บทที่ 47 กะจะเล่นงานฉันเหรอ?

"แฟนเธอมารับเลิกงานอีกแล้วเหรอ?"
ตอนที่เย่ซูโบกมือให้เฉินซินอี๋ หลินจื่อซานที่อยู่ข้างๆ ก็เห็นร่างของเย่ซูเช่นกัน
แฟนที่หน้าตาดีชวนเจริญหูเจริญตาแบบนี้ ทำเอาเธอแทบจะน้ำลายไหล
ถึงจะขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จะมีเงินหรือไม่มีเงินก็ช่างเถอะ แต่อย่างน้อยก็ดูดี แถมดูท่าทางจะอิ่มอกอิ่มใจอีกต่างหาก
น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความอิจฉาของหลินจื่อซาน ทำให้เฉินซินอี๋อดที่จะรู้สึกภาคภูมิใจเล็กๆ ไม่ได้
คู่ขาแบบนี้สิถึงจะน่าเอาไปอวด
ถ้าเกิดถูกเจ๊ใหญ่เลี้ยงดู ด้วยรูปร่างหน้าตาแบบนี้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องได้เดือนละหลายหมื่นเลยสินะ
ปัดเศษขึ้นลง ตัวเธอเองก็เท่ากับว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นเดือนละหลายหมื่นเลยไม่ใช่เหรอ?
"อิจฉาล่ะสิ งั้นเธอก็ไปหาสักคนสิ"
"เธอคิดว่าฉันไม่อยากเหรอ?" หลินจื่อซานจ้องมองไปที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเฉินซินอี๋อย่างไม่ปิดบัง "ไม่มีทุนทรัพย์แบบเธอ ฉันเกรงว่าคงจะยากที่จะหาพ่อหนุ่มรูปหล่อแบบนี้ได้"
"เรื่องนี้เธอจะอิจฉาไปก็ไม่มีประโยชน์ แม่ให้มา" เฉินซินอี๋ยังส่ายตัวอย่างภาคภูมิใจ
ถ้าไม่ได้อยู่ใต้ตึกบริษัท หลินจื่อซานคงจะเอามือไปสัมผัสดูสักทีแล้ว
ขณะที่หยอกล้อกัน ทั้งสองก็เดินมาถึงหน้าเย่ซู
"สวัสดีครับ" เย่ซูพยักหน้าทักทายหลินจื่อซานอย่างสุภาพ
"สวัสดีค่ะ" หลินจื่อซานยิ้มแล้วโบกมือ "งั้นฉันไม่รบกวนโลกส่วนตัวของพวกเธอสองคนแล้วนะ"
เย่ซูยิ้ม แต่ไม่ได้พูดอะไรตอบ
"ซินอี๋ จื่อซาน"
หลินจื่อซานกำลังจะหันหลังกลับ ก็มีเสียงชายวัยกลางคนดังขึ้นมาจากข้างหลังพวกเธอสองคน
เย่ซูซึ่งหันหลังให้ผู้มาใหม่ เห็นสีหน้าของเฉินซินอี๋และเพื่อนแสดงความรังเกียจออกมาทันที
"ผู้จัดการ" เมื่อหันกลับไป ทั้งสองก็เปลี่ยนเป็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างสุภาพ
"อืม" หลินหงหย่วนยิ้มตอบ ขณะเดียวกันสายตาก็สแกนไปทั่วร่างของหญิงสาวทั้งสอง "พรุ่งนี้ก็หยุดแล้ว พวกเธอวางแผนจะไปเที่ยวไหนกันล่ะ?"
"ฉันนัดกับเพื่อนไว้ว่าจะไปเดินเล่นแถวๆ นี้ค่ะ"
"ฉันก็มีนัดกับแฟนแล้วค่ะ" พูดจบเฉินซินอี๋ก็วางมือลงบนไหล่ของเย่ซู
"โอ้?"
หลินหงหย่วนสังเกตเห็นเย่ซูตั้งแต่แรกแล้ว เมื่อได้ยินเฉินซินอี๋บอกว่านี่คือแฟนของเธอ เขาก็มองเย่ซูตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินทันที
หลินหงหย่วนหมายปองเฉินซินอี๋มานานแล้ว ทั้งพูดเป็นนัยๆ ทั้งแสดงออกอย่างชัดเจนมาหลายครั้งแล้ว แต่เฉินซินอี๋ก็ไม่เคยเล่นด้วยเลย
ยิ่งทำให้หลินหงหย่วนคันยุบยิบในใจมากขึ้นไปอีก และมักจะหาเรื่องงานเป็นข้ออ้างเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับเธอ
ตอนนี้พอเห็นเฉินซินอี๋ที่ไม่ยอมเล่นด้วยกับตัวเอง แต่กลับไปคบกับเด็กหนุ่มหน้าอ่อน หลินหงหย่วนก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที
ก็แค่หนุ่มกว่าหน่อย แถมยังหน้าตาดีเหมือนพวกหน้าขาว ดูแล้วก็งั้นๆ
แถมยังขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเก่าๆ มารับแฟน คาดว่าในกระเป๋าคงไม่มีเงินสักเท่าไหร่หรอก
ไม่รู้ว่าผู้หญิงสมัยนี้คิดอะไรกันอยู่?
เงินต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุด หน้าตาดีมีประโยชน์อะไร กินแทนข้าวได้หรือไง?
“พวกเธอนี่นะ วัยรุ่นจริง ๆ ไม่รู้เลยว่าเวลาเป็นของมีค่าขนาดไหน พอได้หยุดงานก็เอาแต่คิดจะเที่ยวเล่น” หลินหงหย่วนเอ่ยพลางวางท่า ทำเหมือนกำลังสั่งสอน
"ในฐานะที่อาบน้ำร้อนมาก่อน ฉันต้องเตือนพวกเธอหน่อย อย่าเอาแต่คิดเรื่องความรัก ควรใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ จะได้ไม่ถูกสังคมทอดทิ้ง"
สายตาของหลินหงหย่วนหันไปทางเย่ซู พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะห่วงใยอย่างสุดซึ้ง "นายก็ต้องพยายามหน่อยนะ ไม่ต้องถึงกับซื้อบ้านในหยางเฉิง แต่อย่างน้อยก็ควรจะมีรถดีๆ สักคัน จะได้ไม่ต้องให้ซินอี๋ต้องมานั่งรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าตากฝนตากลม"
จงใจหรือไม่ตั้งใจ มือของหลินหงหย่วนก็กวาดไปโดนพวงกุญแจที่ห้อยอยู่ตรงเอวพอดี ทำให้เกิดเสียง กริ๊ง ขึ้นมา และทำให้คนสังเกตเห็นกุญแจรถออดี้ที่โดดเด่นอยู่บนนั้น
จู่ๆ ก็ถูกเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เขา เย่ซูที่คิดแต่จะไปกินข้าวก็ถึงกับงง
หืม?
อะไรวะเนี่ย กะจะเล่นงานฉันเหรอ?
เฉินซินอี๋กลัวว่าเย่ซูจะไม่พอใจเพราะเรื่องของเธอ จึงรีบพูดแก้ต่างให้
"ผู้จัดการคะ ฉันว่านั่งรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าก็ไม่ได้แย่อะไรนี่คะ ถ้าเจอฝนเจอลม อย่างมากก็นั่งรถไฟใต้ดินเอา"
"หืม?"
การถูกลูกน้องเถียงขณะกำลังสั่งสอน ทำให้หลินหงหย่วนรู้สึกว่าอำนาจความเป็นผู้นำของเขาถูกท้าทายอย่างรุนแรง
"วัยรุ่นก็ต้องเที่ยวให้เต็มที่สิครับ" หลินหงหย่วนกำลังจะอ้าปากพูดต่อ เย่ซูก็พูดแทรกขึ้นมา
"พวกเรายังหนุ่มยังแน่น ต่อให้เที่ยวเล่นไปอีกสักสองสามปี ก็เพิ่งจะยี่สิบกว่าๆ ยังมีเวลาอีกเยอะที่จะหาเงิน ตอนนี้ถ้าไม่เที่ยว จะให้รอจนสี่สิบกว่า หัวเริ่มล้านแล้วค่อยไปเที่ยวเหรอครับ คุณลุง คุณว่าอายุขนาดนั้นแล้ว จะยังมีแรงเที่ยวไหวเหรอครับ?"
ในมุมที่ไม่มีใครสังเกต หลินจื่อซานนึกถึงเรื่องเศร้าที่สุดในชีวิตของเธอทั้งหมด แล้วบังคับตัวเองไม่ให้มองไปที่หัวของหลินหงหย่วน ที่มีแสงสะท้อนออกมาจากใต้ทรงผมที่ถูกหวีมาอย่างตั้งใจ ในที่สุดเธอก็กลั้นยิ้มไว้ได้
สะใจจริงๆ!
นี่มันปากฉันชัดๆ!
พอถึงวัยหนึ่ง สิ่งที่ผู้ชายกังวลมากที่สุดก็คือสองเส้น หนึ่งในนั้นคือแนวผม
การถูกเด็กหนุ่มที่ตัวเองดูถูก เปิดโปงจุดที่ตัวเองกังวลที่สุดต่อหน้าลูกน้องผู้หญิงสองคน ทำให้สีหน้าของหลินหงหย่วนเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที
เฉินซินอี๋ก็กลั้นยิ้มเช่นกัน เธอเหลือบมองเย่ซูอย่างตำหนิ ก่อนจะรีบพูดตัดบทตอนที่หลินหงหย่วนกำลังจะอ้าปาก
"ผู้จัดการคะ คำสอนของผู้จัดการพวกเราจะจำไว้ค่ะ กลับไปแล้วเราจะเริ่มพัฒนาตัวเองทันทีเลย งั้นเราขอตัวไปกินข้าวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะผู้จัดการ"
"ฉันก็ต้องรีบไปขึ้นรถไฟใต้ดินแล้วค่ะ พรุ่งนี้วันหยุด ถ้าช้ากว่านี้ แม้แต่รถไฟใต้ดินก็จะแน่นจนขึ้นไม่ได้แล้ว สวัสดีค่ะผู้จัดการ"
กลัวว่าจะถูกหลินหงหย่วนแก้แค้นอย่างร้ายกาจ โดยสั่งให้พวกเธออยู่ทำงานล่วงเวลา หลินจื่อซานจึงรีบทิ้งท้ายประโยค แล้วหนีหายเข้าไปในฝูงชนด้านหลัง
ยังไงซะเขาก็เป็นหัวหน้าของเฉินซินอี๋ เย่ซูก็กลัวว่าตัวเองจะมัวแต่พูดเอามันส์ แล้วจะทำให้งานของเธอมีปัญหา เลยไม่ได้ทำให้สถานการณ์บานปลายไปกว่านี้ แค่พยักหน้าให้หลินหงหย่วนเป็นเชิงทักทาย
เขากับตัวเองไม่มีผลประโยชน์โดยตรง หลินหงหย่วนทำอะไรเย่ซูไม่ได้ เมื่อเห็นว่าทั้งสามคนพูด ลาก่อน แล้ว ถึงแม้ในใจจะไม่พอใจแค่ไหน หลินหงหย่วนก็ทำได้แค่หันหลังกลับไป
ฮึ่ม!
กล้าดียังไงมาเถียงฉันขนาดนี้ วันจันทร์กลับมาทำงาน เจอดีแน่!
เมื่อเห็นหลินหงหย่วนจากไปแล้ว เฉินซินอี๋ก็สวมหมวกกันน็อค ก่อนจะตบเบาๆ ที่ตัวเย่ซู
"ตีคนอย่าตีหน้า ด่าคนอย่าแฉจุดอ่อน ปกติเขาก็กังวลเรื่องผมบนหัวไม่กี่เส้นนั่นอยู่แล้ว วันๆ หวีซะจนแมลงวันเกาะยังลื่น นายนี่มันดีจริงนะ เปิดปากมาก็ว่าคนอื่นหัวล้านเลย"
"ฉันจะทำยังไงได้ล่ะ เจอกันครั้งแรก ฉันยังไม่รู้เลยว่าเขานามสกุลอะไร อยู่ๆ ก็มายืนบ่นจู้จี้จุกจิก ฉันก็ต้องสวนกลับไปสิ จะได้ให้ไอ้หมอนั่นรู้ตัวว่าตัวเองเป็นใคร"
เย่ซูหันกลับมา ถามเฉินซินอี๋ด้วยความสงสัย "หัวหน้าบริษัทเธอมีนิสัยเจ้ากี้เจ้าการแบบนี้ทุกคนเลยเหรอ?"
เฉินซินอี๋เบ้ปาก "คนส่วนใหญ่ในบริษัทก็ปกติแหละ มีแต่ไอ้ลุงแก่หน้ามันคนนี้นี่แหละ พอมีโอกาสก็วางมาด สอนหลักความสำเร็จยุคเก้าศูนย์"
กลัวว่าเย่ซูจะคิดมาก เฉินซินอี๋จึงเลือกที่จะปิดบังเรื่องที่หลินหงหย่วนอาศัยตำแหน่งผู้จัดการกระจอกๆ ของตัวเอง คอยหาโอกาสลวนลามลูกน้องผู้หญิง
"ดูจากท่าทางเมื่อกี้นี้แล้ว ใจคอคงไม่กว้างไปกว่ารูเข็มหรอก ฉันสวนเขาไปแบบนี้ จะสร้างปัญหาอะไรให้เธอหรือเปล่า?"
เฉินซินอี๋วางข้อศอกลงบนไหล่ของเย่ซูอย่างหงุดหงิด "ตอนนี้เพิ่งจะรู้เหรอว่าทำให้หัวหน้าไม่พอใจ แล้วฉันจะมีปัญหาน่ะ นายไปทำอะไรมาล่ะ?"
เย่ซูได้ยินดังนั้น ก็ได้แต่เกาหัวอย่างเขินๆ

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 47 กะจะเล่นงานฉันเหรอ?

ตอนถัดไป