ความต้องการพรสวรรค์ที่เลวร้าย
เผ่าวาเรนแห่งภูเขาลิมันตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองแอสแตกในพื้นที่นี้ มีชนเผ่ามากมายแต่ส่วนใหญ่จะเป็นเผ่าขนานเล็ก โดยจะมีชนเผ่าขนาดกลางแค่ไม่กี่แห่งเท่านั้นและจะชนเผ่าขนาดใหญ่สองแห่งที่ค่อยควบคุมพื้นที่ทางตอนใต้ ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ เผ่าวาเรน นั้นถือว่าเป็นเผ่าขนานเล็กแต่มีจำนวนประชากรที่ใกล้เคียงกับชนเผ่าขนาดกลาง
ทางใต้ของชนเผ่าวาเรน ประมาณ 200 กิโล จะมีชนเผ่าขนานเลฺ็กสอง
ถึงสามชนเผ่า และ มีชนเผ่าขนานกลางหนึ่งเผ่า ชนเผ่าขนานกลางนี้มีชื่อว่าชนเผ่านารีมีประชากรประมาณ 30,000 คน และถือว่าเป็นชนเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดในละแวกนี้ แล้วมีผู้นำชื่อว่า เอียน นารี ส่วนพลังอยู่ใน อาณาจักรก่อตั้งรากฐาน ขั้นสูงสุด นอกจากนี้ยังมีผู้อาวุโสอีกสามคนที่อยู่ใน อาณาจักรก่อตั้งรากฐาน โดยที่มีหนึ่งคนอยู่ขั้นกลาง และอีกสองคนอยู่ขั้นต้น
ชนเผ่านี้เหมื่อนกับชนเผ่าอื่นๆที่มีการแบ่งแยกชนชี้นระหว่างนักรบกับคนธรรมดา โดยที่คนธรรมดาจะถูกใช้เยี่ยงทาส แต่ถ้าคราบครัวใหนที่ให้กำเนิดเด็กที่มีความสามารถที่พอจะเป็นนักรบได้ ครอบครัวนั้นก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ถ้าไม่พวกเขาก็ต้องทำงานเยี่ยงทาสไปจนตาย ถึงกระนั้น ชนเผ่านารีนี้นค่อนข้างมั่งคั่ง มันได้รับเครื่องบรรณาการจากชนเผ่าเล็ก ๆ ทั้งหมดที่อยู่รอบ ๆ ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้จากเครื่องบรรณาการเหล่านั้น
แต่เผ่านารีนั้นกำลังประสบปัญหาใหญ่ในขณะนี้ ทั้งหัวหน้า เอียน นารี และผู้อาวุโสของเผ่า ต่างก็แก่แล้ว ตัวอย่างเช่น น้องคนสุดท้องนั้นมีอายุมากกว่า 70 ปี ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อมีคนฝึกมาถึงอาณาจักรก่อตั้งรากฐานจะสามารถเพิ่มอายุขัยอีก 50 ปี แต่ชีวิตในเผ่านั้นช่างโหดร้าย เป็นเรื่องปกติที่ทั้งชายและหญิงจะเสียชีวิตเมื่ออายุประมาณ 50 ถึง 60 ปี
ดังนั้นแม้ว่าผู้อาวุโสที่อายุ 70 จะไม่แก่ขนาดนั้น แต่เขาก็ไม่เด็กเช่นกัน ส่วน เอียน เขาอายุเกิน 90 แล้ว! เว้นแต่ว่าเขาจะบุกทะลวงเข้าสู่อาณาจักรแก่นกำเนิด เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เอียน เองก็รู้ดีว่าเขาใช้ศักยภาพทั้งหมดของเขาไปแล้ว เว้นแต่เขาจะพบสมบัติทางจิตวิญญาณบางอย่างที่สามารถให้โอกาสเขาผ่านไปยังระดับต่อไปได้ ไม่งันเขาจะสิ้นอายุขันตาย
แต่การตายของเขาไม่ใช่สิ่งที่รบกวนจิตใจเขา แต่เป็นความต่อเนื่องของเผ่า เขารู้ดีว่าชนเผ่าขนาดกลางอื่นๆ รอบๆ นั้นกระตือรือร้นที่จะเข้ามาแทนที่เผ่านารีและเป็นผู้ที่จะได้รับเครื่องบรรณาการของชนเผ่าเล็กจำนวนมากเหล่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ชนเผ่าของเขายังมีผู้ที่พรสวรรค์น้อยมาก ถ้าเขานับเฉพาะความถนัดระดับสีเขียว มีเพียงสี่คนที่ไม่ได้อยู่ในอาณาจักรรวบรวมพลัง
เราต้องเข้าใจว่าไม่ใช่เพราะคนๆ หนึ่งมีความถนัดระดับสีเขียว แล้วเขาหรือเธอจะสามารถก้าวข้ามไปได้ พวกเขามีโอกาสสูงกว่าคนอื่นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ชนเผ่านารีจึงต้องการพรสวรรค์ระดับสูงอย่างมาก ดวงตาของเผ่าอื่นราวกับมีดคมที่พร้อมที่จะตัดคอทันทีที่มีโอกาสปรากฏขึ้น
ในวันนั้น ชนเผ่านารีได้รับการเยี่ยมเยียนจากสมาชิกของชนเผ่าขนานเล็กที่มีชื่อทรังค์โก ชนเผ่านี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาเขตของชนเผ่านารี ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ต้องจ่ายเครื่องบรรณาการให้ แต่พวกเขามีเหตุผลอื่นในการเยี่ยมชม นั่นเป็นเพราะผู้นำเผ่า ทรังค์โก คุ้นเคยกับ ลูก้า นารี ที่เป็นผู้อาวุโสของเผ่าคนหนึ่ง หัวหน้าเผ่า
ทรังค์โก ได้เรียนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของชนเผ่านารีผ่านการสนทนา
ชนเผ่า ทรังค์โก นั้นอาศัยอยู่ในดินแดนเดียวกับเผ่า วาเรน แต่เนื่องจากพวกมันมีขนาดเล็กกว่าทั้งในจำนวนสมาชิกและนักรบ เผ่า ทรังค์โก จึงไม่สามารถคุกคามชนเผ่าวาเรน ได้ อย่างไรก็ตาม เผ่า ทรังค์โก ได้รับข่าวมาว่ามีเด็กที่มีพรสวรรค์เกิดใหม่ทั้งหมด 2 คนปรากฏในเผ่า วาเรน ซึ่งมันเป็นข่าวร้ายสำหรับพวกเขาเอง
เผ่า ทรังค์โก เป็นหนึ่งในเผ่าที่พันธมิตรที่โจมตีเผ่า วาเรน ในอดีต ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยอมแพ้ในที่สุดเนื่องจากความยากลำบากของความพยายาม พวกเขาโลภอยากที่จะได้เหมืองของชนเผ่าวาเรนมาเป็นเวลานานแล้ว และกำลังรอโอกาสที่จะคว้ามันไว้ น่าเสียดายที่การปรากฏตัวของ เรน และ โรอัน นั้นยิ่งพวกเขารอนานเท่าไร โอกาสของพวกเขาก็จะยิ่งต่ำลงเท่านั้น
นอกจากหัวหน้าเผ่าแล้ว ไม่มีสมาชิกคนใดในเผ่าของพวกเขาที่มีความถนัดระดับสีเขียว แต่ไม่เพียงแต่เผ่า วาเรน เท่านั้นที่ให้กำเนิด มิล่า ฮุ่ยหนาน ดูเหมือนว่าเด็กใหม่สองคนนี้จะมีพรสวรรค์เหมือนกับเด็กผู้หญิงคนนั้นด้วย พวกเขาไม่รู้แน่ชัดว่าพวกเขาอยู่ในระดับใด แต่ค่อนข้างได้รับการยืนยันว่าอย่างน้อยพวกเขาเป็นระดับสีเขียว อย่างน้อยที่สุด
เหตุผลนั้นง่ายมาก จูริ วาเรน ไม่เคยย้ายใครเข้าไปในใจกลางของชนเผ่า ยกเว้น มิล่า ฮุ่ยหนาน และครอบครัวของเธอ สมาชิกคนอื่นๆ ที่อยากจะอยู่ในศูนย์กลางต้องมีความถนัดในระดับสีเขียวก่อน
ดังนั้นพวกเขาจะต้องมีความถนัดระดับสีเขียวอย่างแน่นอน
ชนเผ่านารีต้องการผู้มีพรสวรรค์อย่างมาก และชนเผ่าทรังค์โกจำเป็นต้องการที่จะกำจัดผู้มีพรสวรรค์เหล่านั้น มันเป็นสถานการณ์ที่วิน-วิน
ทั้งสองฝ่าย หัวหน้าเผ่า ทรังค์โก จึงมาที่ เผ่า นารี เพื่อขอความช่วยเหลือ
เอียน นารี กำลังนั่งอยู่ในห้องขนานใหญ่พร้อมกับผู้อาวุโสคนอื่นๆ ของเผ่าที่กำลังมองดูหัวหน้าเผ่า ทรังค์โก
“เจ้าชื่อ รามินทร์ ทรังค์โก ใช่ไหม? เจ้าแน่ใจหรือว่าพวกเขามีเด็กที่ความสามารถระดับสีเขียว อย่างน้อยสองคนแล้วพวกเขาอายุเท่าไหร่?”
รามินทร์พยักหน้า
“แน่นอน เด็กสาวอายุเพียงเจ็ดขวบในปีนี้ ดังนั้นจึงไม่น่ามีปัญหา
ส่วนฝาแฝดนั้น พวกเขาเพิ่งเกิดเมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่แล้ว นอกจากนี้ยังมี มีโอกาสสูงที่แฝดจะมีความสามารถระดับสีเขียวเหมือนกัน ข้าเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องบอกว่าการฝึกใจของเด็กๆ ให้จงรักภักดีต่อชนเผ่านารีในอนาคตจะง่ายแค่ไหน"
เมื่อ เอียน ได้ยินเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงคนนั้น เขาไม่พอใจอย่างยิ่ง แม้ว่าเด็กหญิงอายุเจ็ดขวบไม่ควรเปลี่ยนนิสัยยากเกินไป แต่ก็มีโอกาสที่จะสร้างระเบิดเวลาแทนได้เสมอ บางทีเธออาจช่วยเผ่าอื่นทำลายตนเองจากภายในเมื่อเธอพยายามล้างแค้น ดังนั้นพวกเขาจึงต้องระมัดระวัง
แต่ฝาแฝดที่เกิดใหม่ก็ดึงความสนใจของเขาทันที แม้ว่าจะเป็นเพียงคนเดียว แต่อายุของพวกเขาก็มากเกินพอที่จะฝึกนิสัยได้ ถ้าปรากฎว่าเด็กทั้งสองคนมีความสามารถสูงขนาดนั้น จะดีมาก!
ดวงตาของ เอียน เป็นประกายอยู่ครู่หนึ่ง แต่เขาสงบลงอย่างรวดเร็ว
"บอกข้าเพิ่มเติมเกี่ยวเรื่องกับฝาแฝด"