มิตรภาพสุดห่วย

เดธ ซึ่งยังคงถูก เรน จับขาเอาไว้ พยายามเปิดประตูแห่งการเริ่มต้นอีกครั้ง ถึงกระนั้นมันก็ไร้ประโยชน์ ประตูสามารถเปิดได้จากภายนอกเท่านั้น!


“ไอ้สารเลว ดูซิว่าเจ้าทำอะไรลงไป!”


เรน ไม่ได้สนใจสิ่งที่เดตพูดเลยสักนิด และเดธกลับไป


“ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหน?”


ปากของเดธกระตุก


“พวกเรางั้นหรอ? มันไม่มีพวกเราอะไรทั้งนั้น! ก่อนอื่นเลยนะ ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ ความตาย อย่างข้าตกลงไปในประตูแห่งการเริ่มต้นมาก่อน ดังนั้น

ข้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับข้าหรือป่าว และ เจ้าคิดว่าข้าจะมีเวลาคิดเรื่องของเจ้างั้นหรอ ห้ะ!! ”


เรน เริ่มคิด และ ถามหลังจากนั้นครู่หนึ่ง


“‘ดังนั้นในเมื่อนายก็ไม่สามารถออกไปได้เช่นกัน งั้นช่วยอธิบายหน่อยได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับวิญญาณปกติที่เข้ามาในประตูแห่งการเริ่มต้น ”


เดธครุ่นคิดสักครู่แล้วพยักหน้ารับ เนื่องจากเขาก็ไม่สามารถออกไปได้เช่นกัน

บางทีการอธิบายสิ่งต่างๆ ให้ เรน ฟังอาจให้แนวคิดใหม่ๆ แก่เขาได้


“เมื่อเข้ามาในประตูแห่งการเริ่มต้น วิญญาณที่ตายจะถูกแปลงสภาพกลับไปเป็นพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์ จากนั้นพลังวิญญาณจะถูกนำมาใช้เพื่อสร้างร่างวิญญาณขึ้นมาใหม่ หลังจากผ่านกระบวนการนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ความทรงจำ อารมณ์ ความฝัน หรือสิ่งอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับตัวตนเดิมของวิญญาณดวงนั้นจะถูกลบออกไป หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการ 'ชำระล้าง' นี้แล้ว ในที่สุดวิญญาณก็พร้อมที่จะออกจากประตูแห่งการเริ่มต้น และ จะได้เกิดใหม่”




“แล้วกระบวนการนี้จะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่”


เดธชี้ไปที่ประตูมิติสีดำ


“เจ้าเห็นประตูมิติสีดำตรงนั่นไหม”


เรนได้หันหน้าไปทิศทางที่ เดธ กำลังชี้ไป และ เห็นประตูมิติสีดำ

“ฉันเห็นแล้ว”


เดธ จึงพูดต่อ


“ประตูมิติสีดำนั้นจะส่งเจ้าตรงเข้าไปในแม่น้ำแห่งความหลงลืม มันเป็นแม่น้ำที่จะชำระจิตวิญญาณของเจ้าและล้างความทรงจำทั้งหมดของเจ้า แต่เมื่อเจ้าผ่านประตูมิติสีดำนั้นไปแล้ว เจ้าก็จะไม่มีวันได้หวนกลับอีก”


เรนถามต่อ


"แล้วนายล่ะ?"



“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน อย่างที่ข้าบอกไปก่อนหน้านี้ว่าไม่เคยมียมทูตตนใดที่เคยเข้าไปในประตูแห่งการเริ่มต้นมาก่อน "


ตอนนั้นเองที่เดธจำบางอย่างได้


“ว่าแต่ เจ้าคิดและพูดได้ยังไง?”


เรน มองไปที่ เดธ ทันทีด้วยท่าทางประหลาดใจ


“ฉันทำไม่ได้เหรอ?”


มุมปากของเดธถึงกับกระตุกเมื่อได้ยินคำถามนั้น


“เจ้าตาบอดหรือ! มองไปรอบๆตัวเจ้า ! เจ้าเห็นวิญญาณพวกนั้นใหม มีวิญญาณดวงใดบ้างที่พูดหรือมีความคิดเหมื่อนกับเจ้า!”


เรน กังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของเขามาก ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงไม่ได้สนใจวิญญาณดวงอื่นเลยจนถึงตอนนี้ จากนั้นเขาก็มองไปรอบ ๆ แต่สิ่งที่เขาเห็นคือวิญญาณที่ดูเหมือนจะไม่สนใจอะไรเลย เอาแต่เดินเข้าไปทางแม่น้ำแห่งความหลงลืม


"ดูเหมื่อนทุกคนกำลังตกอยู่ในภวังค์เลย"


“คิดแบบนั้นก็ไม่ผิด แต่ก็ไม่ถูกเหมือนกัน ลองคิดดู อวัยวะส่วนไหนรับผิดชอบต่อความสามารถในการคิด”


เรน เข้าใจประเด็นสำคัญของปัญหาทันที


“ฉันเข้าใจ... เพราะพวกเราตายกันหมด สมองของพวกเราก็ตายเหมือนกัน สมองที่ตายไปคิดอะไรไปได้ยังไง? หากปราศจากการสนับสนุนจากสมอง วิญญาณก็ไม่ควรที่จะมีความคิดริเริ่มด้วย นั่นคือสิ่งที่คุณหมายความอย่างนั้นหรือ ?"


เดธพยักหน้า


“ถูกต้อง นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าไม่เข้าใจเจ้า ร่างกายของเจ้าได้ตายไปแล้ว 100% อย่างไม่ต้องสงสัย! แต่ทำไมเจ้าถึงมีความสามารถในการคิดโดยไม่ต้องใช้สมองล่ะ?”


เรน ก็สับสนพอๆ เดธ เช่นกัน


“นายเห็นอะไรที่แตกต่างในจิตวิญญาณของฉันบ้างไหม ฉันไม่รู้... บางทีอาจจะมีสมบัติวิญญาณบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัวฉันก็ได้”


เดธรู้สึกเหมือนอยากจะเตะ เรน ขึ้นมาอีกครั้ง


“ข้าคิดว่าจ้าคงอ่านนิยายมากเกินไป”


ทันใดนั้น เดธ ก็สังเกตเห็นบางสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ! ที่ใจกลางวิญญาณของ เรน ดูเหมือนจะมีแสงสลัวๆ มันบอบบางมากจนถ้า เรน ไม่ถามคำถามนั้น เขาคงไม่สังเกตเห็นอย่างแน่นอน


อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เป็นวิญญาณแห่งความตายที่นำทางวิญญาณที่ตายแล้วจำนวนนับไม่ถ้วนเข้าสู่ประตูแห่งการเริ่มต้น เขามั่นใจอย่างยิ่งว่าสิ่งนั้นไม่ควรมีอยู่จริง!


"สมบัติวิญญาณมีจริงหรือไม่"


เรน สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของ เดธ และเข้าใจว่าบางทีเขาอาจจะคิดถูกเกี่ยวกับการตัดสินของเขา แต่เขาก็ตกใจเหมือนกัน ใครจะไปเชื่อว่าในโลกนี้จะมียมทูตและประตูแห่งการเริ่มต้นมีอยู่จริง แต่ดูเถิด เขาอยู่นี่แล้ว!



ตอนก่อน

จบบทที่ มิตรภาพสุดห่วย

ตอนถัดไป