การดำเนินการย้อนกลับ

ไม่นาน ลิฟต์ก็มาถึงชั้นหนึ่ง หลินเจียง เร่งฝีเท้าจากไป

สถานการณ์เมื่อครู่นี่มัน …ช่างทรมานคนจริงๆ เลยนะ

เพิ่งจะเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้รับข้อความจาก สวีหลิน

สวีหลิน: วันนี้วันหยุดสุดสัปดาห์ แม่ฉันคิดถึงลูก เขาก็เลยไปส่งพวกเรา

คำพูดแบบนี้ ‘ผู้มีเมตตาย่อมเห็นเมตตา ผู้มีปัญญาย่อมเห็นปัญญา’ โดยแท้…(1)

ดูเหมือนจะไม่มีสาระอะไร แต่กลับมีความหมายโดยนัยที่ลึกซึ้งกว่านั้น

หลินเจียง: ฝีมือการแสดงไม่เลว

สวีหลิน: [เดี๋ยวจะฟาดให้เข็ด!.JPG]

เมื่อมาถึงร้าน หลินเจียง ก็ทำเหมือนเมื่อวาน ตักน้ำถังใหญ่ ใส่ผงชูรสเลิศรส ภารกิจของตัวเองก็เสร็จสิ้นแล้ว

แต่วันนี้ยังไปไม่ได้ มีเรื่องต้องทำอีกเยอะ

วืด วืด วืด—

โทรศัพท์มือถือของเขาสั่นขึ้นมาหนึ่งที เป็นข้อความจาก หลี่ จืออี้

หลี่ จืออี้: คุณหลินคะ ป้ายทะเบียนทำเสร็จแล้วนะคะ มารับได้ตลอดเลยค่ะ

หลินเจียง: วันนี้ยุ่งนิดหน่อยครับ พรุ่งนี้ไปรับได้ไหม?

หลี่ จืออี้: ฉันไปรับให้แล้วกันค่ะ คุณมีเวลาค่อยมาเอาที่ฉันก็ได้ หรือว่าตอนเย็นให้ฉันเอาไปส่งให้ก็ได้ค่ะ

หลินเจียง: แบบนั้นเกรงใจแย่เลยครับ ตอนเย็นแล้วกันครับ มีเวลาผมจะเข้าไป

หลี่ จืออี้: ได้ค่ะ

ไม่นาน หลี่ หยวนหยวน กับคนอื่นๆ ก็มาถึง หลินเจียง ก็กำชับว่า:

“วันนี้ตอนทำงาน ต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดตลอดเวลานะ ยอมไม่รับแขก แต่ก็ต้องรับประกันว่าครัวหลังร้านจะสะอาดหมดจด”

“ทราบแล้วค่ะ”

“เธอไปที่ร้านขายเหล้าบุหรี่ข้างๆ เอาบุหรี่เหอฮวาสี่แถว กับเหล้าเหมาไถอีกสี่ขวด บอกเขาว่าติดบัญชีฉันไว้ เดี๋ยวค่อยไปจ่าย ให้เจ้าของร้านใส่กล่องปิดให้เรียบร้อย” หลินเจียง พูดกับหลี่ หยวนหยวน

“อ๋อๆ ทราบแล้วค่ะ”

หลี่ หยวนหยวน ขยันมาก ก็ไม่ได้ถามอะไรมากว่าทำไม เช็ดมือเช็ดไม้แล้วก็ออกจากร้านไป ไม่นานก็เอาของที่ หลินเจียง ต้องการกลับมา วางไว้ที่เคาน์เตอร์

ในช่วงบ่าย ร้านคนน้อยลงมาก หลินเจียง ก็ให้คนอื่นๆ ทำความสะอาดอีกรอบหนึ่ง

หลินเจียง ก็ไม่ได้ให้พวกเขาทำงานเปล่า ทั้งซื้อแตงโมทั้งซื้อไอศกรีม ทุกคนกินกันอย่างมีความสุข

“พวกคุณใครเป็นเจ้าของร้าน”

ในตอนนั้นเอง ม่านประตูแบบพู่ก็ถูกแหวกออก ชายสองคนที่สวมชุดยูนิฟอร์มเดินเข้ามาจากข้างนอก

หลี่ หยวนหยวน กับอีกสองคนตะลึงไปครู่หนึ่ง มองไปที่ หลินเจียง

“สวัสดีครับ ผมชื่อ หม่า เผิงเฟย นี่คือเพื่อนร่วมงานของผม ติงเซียว พวกเรามาจากสำนักงานกำกับดูแลตลาด มีคนร้องเรียนว่าวัตถุดิบที่นี่มีปัญหา สภาพสุขอนามัยแย่มาก พวกเรามาตรวจสอบหน่อยครับ”

“ใครโทรไปร้องเรียนกัน ใส่ร้ายป้ายสีชัดๆ! พวกเราทำมาหากินอย่างสุจริตมาตลอด ไม่เคยทำเรื่องที่ผิดต่อมโนธรรมแบบนี้เลย ตั้งแต่เด็กแม่ของผมก็บอกว่า ลูกคนจน...”

“พอแล้วๆ คุณใจเย็นๆ หน่อย” หม่า เผิงเฟย ดูออกทันทีถึงเล่ห์เหลี่ยมของ หลินเจียง แล้วพูดว่า “จะใช่การใส่ร้ายรึเปล่า ต้องรอให้พวกเราตรวจสอบเสร็จก่อนถึงจะพูดได้ คุณในฐานะเจ้าของร้าน หวังว่าจะให้ความร่วมมือในการทำงานของพวกเรา”

“นี่มันแน่นอนอยู่แล้วครับ ไม่ทำเรื่องผิดใจ ไม่กลัวผีมาเคาะประตู(2) พวกคุณตรวจสอบได้ตามสบายเลย…”

“พาพวกเราไปดูครัวหลังร้านหน่อยสิ”

หลินเจียง ลุกขึ้นยืน พาคนทั้งสองไปที่ครัวหลังร้าน

ติงเซียว หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เตรียมจะบันทึกสถานการณ์ในครัวหลังร้านไว้ทั้งหมด

เมื่อคนทั้งสองเข้ามาก็พบว่าครัวหลังร้านสะอาดกว่าที่คิดไว้มาก พื้นก็ถูกทำความสะอาดอย่างดี

วัตถุดิบต่างๆ วางอยู่ในตู้เย็น ดูสดใหม่มาก

“ในถังนี้คืออะไร?”

“เป็นซุปไก่ที่ต้มไว้ครับ”

หลินเจียง เดินเข้าไปเปิดฝาถังเหล็ก ไก่ถูกต้มจนเปื่อยยุ่ย แต่ก็ยังคงเห็นเค้าโครงอยู่

“เนื้อวัวในตู้เย็นนี่ เข้ามาเมื่อไหร่?”

“ของเข้าเมื่อวานครับ ตุ๋นไว้หนึ่งคืน วันนี้เอาออกมาขาย สดใหม่ทั้งหมดครับ ผมยังมีใบสั่งของอยู่เลย”

หม่า เผิงเฟย พยักหน้า แล้วก็ไปดูเนื้อวัวในตู้เย็นอีกครั้ง

พวกเขาก็ทำงานแบบนี้เป็นประจำ ดูแวบเดียวก็รู้ว่าคุณภาพดีหรือไม่ดี

“ผมไปมาหลายที่แล้ว ครัวหลังร้านของพวกคุณถือว่าค่อนข้างสะอาด ต่อไปต้องรักษามาตรฐานนี้ไว้ แบบนี้ธุรกิจถึงจะทำได้ยาวนาน”

“ใช่ครับๆ ท่านพูดถูก พวกเราทำธุรกิจยึดหลักการนี้มาตลอด”

“ข้าวสารและน้ำมันที่วางอยู่ใต้โต๊ะรกไปหน่อยนะ หาอะไรมารองข้างล่างหน่อย จะได้ไม่ชื้น รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จัดการอีกหน่อย พยายามทำให้ดีที่สุด”

“ได้เลยครับ พวกเราจะรีบปรับปรุงทันที”

“ทำงานต่อไปเถอะครับ ไม่รบกวนพวกคุณทำธุรกิจแล้ว”

“ได้ครับๆ ผมไปส่งนะครับ”

“นี่ไม่ต้องส่งหรอกครับ ทำธุรกิจอย่างซื่อสัตย์สุจริตก็พอแล้ว”

“แบบนั้นไม่ได้ครับ มาแล้วก็เป็นแขก ไม่ได้อยู่ทานข้าว อย่างน้อยก็ต้องให้ผมได้ส่งสิครับ”

“คุณนี่มันทำการค้าเก่งจริงๆ”

หม่า เผิงเฟย ยิ้มพูดหนึ่งประโยค แล้วก็เดินนำหน้า ติงเซียว ออกไป

หลินเจียง หันกลับไปขยิบตาให้ หลี่ หยวนหยวน กระซิบที่ข้างหูเธอหนึ่งประโยค แล้วก็รีบเดินตาม หม่า เผิงเฟย ไป

ร้านค้าและคนที่เดินผ่านไปมาในบริเวณใกล้เคียงต่างก็เห็นภาพนี้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ถึงกับต้องให้คนจากสำนักงานกำกับดูแลตลาดมาเอง

หลินเจียง ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก ส่งคนทั้งสองขึ้นรถ

“เอาล่ะ ไม่ต้องส่งแล้ว กลับไปทำธุรกิจเถอะ”

“ได้ครับๆ พวกคุณเดินทางช้าๆ นะครับ ต้องระวังความปลอดภัยด้วย”

“อืม”

ในตอนนั้นเอง เสียงของ หลี่ หยวนหยวน ก็ดังมา ในอ้อมแขนอุ้มกล่องใหญ่ใบหนึ่ง

“พี่ชายคะ ของที่พวกพี่ยึดไป ยังไม่ได้เอาไปเลยนะคะ”

???

หลินเจียง ตบหน้าผากตัวเอง เรียกท่านผู้นำก็ได้ ทำไมต้องมาเรียกพี่ชายด้วยวะ

หม่า เผิงเฟย กับติงเซียว มองหน้ากัน

ตัวเองไม่ได้ยึดอะไรไปเลยสักอย่าง เธอเอาอะไรมาส่งให้?

ไม่เปิดโอกาสให้คนทั้งสองได้ถาม หลินเจียง ก็เปิดประตูหลังรถ หลี่ หยวนหยวน ก็วางกล่องกระดาษลงบนที่นั่งด้านหลัง

หลินเจียง ก็ไม่ลืมที่จะปิดประตูให้ ท่าทางต่อเนื่องไม่มีสะดุดทำเอา หม่า เผิงเฟย สงสัยว่าเขาเหมือนจะเคยฝึกมาไม่น้อย…

“ท่านทั้งสองคงเหน็ดเหนื่อยแล้ว เดินทางช้าๆ นะครับ ผมไม่รบกวนเวลาของพวกท่านแล้ว” หลินเจียง พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ขอให้ท่านทั้งสองวางใจ ต่อไปพวกเราจะแก้ไขข้อผิดพลาดของตัวเองอย่างแน่นอน จะเรียนรู้จากร้านบะหมี่ชุนเหอ ใช้แม่ไก่แก่ต้มซุป ใช้เนื้อวากิวนำเข้าทำเนื้อตุ๋นซีอิ๊ว”

คนทั้งสองขับรถจากไป แต่กลับฟังคำพูดนี้แล้วรู้สึกสับสนไปหมด

อะไรวะ?

แม่ไก่แก่ต้มซุปก็พอเข้าใจได้ แต่ใครเขาใช้เนื้อวากิวนำเข้าทำเนื้อตุ๋นซีอิ๊วกัน!

“พี่เฟย พี่ทิ้งอะไรไว้เหรอ พวกเราก็ไม่ได้ยึดของของพวกเขานี่นา”

หม่า เผิงเฟย ขับรถไปพลางยิ้มไปพลางพูดว่า “นายดูก็รู้เอง”

ติงเซียว หันกลับไป หยิบกล่องกระดาษมา แล้วก็เปิดออก

“เชี้ยย…เป็นของพวกนี้!”

“จะว่าไปแล้วเขาก็ฉลาดจริงๆ นะ ให้พวกเราตรงๆ ก็คงรับไม่ได้ ก็เลยคิดเหตุผลแบบนี้ขึ้นมา” หม่า เผิงเฟย ยิ้ม “ของที่ยึดมา นายจะไม่เอาได้เหรอ?”

“ไอ้เด็กนี่มันฉลาดแกมโกงจริงๆ”

“เมื่อกี้เขาบอกว่า ร้านข้างๆ ชุนเหอ ใช้เนื้อวากิวนำเข้าทำเนื้อตุ๋นซีอิ๊วใช่ไหม?” หม่า เผิงเฟย ถาม

“ก็พูดแบบนั้นแหละครับ คาดว่าคงจะจ้างนักรีวิวมา อวยมั่วซั่วไปหมด”

“กลับไปตรวจสอบร้านนี้หน่อย ดูสิว่าเคยทำโฆษณาในด้านนี้รึเปล่า” หม่า เผิงเฟย พูด “ตอนนี้ในประเทศห้ามนำเข้าเนื้อวากิว ถ้าใช้ ก็คือของเถื่อน ถ้าไม่ได้ใช้ ก็คือโฆษณาเกินจริง จัดการฆ่าแม่ง!”

…………

(1)[ผู้มีเมตตาย่อมเห็นเมตตา ผู้มีปัญญาย่อมเห็นปัญญา (仁者见仁,智者见智) – เป็นสำนวนหมายความว่า คนแต่ละคนย่อมมีมุมมองหรือความเห็นต่อเรื่องเดียวกันแตกต่างกันไปตามพื้นฐานความคิดและสติปัญญาของตน]

(2)[ไม่ทำเรื่องผิดใจ ไม่กลัวผีมาเคาะประตู (不做亏心事不怕鬼敲门) – เป็นสำนวนมีความหมายตรงกับคำพูดที่ว่า ‘ถ้าไม่ได้ทำผิด ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว’]

ตอนก่อน

จบบทที่ การดำเนินการย้อนกลับ

ตอนถัดไป