กลืนกิน
ตอนที่ 246 กลืนกิน
ปืนของหลินชิงกระหน่ำทันที เสียงปืนดังสะท้อนทั่วห้างร้าง ราวกับพายุโลหะกำลังถาโถม
ทีมของเธอตอบสนองแทบพร้อมกันโดยไม่ต้องรอฟังซ้ำ
ชายคนนั้น ‘ซ่งเฉิง’ เปลี่ยนสีหน้าแทบจะทันที ขณะกระโดดหลบก็ยังไม่วายสบถ “บ้าเอ๊ย! รวยข้ามคืน แกนี่ไม่รู้จักมารยาทเลยใช่มั้ย!”
เขาตะโกนสั่งลูกน้อง “ยังจะยืนอึ้งอะไรอีก! ยิงกลับสิวะ!”
เสียงกระสุนปะทะผนังดังสนั่นสะท้อนทั่วทั้งอาคาร
หลินชิงขยับถอยพร้อมยิงสวน เสียงในใจพลันประชดเย็นชา
“ไม่รู้จักมารยาทงั้นเหรอ พวกที่ยังพูดคำนี้ได้คงถูกส่งขึ้นสวรรค์ไปหมดแล้วมั้ง...”
ขณะที่พวกเขาถอยขึ้นชั้นสอง หลินชิงพูดรวบรัดให้ทีมเข้าใจ “หมอนั่นไม่ใช่คน เป็นผู้เล่นกลายพันธุ์ เคยปะทะกันมาก่อน มันจงใจตามล่าฉัน”
เธอหันมาทางเลี่ยหยาง “เลี่ยหยาง นายพาคนอื่นไปต่อ ฉันจะถ่วงเวลาไว้เอง ถ้าแผนมีการเปลี่ยนแปลงจะติดต่อกลับมาทันที!”
เลี่ยหยางหันมองฝูงคลั่งที่กำลังพุ่งขึ้นมา ปกติกระสุนทั่วไปยังทำอะไรพวกนั้นได้ไม่มาก ต่อให้ยิงทะลุร่าง พวกมันก็ยังคลานเข้ามาได้เหมือนเดิม
“โอเค ระวังตัวด้วยนะ!”
เสียงปืนดังขึ้นอีกระลอก ก่อนภาพทั้งหมดจะถูกกลืนด้วยควันและเสียงระเบิด
ซ่งเฉิงพาคนของตัวเองตามไล่หลินชิงมาติดๆ เหมือนฝูงหนูที่ได้กลิ่นเลือด ต่อให้หลินชิงเร่งฝีเท้าแค่ไหน ก็สลัดไม่หลุด
เขาไม่ได้สนใจทีมของเธอเลย เป้าหมายมีแค่คนเดียว ตัวเธอ
เธอรู้ตัวดี
แต่ด้วยความที่ห้างแห่งนี้เป็นอาคารขนาดใหญ่ และพังทลายบางส่วน โครงสร้างซับซ้อนพอให้เธอใช้เป็นสนามล่อเป้าได้พอดี
หลังวนอ้อมอยู่หลายรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าทีมของเธอหนีออกไปไกลแล้ว หลินชิงหยุดอยู่ตรงทางเชื่อมกระจกกลางอากาศ
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักของพวกที่ตามมาดังขึ้น ซ่งเฉิงปรากฏตัวพร้อมกลุ่มลูกน้อง
ฝุ่นควันหนาทึบลอยฟุ้งอยู่ทั่วทางเชื่อม กลิ่นอับชื้นของสถานที่ที่ไม่ได้ทำความสะอาดมานานอบอวลในอากาศ แสงจากภายนอกถูกหมอกสีเทาข้างนอกบังจนแทบไม่เหลือ เหลือเพียงเงามืดหนักอึ้งกดทับอยู่ในพื้นที่แคบนี้
ร่างในชุดดำยืนอยู่กลางเงามืด ปลายกระบอกปืนชี้นิ่งไปที่หัวของซ่งเฉิง
หลินชิงมองเขาด้วยสายตาเย็นเฉียบ “งั้นคนที่ตามมาจริงๆ ก็เป็นนายสินะ ซ่งเฉิง”
ซ่งเฉิงหัวเราะในลำคออย่างเย็นชา เขาไม่สะทกสะท้านต่อปืนในมือเธอด้วยซ้ำ “รวยข้ามคืน!” เขาเอ่ยชื่อเธออย่างกัดฟัน
หลินชิงขยับนิ้วบนไกปืนเล็กน้อย สายตาไม่ไหวติง
ซ่งเฉิงยังพูดต่อ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น “แกนี่มันเหมือนปลาในน้ำ ทั้งลื่นทั้งหนีเก่ง ไม่เพียงหลุดจากมือฉัน ยังทำให้ฉันเกือบตายเพราะคำสาปย้อนกลับ ถ้าไม่มีเจ้านายช่วยไว้ ป่านนี้ฉันคงกลายเป็นเศษเนื้อเหมือนพวกอื่นไปแล้ว!”
แววตาเขาบ้าคลั่ง “แต่ครั้งนี้...ฉันจะเอาคืนทุกอย่าง!”
ความจริงเขาแทบไม่คิดว่าจะได้เจอเธออีก เพราะในดันเจี้ยนนี้มีผู้เล่นเข้ามาเกือบพันคน การหาคนเพียงจากชื่อเล่นแทบเป็นไปไม่ได้ จนระบบบังคับให้ผู้เล่นทั้งหมดขึ้นเรือลำเดียวกัน โอกาสถึงค่อยมาถึง
แต่ถึงตอนนั้น หลินชิงกลับระวังตัวจนไม่ออกหน้าเลยแม้แต่นิด จนวันนี้...ในเมืองร้างแห่งนี้ ในที่สุดเขาก็เจอเธอ
ตอนนี้ไม่มีข้อจำกัด ไม่มี ‘กฎห้ามฆ่า’ แบบบนเรืออีกแล้ว ทั้งแค้นเก่ากับใหม่ จะได้สะสางกันให้หมด
หลินชิงเฝ้ามองผู้ชายตรงหน้าที่ดูเหมือนคนธรรมดาทั่วไป
ถ้าเขาไม่พูดเอง และไม่มีเสียงเตือนจากสัตว์เลี้ยงของเธอ เธอคงไม่รู้เลยว่าหมอนี่ไม่ใช่มนุษย์แล้ว
เธอยังจำได้ดี ตอนอยู่ในโลกสำนักเซียนเร้นลับ ร่างของซ่งเฉิงถูกเธอระเบิดจนเหลือแค่เศษเนื้อ
แต่ตอนนี้กลับยืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง ร่างกายดูปกติทุกส่วน... ยกเว้นกลิ่นเน่าจาง ๆ ที่คลุ้งอยู่รอบตัวเขา
“ไม่แปลกที่เจ้าตัวเล็กจะบอกว่านายไม่ใช่คนอีกต่อไป” หลินชิงพึมพำเบาๆ
ภาพของ ‘รูปปั้นหินดำ’ ผุดขึ้นในหัวเธอ เทวรูปต้องห้ามที่เธอเคยเห็นในโลกก่อนหน้า มันคงไม่ได้จำกัดอยู่ในโลกนั้นจริง ๆ
ซ่งเฉิงขยับเข้ามาอีกสองก้าว แต่เพียงแววตาของหลินชิงที่มองกลับมา เขาก็เหมือนถูกกดหัวให้หยุดนิ่งโดยไม่รู้ตัว
“เธอจำฉันได้” เขาขมวดคิ้ว ใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างประหลาด ความรู้สึกไม่มั่นคงค่อยๆ ซึมเข้ามาในใจ
ในโลกสำนักเซียนเร้นลับ เธอสามารถหนีรอดจากแผนทุกขั้นที่เขาปูไว้ได้ มันผิดธรรมชาติ และตอนนี้... เธอทำอีกแล้ว
“หรือว่าที่นี่...มีอะไรที่ฉันยังไม่รู้” เขาพึมพำในใจ
ซ่งเฉิงเคยชินกับการเป็น ‘ผู้ล่า’ ในดันเจี้ยนทุกแห่ง ความอวดดีและความคุ้นเคยในฐานะสิ่งมีชีวิตเหนือมนุษย์ ทำให้เขาลืมไปว่ามนุษย์บางคน...ก็อันตรายไม่แพ้ปีศาจ
หลินชิงสบตาเขา สายตาเรียบเย็นราวกับน้ำแข็ง
“งั้น...จบกันตรงนี้ละกัน”
ซ่งเฉิงกัดฟัน “ทำเป็นเก่งไปเถอะ พวกแกฆ่าเธอซะ!”
ลูกน้องที่เป็น ‘หุ่นเชิด’ ของเขาเฮละโลกรูกันเข้ามา อาวุธในมือชี้พร้อมยิง
แต่ในวินาทีนั้นเอง แสงทั้งหมดในทางเชื่อมหายวับไป เหลือเพียงความมืดสนิทราวกับหมึกดำ
เสียงปืนดังขึ้นไม่ขาดสาย กระสุนปะทะผนังและกระจกกระเด็นกระจาย
ซ่งเฉิงชะงัก รู้สึกถึงลางร้ายที่กำลังใกล้เข้ามา
เสียงลมแรงพัดวูบมาจากด้านบน เขาหันขวับไปแทบไม่ทัน ได้แต่ยกแขนขึ้นบัง พลันมีของเหลวสีดำคล้ายยางเหนียวไหลปกคลุมแขนเพื่อรับแรงปะทะ
แต่แรงโจมตีกลับหายไปเฉยๆ ก่อนที่เสียง “ปัง!” ดังสนั่นลั่นขึ้น
ไฟจากแรงระเบิดสว่างวาบทั่วทางเชื่อม แผ่นกระจกแตกกระจาย เศษเหล็กปลิวว่อน
ลูกน้องของซ่งเฉิงไม่ใช่พวกที่เก่งกาจอะไรนัก มีแต่ร่างมนุษย์ธรรมดา ถูกแรงระเบิดซัดกระเด็นตายแทบยกทีม
ซ่งเฉิงแม้ร่างจะแข็งแกร่งเกินมนุษย์ แต่ก็ยังโดนแรงอัดกระแทกจนกระเด็นไปชนผนังอย่างแรง
เสียงโครงสร้างเหล็กเริ่มแอ่นตัว ก่อนทางเชื่อมทั้งแถบจะพังครืนลงมาทั้งชุด
ซ่งเฉิงกลิ้งหลบอย่างฉิวเฉียดรอดจากการถูกทับ แต่พอเงยหน้าขึ้นมา หลินชิงหายไปแล้ว
“บ้าเอ๊ย!!!” เขาคำรามสุดเสียง ความโกรธแทบกลืนสติไปหมด “ฉันจะฆ่าแก!!!”
ยังไม่ทันขาดคำ บางอย่างก็ขยับอยู่บนหัวของเขา สิ่งนั้นเย็นลื่นเหมือนปลิงและขยับไหวช้า ๆ ก่อนเสียงหัวเราะใสแจ๋วของเด็กเล็กดังขึ้น
“ฮิฮิฮิ...”
เสียงหัวเราะนั้นเย็นจัด ราวกับคาถาสาปที่กรีดลงกลางสติของเขา
ซ่งเฉิงพยายามจะสะบัดออก แต่ร่างกลับอ่อนแรงอย่างน่าประหลาด
“ฮิฮิ... กินละนะ”
เสียงดูดกลืนและเคี้ยวดัง ‘แจะๆ’ สลับกับเสียงดูดเลือด “ซู้ดๆ” ดังชัดอยู่ข้างหู
เขาแทบไม่มีแรงขยับอีกแล้ว
ในห้วงสุดท้ายของสติ ซ่งเฉิงเพิ่งเข้าใจ มีบางสิ่งที่เหมือน ‘เจ้านาย’ ของเขา กำลังอยู่ที่นี่ และมันกำลังกลืนกินพลังของเขาอย่างไม่รีรอ
เขาแทบจะหัวเราะไม่ออก “รวยข้ามคืน... เธอนี่มัน...”
...เธอคงไม่ใช่มนุษย์อีกแล้วสินะ
แต่ตอนนี้ มันก็สายเกินไป
เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นผู้ล่า แต่กลับถูกหลอกให้เดินเข้ากับดัก กลายเป็น “เหยื่อ” ในเกมที่ตัวเองสร้างขึ้นมา
เมื่อหมอกดำจางลง ภาพตรงหน้าก็ชัดขึ้น ทางเชื่อมของห้างที่พังทลายกลายเป็นกองซากปรักหักพัง
รอบบริเวณเต็มไปด้วยซากศพผู้เล่น แต่ศพเหล่านั้นกลับกลวงโบ๋ ภายในไม่มีเลือดเนื้อเหลืออยู่แม้แต่น้อย ราวกับถูกบางสิ่งกัดกินจนหมด
ตอนที่หงเยี่ยนกับเซวี่ยหลางมาถึง ก็เห็นสภาพตรงหน้าแบบนั้นพอดี
“เฮอะ...น่าเสียดายแฮะ” หงเยี่ยนยกแขนกอดอก มองเซวี่ยหลางที่กำลังค้นเศษเนื้ออยู่ตรงหน้า “ชัดเลยว่าที่นี่เพิ่งมีการสู้กันใหญ่ เรารีบมากันแทบขาดใจ ยังอุตส่าห์มาไม่ทันเก็บซาก”
เซวี่ยหลางก้มค้นซากจนถึงชิ้นสุดท้าย ก่อนจะสบถ “ส้นตีนเถอะ! เสียเวลาเปล่าๆ”
“ก็ไม่เปล่าซะทีเดียวหรอก” หงเยี่ยนเหลือบตามองชิ้นเนื้อที่ถูกกัดจนพรุน “ดูจากสภาพ นี่ไม่ใช่ผู้เล่นธรรมดา แต่เป็นพวกที่ถูกมอนสเตอร์สวมร่าง ข่าวลือนั้นไม่ใช่ข่าวโคมลอยอีกต่อไปแล้ว”
“แต่จะยังไงก็เถอะ สุดท้ายก็ตายเรียบ ไม่เห็นจะเก่งตรงไหน” เซวี่ยหลางถีบชิ้นเนื้อไปไกลอย่างรำคาญ
หงเยี่ยนยิ้มบางๆ “อย่าเพิ่งวางใจ ดูจากจำนวนศพ มีอย่างน้อยสิบกว่าคน นั่นหมายความว่าคนที่ฆ่าพวกนี้ได้ ต้องไม่ธรรมดาแน่”
เธอกดข้อมือเรียกหน้าจอระบบขึ้นมา รายชื่อจัดอันดับผลึกคริสตัลบนกระดานอันดับอัปเดตขึ้นทันที
ชื่อทีม “รวยข้ามคืน ตะวันทองคำ” พุ่งขึ้นเป็นอันดับหนึ่งแบบทิ้งห่าง ด้วยจำนวนคริสตัลที่เพิ่มขึ้นกว่าร้อยก้อนในพริบตา
ในขณะเดียวกัน ทีมอันดับสามที่เคยเป็นทีมใหญ่ที่สุดกลับหายไปจากกระดานโดยสิ้นเชิง
“ดูจากอันดับ...ทีมรวยข้ามคืนนั่นแหละที่จัดการทีมอันดับสามเรียบ”
หงเยี่ยนขมวดคิ้ว เธอเพิ่งรู้สึกถึง ‘แรงกดดัน’ ครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าสู่ดันเจี้ยนนี้
ทีมของเธอกับเซวี่ยหลางครองอันดับสองมาโดยตลอด ช่องว่างกับอันดับหนึ่งไม่มาก แต่ตอนนี้...การจะฆ่าผู้เล่นที่กลายเป็นมอนสเตอร์ไปแล้วกว่าโหลได้พร้อมกัน มันไม่ใช่เรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้
นั่นหมายความว่าทีมของอีกฝ่ายอาจแข็งแกร่งเกินคาด
เซวี่ยหลางหัวเราะเสียงดัง “ฮ่าๆๆ หงเยี่ยน ทำหน้าแบบนั้นกลัวล่ะสิ”
หงเยี่ยนปรายตามอง “กลัว ฮึ แค่พวกปรสิต ฉันไม่เห็นต้องกลัวอะไร แต่ต้องยอมรับว่าทีมของยัยนั่นไม่ธรรมดา เราควรระวังตัวกันหน่อย”
เธอกวาดตามองรอบๆ หมอกที่เริ่มหนาขึ้น แววตาเป็นประกาย “แต่ดูสิ ที่นี่เหมาะจะดักฆ่ามากเลยนะ ตอนนี้เสียงระเบิดเมื่อกี้คงล่อทั้งผู้เล่น และพวกสัตว์กลายพันธุ์มาเต็ม พอดีเลย เก็บของเพิ่มสักรอบ”
ในเวลาเดียวกัน เหตุการณ์ทั้งหมดในห้างร้างถูกถ่ายทอดสดไปยัง ‘ห้องชมภาพ’ กลางหอส่งสัญญาณกลางเมือง
ภาพที่ปรากฏบนจอขนาดยักษ์ทำให้เหล่าผู้ชมบ่นระงม
“อะไรกัน เมื่อกี้รวยข้ามคืนยังอยู่ตรงนั้น จะยิงกับซ่งเฉิงไม่ใช่เหรอ ฉันรอดูฉากมันไล่ล่าอยู่เลย นี่หายวับไปแบบนี้เหรอ”
“ใช่ แปลกชะมัด หมอกดำขึ้นมาปุ๊บ จอขาดปั๊บ เห็นอีกทีเหลือแต่ซาก!”
“กล้องของจ้าวอีกานี่เสียหรือไง ทำไมไม่เห็นอะไรเลย”
“ฉันอุตส่าห์รอดูไฟต์เด็ด กลายเป็นดูซากกับฝุ่นแทนเนี่ยนะ!”
“อ้าว แล้วแบบนี้เราจะได้ดูอะไรต่อ จ้าวอีกา นี่แกไม่คิดจะอธิบายหน่อยเหรอ”
“เฮอะ ฉันยังคิดว่าหงเยี่ยนกับเซวี่ยหลางจะได้โอกาส ‘นกขมิ้นรอจิก’ ที่หลังซะอีก สุดท้ายได้ดูแค่เศษอิฐ ไร้สาระสิ้นดี!”
“ไม่มีใครเห็นเหรอ ว่าก่อนหมอกขึ้นยัยนั่นทำอะไร ฉันสังเกตดีแล้ว แต่หมอกเข้ามาเร็วเกิน มองไม่ทันเลยว่าเธอใช้ไอเทมหรือสกิลอะไร!”