บทที่ 6 มีเงินแล้ว ก็ต้องนัดตรวจสุขภาพก่อน

บทที่ 6 มีเงินแล้ว ก็ต้องนัดตรวจสุขภาพก่อน
เก้าโมงเช้า
ซูอวิ๋นโจววางสายโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกโล่งอก
คนที่สนับสนุนเขาได้อย่างไม่มีเงื่อนไขเห็นจะมีแต่พ่อกับแม่จริงๆ
เขาเล่าเรื่องที่เลิกกับแฟนให้ฟัง
คุณแม่ที่ปกติจะขี้บ่นอยู่เสมอ กลับไม่ได้มีท่าทีโมโหอย่างที่คิดไว้
แต่กลับพูดอย่างจริงจังว่า
“ลูกเอ๊ย เมื่อก่อนแม่ไม่อยากพูด เพราะเธอเป็นคนที่ลูกเลือก แต่ตอนนี้พวกลูกเลิกกันแล้ว”
“แม่ว่าลูกทำถูกแล้ว เด็กคนนั้นเอาแต่ใจตัวเองเกินไป ชอบตะคอกใส่ลูกอยู่เรื่อย แม่กับพ่อเห็นเข้าหลายครั้งก็รู้สึกไม่ดีในใจมานานแล้ว”
“แล้วลูกก็รู้ว่าเธอก็ไม่ค่อยอยากจะสุงสิงกับพ่อแม่เท่าไหร่”
จนกระทั่งแม่พูดประโยคนี้ออกมา
ซูอวิ๋นโจวถึงได้ตระหนักว่าพ่อแม่ต้องทนทุกข์กับเรื่องที่ไม่ควรจะต้องทนเพื่อเขาจริงๆ
แน่นอนว่าเรื่องลาออก
ซูอวิ๋นโจวไม่ได้บอก ในสายตาของพ่อแม่ที่หัวโบราณ การทำงานอย่างตั้งใจเท่านั้นคือหนทางที่จะทำให้ชีวิตมั่นคง
และในสถานการณ์ของเขาตอนนี้
การทำงานก็เพื่อหาเงิน
แล้วทำไมเขาต้องทิ้งงานสบายๆ ไปทำเรื่องอื่นให้เสียเวลาด้วยล่ะ?
ตอนแรกเขาคิดจะโอนเงินกลับไปให้ที่บ้าน แต่คิดไปคิดมาก็ล้มเลิกความคิดนี้
เพราะการอธิบายมันยุ่งยากเกินไป
อีกอย่าง พ่อแม่ก็ยังลำบากเก็บเงินเพื่อจะดาวน์บ้านให้เขา
ไว้รอซื้อบ้านได้แล้วค่อยบอกพวกท่านดีกว่า
หลังจากนั้น ซูอวิ๋นโจวก็บอกพ่อแม่ว่ามีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งทำงานล่วงเวลาแล้วกินแต่อาหารนอกบ้านทุกวัน พอไปตรวจสุขภาพครั้งล่าสุดก็พบว่าร่างกายมีปัญหา เขาเลยแนะนำให้พ่อแม่ไปตรวจสุขภาพด้วย
ถึงแม้พ่อแม่จะรับปาก แต่จากที่ซูอวิ๋นโจวรู้จักพวกท่านดี เขารู้ว่าพวกท่านอาจจะไม่ไปจริงๆ ก็ได้ ดังนั้นหลังจากวางสาย เขาก็ไปรบกวนเพื่อนสมัยมัธยมปลายคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาล ให้ช่วยจองแพ็กเกจตรวจสุขภาพให้สองชุด
พอได้ยินว่าจ่ายเงินไปแล้ว พ่อแม่ถึงได้ยอมตกลงจริงๆ ว่าอีกสองวันจะไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล
ซูอวิ๋นโจวถึงได้วางใจลง
ตอนนี้เขามีเงินแล้ว
เขาไม่อยากให้เกิดเรื่องเศร้า ‘เมื่อลูกอยากเลี้ยงดู แต่พ่อแม่ไม่อยู่รอแล้ว’
หลังจากนั้น
เขาก็ลงไปกินเสี่ยวหลงเปาที่ชั้นล่าง แล้วเรียกรถยนต์หรูไปยังโรงพยาบาลประจำมณฑล
แน่นอนว่า
ไม่ว่าจะเมื่อไหร่
โรงพยาบาลก็มีคนเยอะเสมอ
ซูอวิ๋นโจวสอบถามจากเจ้าหน้าที่นำทาง แล้วไปที่ศูนย์ตรวจสุขภาพ เพื่อจองแพ็กเกจตรวจสุขภาพทั้งหมด 86 รายการ
หลังจากจ่ายเงินไป 21,800 หยวน
พยาบาลสาวก็ดูจะกระตือรือร้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอเน้นย้ำข้อควรระวังในการมาตรวจวันจันทร์หน้าหลายต่อหลายครั้ง
แถมยังแอบบอกใบ้ให้ซูอวิ๋นโจวหนุ่มหล่อว่าถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็ติดต่อเธอได้
ซูอวิ๋นโจวพยักหน้าอย่างสุภาพ สุดท้ายก็เลือกที่จะแอดวีแชทสำหรับเรื่องงานไป
เขาไม่มีแรงและไม่อยากจะเสียเวลากับเด็กสาวพวกนี้จริงๆ
เมื่อเดินออกจากโรงพยาบาล
ก็เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว
จู่ๆ เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี
เปิดเสี่ยวหลานซู
ส่งข้อความไปหาหยางหลิวอี้อี้
[จองคิวตรวจสุขภาพสำเร็จแล้ว! แถวนี้มีร้านอร่อยแนะนำบ้างไหมครับ?]
ไม่กี่นาทีต่อมา
โทรศัพท์ก็สั่นสองครั้ง
[แถวนี้มีร้านหม้อไฟร้านนึงอร่อยนะ]
[คุณแกล้งผมใช่ไหมเนี่ย! ผมจะไปกินหม้อไฟคนเดียวได้ยังไง]
[นั่นแสดงว่าจิตใจคุณยังไม่แข็งแกร่งพอ]
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ซูอวิ๋นโจวก็พิมพ์ข้อความ
[บ่ายนี้ผมว่าจะไปดูรถ มีรุ่นไหนแนะนำบ้างไหมครับ สำหรับคนธรรมดาๆ ที่หล่อแต่ไม่ค่อยมีเงินอย่างผม]
เมื่อเห็นข้อความนี้
หลิวอี้อี้ที่กำลังดื่มน้ำผลไม้อยู่ถึงกับสำลัก เธอไอติดต่อกันหลายครั้งแล้วทุบหน้าอกตัวเองเบาๆ ถึงจะดีขึ้น
“ปกติไม่เห็นว่าเขาจะ...”
ทันใดนั้น
เธอก็เปลี่ยนความคิด
ถือโอกาสนี้ทดสอบเขาไปเลยก็แล้วกัน
แถมยังได้ช่วยเพื่อนสนิทที่ต้องทำงานล่วงเวลาเพราะทำยอดพาลูกค้าเข้าชมไม่ได้ด้วย
[ถ้าบ่ายนี้เธอจะไปดูรถ ช่วยฉันเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หน่อยได้ไหม?]
[หืม? ได้สิครับ แต่เรื่องผิดกฎหมายผมไม่ทำนะ]
[(-_-) รอแป๊บ!]
เมื่อเห็นอีกฝ่ายตอบตกลง
หลิวอี้อี้ก็โทรศัพท์หาเพื่อนสนิทที่เบี้ยวนัดเธอ
“ฮัลโหล! อี้อี้ มีอะไรเหรอ?”
“อยากให้ฉันแนะนำลูกค้าที่มีแววให้ไหม?”
“เชื่อถือได้แค่ไหนล่ะ!”
“เชื่อถือได้มากกว่าเธอที่ไม่ชอบรักษาสัญญาแล้วกัน!”
“โธ่! ฉันก็ไม่อยากจะเบี้ยวหรอก! แต่เดือนนี้ทำยอดไม่ได้เลย ชีวิตฉันมันเศร้ารีบเล่ามาเลยว่าลูกค้าเป็นยังไง ถ้าปิดดีลได้นะ ฉันจะเลี้ยงข้าวเธอมื้อใหญ่ พาไปเที่ยวให้ฉ่ำเลย”
หลังจากวางสาย
หลิวอี้อี้ก็ส่งข้อความไป
[นี่เบอร์เพื่อนสนิทฉัน 158xxxxxx เธอเป็นผู้จัดการฝ่ายขายของปอร์เช่]
[ไหนๆ เธอก็จะไปดูรถแล้ว ก็แวะไปช่วยให้เธอทำยอดพาลูกค้าเข้าชมสักหน่อยแล้วกันนะ]
ปอร์เช่?
สามคำนี้มีพลังดึงดูดที่มองไม่เห็น
ในหัวของเขาก็ปรากฏภาพขึ้นมาทันที
รถสปอร์ตสีแดงคลาสสิกที่รูปทรงโฉบเฉี่ยว
ดึงดูดทุกสายตา
รถคันนี้คือความฝันของหนุ่มสาวมากมาย
ถึงแม้จะไม่รู้ว่ามันคือรุ่น 718 หรือ 911 ก็ไม่เป็นไร
ในกระเป๋าของซูอวิ๋นโจวยังมีเงินเหลืออยู่หกแสนกว่าหยวน การไปดูรถหรูราคาเป็นล้านจึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว
วันนี้ไปดูลาดเลาก่อน
รอให้หลิวอี้อี้ช่วยเก็บเงินให้ครบ แล้วค่อยซื้อรถหรูราคาประมาณล้านหยวนกลับบ้านเกิดไปอวด
ช่างเป็นเรื่องที่น่าเบิกบานใจเสียนี่กระไร
เขาใส่เบอร์แล้วโทรออกไป
เสียงที่ไพเราะดังออกมาจากปลายสาย
ทั้งสองคุยกันสองสามประโยค
หลังจากแอดวีแชทแล้ว
ผู้หญิงที่ชื่อหลี่เหยียนก็ส่งตำแหน่งที่ตั้งและข้อความยืนยันการนัดหมายมาให้ทันที
ระหว่างทางที่นั่งรถไป
ซูอวิ๋นโจวก็เปิดดูโมเมนต์ของเธอเล่นแก้เบื่อ
ต้องยอมรับเลยว่าคุณสมบัติของพนักงานขายหญิงของปอร์เช่นั้นสมคำร่ำลือจริงๆ
ทั้งหน้าตาและรูปร่างจัดว่าเด็ด ไม่รู้ว่าตัวจริงจะเป็นอย่างไร
***
ศูนย์ปอร์เช่ทางตอนใต้ของเมือง
ห้องทำงานฝ่ายขาย
หลี่เหยียนเห็นข้อความยืนยันการนัดหมายของอีกฝ่าย ก็เริ่มเตรียมตัวทันที
เพื่อนสนิทบอกว่าบ้านของเขาถูกเวนคืนที่ดิน
คนหนุ่มสาวที่จู่ๆ ก็รวยขึ้นมาแบบนี้ มักจะใช้จ่ายเงินตามอารมณ์ ดังนั้นเธอจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด
เธอดูรถรุ่นที่น่าสนใจไว้ล่วงหน้าในไอแพด และเลือกอุปกรณ์เสริมบางอย่างที่วัยรุ่นน่าจะชอบ
เช่น ที่เท้าแขนอันเลื่องชื่อที่ใครเห็นก็ต้องร้องว้าว
และล้อรถที่ดูล้ำสมัย
ขณะที่เธอกำลังตั้งใจทำงาน ก็มีเพื่อนร่วมงานหญิงอีกคนสังเกตเห็น
เพื่อนร่วมงานสาวสวยคนนี้ชื่อหลิวหรู
เธอไม่เพียงแต่มีใบหน้าที่งดงาม แต่ยังมีรูปร่างที่ร้อนแรงอีกด้วย
ทว่า สิ่งที่ดึงดูดใจที่สุดของหลิวหรูกลับไม่ใช่ใบหน้าสวยๆ ที่มีลักยิ้ม แต่เป็นดวงตาคู่โตที่ดูน่าสงสารและน่าเอ็นดู
เมื่อครึ่งปีก่อนตอนที่เธอเพิ่งเข้ามาทำงานที่ศูนย์ปอร์เช่ เธอก็ทำตัวเหมือนลูกแกะไร้เดียงสา
ความอ่อนแอที่เธอจงใจสร้างขึ้นนี้ ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณการปกป้องของเพื่อนร่วมงานชาย
ด้วยความช่วยเหลืออย่างกระตือรือร้น เธอเติบโตอย่างรวดเร็ว ในเวลาเพียงเดือนเดียวก็เรียนรู้ทักษะและเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ได้มากมาย
อดีตแชมป์ยอดขาย เพื่อที่จะจีบเธอ เขาก็ทุ่มเทสอนทุกอย่างให้ เพื่อช่วยให้เธอปิดการขายได้ เขายังยอมยกลูกค้าให้เธอถึงสองคน
ทุกคนต่างคิดว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกันแล้ว
แต่ใครจะรู้ว่าผู้หญิงสวยที่ดูเหมือนลูกแกะคนนี้ แท้จริงแล้วคือยัยชาเขียวตัวแม่
เดือนนั้นลูกค้าที่มีแนวโน้มจะซื้อสองคนก็ตัดสินใจสั่งซื้อรถ
ในขณะที่ทุกคนกำลังประหลาดใจ
แชมป์ยอดขายคนนั้นกลับตัดสินใจลาออกอย่างกะทันหัน
ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่ว
บางคนบอกว่ายอดขายสองรายการใหญ่ของหลิวหรูมาจากการ ‘นอน’ กับลูกค้า
บางคนบอกว่าแชมป์ยอดขายไม่เพียงแต่ไม่ได้อะไรจากผู้หญิงคนนั้นเลย แต่ลูกค้าในมือทั้งหมดของเขายังถูกแย่งไปอีกด้วย
ยังมีคนบอกว่าแชมป์ยอดขายลาออกก็เพราะผู้หญิงคนนั้นมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับผู้จัดการร้านด้วย
แต่สุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์ก็คือผู้หญิงคนนี้ยังคงทำงานอยู่ที่นี่
และหลังจากที่เธอถอดหน้ากากออก เธอก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อแย่งลูกค้า
หลายเดือนต่อมา เธอก็แย่งลูกค้าไปได้หลายราย
พฤติกรรมเหล่านี้ย่อมทำให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ไม่พอใจ
แต่ใครจะรู้ว่าเพื่อนร่วมงานสองสามคนที่ไปร้องเรียน กลับถูกหัวหน้าด่ากลับมาอย่างสาดเสียเทเสีย
“ทำงานขายก็ต้องมีวัฒนธรรมหมาป่า ถูกแย่งลูกค้าไปก็ควรจะสำรวจตัวเอง ไม่ใช่มาฟ้องร้องเหมือนคนอ่อนแอแบบนี้”
การที่หัวหน้าปกป้องหลิวหรูขนาดนี้ จะมีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือไม่ ก็เป็นที่รู้กันดี
พนักงานขายรุ่นเก่าสองสามคนเดินออกมาอย่างหมดสภาพ ตั้งแต่นั้นมาทุกคนก็รู้กันโดยไม่ต้องพูด และเริ่มตีตัวออกห่างจากยัยชาเขียวตัวแม่คนนี้
แต่หลิวหรูกลับทำเหมือนไม่สนใจอะไร
เธอใช้ชีวิตคนเดียว
และมันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการขายของเธอ
ไม่นานนัก
หลี่เหยียนก็เดินออกไปอย่างร่าเริง
ดูเหมือนว่าลูกค้าจะมาถึงแล้ว
หลิวหรูไม่ได้แสดงท่าทีผิดปกติอะไร เพราะลูกค้าของปอร์เช่แต่ละรายกว่าจะตัดสินใจซื้อก็ใช้เวลานาน
ช่วงแรกก็ปล่อยให้คนอื่นปูทางไปก่อน ช่วงหลังเธอแค่ได้ข้อมูลลูกค้ามา เธอก็มีวิธีที่จะแย่งลูกค้ารายนี้มาได้
ดูท่าว่าคงจะต้องไปกับหัวหน้าอีกครั้งแล้ว
เธอไม่ได้สนใจเรื่องกฎใต้ดินพวกนี้หรอก
เพียงแต่ผู้จัดการคนนั้นทั้งอ่อนทั้งชอบเล่น ทุกครั้งเธอต้องแกล้งทำเป็น...ร่วมมือแสดงกับเขา
เฮ้อ!
ช่างน่าเหนื่อยใจจริงๆ!
ใครบ้างล่ะ ที่จะไม่อยากมีความสุขทางเพศอย่างแท้จริง!

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 6 มีเงินแล้ว ก็ต้องนัดตรวจสุขภาพก่อน

ตอนถัดไป