บทที่ 56 การหารือข้อตกลง สรุปการซื้อหุ้นธนาคารฉ่วงซิง 59.86%

“กริ๊ง กริ๊ง”
อันซินเอื้อมมือไปคลำบนโต๊ะข้างเตียง เมื่อเจอมือถือก็กดปิดนาฬิกาปลุกทันที จากนั้นจึงลืมตาที่ยังคงพร่ามัวขึ้นมา หลังจากปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่างแล้ว เขาก็ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งและหันไปมองข้างๆ
เอ๊ะ?
เฉินเจียอี๋ไปไหน?!
แกรก ประตูห้องถูกเปิดออก
เฉินเจียอี๋ผู้มีดวงตากลมโตเป็นประกายและดูสดใสเป็นธรรมชาติเดินเข้ามา
เธอยกมือเล็กๆ ขึ้นทักทายอันซินพร้อมรอยยิ้ม
“อรุณสวัสดิ์!”
อันซินลุกจากเตียงด้วยอารมณ์เบิกบาน เขาเดินตรงไปอยู่หน้าเฉินเจียอี๋ ก้มลงจูบหน้าผากของเธอ แล้วพูดหยอกล้อเล็กน้อยว่า “รถสปอร์ตน้อย อรุณสวัสดิ์!”
“แหวะ คุณคนขับรถนี่เมื่อคืนยังขับแบบบ้าระห่ำอยู่เลย ไม่สงสารรถที่คุณรักบ้างหรือไง!”
เมื่อได้ยินเสียงต่อว่าอย่างแง่งอนของเฉินเจียอี๋ อันซินก็มองเธอด้วยรอยยิ้มและพูดหยอกว่า “ใครใช้ให้รถสปอร์ตน้อยคันนี้ไม่ยอมหลับยอมนอนตอนดึกๆ ดื่นๆ มายั่วคนขับที่กำลังหลับอยู่ล่ะ?”
“คุณนี่ร้ายจริงๆ!”
แก้มของเฉินเจียอี๋แดงระเรื่อขึ้นมาทันที เธอยื่นมือเล็กๆ ออกมาทุบหน้าอกของอันซินเบาๆ
อันซินคว้ามือเล็กขาวเรียวนั้นไว้แล้วย่อตัวลง อุ้มเฉินเจียอี๋ขึ้นมาในท่าเจ้าหญิง เขามองเธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วพูดว่า “ดีเลย คนขับอยากจะขับรถสปอร์ตน้อยอีกแล้วสิ”
เฉินเจียอี๋ที่ใช้แขนทั้งสองข้างโอบคออันซินอยู่รีบส่ายหน้า กล่าวอย่างขอโทษว่า “อันซิน ขอโทษนะ เกือบจะเก้าโมงแล้ว ฉันต้องไปทำงานแล้ว ไม่งั้นจะสาย!”
อันซินได้ยินก็ไม่โกรธ เขาวางเธอลงเบาๆ แล้วพูดอย่างยิ้มแย้มว่า “ก็ได้ งั้นไว้คราวหน้านะ แต่เธอไม่คิดจะลาออกจริงๆ เหรอ?”
เฉินเจียอี๋ส่ายหน้าทันที ใบหน้าของเธอฉายแววแน่วแน่ “ฉันรู้ว่าคุณหมายถึงอะไร แต่ฉันไม่อยากเป็นนกในกรงทอง สำหรับฉันแล้ว การมีคุณเป็นหลักประกันระยะยาวมันเหมือนเป็นเบาะรองรับที่ทำให้ฉันสบายใจ คลายความกดดัน แล้วไปรักผู้คนและสิ่งต่างๆ รอบตัว ไปสัมผัสโลกที่สวยงามกว่า ไม่ใช่ใช้ชีวิตไปวันๆ ทำตัวเป็นทาสของเงิน”
ให้ตายสิ อันซินมองเฉินเจียอี๋ด้วยความประทับใจ นี่ไม่เหมือนคำพูดที่คนสมองกลวงอย่างเฉินเจียอี๋เมื่อสองวันก่อนจะพูดออกมาได้เลย
เฉินเจียอี๋สังเกตเห็นสายตาแปลกๆ ของอันซินจึงพูดอย่างแง่งอนว่า “อะ อะไรกัน สายตาแบบนั้นของคุณมันน่าโมโหจริงๆ!”
เออ แบบนี้สิ ถึงจะเป็นเฉินเจียอี๋ตัวจริง เมื่อกี้คงเป็นแค่ช่วงเวลาที่เธอเกิดปิ๊งแวบขึ้นมาเท่านั้น
อันซินทำเสียงจึ๊ๆ สองครั้ง แล้วค่อยๆ พูดว่า “ฉันเข้าใจความคิดของเธอ และเคารพการตัดสินใจของเธอ
ฉันก็อยากเห็นเฉินเจียอี๋ที่ไร้กังวลและรักชีวิตปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าฉันเหมือนกัน”
เฉินเจียอี๋ได้ยินก็ดีใจมาก เธอเผยอปากแดงๆ จุ๊บอันซินไปหนึ่งที แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ขอบคุณที่สนับสนุนนะ งั้นฉันไปบริษัทก่อนนะ เลิกงานแล้วจะโทรหา!”
อันซินพยักหน้า แล้วเดินไปส่งเฉินเจียอี๋ที่หน้าห้อง

อาคารธนาคารแห่งประเทศจีน ชั้น 19 ห้องทำงานกรรมการบริหารเหอจัวหลิน
“อันซิน มาแล้วเหรอ รอเธออยู่เลย”
เมื่อเห็นอันซินพาคนสองสามคนเปิดประตูเข้ามา หวงเฮ่อและเหอจัวหลินที่เดิมนั่งคุยกันอยู่บนโซฟาก็ลุกขึ้นยืนทันทีแล้วเดินเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
อันซินจับมือกับพวกเขาทีละคนอย่างสุภาพ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณลุงหวง คุณลุงเหอ ขอโทษที่ให้รอนะครับ พอดีมัวแต่ติดต่อทนายอยู่”
หวงเฮ่อส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร ฉันก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน นี่คือทนายสวีหยางใช่ไหม? ไม่เจอกันนานเลยนะ”
สวีหยางยื่นมือขวาออกไปจับกับหวงเฮ่อและเหอจัวหลินทีละคน แล้วยิ้มอย่างสุภาพว่า “คุณหวง คุณเหอ สวัสดีครับ ไม่ได้เจอกันนานเลย”
“ไปคุยกันที่ห้องรับรองข้างๆ เถอะ ทนายของพวกเราก็รออยู่ที่นั่นแล้ว”
พูดจบ เหอจัวหลินก็พาทุกคนเดินไปยังห้องรับรองที่อยู่ติดกัน
“คุณหวง”
“คุณเหอ”
ทนายความราวสิบคนที่นั่งคุยกันอยู่ทางด้านขวาของโต๊ะทำงานยาวในห้องรับรอง ต่างลุกขึ้นยืนและทักทายนายจ้างของตนอย่างสุภาพ
“นั่งๆ ทุกคนนั่งลง”
เหอจัวหลินพยักหน้าให้พวกเขาด้วยรอยยิ้ม แล้วหันไปเชื้อเชิญอันซินและพวก “อันซิน เชิญ”
อันซินพยักหน้า แล้วพาสวีหยางและทนายความจากสำนักงานของเขามานั่งลงทางฝั่งซ้ายของโต๊ะทำงานยาว
“คนครบแล้ว งั้นเรามาเริ่มกันเลย”
เหอจัวหลินกวาดสายตามองคนทั้งสองฝั่งโต๊ะยาวก่อน แล้วหันมาพูดกับอันซินว่า “อันซิน จัดการเรื่องสินเชื่อร่วมก่อนดีกว่า ข้อกำหนดส่วนนี้ค่อนข้างเป็นมาตรฐาน จัดการได้ง่ายหน่อย”
อันซินส่งยิ้มให้เหอจัวหลิน “ได้ครับ จัดการเรื่องสินเชื่อร่วมก่อน”
“ดี ฉันกับหวงเฮ่อจัดการเรื่องข้อกำหนดร่วมของเราสองคนเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่รายละเอียดข้อกำหนดฝั่งเธอ”
สองคนนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ร่วมมือกันทำสินเชื่อร่วมแน่นอน ถ้าเป็นครั้งแรก คงไม่สามารถจัดการเรื่องข้อกำหนดร่วมเสร็จได้ภายในคืนเดียว
อันซินไม่แปลกใจ เขาพูดกับทั้งสองคนที่อยู่ตรงข้ามว่า “เรามาสรุปข้อกำหนดหลักกันก่อนดีกว่า แล้วค่อยทำข้อกำหนดเพิ่มเติม”
หวงเฮ่อและเหอจัวหลินพยักหน้าเห็นด้วย หลังจากมองหน้ากัน หวงเฮ่อก็ทำท่าทางเชิญให้เหอจัวหลินเป็นคนเริ่ม
เหอจัวหลินเห็นดังนั้นก็ไม่เกรงใจ หันมามองอันซินแล้วยิ้ม “1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง สัญญา 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยก่อนคืนต้นภายหลัง ถูกต้องไหมอันซิน?”
“ใช่ครับ ข้อกำหนดหลักพวกนี้ไม่มีปัญหา!”
อันซินพยักหน้าก่อน แต่ก็รีบพูดเสริมว่า “แต่ผมต้องการเพิ่มข้อกำหนดเพิ่มเติมหนึ่งข้อ ในกรณีที่บริษัทของผมไม่มีวิกฤตทางการเงินและชำระคืนได้ตามปกติ พวกคุณจะเรียกคืนเงินกู้ก่อนกำหนดไม่ได้
ตอนนี้เรามาจัดการปัญหาส่วนนี้ให้เรียบร้อย จะได้ไม่เกิดปัญหาถกเถียงกันจนกระทบความสัมพันธ์ของเราในอนาคตไงครับ!”
นี่เป็นข้อกำหนดป้องกันเฉพาะที่ตั้งขึ้นเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ทางการเงินในอนาคต
ช่วยไม่ได้ ในตอนนั้นตลาดการเงินจะวุ่นวายมาก ทุกหนทุกแห่งต้องการกระแสเงินสดอย่างเร่งด่วน
หวงเฮ่อและเหอจัวหลินก็คงไม่รอดพ้นจากวิกฤตนี้
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น สู้กุมอำนาจไว้ในมือตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า
แน่นอนว่าถ้าถึงเวลาที่พวกเขาต้องการเงินสดเพื่อกู้วิกฤตตัวเอง อันซินก็จะไม่นิ่งดูดายแน่นอน
แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น พวกเขาก็ต้องยอมรับบุญคุณของอันซิน ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์แบบผู้ให้กู้กับผู้กู้
หลังจากได้ฟังคำพูดของอันซิน ทั้งสองคนก็โน้มตัวเข้าหากันแล้วกระซิบปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพยักหน้าให้อันซินเบาๆ
“ได้ ข้อกำหนดเพิ่มเติมข้อนีเรายอมรับ มีอะไรอีกไหม?”
อันซินก็ไม่เกรงใจ รีบเสริมอีกข้อทันที “คุณลุงทั้งสองก็เพราะเชื่อใจในหยวนฟางไฟแนนเชียลของพวกเรา ถึงได้ยอมปล่อยสินเชื่อร่วมก้อนนี้
ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ก็อย่าจำกัดขอบเขตการใช้เงินเลยสิครับ ยืดหยุ่นหน่อย ให้คนรุ่นหลังอย่างผมได้มีพื้นที่ขยับขยายบ้าง”
“ฮ่าๆ เจ้าเด็กนี่ฉวยโอกาสเก่งจริงๆ แต่เธอพูดถูก ฉันปล่อยสินเชื่อร่วมก้อนนี้ก็เพราะความเชื่อใจ ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ฉันตกลง”
หวงเฮ่อยิ้มกว้างพลางชี้นิ้วไปที่อันซินซึ่งอยู่อีกฝั่ง แล้วหันไปถามเหอจัวหลินที่อยู่ข้างๆ “แล้วนายล่ะ?”
“ไม่มีปัญหา เพิ่มเข้าไปเลย”
เมื่อเห็นทั้งสองคนตอบตกลงอย่างง่ายดาย อันซินก็ดีใจมาก เขายิ้มแล้วพูดว่า “ขอบคุณคุณลุงทั้งสองที่สนับสนุนครับ งั้นผมไม่มีข้อกำหนดเพิ่มเติมแล้ว สามารถร่างสัญญาความร่วมมือตามข้อกำหนดที่ตกลงกันไว้และข้อกำหนดสินเชื่อร่วมตามปกติได้เลย”
“คุณฟ่าน ร่างสัญญาความร่วมมือได้เลย”
เมื่อเห็นว่าอันซินไม่มีปัญหาแล้ว เหอจัวหลินก็หันไปสั่งทนายวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆ
คุณฟ่านยกแว่นตากรอบทองขึ้นเล็กน้อย แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่มีปัญหาครับ สัญญาปกติของสินเชื่อร่วมเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว แค่เพิ่มข้อกำหนดหลักกับข้อกำหนดเพิ่มเติมเข้าไปก็ใช้ได้แล้ว เชิญทุกท่านจัดการเรื่องความร่วมมืออื่นๆ ต่อได้เลยครับ ถึงเวลาจะได้ตรวจสอบและเซ็นสัญญาพร้อมกัน”
“ดี อันซิน งั้นเรามาเริ่มจัดการข้อตกลงเกี่ยวกับการลงทุนที่ได้รับมอบหมายมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐกันต่อเลย”
นี่แหละคือหัวใจของวันนี้!
อันซินรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที เขาถามขึ้นว่า “แผนการแบ่งผลกำไรแบบขั้นบันไดไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ?”
หวงเฮ่อส่ายหน้า “แผนการแบ่งผลกำไรแบบขั้นบันไดไม่มีปัญหา แต่ว่านะ เราต้องเพิ่มข้อกำหนดเพิ่มเติมบางอย่าง”
เป็นไปตามคาด เงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐไม่ได้มาง่ายๆ ขนาดนั้น!
เรื่องนี้อันซินเตรียมใจไว้แล้ว เขาทำใจให้สงบแล้วยิ้มพูดว่า “ไม่มีปัญหาครับ คุณลุงลองว่ามาได้เลย ทุกอย่างคุยกันได้”
หวงเฮ่อพยักหน้าแล้วพูดอย่างตรงไปตรงมา “งั้นฉันก็ไม่พูดอ้อมค้อม เรามีข้อกำหนดเพิ่มเติมสามข้อ
ข้อแรก การลงทุนใดๆ ห้ามใช้เลเวอเรจเกิน 20 เท่า
ข้อที่สอง หากขาดทุนเกิน 20% ของเงินต้น ต้องแจ้งให้เราทราบทันที พร้อมชี้แจงสถานการณ์โดยละเอียด
ข้อที่สาม เราขอสงวนสิทธิ์ในการยุติการมอบหมายได้ทุกเมื่อ ทันทีที่เราต้องการยุติ ฝ่ายเธอต้องเริ่มดำเนินการชำระบัญชีทันที ห้ามถ่วงเวลา
ก็แค่สามข้อนี้แหละ ลองพิจารณาดู”
อันซินตั้งใจฟังคำพูดของหวงเฮ่อจนจบ เขาไม่ได้ตอบทันที แต่ก้มหน้าครุ่นคิด
ข้อแรกไม่มีปัญหา เป็นข้อจำกัดความเสี่ยงตามปกติ
ข้อที่สองก็ไม่มีปัญหาอะไรมาก หากขาดทุนเกิน 20% ก็จำเป็นต้องชี้แจงเหตุผลให้ผู้มอบหมายทราบอย่างชัดเจนอยู่แล้ว
ข้อที่สามนี่แหละปัญหาใหญ่ การยุติการมอบหมายได้ทุกเมื่อมันเกินไป ยอมรับไม่ได้
หลังจากวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียแล้ว อันซินก็เงยหน้าขึ้นมองผู้อาวุโสทั้งสองที่อยู่ตรงข้าม แล้วพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “สองข้อแรกไม่มีปัญหาครับ ผมยอมรับทั้งหมด แต่ข้อที่สามไม่ได้ ต้องเจรจากันใหม่”
หวงเฮ่อและเหอจัวหลินดูเหมือนจะคาดการณ์ไว้แล้ว ทั้งสองมองหน้ากันแล้วยิ้ม
“งั้นเธอลองบอกความคิดของเธอมาสิ”
เมื่อได้ยินคำถามของหวงเฮ่อ อันซินก็เสนอแนวทางของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา “สามารถคงกลไกการถอนตัวไว้ได้ แต่ต้องกำหนดเกณฑ์การขาดทุนไว้ เช่น หากขาดทุนถึง 40% ก็ให้เริ่มกระบวนการชำระบัญชีเพื่อถอนตัว แบบนี้พวกคุณว่ายังไงครับ?”
หวงเฮ่อได้ยินก็ส่ายหน้าทันที “การกำหนดเกณฑ์ขาดทุนน่ะได้ แต่ 40% มันสูงเกินไป เอาแค่ 30% พอ”
อันซินส่ายหน้าปฏิเสธทันที “ไม่ได้ครับ เมื่อพิจารณาถึงความเสี่ยงในการซื้อขาย 30% มันต่ำเกินไป ต้อง 40% เท่านั้น!”
หวงเฮ่อได้ยินก็หันไปมองเหอจัวหลิน เมื่อเห็นเหอจัวหลินพยักหน้าเบาๆ หวงเฮ่อก็ไม่พูดมากอีกต่อไป หันมาพูดกับอันซินว่า “ได้ ตกลงตามเกณฑ์ขาดทุน 40%”
เมื่ออันซินได้เงื่อนไขที่ต้องการแล้ว เขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือไปหาผู้อาวุโสทั้งสองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามพร้อมกับรอยยิ้ม “คุณลุงหวง คุณลุงเหอ งั้นขอให้ความร่วมมือของเราเป็นไปด้วยดีนะครับ!”
หวงเฮ่อและเหอจัวหลินเห็นดังนั้นก็ลุกขึ้นยืน จับมือกับอันซินทีละคน “ขอให้ความร่วมมือเป็นไปด้วยดี!”
หลังจากนั่งลงอีกครั้ง หวงเฮ่อเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขาหันไปพูดกับเลขานุการที่อยู่ข้างหลังว่า “อาตง เอาสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ของกองทุนส่วนบุคคลฮ่องกงเหอซิ่นมาให้คุณอันซิน”
อาตงได้ยินก็พยักหน้า แล้วหยิบเอกสารปึกหนึ่งออกจากกระเป๋าถือทันที จากนั้นเดินไปข้างๆ อันซินที่อยู่อีกฝั่งแล้วยื่นให้
อันซินเอื้อมมือรับเอกสารปึกนั้น แล้วเงยหน้าขึ้นขอบคุณลุงตง
เขาไม่ได้ดูเอกสารเลย แต่ยื่นให้สวีหยางที่อยู่ข้างๆ แล้วพูดว่า “ทนายสวี คุณช่วยจัดการเรื่องการโอนให้ด้วย”
สวีหยางพยักหน้า รับเอกสารมาวางไว้บนโต๊ะแล้วเปิดออก เริ่มตรวจสอบอย่างละเอียด
อันซินเห็นดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นขอบคุณหวงเฮ่อ “ขอบคุณคุณลุงหวงที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่นะครับ ไม่อย่างนั้นถ้าผมต้องไปยื่นขอใบอนุญาตใหม่เองคงต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน”
หวงเฮ่อหัวเราะฮ่าๆ แล้วโบกมือ “เรื่องเล็กน้อยน่า อีกอย่างเรื่องกองทุนส่วนบุคคลเนี่ย พวกเราก็รีบกว่าเธออีก!”
อันซินเข้าใจความหมายของหวงเฮ่อ เขายิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร
“จริงสิ เมื่อคืนฉันโทรไปคุยกับกรรมการบางคนของธนาคารมิตซูบิชิ โตเกียว ยูเอฟเจ ได้ข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อแผนการเข้าซื้อกิจการของเธอมาด้วย อยากฟังไหม?”
อันซินได้ยินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขามองไปรอบๆ แล้วลุกขึ้นยืนพูดกับหวงเฮ่อและเหอจัวหลินว่า “คุณลุงหวง คุณลุงเหอ เราไปคุยกันที่ห้องทำงานของคุณลุงเหอดีกว่าไหมครับ?”
“ได้ ไปๆๆ”
พูดจบ ทั้งสามคนก็กำชับงานที่เหลือกับเหล่าทนายความ แล้วกลับไปยังห้องทำงานของเหอจัวหลินด้วยกัน
เมื่อทั้งสามคนกลับมานั่งที่ห้องชงชา หวงเฮ่อก็เปิดประเด็นทันที “ทางมิตซูบิชิ โตเกียว ยูเอฟเจ บอกฉันว่า เลี้ยวเลี่ยเหวิน ผู้นำของตระกูลเลี้ยวได้บินไปโตเกียวเมื่อเดือนก่อนเพื่อพบปะกับผู้บริหารระดับสูงของมิตซูบิชิ โตเกียว ยูเอฟเจ ระหว่างนั้นเลี้ยวเลี่ยเหวินได้ถามโดยตรงว่ามิตซูบิชิ โตเกียว ยูเอฟเจสนใจจะรับช่วงต่อธนาคารฉ่วงซิงหรือไม่”
“โอ้? ดูเหมือนว่าตระกูลเลี้ยวไม่อยากทำธุรกิจธนาคารจริงๆ แล้วสินะ!”
เมื่อได้ยินข่าวที่หวงเฮ่อนำมา อันซินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นเล็กน้อย โอกาสมาถึงแล้ว
หวงเฮ่อพยักหน้า “มิตซูบิชิ โตเกียว ยูเอฟเจ ไม่ค่อยสนใจธนาคารฉ่วงซิงเท่าไหร่ แต่ก็ยังถามราคาตามมารยาท เลี้ยวเลี่ยเหวินก็เสนอราคาหุ้น 50.2% ที่ตระกูลเลี้ยวถืออยู่มาที่ 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ!”
450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ?
ประมาณ 3.6 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง?
อันซินพยักหน้าเบาๆ แล้วเริ่มครุ่นคิด
มูลค่าตลาดปัจจุบันของธนาคารฉ่วงซิงอยู่ที่ประมาณ 6.5 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง หุ้น 50.2% ของตระกูลเลี้ยวเสนอราคามาที่ 3.6 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งมีส่วนเกินมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 350 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง คิดเป็นอัตราส่วนเกินมูลค่าประมาณ 11%
ราคานี้พอรับได้!
แต่ต้องรีบจัดการให้เด็ดขาด ต้องสรุปการเข้าซื้อหุ้นให้ได้เกิน 75% โดยเร็วที่สุด แล้วจึงยื่นข้อเสนอซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นรายย่อยที่เหลือเพื่อนำบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์
เมื่อคิดได้ดังนั้น อันซินก็เงยหน้าขึ้นมองผู้อาวุโสทั้งสองที่อยู่ตรงข้าม แล้วค่อยๆ พูดว่า “ราคานี้พอรับได้ครับ แล้วทางพวกคุณพอจะช่วยผมจัดการเรื่องการเข้าซื้อหุ้น 50.2% ของตระกูลเลี้ยวให้ได้อย่างรวดเร็วได้ไหมครับ?”
หวงเฮ่อยิ้มแต่ยังไม่ตอบทันที เขาหยิบไฟแช็ก ซิปโป้ บนโต๊ะชาขึ้นมา จุดซิการ์ โคฮีบา เบอฮีเก้ ในมืออย่างช้าๆ แล้วนำมาจรดริมฝีปาก สูดเบาๆ หนึ่งครั้ง ซึมซับควันในปากอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงค่อยๆ พ่นควันออกมา
หลังจากเพลิดเพลินกับซิการ์คำนั้นอย่างเต็มที่แล้ว หวงเฮ่อก็หันมาพูดกับอันซินด้วยท่าทีทรงอำนาจและรอยยิ้มว่า “ขอแค่เธอจ่ายเงิน 3.6 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง เราจะช่วยเธอจัดการเรื่องหุ้น 50.2% ของตระกูลเลี้ยวให้เอง!”
พูดจบ เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ก็รีบเสริมว่า “แน่นอนว่า ส่วนต่างของราคาที่เกิดขึ้นจากการซื้อขายครั้งนี้ก็จะเป็นของเรา”
“ได้ครับ 3.6 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ขอแค่ช่วยให้ผมได้หุ้น 50.2% ของตระกูลเลี้ยวมาอย่างรวดเร็วก็พอ”
อันซินไม่สนใจว่าหวงเฮ่อและพวกจะได้กำไรจากเงิน 3.6 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงนี้ไปเท่าไหร่ กำไรเท่าไหร่นั่นก็เป็นความสามารถของพวกเขา จะไปว่าอะไรได้
“Good!”
หวงเฮ่อพอใจกับความเด็ดขาดของอันซินมาก
เด็ดเดี่ยว ไม่ถามมาก มีมาดของผู้มีอิทธิพล
หลังจากสูบซิการ์ไปอีกหนึ่งคำ หวงเฮ่อก็บอกข่าวดีอีกอย่าง “ส่วนหุ้น 9.66% ของมิตซูบิชิ โตเกียว ยูเอฟเจ ถ้าคิดพรีเมียม 10% ก็จะเป็น 686.4 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เอางี้ เธอให้มา 680 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงก็พอ
พูดง่ายๆ ก็คือ ขอแค่เธอจ่ายเงิน 4.28 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง เราจะช่วยเธอจัดการเรื่องหุ้น 59.86% ของธนาคารฉ่วงซิงให้เสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์!”
“ตกลง!”
อันซินไม่รอช้า ลุกขึ้นยืนแล้วจับมือกับหวงเฮ่อทั้งสองคนเป็นการยืนยันข้อตกลง

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 56 การหารือข้อตกลง สรุปการซื้อหุ้นธนาคารฉ่วงซิง 59.86%

ตอนถัดไป