บทที่ 31 ฝนทิพย์

วันศุกร์ที่แล้วตอนไปหาเฉินซินอี๋ เย่ซูได้เอาเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนไปไว้ที่นั่น
ดังนั้นในตอนเช้า หลังจากขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากลับมาจอดที่มหาวิทยาลัยแล้ว เขาก็สะพายกระเป๋าตรงไปที่ร้านเฟอร์นิเจอร์ทันที และเพิ่งจะกลับมาถึงหอพักเอาตอนนี้เอง
“ลูกชายทั้งหลาย พ่อกลับมาแล้ว!”
เย่ซูเปิดประตูหอพักเข้ามาอย่างเจิดจ้า กะจะแกล้งหยอกเพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนซะหน่อย
แต่สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงสายตาเย็นชาของทั้งสามคน และในแววตาของเจียงจื้อปินยังมีความขุ่นเคืองเจือปนอยู่ด้วย
ตามคำสอนอย่างใส่ใจของเย่ซูเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เจียงจื้อปินเปลี่ยนท่าทีจากเดิม หวังจะคุมเกมกับสาวที่คุยๆ กันอยู่
ผลลัพธ์คือคุมไฟไม่ดีพอ โดนอีกฝ่ายบล็อกไปเรียบร้อย
ไม่น่าจะเป็นไปได้นี่นา ทำไมตัวเองถึงได้ต่างจากเย่ซูขนาดนี้ เขาก็แค่หน้าตาดีเหมือนพวกหน้าขาวไม่ใช่หรือไง แต่ตัวเองก็มีดีข้างในเหมือนกันนะ?
หรือว่าพรสวรรค์ของตัวเองจะสู้เย่ซูไม่ได้?
เมื่อเห็นคนดีก็ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เจียงจื้อปินตัดสินใจแล้วว่าจะเรียนรู้จากเย่ซูต่อไป สักวันหนึ่งจะต้องมีชีวิตแบบเขาให้ได้
“จะไร้หัวใจกันขนาดนี้เลยเหรอ!” เมื่อเย่ซูเห็นว่าไม่มีใครสนใจเขาก็ถึงกับเศร้าโศกเสียใจ “พ่อกลับมาแล้ว ยังไม่มาต้อนรับกันอีก!”
เดี๋ยวนะ!
มีรังสีอำมหิต!
เมื่อเห็นแววตาของทั้งสามคนเปลี่ยนไป เย่ซูก็ไม่กล้าปากดีอีกต่อไป ได้แต่เดินเข้าห้องมาวางกระเป๋าเป้อย่างสงบเสงี่ยม แล้วขึ้นเตียงไปเริ่มเลือกซื้อ เครื่องมือก่อเหตุ
หลังจากคัดกรองร้านค้าในเมืองเดียวกัน และยืนยันว่าสามารถจัดส่งได้ภายในวันนี้ เย่ซูก็สั่งซื้อชุดเครื่องมือครบชุดก่อนเป็นอันดับแรก
‘หรือจะซื้อเครื่องตรวจจับโลหะมาด้วยดี เผื่ออนาคตจะได้ใช้’
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เย่ซูก็เสิร์ชหาเครื่องตรวจจับโลหะต่อ
‘แบบพกพาขนาดเล็ก แค่ 79 หยวนเอง ไม่ซื้อได้ไง?’
เขายังไม่แน่ใจว่าเงินฮวาเฉียนลายมังกร-หงส์ด้านหลังจักรพรรดิเฉียนหลงนั่นซ่อนอยู่ตรงไหนของโต๊ะน้ำชา ถ้าถึงตอนนั้นต้องรื้อแบบมั่วๆ
หากพลาดพลั้ง ทิ้งร่องรอยไว้บนโต๊ะ เงินที่เสียไปคงจะซื้อเครื่องตรวจจับโลหะได้เป็นร้อยเครื่อง
เพื่อความปลอดภัยและความสะดวก เย่ซูจึงสั่งซื้อเครื่องตรวจจับโลหะไปโดยไม่ลังเล
หลังจากเลือกซื้อเครื่องมือที่จำเป็นเสร็จแล้ว เย่ซูก็เริ่มค้นหาว่ามีบ้านเช่าที่เหมาะสมหรือไม่
เงื่อนไขในการหาบ้านของเย่ซูนั้นเรียบง่ายมาก เขาไม่ได้พิจารณาว่ามีรถไฟฟ้าใต้ดินหรือย่านการค้าอยู่ใกล้ๆ หรือไม่ แต่ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมและการคมนาคมมากกว่า อย่างน้อยรถต้องขับเข้าไปได้ และต้องมีลิฟต์ เพื่อให้สะดวกต่อการขนย้ายของหนัก
หมู่บ้านในเมืองของหยางเฉิงขึ้นชื่อเรื่องความแออัด ตึกจับมือที่ห่างกันไม่ถึงเมตรมีให้เห็นอยู่ทุกที่ แม้แต่รถสามล้อยังขับเข้าไปลำบาก การจะหาห้องที่มีลิฟต์ยิ่งยากขึ้นไปอีก ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดนี้ไม่อยู่ในขอบเขตการพิจารณาของเย่ซู
เขาลองชั่งใจระหว่างอพาร์ตเมนต์หรูและห้องในโครงการหมู่บ้านจัดสรร สุดท้ายเย่ซูก็ตัดสินใจว่าเช่าห้องในโครงการน่าจะดีกว่า
ไม่ต้องอยู่ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดินและย่านการค้า แค่ขอให้เป็นโครงการที่ค่อนข้างใหม่หน่อย และอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยไม่กี่กิโลเมตร ค่าเช่าเดือนละสองพันกว่าหยวน
ถึงแม้จะเป็นการเช่าบ้านครั้งแรกในชีวิต แต่เย่ซูรู้สึกว่าการหาบ้านที่เหมาะสมไม่น่าจะยาก
แต่พอเริ่มหาบ้านจริงๆ เย่ซูถึงได้รู้ว่า การจะหาบ้านที่ถูกใจสักหลังนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิด
เขาใช้เวลาเลือกดูในเว็บไซต์หนึ่งทั้งวัน ระหว่างนั้นยังออกไปดูห้องมาครั้งหนึ่ง แต่กลับพบว่าคนที่เขาติดต่อเป็นนายหน้า
นอกจากจะต้องจ่ายค่านายหน้าแล้ว รูปที่เขาเห็นในอินเทอร์เน็ตยังเป็นรูปที่ผ่านการตกแต่งมาแล้ว และนอกเหนือจากค่าเช่าที่ตกลงกันไว้ พอไปถึงที่ นายหน้าถึงจะบอกว่ายังมีค่าส่วนกลางและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ อีกทุกเดือน
เย่ซูรู้สึกได้ถึงเล่ห์เหลี่ยมของคนในเมืองใหญ่ วันแรกของการหาบ้านจึงจบลงด้วยความล้มเหลว
“เรื่องบ้านยังไม่รีบก็ได้ ยังไงโต๊ะน้ำชาก็ได้มาแล้ว ของข้างในก็หนีไปไหนไม่ได้ พรุ่งนี้ไปเปิดบัญชีฟิวเจอร์สก่อนดีกว่า ไม่งั้นถ้าราคาทองยังขึ้นแบบนี้ต่อไป จะซื้อตอนไหนก็ไม่รู้ว่าจะยังได้กำไรอยู่รึเปล่า”
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำผันผวน แต่สุดท้ายก็ยังปรับตัวขึ้นมาได้อีกสามหยวนต่อกรัม ทำเอาเย่ซูตะลึงไปเลย ก่อนจะรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ใจตามมา
สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าหนึ่งสัญญาเท่ากับ 1,000 กรัม ราคาขึ้นสามหยวนก็เท่ากับว่าเย่ซูไม่ได้ทำอะไรเลย แต่กลับเสียเงินไปเปล่าๆ สามพันหยวน!
เงินจำนวนนี้พอจ่ายค่าเช่าบ้านได้ทั้งเดือนเลยนะ
“เชี่ย! ฟิวเจอร์สนี่มันโหดจริงๆ มิน่าล่ะเหล่าเกาถึงบอกว่ายิ่งคลื่นลมแรง ปลาก็ยิ่งแพง”
ตอนนี้เย่ซูใจร้อนเป็นไฟ อยากจะจัดการเรื่องสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้านี้ให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด
[ติ๊ง!]
[ข่าวกรองวันนี้ (ระดับหนึ่ง): โครงการลี่วานมีเจ้าของห้องกำลังปล่อยเช่าห้องแบบสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น ค่าเช่ารวมทุกอย่าง 2,500 หยวนต่อเดือน เจ้าของนามสกุลจาง หมายเลขติดต่อคือ 139xxxx9271]
ขณะที่เย่ซูกำลังจะนอนหลับ และวางแผนว่าจะไปเปิดบัญชีออนไลน์หลังจากเข้าเรียนคาบเช้าแปดโมงในวันพรุ่งนี้ ข้อมูลข่าวสารของเที่ยงคืนวันนี้ก็รีเฟรชขึ้นมาตรงเวลาพอดี
“หืม มีคนปล่อยเช่าสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น ค่าเช่ารวมแค่ 2,500 เองเหรอ?”
เหมือนคนง่วงได้หมอน ข้อมูลนี้โผล่มาได้จังหวะพอดีเป๊ะ
เย่ซูรีบเปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตรวจสอบตำแหน่งของโครงการลี่วานทันที
“ห่างจากมหาวิทยาลัยห้ากิโลกว่าๆ ค่อนข้างเปลี่ยวหน่อย รอบๆ ไม่มีรถไฟฟ้าใต้ดินหรือย่านการค้า ป้ายรถเมล์ที่ใกล้ที่สุดยังอยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร มิน่าล่ะถึงปล่อยเช่าแค่ 2,500”
“แต่ก็ถูกของเขาหยางเฉิงยังไงก็เป็นเมืองชั้นหนึ่ง ค่าเช่า 2,500 แถมยังเดินทางสะดวก ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง คงมีคนเช่าไปนานแล้ว จะเหลือมาถึงเราได้ยังไง”
เย่ซูไม่ได้มีข้อเรียกร้องเรื่องบ้านเช่าสูงอยู่แล้ว ในเมื่อราคาเหมาะสม และยังเป็นข้อมูลจากระบบแนะนำมา เขาก็ตัดสินใจว่าจะติดต่อเจ้าของห้องเพื่อขอดูห้องในเช้าวันพรุ่งนี้ ถ้าไม่มีปัญหาก็จะตกลงเช่าเลย แถมยังประหยัดค่านายหน้าที่เท่ากับค่าเช่าครึ่งเดือนได้อีกด้วย
...
เช้าวันจันทร์ หลังจากเรียนเสร็จสองคาบ เย่ซูก็รีบยื่นขอเปิดบัญชีผ่านแอปของบริษัทฟิวเจอร์สที่ดาวน์โหลดไว้ล่วงหน้าทันที ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ได้บัญชีมาครอง
เดิมทีเขามีเงินอยู่สามหมื่นหยวน ยืมเหล่าหม่ามาอีกเจ็ดหมื่น หักค่าโต๊ะน้ำชาและค่าเช่าห้องเก็บของขนาดเล็กไปอีกสองพันหยวนเมื่อวานนี้ ตอนนี้เย่ซูจึงมีเงินที่สามารถใช้ได้อยู่เก้าหมื่นแปดพันหยวน
“ค่าเช่าบ้านอย่างมากก็วางมัดจำสองเดือนจ่ายล่วงหน้าหนึ่งเดือน เหลือเงินไว้ใช้จ่ายสักสองสามร้อยหยวน ประทังชีวิตไปจนกว่าจะเอา ‘เงินฮวาเฉียนลายมังกร-หงส์ด้านหลังจักรพรรดิเฉียนหลง’ ออกมาจากโต๊ะน้ำชาแล้วขายต่อได้ก็พอแล้ว”
หลังจากคำนวณคร่าวๆ เย่ซูก็ตัดสินใจฝากเงินประกันเข้าไปในบัญชี 90,000 หยวน และซื้อสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าหนึ่งสัญญาที่ราคา 704 หยวน
“จากนี้ไปจะได้กินข้าวหรือกินโจ๊ก ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของระบบแล้วล่ะ”
ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจากการท่องอินเทอร์เน็ต เย่ซูก็ได้รู้ว่าตอนนี้ตลาดทองคำยังคงคึกคัก และสถานการณ์ระหว่างประเทศดูไม่ค่อยสู้ดีนัก
ดังนั้นเย่ซูจึงไม่กังวลว่าตลาดทองคำจะพังทลายลงมากะทันหัน ทำให้เงินที่เขาทุ่มลงไปต้องสูญเปล่า
สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าฉบับนี้ สุดท้ายแล้วก็เป็นแค่เรื่องว่าจะได้กำไรมากหรือกำไรน้อยเท่านั้นเอง
หลังจากตั้งค่าเส้นขาดทุนกำไรไว้ที่ 5% อย่างรอบคอบ เย่ซูก็ปิดแอปแล้วปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตา จากนั้นก็โทรหาเจ้าของห้องเช่าตามข้อมูลที่รีเฟรชขึ้นมาเมื่อตอนเที่ยงคืน
“ฮัลโหล ใครครับ?”
“สวัสดีครับ คุณหลี่หรือเปล่าครับ?”
“ใช่ คุณคือใคร”
พออีกฝ่ายพูดขึ้นมา เย่ซูก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นคนกวางตุ้งท้องถิ่นแท้ๆ พูดภาษาจีนกลางได้สูสีกับครูประถมของเขาเลยทีเดียว
“ผมอยากจะเช่าห้องครับ เห็นในเน็ตว่าคุณมีห้องปล่อยเช่าอยู่ ไม่ทราบว่าห้องยังว่างอยู่ไหมครับ?”
“ยังอยู่ ว่างๆ คุณจะมาดูห้องเมื่อไหร่?”
“อีกครึ่งชั่วโมงสะดวกไหมครับ หรือต้องรอตอนเย็น?”
“อีกครึ่งชั่วโมงได้ เดี๋ยวผมไปเปิดประตูให้”
“ได้ครับ”
“งั้นคุณแอดวีแชทเบอร์นี้ของผมมานะ พอผมไปถึงแล้วจะติดต่อคุณไป”
“โอเค”
หลังจากนัดเวลากันเรียบร้อย และเห็นว่าคำขอเป็นเพื่อนได้รับการอนุมัติแล้ว เย่ซูก็พกบัตรประชาชนแล้วขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันน้อยออกจากมหาวิทยาลัย
จากมหาวิทยาลัยไปแค่ยี่สิบนาทีก็ถึงหน้าโครงการ ซึ่งเรื่องระยะทางก็ถือว่าผ่านเกณฑ์ของเย่ซูแล้ว
[ผมถึงหน้าโครงการแล้วครับ]
หลังจากส่งข้อความไปไม่นาน เจ้าของก็ส่งข้อความเสียงกลับมา
“รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวผมรีบไป”
[ได้ครับ]
“เดี๋ยวรีบไปอีกแล้ว”
ทุกครั้งที่นัดกับเพื่อน เย่ซูกลัวที่สุดที่จะได้ยินคำว่า เดี๋ยวรีบไป
“จะรีบไปถึงไหนกัน?”
โชคดีที่อีกฝ่ายไม่เหมือนกับเพื่อนตัวแสบของเย่ซู ที่บอกว่าเดี๋ยวรีบมา แต่รอไปครึ่งวันก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา
หลังจากอ่านนิยายจบไปหนึ่งบท เย่ซูก็สังเกตเห็นชายวัยกลางคนหัวล้านเป็นมันขลับ สวมเสื้อโปโลแขนยาว และใส่รองเท้าแตะ ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าตรงมาทางเขา

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 31 ฝนทิพย์

ตอนถัดไป