ผมก็เข้าเกมได้ด้วย

“ตอนนี้ผมไม่มีเงินถึง 200,000 ในตอนนี้! ผมขอร้องคุณ พี่ใหญ่ ให้เวลาผมอีกหน่อย ผมสัญญาว่าจะเอาเงินออกมา!”

“หมดเขตชำระหนี้แล้ว เราจะให้เวลาคุณอีกหนึ่งสัปดาห์ ถ้าคุณจ่ายไม่ไหว เราจะฟ้องบังคับคดี”

“ตกลง ตกลง ผมจะจ่ายคืนแน่นอน”

หยางเกิงซั่ว หันหน้าไปทางเจ้าหน้าที่ธนาคารที่มาทวงหนี้ที่บ้าน หลังจากพูดจาสุภาพ ก่อนจะวางเงินค่าปรับทวงหนี้ ให้พวกเขา แล้วส่งพวกเขากลับไป

เขากลับไปที่ลานบ้านเล็กๆ นั่งบนเก้าอี้เอนหลังใต้ต้นทับทิม ซึมซับทุกสิ่งทุกอย่างในสวน ภาพจากอดีตจนถึงปัจจุบันไหลย้อนกลับมา

...

สามปีมานี้ เขาเปิดร้าน สามร้าน จากที่ทำกำไร สู่จุดคุ้มทุน สู่จุดทำกำไรเล็กน้อย แล้วสู่การขาดทุน แล้วดิ่งลง แต่ละก้าวล้วนเป็นประสบการณ์ตรง

เขาไล่ปิดกิจการ ทีละร้าน ลดการขาดทุนลง ในขณะที่ยังพอมีราคา ที่ผู้ซื้อร้านต่อพอใจอยู่บ้าง เขาจึงขายร้านค้าทั้งสามแห่งและขายทรัพย์สินทั้งหมดออกไป แต่ก็ยังเป็นหนี้ธนาคารอยู่ 200,000 หยวน

เงินค่าแต่งงานที่พ่อแม่เก็บออมไว้หมดเกลี้ยง เขากำลังจะกลายเป็นลูกชายที่อกตัญญูของหมู่บ้าน และคงเป็นที่นินทาของชาวบ้านไปตลอดชีวิต

“ฉันน่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ควรสร้างบ้านหลังนี้ ไม่งั้น ฉันคงประหยัดเงินได้ตั้ง 300,000 หยวน”

หยางเกิงซั่วกล่าวด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย เมื่อร้านค้ามีกำไร เขาก็เอามาแต่งบ้าน แล้วเงินทุนก็หมุนเวียนไม่ทัน ห่วงโซ่ทุนก็ขาด

ตอนนี้ เขาอาศัยอยู่ในกู่ชุน แถวสถานีรถไฟใต้ดินแห่งสุดท้ายในเมืองซื่อเหมิน

เขาเช่าบ้านหลังนี้ด้วยสัญญาเช่า 30 ปี และตอนนี้เพิ่งผ่านไปเพียงสามปีเท่านั้น แม้จะไม่ได้ซื้อ แต่ก็เหมือนซื้อ เขาจึงลงทุนต่อเติมบ้าน

ตลอดระยะเวลาสามปีนี้ เขาค่อยๆ เปลี่ยนลานบ้านรกร้าง ให้กลายเป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นที่แสนสบายและอบอุ่น เขายังสร้างห้องใต้ดินสำหรับเก็บเสบียงไว้ใช้ยามฉุกเฉินอีกด้วย

หยางเกิงซั่วเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินเป็นอย่างยิ่ง เขาเชื่อว่าเขาน่าจะรับมือกับสถานการณ์สุดขั้วอย่างสงครามนิวเคลียร์ การระบาดของไวรัส และภาวะโลกร้อนได้

เขาเลือกที่นี่ไม่ใช่เพราะไม่มีเงินซื้อบ้านในเมือง แต่เพราะบ้านหลังนี้มีห้องใต้ดิน และเขาแค่ต้องปรับปรุงสร้างที่พักใต้ดินของตัวเอง

หากตอนนี้มีเหตุการณ์ซอมบี้ระบาด กลายเป็นวันสิ้นโลก เหมือนในนิยายที่เคยอ่าน เขาก็จะรอด และหากไม่มีปัญหาอะไร เขาก็แค่สะสมเสบียง เพราะขี้เกียจออกไปซื้อของบ่อยๆ เพื่อประหยัดค่าเดินทาง

อีกทั้ง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้บ้านของเขามีประโยชน์จริงๆ เพราะสามารถใช้เป็นโกดังเก็บของได้ ในขณะที่คนอื่นกินเนื้อได้เพียงไม่กี่ครั้งต่อเดือน เขากลับสามารถอวดเนื้อกระป๋องได้ทุกวัน ในช่วงเวลานั้น คนอื่นๆ กำลังลดน้ำหนัก แต่เขากลับมีพุงใหญ่

ดิง ด่ง!

เสียงแจ้งเตือนจาก WeChat ปลุกความทรงจำของหยางเกิงซั่วให้กลับมาปัจจุบันอีกครั้ง

[โอนเงิน 30,000 หยวน]

[หลินเยว่: "พี่ซั่ว ฉันมีเงิน 30,000 หยวนอยู่ที่นี่ ถ้าใช้ไม่หมดก็เอาไปคืนธนาคารได้"]

“เสี่ยวเยว่”

เขานึกขึ้นได้ นึกถึงหญิงสาวผู้มีดวงตาอ่อนโยน แจ่มใส และมีชีวิตชีวา ซึ่งมักจะสวมกระดิ่งลมสวยงามไว้ที่ข้อมือเสมอ

เมื่อนึกถึงเธอ เสียงกระดิ่งก็ดังขึ้นอีกครั้ง

หลินเยว่เป็นพนักงานพิเศษในร้านเครื่องเขียนของเขา เดิมทีหยางเกิงซั่วจ้างเธอมาทำงานอื่น แต่ตอนนี้...

“นี่ สาวน้อยโง่เง่า ฉันจะเอาเงินเธอไปได้ยังไง”

เขาปฏิเสธ

“สงสัยฉันคงต้องขอยืมเงินเพื่อนเก่ามาใช้ก่อน”

เขาไปที่เซฟเฮาส์ชั้นใต้ดิน หยิบข้าวมันไก่แกงกะหรี่อุ่นร้อนและอาหารกระป๋องหนึ่งกระป๋อง เขาพาไปที่ห้องทำงานและเปิดคอมพิวเตอร์

หยางเกิงซั่ว เริ่มเตรียมรายชื่อ เพื่อนสนิท มิตรสหาย และเริ่มขอยืมเงินจากพวกเขา ในคอมพิวเตอร์

บนหน้าจอ เขาพบว่าเขาเปิดอ่านนิยายออนไลน์ค้างไว้ ที่เพิ่งอ่านจบไป เรื่อง ‘ผมเข้าเกม(ฝึกตน)ได้’ ที่เพิ่งจบไป

เขาคิดว่า คงจะดี หากเขาสามารถเข้าเกมได้ และมีระบบ เหมือนกับในนิยาย ใครจะรู้ เขาอาจจะหาไอเทมอะไรดีๆแบบในเกม มาใช้ในโลกแห่งความเป็นจริงได้ และเปลี่ยนแปลงชีวิตตอนนี้ของเขาได้

เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงให้ทริปผู้แต่งไปสิบเหรียญ แล้วปิดไป

ในตอนนี้เอง เหมือนความคิด และความปราถนาของเขา จะไปกระตุ้นอะไรบางอย่าง

พลันหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขา ก็กระพริบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าสู่ฉากอันอลังการราวกับภาพฝันอันเลือนราง ซึ่งดูคล้ายกับไตเติ้ลการส่งเสริมการขายในเกมฝึกฝนออนไลน์บางเกมถึง 80%

ชั่วขณะต่อมา ข้อความสองสามบรรทัดก็ปรากฏขึ้นกลางหน้าจอ

[โปรแจค การจำลองตระกูลการฝึกตน เปิดทำงาน…]

[กำลังโหลด 80%…90%…100% กำลังติดตั้ง… ติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ กำลังเริ่มทำงาน]

[ฝึกฝนแบบฮาร์ดคอร์! สัมผัสประสบการณ์การฝึกฝนที่สมจริงตั้งแต่ต้น]

[กรุณายืนยันนามสกุลของคุณ: __]

หยางเกิงซั่วตกตะลึงไปชั่วขณะ

“โฆษณาเกมบนเว็บเหรอ?”

"บ้าเอ๊ย! วันนี้ฉันยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ เพราะมีหนี้ต้องกังวล ยิ่งอารมณ์เสียอยู่ แล้วตอนนี้นายยังมีมาเล่นโฆษณาบนคอมของฉัน อีกเหรอ!"

แต่เขาหยิบเมาส์ขึ้นมาแล้วค้นหาปุ่มออก แต่ก็ไม่มีวี่แววของปุ่มออกเลย กดปุ่มรีเซ็ตตรงคีย์บอร์ดก็ไม่ติด ที่แปลกที่สุดคือการกดปุ่มรีเซ็ตบนคอมพิวเตอร์ของเขากลับใช้ไม่ได้อีกต่างหาก

“อั๊ยยะ ไวรัสตัวใหม่อะไรเนี่ย? มันยังล็อกฮาร์ดแวร์ฉันด้วย? อย่ามาทำเป็นเล่นนะเฮ้ย!”

ในฐานะคนที่อยู่กับคอมพิวเตอร์มาปลายปี ก็พอจะรู้เรื่องการติดตั้งและซ่อมคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง แต่สิ่งที่เห็นอยู่ เขาไม่เข้าใจเลย และไม่รู้จะแก้ยังไง

คอมของเขาเจ๊ง หรือว่าไวรัสมันแข็งแกร่งเกินไป

เงินก็ไม่มีแล้วด้วย หากคอมเครื่องนี้เจ๊งอีก เขาก็คงไม่มีเงินจะซ่อมและคงไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้

หลังจากลองกลเม็ดต่างๆ นานาแต่ก็ปิดเครื่องปิดหน้าจอไม่ได้ หยางเกิงซั่วก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงตัดสินใจทำตามคำแนะนำในเกม หลังจากป้อนนามสกุล "หยาง" ของเขา

ภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอก็ซูมเข้าและออกอย่างรวดเร็ว พาเขาไปยังสุสานที่ปกคลุมไปด้วยหิมะโดยตรง

พื้นที่นั้นว่างเปล่า มีเพียงขอทานในชุดขาดรุ่งริ่งและสีหน้าเศร้าหมองที่กำลังคุกเข่าอยู่หน้าหลุมศพเตี้ยๆ แห่งหนึ่ง

แผ่นหินทรงสี่เหลี่ยมวางอยู่บนหลุมศพ จารึกอักษรตัวใหญ่เพียงตัวเดียวว่า "หยาง"

ขอทานตัวสั่นเทา จุดธูปสามดอกด้วยกระดาษพับและวางลงในเตาเผาทองแดงเก่าๆ ใต้เตาเผา

มีจานขนมวางอยู่ ควันลอยฟุ้งขึ้นอย่างช้าๆ

“ข้า หยางสือ ลูกหลานผู้ไร้ค่าผู้นี้ ได้มาที่หลุมศพของบรรพบุรุษเพื่อถวายเครื่องบูชา ข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกพวกท่าน”

“ตอนข้าอายุ 6 ขวบ ครอบครัวหยางของข้าถูกสังหารหมู่ ข้าหนีเอาชีวิตรอดด้วยการให้อาหารแก่ขอทานไม่กี่คนข้างนอก จากนั้นข้าก็กลายเป็นขอทานและเริ่มต้นชีวิตเร่ร่อน”

“สิบสองปีผ่านไป ข้ารอดชีวิตมาจนเป็นผู้ใหญ่ ข้ากลับมาบ้านเกิดเพื่อสืบหาสาเหตุ บ้านบรรพบุรุษของตระกูลหยางของข้ากลายเป็นบ้านของตระกูลเซียง ซึ่งมีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา ข้าแค่ปีนขึ้นไปดูก็ถูกยามพบเข้า ถูกทุบตีจนบาดเจ็บสาหัส และถูกโยนลงถนน เหมือนสุนัขตัวหนึ่ง”

“บรรพบุรุษ เท่าที่ข้ารู้ ตระกูลเซียงมีผู้ฝึกตนขอบเขตโดยกำเนิดหลายคน และว่ากันว่าพวกเขายังคงมีคนทำงานข้าราชการในราชสำนัก แม้แต่คนรับใช้ที่เฝ้าบ้านก็ดุร้าย โอกาสที่จะแก้แค้นมีน้อย ข้าคงต้องตายอยู่บนถนนเป็นแน่”

“ข้าสงบสติอารมณ์และคิดทบทวน ตอนนี้มีเพียงวิธีเดียวที่จะแก้ไขความบาดหมางของตระกูลหยางของข้า!”

“เพราะเหตุนี้ ข้าจึงตัดสินใจที่ขัดกับบรรพบุรุษ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะไม่ขอแซ่หยางอีกต่อไป!”

ปัง ปัง ปัง!

สามหัวก้มลงกราบ ควันหนาทึบหน้าหลุมศพบดบังเครื่องบูชา

หยางเกิงซั่ว: “อะไรว่ะ?”

ชีวิตของเจ้าชั่งอนาถ และชีวิตของข้าก็ยิ่งอนาถกว่าเดิม

“ลูกหลานคนเดียวของข้า ก็ต้องการออกจากตระกูลตั้งแต่ต้นเกม?”

เห็นได้ชัดว่าจากมุมสูง เขากำลังแสดงเป็นบรรพบุรุษของสุสานตระกูลหยาง ควันธูปพวยพุ่งออกมาจากคอมพิวเตอร์ และจานติ่มซำก็ปรากฏขึ้นบนโต๊ะ ข้อความ ปรากฏขึ้นทางด้านขวาของหน้าจอ:

[หยางสือ ลูกหลานของคุณ ได้ทำพิธีบูชาบรรพบุรุษประจำปีนี้สำเร็จ]

[ค่าธูป +10]

[คุณได้รับบรรณาการจากสมาชิกตระกูลหยาง: จานติ่มซำ]

[คุณต้องการมอบรางวัลให้กับลูกหลานตระกูลหยาง หรือไม่]

หยางเกิงซั่ว เหลือบมองติ่มซำบนโต๊ะ จากนั้นก็หันกลับมามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ ด้วยดวงตาเบิกกว้าง

“เกิดอะไรขึ้น?”

หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง หยางเกิงซั่ว ก็หยิบติ่มซำขึ้นมาแล้วเอาเข้าปาก “ฮึด!”

“โคตรไม่อร่อย!”

“ของจากเกม มีให้เห็นในชีวิตจริงได้ด้วยเหรอ?”

หยางเกิงซั่ว รู้สึกทึ่งอย่างแท้จริงกับปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา หลังจากตระหนักถึงโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่เขาอาจพบเจอ เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “น่าสนใจนะ”

เมื่อการบูชาบรรพบุรุษของหยางสือ ในเกมเสร็จสิ้นลง เวลาก็หยุดลง ติดอยู่ที่ฉากที่เขากำลังก้มหัว เหมือนกับเทิร์นของเราในเกม Battle Flag ตอนนี้ หยางเกิงซั่ว สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว เขาเลื่อนเมาส์ไปที่ หยางสือ ก่อน แล้วเปิด [การ์ดตัวละคร] ของเขาขึ้นมา

ตอนก่อน

จบบทที่ ผมก็เข้าเกมได้ด้วย

ตอนถัดไป