ปลุกระบบ

บทที่ 1 ปลุกระบบ

โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่ง เมืองผิงไห่

ณ หน้าประตูโรงเรียนในช่วงเวลาเลิกเรียนพอดี

กลุ่มเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดสิบแปดปีเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ออกมา พลางพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ

“อีกเดือนเดียวก็จะสอบ ‘เกาเข่า’ แล้ว พวกนายคิดไว้รึยังว่าจะเข้าสถาบันไหน”

“แถวนี้ก็มีอยู่สถาบันเดียวไม่ใช่เหรอ จะให้เลือกอะไรได้อีกล่ะ”

“เฮ้ๆ เขาอาจจะอยากสมัครเข้า ‘สถาบันผู้ใช้อสูรแห่งเมืองหนิงเจียง’ ก็ได้นะ”

“ฝันไปเถอะน่า ขนาดใบรับรองคุณสมบัติผู้ใช้อสูรฝึกหัดยังไม่มีเลย จะไปสมัครได้ยังไง”

“เชอะ! ว่าแต่ฉัน พวกนายก็เหมือนกันนั่นแหละ!”

“หลินเจ๋อ แล้วนายล่ะ”

เด็กหนุ่มที่ถูกถามพลันได้สติกลับคืนมา เขาเพียงส่ายหน้าเบาๆ

“ฉันยังไม่ได้คิดเลย”

เพื่อนนักเรียนอีกสองสามคนได้ยินดังนั้นก็เพียงยิ้มแห้งๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ พวกเขาทุกคนต่างรู้สถานการณ์ของกันและกันดี

ในกลุ่มนี้ล้วนเป็นนักเรียนที่ไม่มีพรสวรรค์โดดเด่น การจะเข้าเรียนในสถาบันผู้ใช้อสูรจึงแทบเป็นไปไม่ได้ หากไม่มีปาฏิหาริย์อะไรเกิดขึ้น อนาคตของพวกเขาก็คงเป็นการเรียนต่อในมหาวิทยาลัยทั่วไป จบมาเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ ใช้ชีวิตเหมือนคนส่วนใหญ่

อย่างที่เขาว่าไว้ คนที่มีสถานะคล้ายกันมักจับกลุ่มอยู่ด้วยกัน

เมื่อถึงทางแยก ทุกคนก็โบกมือลาและแยกย้ายกันไป

หลังจากโบกมืออำลาเพื่อนๆ หลินเจ๋อก็หันหลังกลับ บนใบหน้าอดฉายแววขมขื่นออกมาไม่ได้

เขาทะลุมิติมายังโลกนี้ได้ครึ่งเดือนแล้ว แต่จนบัดนี้ก็ยังปรับตัวไม่ได้เสียที

ตอนนั้นเขาแค่เผลอหลับไปวูบเดียว ตื่นขึ้นมากลับพบว่าวิญญาณของตนได้เข้ามาอยู่ในร่างของนักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งในโลกที่ไม่คุ้นเคยเสียแล้ว

แถมยังต้องมาเผชิญหน้ากับการสอบ ‘เกาเข่า’ ที่กำลังจะมาถึงอีก

เรื่องราวที่พบเจอมันช่างเหลือเชื่อเกินไป

ในตอนแรกหลินเจ๋ออดสงสัยไม่ได้ว่าตนเองกำลังฝันไป น่าเสียดายที่ความจริงก็ตอกย้ำว่านี่ไม่ใช่แค่ความฝัน

เขาทะลุมิติมาจริงๆ

“อ่านนิยายแนวนี้มาก็เยอะ ไม่นึกเลยว่าจะเจอเข้ากับตัวเองบ้าง”

หลินเจ๋อถอนหายใจเบาๆ แล้วมุ่งหน้ากลับบ้าน

เขาไม่ใช่คนที่จะมานั่งจมปลักกับโชคชะตา ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว การจะมานั่งคิดว่า ‘ทำไม’ ก็ไม่มีประโยชน์

มีแต่ต้องยอมรับความจริง และบังคับตัวเองให้ปรับตัวเข้ากับตัวตนใหม่และโลกใบใหม่นี้

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา หลินเจ๋อได้ซึมซับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมจนเกือบหมดสิ้น ทำให้เขาพอจะเข้าใจโลกใบนี้ได้คร่าวๆ

นี่คือโลกที่มีพลังเหนือธรรมชาติอยู่จริง

หลายร้อยปีก่อน ย้อนกลับไปใน "ยุคแห่งมหาภัยพิบัติ" สัตว์อสูรนับไม่ถ้วนได้ปรากฏตัวขึ้นจากรอยแยกต่างมิติ พวกมันไล่ล่าสังหารมนุษย์อย่างโหดเหี้ยมและทำลายล้างทุกสิ่ง

ท่ามกลางวิกฤตการณ์นั้น มนุษยชาติได้ลุกขึ้นต่อสู้และค่อยๆ ค้นพบวิธีทำพันธสัญญากับเหล่าอสูรเพื่อควบคุมพวกมันมาเป็นพลังในการต่อสู้

อาชีพ "ผู้ใช้อสูร" จึงได้ถือกำเนิดขึ้น

หลังจากนั้น ผู้ใช้อสูรที่แข็งแกร่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมากมาย ทำให้มนุษย์สามารถต้านทานการรุกรานและพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบในที่สุด

จนกระทั่งปัจจุบัน มนุษยชาติได้สร้างอารยธรรมของผู้ใช้อสูรที่รุ่งเรืองขึ้นมา และได้ครอบครองพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของดาวเคราะห์ดวงนี้ไว้

ด้วยเหตุนี้เอง ในยุคแห่งอสูรนี้ ‘ผู้ใช้อสูร’ จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของสถานะและชนชั้น การได้เป็นผู้ใช้อสูรก็หมายถึงการได้ก้าวเข้าสู่ชนชั้นสูงของสังคม

วัยรุ่นเกือบทุกคนจึงใฝ่ฝันที่จะไปให้ถึงจุดนั้น

หลินเจ๋อก็เช่นกัน

นอกจากการได้ครอบครองพลังเหนือธรรมชาติซึ่งเป็นสิ่งที่เขาโหยหามาตลอดในชาติก่อนแล้ว

การเป็นผู้ใช้อสูรยังเป็นหนทางที่รวดเร็วที่สุดที่จะทำให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นในโลกใบนี้ได้

เพราะผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะกุมชะตาชีวิตของตนเองได้ หลักการนี้เป็นจริงเสมอ ไม่ว่าจะในโลกไหนก็ตาม

"น่าเสียดาย...ที่เป้าหมายนี้ดูจะไกลเกินเอื้อม"

หลินเจ๋อรู้สึกขมขื่นในใจ

ในโลกนี้ วัยรุ่นทุกคนที่อายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์สามารถทำพันธสัญญากับอสูรรับใช้ตัวแรกของตนเองได้ ซึ่งความแข็งแกร่งของอสูรรับใช้เริ่มต้นนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักสองประการ

หนึ่งคือ พลังจิตวิญญาณ ยิ่งพลังจิตแข็งแกร่งเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถทำพันธสัญญากับอสูรรับใช้ระดับสูงและมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้นเท่านั้น

สองคือ ฐานะทางการเงิน อสูรรับใช้มีราคาสูงลิบลิ่ว แม้แต่อสูรรับใช้ระดับหนึ่งที่อ่อนแอที่สุดก็ยังมีราคาเป็นหลักหมื่น

ส่วนตัวที่มีศักยภาพหน่อยราคาก็พุ่งไปถึงหลายแสนเหรียญ ซึ่งเป็นภาระที่ครอบครัวธรรมดาทั่วไปยากจะแบกรับไหว คนส่วนใหญ่จึงจำใจเลือกอสูรรับใช้ที่อ่อนแอและราคาถูก

และโชคร้ายจริงๆ ที่เจ้าของร่างเดิมไม่มีข้อได้เปรียบทั้งสองด้านเลย

พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุไปเมื่อสามปีก่อน แม้จะทิ้งมรดกไว้ให้ก้อนหนึ่ง แต่เมื่อหักลบค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว เงินที่เหลืออยู่ก็พอจะซื้อได้แค่อสูรรับใช้ที่ราคาถูกที่สุดเท่านั้น

ส่วนพลังจิตวิญญาณของเขานั้นก็ยิ่งน่าสมเพช ผลการทดสอบออกมาแค่ 0.8 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของนักเรียนทั่วไปซึ่งอยู่ที่ 0.9 เสียอีก

เรียกได้ว่า เขาแทบไม่มีคุณสมบัติของผู้ใช้อสูรเลย แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าของร่างเดิมก็ยังไม่ยอมแพ้และยืนกรานที่จะทำพันธสัญญากับอสูรรับใช้ให้ได้ สุดท้ายจึงต้องยอมทำสัญญากับ ‘เจ้าก้อนหิมะน้อย’

หลินเจ๋อเรียกอสูรรับใช้ของตนออกมา

แสงสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ จากนั้นก้อนหิมะสีขาวบริสุทธิ์ขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า มันลอยนิ่งอยู่เหนือพื้นประมาณหนึ่งเมตร ดวงตาสีฟ้าใสราวน้ำในทะเลสาบคู่นั้นเบิกกว้างจ้องมองมาที่เขา

รูปลักษณ์ภายนอกของมันน่ารักน่าเอ็นดูอย่างยิ่ง มีพลังทำลายล้างสูงต่อใจของมนุษย์ โดยเฉพาะกับเพศหญิง

ทว่าสำหรับอสูรรับใช้ รูปลักษณ์ก็เป็นได้แค่ของตกแต่ง สิ่งสำคัญที่แท้จริงคือพลังต่อสู้และศักยภาพในการเติบโต

และตามมาตรฐานของสมาคมผู้ใช้อสูร เจ้าก้อนหิมะจัดอยู่ในระดับ F ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุด มันไม่มีร่างวิวัฒนาการ ต่อให้เลี้ยงดูจนโตเต็มที่ ระดับสูงสุดก็จะหยุดอยู่แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น

แถมสกิลที่ปลุกขึ้นมาได้ก็มีเพียง ‘พ่นลมเย็น’ สกิลเดียว...ซึ่งอานุภาพของมันก็เทียบเท่ากับลมเย็นที่พุ่งออกมาปะทะหน้าตอนเปิดตู้เย็น

พูดตามตรง หากจะเรียกว่าสกิล ก็เหมือนกับการดูถูกคำว่า ‘สกิล’ ด้วยซ้ำไป

ไม่ว่าจะด้านพลังต่อสู้หรือศักยภาพในการเติบโต เจ้าก้อนหิมะก็จัดอยู่ในระดับล่างสุดอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยเหตุนี้มันจึงถูกเรียกว่าเป็น "อสูรรับใช้สำหรับตั้งโชว์"

“เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งเดือนก็จะถึงวันสอบ การจะพึ่งพาอสูรรับใช้แบบนี้เพื่อสอบเข้าสถาบันผู้ใช้อสูร มันก็แค่ความฝันลมๆ แล้งๆ”

หลินเจ๋อขมวดคิ้วอย่างกลัดกลุ้ม ทะลุมิติมาทั้งที แต่กลับต้องมาเจอการเริ่มต้นที่ยากระดับนรกแบบนี้

นี่มันจงใจแกล้งกันชัดๆ หรือว่าชีวิตนี้เขาจะต้องเป็นแค่คนธรรมดาไปตลอดกาล?

เขาไม่ยอมหรอกนะ!

ทันใดนั้นเอง เสียงจักรกลที่ไร้อารมณ์ก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเขา

[ตรวจพบการชาร์จพลังงานเสร็จสมบูรณ์ กำลังเปิดใช้งานระบบ...]

[กำลังเชื่อมต่อ...]

[เชื่อมต่อสำเร็จ ระบบความสำเร็จเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ]

หลินเจ๋อตัวแข็งทื่อ ก่อนที่ความตื่นเต้นยินดีจะถาโถมเข้ามาในใจ

“นี่มัน... ‘นิ้วทอง’ งั้นเหรอ!?”

หัวใจของเขาเต้นระรัว ที่แท้ระบบก็มีอยู่แล้วแต่กำลังชาร์จพลังงานอยู่นี่เอง! ในที่สุดเขาก็มีตัวช่วยแล้ว!

หลินเจ๋อสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามกดความดีใจที่พลุ่งพล่านเอาไว้ ทันใดนั้นหน้าจอแสงกึ่งโปร่งใสก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

【หลินเจ๋อ】

สถานะ: ร่างกาย 1.0 / จิตวิญญาณ 0.8

ระดับ: ไม่มี

พลังวิญญาณ: 80/80

ทักษะวิญญาณ: ไม่มี

อสูรรับใช้: ก้อนหิมะ

แต้มความสำเร็จ: 0

หมายเหตุ: ค่าสถานะเฉลี่ยของชายวัยผู้ใหญ่ปกติคือ ร่างกาย 1 และ จิตวิญญาณ 1





ตอนก่อน

จบบทที่ ปลุกระบบ

ตอนถัดไป