บทที่ 14 ทั้งขำทั้งพูดไม่ออก

บทที่ 14 ทั้งขำทั้งพูดไม่ออก
“เซนญ่า คือแบรนด์เสื้อผ้าบุรุษสุดหรูจากอิตาลีที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก”
พนักงานขายในร้านเป็นหญิงสาวที่ยิ้มหวานมาก
เธอสวมชุดทำงานสีดำที่เข้ารูปพอดีตัว เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าได้อย่างลงตัว การนำเสนอแบรนด์ของเธอก็ทำได้ดีมาก ทำให้ไม่รู้สึกว่าเป็นการยัดเยียดข้อมูลเลยแม้แต่น้อย
ซูอวิ๋นโจวมองไปยังร่องอกลึกและถุงน่องสีดำนั้น ก็ถือว่าได้ทำความรู้จักกับแบรนด์นี้ในเบื้องต้นแล้ว
เสื้อผ้าภายในร้านมีครบวงจร ตั้งแต่หัวจรดเท้า โทนสีเรียบหรู เนื้อผ้าให้สัมผัสที่สบายมาก
พนักงานขายมองไปยังสาวใหญ่สองคนที่ดูโดดเด่นทั้งหน้าตาและบุคลิก แล้วหันมามองไอ้หน้าขาวที่หน้าตาหล่อเหลา แต่แต่งตัวเรียบง่ายจนถึงขั้นซอมซ่อ
หลังจากทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าแล้ว จากประสบการณ์ เธอก็ตัดสินใจในใจได้ทันที
เจ้าหนุ่มคนนี้ จมูกโด่ง ก้นงอน
ดูปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็นพวกเก่งเรื่องบนเตียง
หน้าตาก็ดีมาก
หล่อกว่านายแบบที่เคยเรียกมาไม่รู้กี่เท่า
ไม่น่าแปลกใจที่เศรษฐินีสองคนนี้จะชอบขนาดนี้ ถึงกับพามาใช้จ่ายเงินก้อนโต
“คุณผู้ชายท่านนี้สัดส่วนดีมาก เหมาะกับชุดลำลองมากเลยค่ะ ที่ร้านเพิ่งมีเข้ามาใหม่หลายชุด”
ทั้งสามคนย้ายไปยังอีกฝั่งหนึ่ง
หญิงสาวทั้งสองได้แสดงพรสวรรค์ด้านสุนทรียศาสตร์ออกมาอย่างเต็มที่ เลือกหยิบสินค้าที่ดูดีมาสองสามชิ้น
พนักงานขายเดินตามอยู่ด้านหลัง คอยให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพเป็นระยะ
เดินวนไปหนึ่งรอบ
ในมือของพนักงานขายก็มีเสื้อผ้าอยู่หลายชุด
“คุณผู้หญิงทั้งสองคะ เชิญพักตรงนี้สักครู่ค่ะ”
พูดจบ
พนักงานขายก็หันไปพูดกับซูอวิ๋นโจว “คุณผู้ชายคะ เชิญตามดิฉันมาทางนี้ค่ะ ดิฉันจะพาไปห้องลองเสื้อ”
ครู่ต่อมา
ซูอวิ๋นโจวที่เดินออกมาจากห้องลองเสื้อ ก็ทำให้หญิงสาวทั้งสองถึงกับตาเป็นประกาย
เขาเปลี่ยนเป็นชุดลำลองสีดำ ปกเสื้อที่ตั้งตรง รายละเอียดที่ประณีต การจับคู่โดยรวมดูสะอาดตาและเฉียบขาด ผสมผสานกันจนเกิดเป็นสไตล์ ‘หนุ่มร้ายทรงเสน่ห์’ ที่ดึงดูดผู้หญิงอย่างมาก
หลิวอี้อี้มองซูอวิ๋นโจวตรงหน้าแล้วก็ตะลึงไปชั่วขณะ
ถึงแม้จะบอกว่าไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง
แต่ซูอวิ๋นโจวที่แต่งตัวขึ้นมานิดหน่อยกลับดูมีเสน่ห์ขึ้นมามากจริงๆ
ส่วนหลี่เหยียนนั้นถึงกับตาเป็นประกาย เมื่อคืนที่เธอพูดไปนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นทั้งหมด ถึงแม้เธอจะไม่อยากแต่งงาน แต่ก็ยังปรารถนาที่จะมีใครสักคนมาช่วยเติมเต็ม
เพียงแต่น่าเสียดาย
หนุ่มหล่อที่ทั้งดูดีและมีเสน่ห์คนนี้เป็นของที่เพื่อนสนิทจองไว้แล้ว
“เป็นไงบ้างครับ?” ซูอวิ๋นโจวยิ้มให้หญิงสาวทั้งสอง “พอไหวไหมครับ?”
ทั้งสองคนพยักหน้าพร้อมกัน
“ต้องยอมรับเลยว่าใส่ชุดนี้แล้วหล่อขึ้นเยอะเลยนะ!”
“อืม! เธอลองไปเดบิวต์เป็นไอดอลหนุ่มหน้าใสได้เลยนะเนี่ย”
ซูอวิ๋นโจวพูดสองแง่สองง่าม “ก็เพราะพวกคุณตาถึงยังไงล่ะครับ!”
พูดจบ
เขาก็กลับเข้าไปในห้องลองเสื้ออีกครั้ง
เมื่อออกมาอีกครั้ง
ท่อนบนเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตลำลองสีฟ้าอ่อน ท่อนล่างสวมกางเกงยีนส์ ยิ่งขับให้รูปร่างที่สูงโปร่งของเขาดูโดดเด่นขึ้น และยังเน้นสัดส่วนได้เป็นอย่างดี ประกอบกับใบหน้าที่หล่อเหลาหมดจดนั้น ทำให้แม้แต่พนักงานขายยังอดมองตะลึงไม่ได้
พอได้สติ
“คุณผู้ชายคะ ตรงปลายขากางเกง ดิฉันแนะนำให้พับขึ้นแบบนี้นะคะ”
พนักงานขายก้าวเข้าไปสองสามก้าว แล้วย่อตัวลงอย่างสง่างาม จากมุมสูงจะเห็นเนินอกขาวผ่องที่ลึกจนสุดหยั่ง
เธออดใจไม่ไหว พูดด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน “คุณผู้ชายคะ? คุณทำงานอยู่ร้านไหนเหรอคะ? คราวหน้าฉันจะไปอุดหนุน!”
เมื่อได้ยินดังนั้น
ซูอวิ๋นโจวก็งงเป็นไก่ตาแตก “หมายความว่ายังไงครับ?”
พนักงานขายคิดว่าเขาคงเกรงใจเพราะมีลูกค้าอยู่ด้วยสองคน เลยไม่กล้ารับงานอื่น จึงไม่ได้พูดอะไรต่อ ขยับตัวเล็กน้อยแล้วพับปลายขากางเกงอีกข้างให้เขา
ออกแรงเล็กน้อย
กางเกงก็รัดแน่น
เผยให้เห็นส่วนโค้งของสิ่งที่ใหญ่มหึมาโดยไม่ตั้งใจ
ยิ่งทำให้พนักงานขายที่ชื่นชอบแนวนี้เป็นพิเศษถึงกับใจสั่นระรัว
โอ้พระเจ้า!
นี่มัน... เส้นโค้งที่ยาวและเป็นรูปเป็นร่างขนาดนี้ มันจะสบายขนาดไหนกันนะ!
เมื่อคิดถึงตรงนี้
พนักงานขายก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วขึ้น เรียวขาในถุงน่องสีดำอดไม่ได้ที่จะเสียดสีกัน ในใจก็รู้สึกอิจฉา
“เอ๊ะ!”
นายแบบระดับท็อปขนาดนี้ ไม่รู้ว่าคิดค่าตัวยังไงนะ ตัวเองจะต้องไปใช้บริการให้ได้เลย
ซูอวิ๋นโจวขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปยังทิวทัศน์ที่ปรากฏอยู่รำไรตรงหน้าพนักงานขาย เข้าใจผิดว่าอีกฝ่ายเห็นว่าตนมีกำลังซื้อ เลยจงใจ...
นี่ก็เป็นสิทธิพิเศษของคนรวยสินะ!
ไปที่ไหน
ก็มีคนเสนอตัวให้
พนักงานขายค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ในแววตาแฝงความหมายที่ยากจะอธิบาย
หลิวอี้อี้บิดสะโพกกลมกลึง เดินวนรอบตัวซูอวิ๋นโจวหนึ่งรอบ แล้วพยักหน้า
“ไม่ยักรู้ว่าเธอเป็นหุ่นโชว์เสื้อเหมือนกันนะ สไตล์เรียบๆ แบบนี้ พออยู่บนตัวเธอแล้วกลับดูไม่ธรรมดาเลย”
[ค่าความรู้สึกดี +2]
เมื่อเห็นค่าความรู้สึกดีที่เพิ่มขึ้น
ซูอวิ๋นโจวก็ดีใจอย่างยิ่ง ผู้หญิงก็ชอบคนหน้าตาดีเหมือนกันสินะ!
ซูอวิ๋นโจวหันไปมองพนักงานขาย “ชุดพวกนี้เอาหมดเลยครับ!”
พนักงานขายชะงักไป ไม่ได้เอ่ยปากอะไร แต่กลับหันไปมองหลี่เหยียนและหลิวอี้อี้ราวกับจะขอความเห็น
หลิวอี้อี้ค่อนข้างไม่เข้าใจ
แต่เซลส์เก่าอย่างหลี่เหยียนเข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายเข้าใจผิด ใบหน้าจึงปรากฏแววสนุกสนาน แล้วดึงหลิวอี้อี้ไปกระซิบกระซาบ
ซูอวิ๋นโจวรู้สึกพูดไม่ออก “มัวยืนบื้อทำอะไรอยู่? เช็กบิลสิ!”
“เอ่อ~”
พนักงานขายเหลือบตาไปมา
หญิงสาวทั้งสองทนดูต่อไปไม่ไหวจึงหัวเราะ ‘คิกๆๆ’ ออกมา
หลี่เหยียนหัวเราะจนตัวงอ นิ้วเรียวงามชี้ไปยังพนักงานขายที่หน้าเจื่อน “อย่ามัวพูดมากอยู่เลย รีบไปเอาเครื่องรูดบัตรมา ไม่งั้นฉันว่าดีลนี้ล่มแน่!”
สิ้นเสียง
สีหน้าของพนักงานขายก็เปลี่ยนไปทันที เธอมองไปยังหญิงสาวทั้งสองที่หัวเราะไม่หยุด แล้วตระหนักได้ว่าดูเหมือนพวกเธอจะไม่ได้ล้อเล่น
เธอมองไปยังซูอวิ๋นโจวอย่างไม่น่าเชื่อ
ชิบหายแล้ว!
ตัวเองคิดไปเองก่อน
นึกว่าอีกฝ่ายเป็นนายแบบบาร์โฮส
ก็ใครใช้ให้เขาแต่งตัวธรรมดาสบายๆ เกินไปล่ะแถมสาวใหญ่สองคนนั้นก็ดูดีมีระดับเกินไป
เธออยากจะร้องไห้แต่ก็ทำไม่ได้
คุณเป็นพระเอกของเรื่องแท้ๆ ทำไมต้องทำตัวโลว์โปรไฟล์ขนาดนี้ด้วย
โชคดีที่ยังไม่ได้พูดอะไรที่ไม่เหมาะสมออกไปใช่ไหม!
รีบใช้สมองน้อยๆ อันชาญฉลาดคิดเร็วเข้า!
สมองของพนักงานขายทำงานอย่างรวดเร็ว เธอมองซูอวิ๋นโจวที่ค่าความโกรธใกล้จะเต็มหลอดแล้วชิงพูดขึ้นก่อน
“คุณผู้ชายคะ ให้ดิฉันได้แก้ตัว... เอ่อ อธิบายสักครู่นะคะ”
“ช่วงนี้กำลังฮิตเล่นเกมที่เพื่อนสนิทซื้อของขวัญให้กัน ดิฉันก็นึกว่าพวกคุณเป็นเพื่อนสนิทกัน แล้วก็กำลังเล่นเกมแบบนี้อยู่ ก็เลย...”
ใบหน้าของซูอวิ๋นโจวแดงก่ำ
มาถึงตอนนี้แล้วเขาจะไม่รู้ได้ยังไงว่าอีกฝ่ายเข้าใจผิดว่าเขาเป็นอะไร
แต่...เรื่องแบบนี้
จะมาเถียงกันต่อหน้าก็ใช่เรื่อง
เออ!
ในเมื่อมีทางลงให้
ก็ลงซะ!
ซูอวิ๋นโจวพูดว่า “ชุดที่ใส่อยู่นี่ผมไม่เปลี่ยนแล้วนะ”
“ได้ค่ะ คุณผู้ชาย!”
พนักงานขายปาดเหงื่อที่หน้าผาก เผยแววตาขอบคุณ แล้วรีบวิ่งไปยังเคาน์เตอร์แคชเชียร์
ซูอวิ๋นโจวก็รู้สึกจนใจเช่นกัน “เฮ้อ! อุตส่าห์ได้มาใช้จ่ายเงินก้อนโตทั้งที ดันมาเก๊กแตกซะได้!”
“คิกๆๆ!”
“เธอตลกมากเลย”
หญิงสาวทั้งสองหัวเราะจนท้องแข็ง
หลี่เหยียนตบหน้าอกที่อวบอิ่มของตัวเอง “ไม่ไหวแล้ว หัวเราะจนเจ็บหน้าอกไปหมดแล้ว!”
หลิวอี้อี้ก็เช่นกัน “เด็กคนนี้ก็ฉลาดดีนะ ยังลดราคาให้เธอด้วย! คิกๆๆ!”
ซูอวิ๋นโจวถอนหายใจอีกครั้ง “จริงๆ แล้วจะว่าไปก็เป็นความผิดของพวกคุณนั่นแหละ!”
“หา? ความผิดของพวกเราเหรอ?”
“เคยฟังเพลงนั้นของพี่ชายไหมครับ ที่ร้องว่า โทษที่เธอสวยเกินไป?”
“ก็เพราะพวกคุณโดดเด่นเกินไป จนบดบังรัศมีของผมจนกลายเป็นแค่ใบไม้ใบหนึ่งไปเลย!”
“พรืด”
หลี่เหยียนถึงกับหลุดขำ “คุณซูคะ คุณนี่เริ่มจะเลี่ยนนิดๆ แล้วนะคะ!”
หลิวอี้อี้ที่ดวงตาดอกท้อสวยงามโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว “โอ๊ยตายแล้ว เมื่อก่อนทำไมไม่เคยรู้เลยว่าเธอเป็นคนตลกขนาดนี้!”

***
ไม่นานนัก
ซูอวิ๋นโจวก็ถือถุงช้อปปิ้งใบใหญ่ใบเล็กพาสาวๆ ทั้งสองคนเดินออกจากร้าน
พนักงานขายโค้งคำนับเล็กน้อย พูดอย่างนอบน้อม “ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ!”
เมื่อมองตามหลังลูกค้าที่เดินจากไป
เธอถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่ตัวเองฉลาดเป็นกรด พี่ชายคนนั้นถึงไม่ได้เอาเรื่อง
แถมตอนที่เขาจ่ายเงินแบบไม่ใส่ใจอะไรเลยนั่นก็ดูแมนมาก
ลดราคาแล้วเหลือ 110,000 หยวน
ตอนจ่ายเงินสีหน้าของเขาก็ไม่เปลี่ยนเลย เหมือนกับซื้อฟาสต์ฟู้ดราคา 200 หยวน
ครั้งนี้ก็ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ตัวเอง
ต่อไปจะตัดสินคนจากภายนอกไม่ได้อีกแล้ว
แต่ว่านะ
เขาหล่อจริงๆ
ทนไม่ไหวแล้ว
เลิกงานแล้วต้องชวนเพื่อนสาวไปเที่ยวบาร์โฮสให้ได้
ปลอบขวัญหัวใจที่ตกใจของฉันหน่อย

***
ทั้งสามคนเดินมาถึงเคาน์เตอร์บริการ
ซูอวิ๋นโจวฝากถุงช้อปปิ้งไว้ที่นี่
เขามองไปยังร้าน หลุยส์ วิตตอง ที่มีโลโก้เป็นประกายอยู่เบื้องหน้า พูดกึ่งเล่นกึ่งจริง
“ต่อไป ก็ถึงช่วงเวลาของการตอบแทนอย่างงามแล้วครับ!”
“คุณผู้หญิงทั้งสองครับ กรุณาอย่าได้เกรงใจหนุ่มหล่อที่มีเงินนิดหน่อยอย่างผมเลยนะครับ”

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 14 ทั้งขำทั้งพูดไม่ออก

ตอนถัดไป