บทที่ 49 ‘ปราบทรราช’ แบ่งที่ดินฉบับย่อมเยา

ปี 1848 ของออสเตรีย การปฏิวัติราวกับกลายเป็นกระแสของประเทศนี้ ทุกหนทุกแห่งล้วนไม่สงบ
วันที่ 28 มีนาคม ภูมิภาคดัลมาเทียเกิดการก่อกบฏขึ้น โชคดีที่ก่อนที่รัฐบาลออสเตรียจะส่งทหารไปปราบปราม คนในพื้นที่ก็ปราบปรามการปฏิวัติด้วยตนเองแล้ว
เมื่อมองดูข้อมูลในมือ ฟรานซ์รู้สึกราวกับมีฝูงอัลปากาวิ่งผ่านไปในใจ ผู้ที่ก่อกบฏในครั้งนี้คือกองกำลังป้องกันตนเองที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลท้องถิ่น ส่วนผู้ที่ช่วยรัฐบาลปราบปรามการปฏิวัติกลับเป็นนายทุนและทาสติดที่ดินในท้องถิ่น
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ขุนนางและนักชาตินิยมได้ก่อการกบฏขึ้น แต่นายทุนและทาสติดที่ดินกลับเป็นผู้ปราบปรามพวกเขา
การก่อกบฏครั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากขุนนางในท้องถิ่นไม่พอใจที่รัฐบาลปฏิรูปแล้วสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของพวกเขา ภายใต้การยุยงของนักชาตินิยม ก็เลยประกาศปฏิวัติอย่างโง่เขลา
คนโง่เช่นนี้ มีให้เห็นอยู่ไม่น้อยทั้งในอดีตและปัจจุบัน ฟรานซ์ชินชากับเรื่องแบบนี้แล้ว
ในแต่ละปี ออสเตรียจะมีขุนนางสองสามคนที่ดื่มเหล้าจนเมาแล้วก็ประกาศสถาปนาประเทศเป็นเอกราช พอสร่างเมาก็รีบยกเลิกการประกาศเอกราช แล้วรีบมาขอขมาจักรพรรดิ
เกิดในทวีปยุโรป ถือว่าเป็นโชคดีของคนโง่เหล่านี้ ตราบใดที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรง จักรพรรดิโดยทั่วไปก็จะไม่เอาเรื่องพวกเขา
ทาสติดที่ดินช่วยปราบปรามการก่อกบฏของขุนนางเป็นเรื่องปกติ รัฐบาลเวียนนาได้ประกาศยกเลิกระบบทาสติดที่ดิน ให้เสรีภาพแก่พวกเขา แต่ขุนนางเหล่านี้กลับต้องการที่จะกดขี่พวกเขาต่อไป
เช่นนั้นแล้วก็ไม่ต้องพูดอะไรอีก ต้องปราบปราม นี่คือการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ
แต่ขุนนางกลุ่มนี้กลับติดอาวุธให้ทาสติดที่ดินในมือของตนเพื่อก่อการปฏิวัติ นี่ก็เป็นสาเหตุที่ฟรานซ์คิดว่าพวกเขาเป็นคนโง่
สิ่งที่ทำให้ฟรานซ์รู้สึกประหลาดใจเพียงอย่างเดียวคือ นายทุนในท้องถิ่นกลับยืนอยู่ข้างเดียวกับรัฐบาลเวียนนา ทั้งยังออกแรงช่วยเหลือในการปราบปรามกบฏ และยังรวดเร็วขนาดนี้ ดูอย่างไรก็เหมือนมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า
กระทั่งฟรานซ์ยังสงสัยว่า อาจจะเป็นไปได้ว่าขุนนางและนายทุนได้ตกลงกันว่าจะก่อการปฏิวัติด้วยกัน แต่เมื่อนายทุนเห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี ก็เลยหักหลังขายพวกเขาไป
ดัลมาเทียในออสเตรียแทบจะไม่มีตัวตน เป็นจังหวัดชายแดนที่อยู่ก็ได้ไม่อยู่ก็ได้ เศรษฐกิจล้าหลังและไม่มีคุณค่าทางยุทธศาสตร์ จึงง่ายที่จะถูกมองข้าม
เมื่อเห็นฟรานซ์ที่กำลังงงงวย นายกรัฐมนตรีเฟลิกซ์ก็ได้ให้คำตอบ
“ฝ่าบาท การก่อกบฏที่ดัลมาเทียในครั้งนี้เป็นฝีมือของข้าราชการขุนนางในรัฐบาลท้องถิ่น พวกเขาชูธงแห่งความจงรักภักดีต่อราชวงศ์ เพื่อต้องการได้มาซึ่งอำนาจที่มากขึ้น
หลังจากผลประโยชน์ได้รับความเสียหาย ไอ้พวกสารเลวเหล่านี้กลับต้องการที่จะร่วมมือกับตรีเยสเตก่อการกบฏ เตรียมที่จะสถาปนาประเทศร่วมกับกลุ่มกบฏในภูมิภาคอิตาลี
แต่พวกเขาลืมไปว่า กองกำลังป้องกันตนเองแห่งชาติในมือของพวกเขานั้นจงรักภักดีต่อจักรวรรดิ การก่อกบฏครั้งนี้จึงถูกกำหนดให้ล้มเหลวตั้งแต่แรก
อีกทั้ง ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของพวกเขาก็ได้กำหนดแล้วว่าในทางเศรษฐกิจจะต้องพึ่งพาจักรวรรดิอย่างมาก หากประกาศเอกราช ในพื้นที่ก็จะเสื่อมโทรมลงทันที
นายทุนเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง การแยกทางกับพวกเขาจึงเป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
ฟรานซ์พยักหน้าอย่างครุ่นคิด คาดว่าความเป็นไปได้ที่มากกว่าคือ นายทุนรู้สึกว่าอัตราความสำเร็จในการก่อกบฏนั้นต่ำเกินไป และไม่สามารถได้รับผลประโยชน์ที่มากขึ้น จึงได้ขายเพื่อนร่วมรบไป
ทำไมขุนนางดัลมาเทียถึงได้โง่ขนาดนี้ ฟรานซ์ทำได้เพียงสรุปว่าเพราะอ่านหนังสือน้อย เป็นพวกไร้การศึกษาที่กินแต่ข้าว แล้วยังถูกความโลภบังตาจนขาดสติ
“เช่นนั้นแล้ว ก็ส่งคนไปยึดบ้านก่อน พร้อมทั้งให้รางวัลแก่ผู้ที่มีคุณูปการในการปราบปรามกบฏในครั้งนี้ และต้องรีบดำเนินการตามกฎหมายเลิกทาสโดยทันที
ยกเว้นภาษีปีนี้ให้กับนายทุนที่มีคุณูปการ นำที่ดินส่วนหนึ่งออกมามอบให้กับทาสติดที่ดินที่เข้าร่วมในการปราบปรามกบฏครั้งนี้ ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจะต้องได้รับเงินช่วยเหลือครอบครัวด้วย”
[กฎหมายยกเลิกระบบทาสติดที่ดินก็ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ไม่สามารถทำได้สำเร็จในทันที ดังนั้นทาสติดที่ดินจึงยังไม่ได้รับการปลดปล่อยทั้งหมด]
นี่คือการสร้างตัวอย่างของฟรานซ์ ไม่ว่าพวกเขาจะทำไปด้วยวัตถุประสงค์อะไร มีแรงจูงใจอะไร การกระทำที่ช่วยจักรวรรดิปราบปรามกบฏเช่นนี้จะต้องได้รับการส่งเสริม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้รางวัลแก่ทาสติดที่ดิน จะต้องเผยแพร่ออกไปให้ทั่ว ให้ดีที่สุดคือทำให้คนทั้งออสเตรียรู้กันถ้วนหน้า
ในตอนนี้ ฟรานซ์ได้ตัดสินใจที่จะแจกจ่ายที่ดินแล้ว ปลุกระดมคนงานและชาวนาให้ลุกขึ้นต่อสู้กับขุนนางและนายทุนฝ่ายปฏิกิริยา ดูสิว่าใครจะยังตามพวกเขาก่อกบฏอีก
“ฝ่าบาท เรื่องนี้ไม่ดีกระมัง ให้รางวัลแก่นายทุนก็พอแล้ว สำหรับทาสติดที่ดินเหล่านั้น เราได้ให้เสรีภาพแก่พวกเขาแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ที่ดินอีก!”
ในตอนนี้ นายกรัฐมนตรีเฟลิกซ์ยืนอยู่บนจุดยืนทางชนชั้นของตน เขาไม่ต้องการให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น
นี่หมายความว่าหากจักรพรรดิได้อาวุธที่จะโค่นล้มชนชั้นขุนนางได้ อำนาจของกษัตริย์ก็จะขยายใหญ่ขึ้นอีก ในขณะที่สิทธิ์มีเสียงของขุนนางในทางการเมืองจะถูกจำกัด
“ท่านนายกรัฐมนตรี นี่ไม่ใช่การทำตามสถานการณ์หรือไร การก่อกบฏในภูมิภาคอิตาลียังไม่ถูกปราบปราม ไอ้พวกตัวเล็กตัวน้อยนั่นก็ต้องการฉวยโอกาส
ที่กรุงปราก อาจเกิดการกบฏขึ้นได้ทุกเมื่อ ชาวโปแลนด์ในแคว้นกาลิเซียก็กำลังเคลื่อนไหวไม่หยุดหย่อน ส่วนชาวฮังการีผู้เปี่ยมด้วยความทะเยอทะยานก็กำลังเตรียมการเพื่อแบ่งแยกประเทศนี้ออกไปมากยิ่งขึ้น
ตอนนี้เราต้องการรวมพลังทุกอย่างที่สามารถรวมได้ เพื่อกวาดล้างกลุ่มกบฏเหล่านี้ให้สิ้นซาก การปฏิบัติต่อผู้มีคุณูปการย่อมต้องให้รางวัล การเสียสละที่ดินเพียงเล็กน้อยจะนับเป็นอะไรได้?”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่คือการแกล้งทำเป็นไม่รู้ของฟรานซ์ ยังไงซะเพียงแค่ยกสถานการณ์ปัจจุบันขึ้นมาอ้าง ขุนนางก็ไม่มีเหตุผลที่จะคัดค้าน
หากไม่มีขุนนางเข้าร่วมการก่อกบฏ ฟรานซ์ก็คงทำอะไรพวกเขาไม่ได้จริงๆ แต่ตอนนี้ขุนนางส่วนหนึ่งได้ก่อกบฏไปแล้ว ในฐานะรัชทายาทผู้สำเร็จราชการ เขาก็มีเหตุผลที่จะสงสัยในความจงรักภักดีของขุนนาง
ในสถานการณ์เช่นนี้ การที่เขาสนับสนุนทาสติดที่ดินที่กำลังจะได้รับสถานะเป็นเสรีชน ก็สามารถอธิบายได้
คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนไม่รู้หนังสือ การตัดสินผิดชอบชั่วดีของพวกเขานั้นเรียบง่ายมาก มีแค่ดำกับขาว
เพียงแค่แบ่งที่ดินให้พวกเขา ให้พวกเขากินอิ่มท้อง ในอีกหลายสิบปีข้างหน้า คนเหล่านี้ก็จะเป็นข้าแผ่นดินที่จงรักภักดีที่สุดของฟรานซ์ แม้แต่ลูกหลานของพวกเขาก็จะเป็นผู้สนับสนุนของราชวงศ์ฮับส์บูร์ก
ผู้ปกครองทุกคนล้วนต้องการรากฐานที่จะค้ำจุนการปกครองของตน ปัจจุบันรากฐานของจักรวรรดิออสเตรียคือขุนนาง และจะไม่เปลี่ยนแปลงไปอีกเป็นเวลานาน ฟรานซ์เพียงแค่เพิ่มชาวนาเข้ามาต่อท้ายขุนนางเท่านั้น
ปัญหาเหล่านี้ เป็นเพียงสิ่งที่นักการเมืองต้องพิจารณา ขุนนางส่วนใหญ่จะไม่คิดการณ์ไกลขนาดนั้น แม้จะพูดออกมาก็คงไม่มีใครเชื่อ
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นายกรัฐมนตรีเฟลิกซ์ก็ยังคงเลือกที่จะยอมถอย
แตกต่างจากในประวัติศาสตร์ ตอนนี้นายกรัฐมนตรีคนนี้ได้รับการแต่งตั้งจากฟรานซ์ สิทธิ์มีเสียงในรัฐบาลจึงไม่สูงขนาดนั้น หากต้องการที่จะใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีต่อกรกับอำนาจของกษัตริย์เหมือนในประวัติศาสตร์ ก็อย่าได้ฝันไปเลย
เมื่อเห็นว่านายกรัฐมนตรียอมรับแล้ว ฟรานซ์ก็ย่อมไม่กดดันต่อไป บรรลุเป้าหมายก็พอแล้ว เขาก็ต้องมาช่วยรับผิดชอบทุกวันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ควรให้เกียรติกันบ้าง
จากนั้น ‘ปราบทรราชแบ่งที่ดิน’ ฉบับออสเตรียก็ได้เริ่มต้นขึ้น ไม่สิ ต้องเป็น ‘ปราบกบฏแบ่งที่ดิน’ ผู้ที่ไม่เข้าร่วมก่อกบฏ ย่อมไม่ต้องกังวลว่าจะถูกแบ่งที่ดิน

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 49 ‘ปราบทรราช’ แบ่งที่ดินฉบับย่อมเยา

ตอนถัดไป