สถานการณ์อันตราย
ลู่หยู่เฝ้ามองการต่อสู้ของเหยี่ยวเวหากับอสรพิษศิลาทมิฬที่อยู่ตรงหน้าเขา
เหยี่ยวเวหาใช้กรงเล็บคว้าลำตัวของอสรพิษศิลาทมิฬไว้แน่น ขณะที่อสรพิษสะบัดหางฟาดแรงหวังจะบดขยี้อีกฝ่ายให้แหลก
เหยี่ยวเวหากระพือปีกสะบัดร่างของงูขึ้นลง แล้วเหวี่ยงกระแทกพื้นซ้ำ ๆ อย่างไม่ปรานี
อสรพิษศิลาทมิฬเริ่มเสียเปรียบ มันบิดลำตัวอย่างฉับไวหมายจะรัดเหยี่ยวเวหา แต่เหยี่ยวเวหาฉลาดเฉลียว มันสะบัดปีกบินขึ้นฟ้าหลบหลีกได้ทัน
ลู่หยู่ถึงกับอึ้งกับการโจมตีและการโต้กลับที่รุนแรงของทั้งคู่
ถ้าให้เขาต้องสู้กับทั้งสองตัวนี้พร้อมกัน เขาคงตกอยู่ในอันตรายแน่ ทางเดียวคือรอให้ทั้งสองฝ่ายบอบช้ำแล้วค่อยลงมือเก็บเกี่ยวผลประโยชน์
เขาคิดจะถอยออกไปก่อน แต่ก่อนจะออกไป เขาขอตรวจสอบสถานะของบอสทั้งสองเสียก่อน
ลู่หยู่เปิดดวงตาแห่งความจริง
[ เหยี่ยวเวหา ]
[พลังโจมตี: 170]
[ ความเร็ว: 110]
[ พลังชีวิต: 230]
[ มานา: 130]
[ ป้องกัน: 100]
พลังโจมตีของมันสูงมาก แถมการโจมตียังมีเอฟเฟกต์เจาะเกราะ โดนเข้าทีเดียวก็หนักหนาสาหัส
ส่วนเกราะและ พลังชีวิตจัดว่าอยู่ในระดับกลาง หากลู่หยู่ใช้ เจาะเกราะ เจาะสักสามถึงสี่ครั้งก็สามารถสร้างความเสียหายได้มหาศาล
จากนั้นเขาหันไปดูอสรพิษศิลาทมิฬ
[ อสรพิษศิลาทมิฬ ]
[พลังโจมตี: 80]
[ ความเร็ว: 89]
[ พลังชีวิต: 320]
[มานา: 130]
[ ป้องกัน: 180]
เกราะและพลังชีวิตของอสรพิษศิลาทมิฬสูงลิบ โดยเฉพาะเกราะถึง 180 หน่วย
แต่ด้วยทักษะ [ เจาะเกราะ Lv5 ] ที่ลดเกราะได้ครั้งละ 30% เท่ากับ 54 หน่วย หากใช้สี่ครั้งก็สามารถเจาะทะลุเกราะได้
สรุปแล้ว หากต้องเผชิญหน้าพร้อมกัน เหยี่ยวเวหาจะเป็นคนทำดาเมจหลัก ส่วนอสรพิษศิลาทมิฬจะเป็นแทงค์รับการโจมตี
แบบนั้นต่อให้เป็นเขาก็รับมือยาก
เมื่อเมื่อตรวจสอบค่าสถานะของทั้งคู่เสร็จ ลู่หยู่ก็ตัดสินใจค่อย ๆ ถอยกลับ หวังไม่ให้พวกมันสนใจ
แต่แล้วข้อความหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาตรงหน้าเขา
[ เอฟเฟกต์การซ่อนกลิ่นอายสิ้นสุดลง สามารถใช้อีกครั้งในอีก 3 นาที ]
หัวใจลู่หยู่กระตุกทันที “แย่แล้ว คราวนี้คงถูกจับได้แน่”
เขาเงยหน้ามองและเป็นไปตามคาด เหยี่ยวเวหากับอสรพิษศิลาทมิฬ หยุดต่อสู้แล้วหันขวับมาที่เขา
สายตาคมกริบของเหยี่ยวกับแววตาอำมหิตของอสรพิษทำให้เลือดลู่หยู่แทบเย็นเฉียบ
“จบแล้ว ดูท่าคงต้องสู้แล้วสินะ!”
ทันใดนั้น เหยี่ยวเวหากระพือปีกพุ่งลงมา กรงเล็บแหลมหมายจะคว้าตัวเขา
ลู่หยู่รีบกระโดดหลบไปด้านข้าง รอดหวุดหวิด
แต่ทันใดนั้นเอง อสรพิษศิลาทมิฬก็อ้าปากฉกร่างเขา!
ลู่หยู่กระโดดขึ้นไปบนโขดหินใกล้ ๆ เพื่อหลบการงับได้เฉียดฉิว เพียงการโจมตีไม่กี่ครั้ง เหงื่อก็ไหลเต็มหน้าผากของเขาแล้ว อันตรายเหลือเกิน
“ไม่รอดแน่ ต้องหาทางหนีให้ได้!”
แต่ก่อนที่เขาจะขยับ เหยี่ยวเวหาก็โฉบเข้ามาอีกครั้ง
ลู่หยู่จำต้องใช้ [ ดับเบิลจัมพ์ ] เพื่อหลบกลางอากาศอย่างฉิวเฉียด
ส่วนอสรพิษศิลาทมิฬ เขาเพียงเร่งความเร็วก็พอจะหลบได้
ทว่า หลังวนเวียนอยู่สองสามรอบ ลู่หยู่ก็พบว่าตนถูกบังคับให้ถอยจนเกือบถึงหน้าผาแล้ว
เบื้องหลังคือเหวลึกสุดลูกหูลูกตา เขากลืนน้ำลายลงคอ “หรือจะจนมุมจริง ๆ?”
ในจังหวะนั้น อสรพิษศิลาทมิฬเลื้อยเข้ามาอีกครั้ง
ลู่หยู่กัดฟัน เปิดใช้งานทักษะ [ เจาะเกราะ ]!
กรงเล็บของเขาเปล่งแสง ตวัดใส่เกล็ดงูอย่างแรง
ปัง! เพล้ง!
เกล็ดแข็งแตกกระจาย เสียงขู่ของอสรพิษดังสะท้าน
นี่เป็นเพียงการเจาะครั้งแรก เขายังต้องทำอีกหลายครั้งกว่าจะสร้างความเสียหายจริง ๆ ได้
เขาสังเกตเห็นบางเกล็ดแตกไปก่อนแล้ว คงเป็นเพราะการโจมตีของเหยี่ยวเวหาก่อนหน้านี้ แต่ก็ช่วยอะไรไม่มาก
ไม่มีทางเลือกแล้ว ลู่หยู่แหงนหน้าขึ้นมองยอดเขา
ลงเหวก็ไม่ได้ อยู่ที่พื้นก็ไม่ได้ เหลือหนทางเดียวเท่านั้น… ปีนขึ้นไป!
เขากระโดดเกาะหน้าผา ปีนขึ้นไปเรื่อย ๆ
อสรพิษศิลาทมิฬเลื้อยตามมาติด ๆ ขณะที่เหยี่ยวเวหาก็ร่อนหาจังหวะโจมตี
ทันใดนั้น เหยี่ยวเวหาก็โฉบลงมาอีกครั้ง
ลู่หยู่ดีดตัวหลบกลางอากาศ ก่อนจะใช้ [ เจาะเกราะ ] ฟาดใส่กรงเล็บของเหยี่ยวเวหา
เพล้ง!
กรงเล็บของหยี่ยวเวหาแตกเป็นเสี่ย งๆ มันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดสะบัดปีกโจมตีใส่ลู่หยู่
ลู่หยู่หมุนตัวหลบแล้วใช้ [ ดับเบิลจัมพ์ ] ร่อนกลับลงมาที่หน้าผา
เมื่อเหยี่ยวเวหาเห็นว่าตัวเองพลาดเป้า มันก็รีบบินขึ้นกลับไปบนอากาศทันที
แต่ทันทีที่ลู่หยู่แตะพื้น อสรพิษศิลาทมิฬก็งับต้นของเขาเข้าเต็ม ๆ
ฉัวะ!
เลือดพุ่งกระฉูด ความเจ็บปวดแผ่ซ่านทั้งร่าง
การงับของมันแถบจะทำให้เขายืนไม่ไหวจนเกือบตกหน้าผา ดีที่ลู่หยู่คว้ารอยแตกบนหน้าผาไว้ทัน
“จบแล้ว! หนีไม่พ้นแน่!”
ยิ่งไปกว่านั้น เหยี่ยวเวหาก็โฉบลงมาอีกครั้ง คราวนี้เขาแทบไม่มีแรงจะหลบแล้ว เหลือเพียงต้องยอมรับการโจมตีเท่านั้น
ก๊าซซซ!
กรงเล็บของเหยี่ยวเวหาโจมตีโดนที่กลางหลังของเขาจนเลือดไหลทะลัก
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น ลู่หยู่เปิดใช้ [ทักษะเงาตัวแทน]!
ร่างจริงของเขาเหมือนงูลอกคราบ ทิ้งร่างตัวแทนไว้
เหยี่ยวเวหาตะปบใส่ร่างปลอมจนแหลกละเอียด ขณะที่ลู่หยู่ตัวจริงกลายเป็น ล่องหนปีนต่อไป
ตอนนี้สองบอสไม่เห็นเขาอีกแล้ว แต่บาดแผลยังอยู่ เลือดชุ่มร่าง พลังชีวิตใกล้หมด แรงแทบไม่พอจะเกาะหินด้วยซ้ำ
ด้านล่าง อสรพิษศิลาทมิฬกับเหยี่ยวเวหา ยังจ้องกันไม่ลดละกำลังค้นหาดอกหยินหยางที่หายไป
ส่วนลู่หยู่ ตอนนี้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกว่า จนมุมไร้ทางรอด!