บทที่ 25 เรื่องน่าประหลาดใจที่ไม่คาดฝัน
บทที่ 25 เรื่องน่าประหลาดใจที่ไม่คาดฝัน
“สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีการแสดงรอบพิเศษเพิ่มขึ้นมาครับ”
“ผู้ขับร้องเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่ประสงค์จะออกนามครับ”
“เขาบอกว่าร้องไม่เพราะ แต่ก็อยากจะใช้โอกาสนี้ร้องเพลงนี้ให้กับใครคนหนึ่ง”
“เพื่อเป็นการขอโทษ เขาขอเลี้ยงอาโดนิส อิมพีเรียล คอฟฟี่ สเตาต์ ให้กับลูกค้าทุกท่านในร้าน ท่านละหนึ่งแก้วครับ”
เสี่ยวกู้ที่ยืนอยู่บนเวทีเพิ่งพูดจบ
ทั้งร้านก็ส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจดังสนั่น
“ว้าว”
“พี่ชายคนนี้ใจป้ำสุดๆ ไปเลย!”
“อาโดนิส อิมพีเรียล แก้วละ 168 หยวนเลยนะ”
“ไม่รู้ว่านักร้องคนนี้เป็นชายหรือหญิง ถ้าเป็นผู้ชายนะ ฉันจะทำให้เขายอมสยบแทบเท้าฉันให้ได้เลย”
ผู้หญิงคนหนึ่งที่แต่งตัวจัดจ้าน สวมชุดเดรสคอลึกโชว์เนื้อขาวผ่องเพิ่งพูดจบ
เพื่อนรุ่นพี่ที่อยู่ข้างๆ ก็ทำท่ากระแดะพูดขึ้นมา
“แหม”
“คนใจป้ำขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ฉันก็จะไปทำความรู้จักพูดคุยให้ลึกซึ้งเลยคอยดู”
ยังมีลูกค้าบางส่วนที่เริ่มตั้งตารอการแสดงที่จะเกิดขึ้น ต่างจับจ้องไปที่เวที
เสี่ยวกู้เห็นว่าบรรยากาศในร้านเริ่มร้อนแรงพอสมควรแล้ว ก็ส่งสายตาให้วงดนตรีที่อยู่ข้างๆ
“ทุกท่านครับ ต่อไปนี้เวทีจะเป็นของเขาแล้ว ขอเสียงปรบมือเป็นกำลังใจให้เขาหน่อยครับ”
สมาชิกวงดนตรีหลายคนได้รับแจ้งล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องเล่นดนตรีประกอบให้กับทายาทคนรวยคนนี้
แม้จะไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่เงินมันหายาก งานลำบากก็ต้องทำ มีเงินก็ต้องรีบคว้าไว้ ขอแค่เขาร้องไม่เพี้ยนจนเกินไปก็พอ!
“แปะ แปะ แปะ”
หลังจากเสียงปรบมือดังกึกก้อง
ไฟบนเวทีก็ดับลงทั้งหมด
วินาทีต่อมา
แสงไฟสปอตไลท์ส่องลงมาที่ข้างขาตั้งไมโครโฟน
ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่า หน้าตาหล่อเหลา สองมือกุมไมโครโฟนไว้ ดูออกว่าเขาประหม่ามาก แต่แววตาก็ยังคงมุ่งมั่น
ในขณะนี้
หลิวอี้อี้ที่นั่งอยู่บนโซฟา VIP ชั้นสอง
มองดูเงาร่างบนเวทีแล้วถึงกับตะลึงงัน
เธอยังคิดอยู่เลยว่าทำไมไปเข้าห้องน้ำนานขนาดนี้ยังไม่กลับมา
แต่ผลที่ได้ กลับเป็น...
แล้วยังมีเพลงที่ร้องให้ใครคนหนึ่งอีก?
ความหมายของมันชัดเจนในตัวอยู่แล้ว
เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าหาญถึงเพียงนี้
แต่ก็เพราะความกล้าหาญแบบนี้นี่แหละ ที่เป็นเหมือนแสงสว่างส่องเข้ามาในหัวใจของหลิวอี้อี้
ความอบอุ่นที่ห่างหายไปนาน
ขับไล่ความมืดมนในใจของเธอให้สลายไปในทันที
ภายใต้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์
เธอรู้สึกถึงแรงกระตุ้นที่รุนแรงและยากจะควบคุมได้ผุดขึ้นมา
ในเมื่อข่าวลือมันแพร่ออกไปแล้ว จะกลัวอะไรอีกล่ะ งั้นก็ทำให้ข่าวลือกลายเป็นความจริงไปเลยสิ!
หลิวอี้อี้จับราวบันไดไว้ เส้นผมสีดำขลับสยายลงมา นิ้วมือเรียวยาว ดวงตากะพริบปริบๆ สบเข้ากับดวงตาที่ใสซื่อและประหม่าคู่นั้นพอดี
[ค่าความรู้สึกดี+12]
[ค่าความรู้สึกดีของหลิวอี้อี้เพิ่มขึ้นเป็น 80 คะแนน]
[รางวัล: แต้มทักษะ 3 แต้ม]
[ร้านค้าของระบบเปิดใช้งาน (ไม่มีไอเทมเหนือธรรมชาติ)]
[ไอเทมที่สามารถแลกได้]
[ทักษะการร้องเพลงระดับต้น: แต้มทักษะ 1 แต้ม]
[ทักษะการปีนผาระดับต้น: แต้มทักษะ 2 แต้ม]
[นิ้วเทพคาโต้: แต้มทักษะ 3 แต้ม]
[…]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับช่องไอเทมต่างๆ ทำให้สีหน้าของซูอวิ๋นโจวเปลี่ยนไปอย่างตกใจ ไม่คิดว่าเจ้าระบบจะให้ของขวัญสุดเซอร์ไพรส์แบบนี้
ตอนที่เพิ่งได้ระบบมาใหม่ๆ
เจ้าระบบพูดแค่ว่า ‘ทุกอย่างให้เรียนรู้ด้วยตัวเอง’ แล้วก็ไม่มีคำแนะนำอะไรอีกเลย
แต่ไม่คิดว่าวันนี้จะมีเรื่องน่าประหลาดใจแบบนี้
ยังไม่ทันได้ดูให้ละเอียด เสียงเร่งเร้าจากข้างล่างก็ดังขึ้น
ซูอวิ๋นโจวได้สติ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
การปีนผาตอนนี้ยังไม่มีประโยชน์อะไร!
ส่วนไอ้นิ้วเทพคาโต้อะไรนั่น ด้วยร่างกายที่แข็งแรงของเขา ก็ไม่มีทางได้ใช้หรอก อีกทั้งยังต้องใช้แต้มทักษะถึงสามแต้ม ไม่ต้องไปสนใจมันเลย
ส่วนอย่างอื่น ตอนนี้ไม่มีเวลามาศึกษาจริงๆ
“เจ้าระบบ! แลกทักษะการร้องเพลงระดับต้น”
วินาทีต่อมา
ทักษะการร้องเพลงพื้นฐานก็หลั่งไหลเข้ามาในสมอง
ช่องไอเทมก่อนหน้านี้ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
[ไอเทมที่สามารถแลกได้]
[ทักษะการร้องเพลงระดับกลาง: แต้มทักษะ 1 แต้ม]
แบบนี้ก็ได้เหรอ
ซูอวิ๋นโจวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในใจก็ตัดสินใจได้
ในเมื่อมีโอกาสแล้ว ก็ต้องแสดงให้สมบูรณ์แบบที่สุด
แลกต่อ!
ไอเทมในช่องนั้นก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
[ทักษะการร้องเพลงระดับสูง: แต้มทักษะ 1 แต้ม]
หืม? ถูกขนาดนี้เลยเหรอ
แลก!
[ทักษะการร้องเพลงระดับปรมาจารย์: แต้มทักษะ 5 แต้ม]
เอ่อ
ราคานี้! มันกระโดดไปไหมเนี่ย
เขาเม้มปาก
ในขณะที่หยุดการแลก
ทักษะการร้องเพลงระดับสูงก็ถูกยัดเข้ามาในสมอง
ข้อมูลมหาศาล ทั้งเทคนิคการใช้เสียง ความแม่นยำของเสียงและจังหวะ คุณภาพเสียง การสั่นเสียง การลากเสียง และอื่นๆ อีกมากมาย
ร่างกายของซูอวิ๋นโจวสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว
ทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะยาวนาน แต่จริงๆ แล้วเกิดขึ้นในชั่วพริบตา
แต่คนข้างล่างที่มองดูทายาทคนรวยที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงจนกระทั่งตัวสั่น ความรู้สึกดีๆ ที่ได้จากเครื่องดื่มฟรีหนึ่งแก้วก็ค่อยๆ จางหายไป
“พ่อหนุ่มหล่อ! ตกลงจะร้องหรือไม่ร้องเนี่ย”
“พี่ชาย อย่าตื่นเต้นสิ ฉันเชียร์อยู่นะ!”
“ทายาทคนรวยคนนี้จะไม่ปอดแหกไปแล้วใช่ไหม!”
“แหงสิ! ดูสิ ขาสั่นไปหมดแล้ว!”
“…”
นักกีตาร์บนเวทีเกลียดพวกคนรวยพวกนี้มาก เพราะรักแรกของเขาถูกทายาทคนรวยแย่งไป
แต่เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากข้างล่าง
เขาก็อดไม่ได้ที่จะต้องเตือน
“แค่กๆ~”
เสียงกระแอมหนักๆ
ทำให้ซูอวิ๋นโจวที่กำลังจมอยู่กับทักษะการร้องเพลงได้สติกลับคืนมา
ที่แท้เพลงเพลงหนึ่งมีเทคนิคมากมายขนาดนี้
มือที่ถือไมโครโฟนของเขาไม่สั่นอีกต่อไป สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นมั่นใจขึ้น
“ขอโทษครับ! พอดีคิดอะไรเพลินไปหน่อย!”
“เพลงนี้ชื่อว่า ‘เพลงฝันเหนาเกอ’ หวังว่าในตอนนี้ทุกคนจะไม่มีความทุกข์นะครับ”
สิ้นเสียง
สมาชิกวงดนตรีหลายคนมองหน้ากัน
นักกีตาร์เป็นคนแรกที่เริ่มดีดสายกีตาร์
คอร์ดที่สนุกสนานและร่าเริงก้องกังวานไปทั่วทั้งร้าน
มือคีย์บอร์ดและมือกลองก็เริ่มปรบมือเข้าร่วมในตอนนี้
เขาเริ่มบรรเลงท่อนอินโทรอย่างไม่เต็มใจ
“ลา~ อาลา~”
“ดะลาดัดดะลาดา~”
ก่อนจะเข้าท่อนแรก
เขายังส่งสายตาให้ทายาทคนรวยคนนั้น
แต่อีกฝ่ายกลับหลับตาลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“จบแล้ว! การแสดงนี้เจ๊งแน่!” นักกีตาร์คิดในใจอย่างไม่สู้ดี
แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อเข้าสู่จังหวะที่แปดต่อไป
ซูอวิ๋นโจวก็เริ่มร้อง เสียงของเขาต่ำลึกและมีเสน่ห์เฉพาะตัว
[คนที่ไม่รัก…กลับเข้ามารบกวนไม่รู้จบ
คนที่เรารัก…กลับไม่อยู่ในอ้อมกอดให้โอบไว้
สิ่งที่ได้มา…กลับไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ
สิ่งที่เฝ้าปรารถนา…กลับไม่มีวันได้ครอบครอง
ช่างน่าทุกข์ใจนัก
งั้นก็หัวเราะออกมาสักทีเถอะอย่างน้อยจะได้ไม่ต้องร้องไห้
]
ผู้เชี่ยวชาญแค่ขยับ ก็รู้แล้วว่ามีดีหรือไม่
สมาชิกวงดนตรีหลายคนถึงกับอึ้งไปเลย เกือบจะเล่นดนตรีต่อไม่ทัน
นักกีตาร์ถึงกับเล่นคอร์ดผิดไปหนึ่งคอร์ด แต่ก็รีบแก้กลับมาได้อย่างรวดเร็ว ในใจก็บ่นไม่หยุด
‘นี่มันเรียกว่าร้องเพลงไม่เป็นเหรอ ร้องไม่เพราะเหรอ’
‘ความแม่นยำของเสียง! คุณภาพเสียงแบบนี้!’
‘เทียบได้กับนักร้องมืออาชีพเลยนะเนี่ย’
[ชีวิตไม่ต้องมีเงินทองมากมาย
มีมากไปก็จะนำความเดือดร้อนมาให้
กระเป๋าที่หนักเกินไป
ความหงุดหงิดที่มากเกินไป
อะไรก็ไม่ต้องการ]
เมื่อร้องถึงท่อนนี้
ซูอวิ๋นโจวก็ลืมตาขึ้นมา ถือไมโครโฟนด้วยมือเดียว ส่วนอีกมือก็เริ่มโบกไปตามจังหวะ
[ตะโกนออกมาพร้อมกัน
ไม่มีความทุกข์
นอกจากลมหายใจ อย่างอื่นก็ไม่สำคัญ
นอกจากตอนนี้ อะไรก็ลืมให้หมด
เรื่องในใจเหมือนขนนก ยิ่งลอยยิ่งสบาย]
ในตอนนี้
คนข้างล่างก็เริ่มได้สติจากความตกตะลึงก่อนหน้านี้
หลายคนลุกขึ้นยืนอย่างตื่นเต้น โบกมือไปตามจังหวะการร้อง และร้องคลอตามเบาๆ
ไลฟ์เฮาส์รอบพิเศษนี้ กลายเป็นการร้องเพลงหมู่
บรรยากาศของ ‘ฟาร์มาซี’ ทั้งหมดก็พุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุดในตอนนี้
“ลา~ ลาลา~ ลาลา~”
“ตะโกนออกมาพร้อมกัน ไม่มีเรื่องกังวล นอกจากลมหายใจ อย่างอื่นก็ไม่สำคัญ~”