การเผชิญหน้ากับหมีสีน้ำตาลโดยบังเอิญ

ซูหลินอยู่ร่วมกับฝูงหมาป่ามาได้สองเดือนแล้ว เขาเริ่มเข้าใจโครงสร้างและลำดับอำนาจของฝูงอย่างคร่าว ๆ


หมาป่าพ่อซึ่งเป็นจ่าฝูง มีอำนาจสูงสุด คำสั่งของมันไม่มีใครกล้าขัดขืน หากซูหลินอยากท้าทาย เขาจะต้องเอาชนะพ่อหมาป่าให้ได้เท่านั้น


ด้วยพลังที่มีในตอนนี้ ซูหลินมีโอกาสไม่น้อยที่จะชนะ แต่เขาไม่คิดทำเช่นนั้น เพราะตำแหน่งจ่าฝูงนั้นไม่ใช่แค่ต้องมีกำลังอย่างเดียว แต่ยังต้องมีศักดิ์ศรีในการควบคุมทั้งฝูงด้วย


หากวันหนึ่งพ่อหมาป่าพ่ายแพ้ต่อเขา มันอาจเสียความน่าเกรงขามจนไม่อาจควบคุมหมาป่าตัวอื่น ๆ ได้อีก


ยิ่งไปกว่านั้น ฝูงหมาป่าปัจจุบัน นอกจากพ่อหมาป่า แม่หมาป่า และแม่ของลูกพี่ลูกน้องแล้ว ที่เหลือล้วนเพิ่งเข้าร่วมไม่นาน ความรู้สึกผูกพันกับฝูงยังไม่มั่นคง


ดังนั้น ซูหลินจึงคิดไว้ว่า ตอนบ่ายเมื่อพ่อหมาป่าหลับ เขาจะออกไปข้างนอกลำพัง


ซูหลินทิ้งตัวลงบนโขดหิน หลับตาพักสายตา ข้างกายมีเสี่ยวฮุย ที่ตอนนี้กลายเป็นลูกน้องตัวติด ล้มตัวลงนอนตามอย่างเงียบเชียบ


ส่วนน้องสาวหมาป่าที่เคยชอบนอนข้างซูหลิน ก็กลับไปซุกอยู่ในอ้อมกอดแม่หมาป่าแทน ดูสบายใจกว่ามาก


เวลาไหลผ่านไปจนถึงบ่าย ตอนนี้พ่อหมาป่ากับหมาป่าตัวอื่น ๆ เริ่มนอนพักเพื่อเก็บแรงกันแล้ว


เห็นดังนั้นซูหลินจึงค่อย ๆ ลุกขึ้น เดินออกจากถ้ำ


ทุกวันนี้ เขาเริ่มปรับตัวกับทุ่งน้ำแข็งขาวโพลนของทวีปอาร์กติกได้แล้ว


ซูหลินตั้งใจจะออกล่าเพียงลำพัง แต่เมื่อหันกลับไป เขาก็เห็นเสี่ยวฮุยตามออกมาด้วย


ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา พลังของเสี่ยวฮุยก็ดีขึ้นไม่น้อย ใกล้จะถึงระดับ 3 แล้ว ซูหลินจึงไม่ห้าม ปล่อยให้มันตามมาด้วย


“อู้ว”


เสียงหอนต่ำดังขึ้น จากนั้นหมาป่าสองตัวก็ออกล่าไปด้วยกัน


วันนี้อากาศขมุกขมัว มองได้ไม่ไกลนัก นี่เองคือเหตุผลที่พ่อหมาป่าล้มเลิกการออกล่าในวันนี้


แต่ซูหลินไม่คิดจะถอย เขายังขาดอีกเพียง 5 แต้มวิวัฒนาการเท่านั้น ก็จะได้เลื่อนระดับแล้ว แรงกระตุ้นนี้ทำให้เขาตั้งหน้าตั้งตาค้นหาเหยื่อ


ไม่นาน ทั้งสองก็พบโพรงกระต่ายอาร์กติกกลุ่มหนึ่งที่กำลังหากินอยู่กระต่ายอาร์กติกพวกนี้อาศัยกินมอส รากไม้ และพืชเป็นหลัก


ด้วยความเร็วปัจจุบัน ซูหลินจะล่ามันก็ได้ไม่ยาก แต่เขาไม่ได้ขยับ เพราะแต้มวิวัฒนาการที่ได้จากมันน้อยเกินไป จะเสียแรงเปล่า หากไม่หิวโหยจริง ๆ เขาไม่อยากเสียเวลา


ส่วนเสี่ยวฮุยกลับส่งเสียงหอนเบา ๆ ขออนุญาตล่า ดังนั้นซูหลินจึงเห่าตอบรับเล็กน้อยเพื่ออนุญาต


เจ้าหมาป่าน้อยดีใจสุดขีด รีบพุ่งใส่กระต่ายพวกนั้นอย่างไม่คิดชีวิต แต่ด้วยความไม่มีใครสอนทักษะล่า มันจึงทำได้เพียงโจมตีมั่วๆไปตีตรง ๆ


กระต่ายอาร์กติกขึ้นชื่อเรื่องความไวและการฟังที่ดี มันรู้ตัวตั้งแต่เสี่ยวฮุยยังไม่ทันถึงตัว รีบแตกฝูงหนีไปคนละทิศทาง ทำเอาเสี่ยวฮุยถึงกับพุ่งวืด


“โฮ่ว!”


เสี่ยวฮุยร้องออกมาด้วยความขัดใจ


ซูหลินเพียงส่ายหัว ก่อนจะเดินเข้ามา


เพี๊ยะ!


ฝ่ามือหมาป่าของเขาตบหัวเสี่ยวฮุยเบา ๆ จนศีรษะมันส่ายไปมา


นี่คือการลงโทษเมื่อการล่าล้มเหลว


จากนั้น ซูหลินจึงสอนมัน เขาสอนวิธีหมอบคลานเงียบ ๆ และการซ่อนตัวในพุ่มไม้


เสี่ยวฮุยตั้งใจเรียนสุด ๆ มันลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฝึกตามที่เขาสอนอย่างตั้งใจ ส่วนซูหลินเองก็สอนมันไปพลางล่าไปพลาง


แต่ไม่ว่าจะตามหาไปไกลไปเพียงใด เขาก็ยังไม่เจอเหยื่อที่คุ้มค่าสักที


กระทั่ง...


ทันใดนั้นสัญชาตญาณนักล่าของซูหลินก็ทำงาน ทำให้ขนทั้งตัวของเขาชี้ตั้งทันที!


ฟึ่บ!


ซูหลินใช้กรงเล็บกดเสี่ยวฮุยให้นิ่งในพุ่มไม้ ส่วนตัวเขาก็ซ่อนพรางตัวตามไปด้วย


ดวงตาสีฟ้าอ่อนจับจ้องไปข้างหน้า


ไม่กี่วินาทีต่อมา ร่างใหญ่สูงกว่า 2 เมตรของหมีสีน้ำตาล(กริซลี) ก็ก้าวออกมาจากพงไม้


มันคล้ายกำลังหาอาหาร ก้มหน้าขุดพุ่มไม้ กินผลเบอร์รี่และยอดอ่อนอย่างไม่รีบร้อน


หมีสีน้ำตาลจัดเป็นสัตว์ที่กินอาหารไม่เลือก มันกินได้ทั้งรากไม้ ผลไม้ หญ้า ธัญพืช แมลง ปลา เนื้อสัตว์ รวมถึงซากศพ


และแน่นอน หมาป่าก็อยู่ในเมนูของมันเช่นกัน


ซูหลินจ้องมองไปที่เจ้าหมีตัวโตแล้วแผงข้อมูล ก็ปรากฏขึ้นว่า


【เผ่าพันธุ์】: หมีสีน้ำตาล (เพศผู้)


【ระดับ】: 11


【พลังชีวิต】: 1859


【ความอดทน】: 125


【พลังการโจมตี】: 113


【พลังป้องกัน】: 119


【ความเร็ว】: 43


คุณสมบัตินี้ช่างน่าสะพรึงกลัว!


ซูหลินมั่นใจว่าเขาวิ่งหนีได้แน่ แต่เสี่ยวฮุยคงไม่มีทางรอดแน่


ถึงหมีจะตัวใหญ่และเคลื่อนไหวช้า แต่มันก็ไล่จับลูกหมาป่าอายุไม่ถึงครึ่งปีได้ไม่ยาก


ดังนั้นเขาจึงกดมันไว้แน่น ห้ามไม่ให้มันขยับแม้แต่น้อย หากถูกเจอตอนนี้ ต่อให้เขาอยากช่วย ก็คงทำอะไรไม่ได้


โชคดีทีเจ้าหมีสีน้ำตาลไม่สังเกตเห็นพวกเขาเลย เพราะมันมัวแต่กินผลไม้กับใบอ่อน


ไม่นานพอกินเสร็จ มันก็เดินจากไปอย่างเชื่องช้า


พอมันออกไปไกลพอสมควรแล้ว ซูหลินจึงค่อยปล่อยเสี่ยวฮุยเป็นอิสระ เจ้าหมาน้อยทำตัวว่านอนสอนง่าย ไม่ร้องแม้แต่นิด


เมื่อถูกปล่อยก็ยังเลียอุ้งเท้าซูหลินด้วยความซาบซึ้ง


เพี๊ยะ!


ซูหลินฟาดหัวมันอีกครั้ง เขาไม่ชอบการเลียแสดงความรักแบบนี้เลย


อย่างไรก็ตาม การเผชิญหน้าหมีสีน้ำตาลครั้งนี้ ยิ่งทำให้ความคิดอยากวิวัฒนาการของเขาแรงกล้ายิ่งขึ้น


สักวันหนึ่ง เขาจะต้องกลายเป็นนักล่าที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปอาร์กติกไม่ว่าจะเป็นหมีสีน้ำตาล หรือหมีขั้วโลก ก็จะต้องถูกเขาล่าเป็นเหยื่อ!


“อู้ว!”


เสียงหอนต่ำดังขึ้นอีกครั้ง จากนั้นซูหลินก็พาเสี่ยวฮุยออกหาเหยื่อต่อ


แม้พื้นดินขาวโพลนแห่งนี้จะขาดแคลนอาหาร แต่หากตั้งใจหาดี ๆ ย่อมมีสิ่งน่าสนใจให้ค้นพบ


ระหว่างทาง พวกเขาก็พบเข้ากับฝูงกวางมูสตัวใหญ่ โดยเฉพาะเพศผู้สองตัวที่เขาเห็น พวกมันเขายาวคมกริบ พลังสูงกว่ากวางมูสเพศเมียที่เขาเคยกินไปก่อนหน้านี้ถึงสองระดับ ดังนั้นซูหลินจึงเลือกเพียงแค่มอง แล้วปล่อยผ่านไป


ไม่เพียงเท่านี้ เขายังเจอสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกหลายตัว แต่พวกมันมีความระวังตัวสูงมาก จนไม่มีช่องให้โจมตี


ความพยายามก็ไม่เคยทรยศผู้ใด


หลังจากนั้นไม่นาน ในที่สุดซูหลินกับเสี่ยวฮุยก็เจอวัวมัสค์เพศเมียตัวหนึ่งที่พลัดหลงจากฝูง


มันยังไม่โตเต็มวัย ลำตัวยาวเพียงเมตรครึ่ง มีขนสีน้ำตาลยาวปกคลุมทั้งร่าง เขายาวโค้งออกสองข้าง ตาสีม่วงอมฟ้าสวยงาม


เพียงแค่มอง แผงข้อมูลของมันก็ปรากฏขึ้น


【เผ่าพันธุ์】: วัวมัสค์ (เพศเมีย)


【ระดับ】: 6


【พลังชีวิต】: 1058


【ความอดทน】: 78


【พลังการโจมตี】: 53


【พลังป้องกัน】: 51


【ความเร็ว】: 39


“ระดับ 6...”


ซูหลินเพ่งมอง ดวงตาส่องประกายคมกริบ ริมฝีปากเขาเผยเขี้ยวแหลมลมหายใจหนัก ๆ ดังขึ้น


“เสี่ยงดูสักครั้ง!”


เขาพึมพำในใจ แววตาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมของนักล่าที่แท้จริง...


---------------

ตอนก่อน

จบบทที่ การเผชิญหน้ากับหมีสีน้ำตาลโดยบังเอิญ

ตอนถัดไป