงวะ!”



“แต่บอสพูดออกแบบนี้ไม่อันตรายเหรอ ไอ้พวก ‘โซดาไร้ฟอง’ ยังอยู่ในช่องนี่นา มันจะส่งข้อมูลให้โบสถ์มั้ย”



ช่องแชทเริ่มระอุอีกครั้ง ท่ามกลางความตื่นตระหนกและเสียงโวยวายที่ดังขึ้นทั่วท่าเรือ



บนเกาะศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้... การล่าเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น.



“เมื่อกี้ยังเงียบอยู่แท้ ๆ พอถึงตอนนี้ยัย ‘รวยข้ามคืน’ ถึงโผล่มาพูดเตือน ดัดจริตจริงๆ มันจะช่วยอะไรได้วะ หรือจริง ๆ มีจุดประสงค์แอบแฝง”



“อย่างน้อยตอนนี้พวกเราก็รู้แล้วว่าพวก ‘ผู้ถูกเลือกโดยเทพ’ มันคืออะไร เธอยอมแชร์ข้อมูลให้ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำ นี่ก็ใจถึงมากแล้วนะ”



“ไอ้ห่า! ที่แท้เจ้าพวกคลุมดำกับพวก ‘โซดาไร้ฟอง’ ก็แค่หลอกพวกเราให้มาเป็นแรงงานฟรีเหรอวะ”



“ถ้าพวกผู้ถูกเลือกเป็นพวกมีพลังพิเศษจริง ก็แปลว่าพวกเราซวยใหญ่เลยสิ เราแค่คนธรรมดาที่ถือไอเทมไม่กี่ชิ้น ต่อให้มีของกันตายไว้บ้าง ก็ไม่แน่ว่าจะสู้พวกมันได้!”



“ใช่เลย ของที่เราได้มามันมีข้อจำกัดทั้งนั้น จะให้ไปปะทะกับพวกมีพลังเหนือมนุษย์ มันไม่แฟร์เลยสักนิด!”



“ไม่ใช่แค่ไม่แฟร์ ฉันเคยเจอพวกนั้นมากับตา ตอนอยู่บนถนนร้าง มีคนหนึ่งใช้พลังเสียงในการโจมตี ทำพวกเราปวดหัวแทบระเบิด ตอนนั้นแค่โดนแผ่วๆ ก็ล้มกันทั้งทีม ถ้ามีศัตรูอีกคนมาซ้ำตอนนั้น คงตายยกก๊วนแน่”



“โห! ขนาดนั้นเลย แล้วพี่รู้มั้ยว่าพลังของพวกนั้นมันใช้ต่อเนื่องได้มั้ย ถ้ามันต้องพักถึงจะใช้ได้อีก เราอาจวางแผนตั้งทีมสวนกลับได้บ้าง”



“อันนี้ไม่แน่ใจ ตอนนั้นเราดันเป็นฝ่ายเริ่มก่อนด้วย แค่พยายามปล้นรถของมัน แล้วโดนสวนกลับ พวกเราหมดแรงไปพักใหญ่ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้โจมตีซ้ำอีก อาจเพราะพลังนั้นมีคูลดาวน์เหมือนกัน”



“อืม ฟังดูสมเหตุสมผล ในโลกหลังสงครามนิวเคลียร์แบบนี้ พวกชาวพื้นเมืองเองก็มีโรคทางพันธุกรรมกันเยอะ แถมอวัยวะเสื่อมสภาพจากรังสีอีก ต่อให้มีพลัง ก็ใช่ว่าจะสมบูรณ์นัก อย่าประเมินตัวเองต่ำเกินไป”



“โอ้โห เลี่ยหยางออกมาพูดด้วย สุดยอด! งั้นก็แปลว่าโลกนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เราต้องตั้งสติกันไว้แล้วล่ะ”



“ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าการคัดเลือกจะเป็นแบบไหน ฉันว่ารวมทีมไว้ก่อนดีที่สุด ใครสนใจบ้าง นับฉันด้วย!”



“ฉันด้วย ฉันด้วย ขอเข้ากลุ่ม!”



“ฮือออ รู้งี้ใช้ไอเทมเกรด S ออกจากเกมไปซะก็ดีแล้ว โลภแท้ๆ เลยต้องติดอยู่ที่นี่!”



“เห็นด้วย โลกนี้มันกับดักชัดๆ พูดซะสวยว่า ‘คัดเลือกผู้ถูกเลือก’ แต่จริง ๆ ก็แค่ให้เราเผาไอเทมตัวเองเล่น ถ้าไม่มีของที่ต้านพลังพวกนั้นได้ คงเละเป็นโจ๊กแน่”



“พวกนายเห็นพวกคลุมดำแถวนี้มั้ย มันรู้แล้วว่าเราจ้องอยู่ พวกนั้นควักอาวุธกันแล้ว ไอ้พวกเบื้องหลังบ้าๆ นี่แหละตัวต้นเหตุ ถ้ารอดออกไปได้ ฉันจะลากมันมาเผาให้หมด!”



“แม่ง ถ้าไม่ติดว่าที่นี่เป็นถิ่นพวกมัน ฉันจัดการไปแล้ว โดยเฉพาะไอ้บาทหลวงชุดแดงนั่น หายหัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้!”




ตอนก่อน

จบบทที่ ขึ้นเกาะ

ตอนถัดไป