บทที่ 6: ทรงทูบล็อคเหรอ?
บทที่ 6: ทรงทูบล็อคเหรอ?
กินอาหารเช้าเสร็จ ถังซ่งก็เปิดตู้เสื้อผ้า เริ่มค้นหา
เสื้อผ้าของเขามีไม่มากนัก ไม่นานก็หาเสื้อผ้าที่ต้องการเจอสองสามชิ้น
เสื้อยืดตัวในสีขาวทรงหลวม, กางเกงวอร์มอันตั๋วสีดำ, เสื้อกันลมโทเรดสีเทาดำ
ลองดมดู ทั้งหมดสะอาด ไม่มีกลิ่นอับ
เพราะไม่มีรองเท้าผ้าใบ ถังซ่งจึงเลือกรองเท้ากีฬาหนังกลับสีอ่อนมาใส่แทน เพื่อดูภาพรวม
เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ก็มายืนส่องกระจกดู
โดยรวมแล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เนื้อส่วนเกินตามร่างกายถูกบดบังไว้มิดชิด ดูผอมลงจริงๆ ด้วย
เยี่ยมมาก!
สวมหน้ากากอนามัยแล้วถ่ายรูปสองสามใบ ถังซ่งยิ่งดูยิ่งพอใจ
โดยเฉพาะเสื้อกันลมตัวนี้ ทรงของมันเหมาะกับเขามากกว่ารูปตัวอย่างที่ชาวเน็ตส่งมาให้เสียอีก
ลูบไล้เสื้อกันลมที่ตัดเย็บอย่างดีบนตัว ถังซ่งอดถอนหายใจไม่ได้
ว่าไปแล้ว เสื้อกันลมแบบ 3-in-1 ตัวนี้เป็นของขวัญวันเกิดที่ ‘เธอ’ ให้เมื่อปีที่แล้ว เขายังไม่กล้าใส่เลยด้วยซ้ำ
เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ ไม่รู้ว่าเธออยู่ที่เมืองเซินเฉิงจะปรับตัวได้หรือเปล่า ธุรกิจที่ทำอยู่จะราบรื่นดีไหม
ทุกครั้งที่นึกถึง ‘เพื่อน’ สมัยเรียนคนนี้ ถังซ่งก็มักจะรู้สึกหดหู่
เธอคืออัจฉริยะตัวจริง เธอโดดเด่นมาตั้งแต่เล็กจนโต
สมัยมัธยมปลายก็ติดท็อปสามของระดับชั้นมาตลอด สอบเข้ามหาวิทยาลัยท็อป 2 ของจีนในเมืองหลวงได้อย่างสบายๆ
ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยก็เข้าร่วมการแข่งขันผู้ประกอบการ ‘อินเทอร์เน็ตพลัส’ และคว้าเหรียญทองมาได้
หลังจากเรียนจบก็ไม่ได้เลือกเซ็นสัญญากับบริษัทใหญ่ แต่ร่วมทีมกับเพื่อนๆ เริ่มทำธุรกิจจากโปรเจกต์นั้น และก็หาเงินลงทุนได้สำเร็จ
เธอมีแผนชีวิตที่ชัดเจน ความคิดเป็นผู้ใหญ่ มีเหตุผล ชอบคิดวิเคราะห์ เต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้และใฝ่หาการสำรวจ
เมื่อเทียบกับเธอแล้ว ถังซ่งดูธรรมดากว่ามาก
เรื่องเรียนก็พูดได้แค่ว่าพอใช้ได้ หลังจบมัธยมปลายก็สอบติดมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเยียนเฉิง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาลระดับกลางๆ
ถึงแม้ว่าช่วงเรียนมหาวิทยาลัยเขาจะขยันมาก มีความรู้เฉพาะทางเป็นอย่างดี และได้ทุนการศึกษาหลายครั้ง
แต่พอเขาไปถึงเมืองหลวง ได้สัมผัสกับการทำงาน ชีวิต และแวดวงของเธอจริงๆ
ถึงได้รู้ว่าช่องว่างระหว่างคนสองคนมันถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ กว้างจนต่อให้เขาพยายามแค่ไหนก็ไม่อาจเติมเต็มได้
นี่ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขายอมตัดใจจากความสัมพันธ์ครั้งนั้นในที่สุด
สลัดหัวแรงๆ ถังซ่งพยายามเลิกคิดฟุ้งซ่าน
ตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาก็คือการพัฒนาตัวเอง
……
หมู่บ้านชิงซินเจียหยวนตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเขตหัวซิน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ ไม่มีขาด
ห่างออกไปประมาณหนึ่งกิโลเมตรก็มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งชื่อว่า จัตุรัสอวิ๋นเซิ่ง
ซึ่งก็มีร้านเสริมสวยและร้านทำผมระดับไฮเอนด์อยู่ไม่น้อย
ถังซ่งลองค้นหาในแอปรีวิวร้าน แล้วเลือกร้านที่ดีที่สุดตามคำวิจารณ์
เพิ่งจะเดินไปถึงหน้าร้าน ก็เห็นคนแน่นเอี้ยดอยู่ข้างใน
อาจจะเป็นเพราะวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ แถมร้านนี้ก็มีชื่อเสียงดีจริงๆ เพิ่งจะเก้าโมงครึ่งก็เริ่มมีคนต่อคิวยาวแล้ว
เวลานัดกับเซี่ยซูอวี่คือเที่ยงตรง เหลือเวลาอีกแค่สองชั่วโมงกว่าๆ
นอกจากทำผมแล้ว เขายังต้องไปซื้อรองเท้าผ้าใบอีกคู่ เวลาไม่พอแน่ๆ
คิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายเลยต้องเลือกหาร้านใกล้ๆ ในแผนที่ที่คนน้อยกว่าหน่อย แต่เปิดร้านในย่านแบบนี้ได้ ก็น่าจะมีฝีมืออยู่บ้างล่ะ
พอเข้าร้านไป พนักงานสาวสวยก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับ
ท่าทางกระตือรือร้นมาก พูดจาหวานเจี๊ยบ: “ยินดีต้อนรับค่ะ! สวัสดีค่ะคุณลูกค้าสุดหล่อ ตัดผมหรือดูแลผิวหน้าดีคะ?”
ถังซ่งกวาดตามองเข้าไปข้างใน มีลูกค้าอยู่ประปรายไม่กี่คน ไม่ต้องต่อคิวแน่นอน
“ผมอยากทำผมครับ แล้วก็กันคิ้วด้วย”
พนักงานสาวชี้ไปที่ป้ายราคาบนผนัง แนะนำว่า: “กันคิ้วราคาเดียวค่ะ 79 หยวน ส่วนช่างทำผมร้านเรามีสามระดับค่ะ ช่างธรรมดา 88 หยวน, ดีไซเนอร์อาวุโส 188 หยวน, และผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค 288 หยวน คุณลูกค้าจะเลือกท่านไหนดีคะ?เดี๋ยวไปตามให้เลยค่ะ!”
ถังซ่งไม่ลังเล ตอบอย่างเด็ดขาด: “งั้นขอลองฝีมือผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของพวกคุณหน่อยแล้วกันครับ”
ทรงผมดีไม่ดีมันส่งผลต่อค่าเสน่ห์โดยตรง แน่นอนว่าต้องเลือกที่ดีที่สุด
ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องเก็บเงินซื้อบ้านแล้ว แถมยังมีทรัพย์สินมหาศาลรอให้ปลดล็อกอีก ไม่จำเป็นต้องมาประหยัดกับเรื่องแค่นี้
“ได้เลยค่ะคุณลูกค้าสุดหล่อ! คุณลูกค้าเอาเสื้อนอกไปเก็บในล็อกเกอร์ก่อนนะคะ เดี๋ยวพาไปสระผมค่ะ!”
เดินเข้าไปในห้องสระผม นอนลงบนเตียงสระผมที่นุ่มสบาย
พนักงานสาวช่วยพันผ้าขนหนูรอบคออย่างใส่ใจ ปรับอุณหภูมิน้ำให้อุ่นกำลังดี
ผมเปียกชุ่มอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหอมอ่อนๆ โชยมาแตะจมูก นิ้วเรียวยาวละเอียดอ่อนพร้อมฟองแชมพูนวดคลึงหนังศีรษะเบาๆ เป็นระยะๆ แถมยังนวดต้นคอให้เขาอีกด้วย
ความรู้สึกสบายแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า
ต้องยอมรับว่าบริการดีจริงๆ
สระผมเสร็จ ถังซ่งก็ถูกพาไปยังห้องส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างหรูหรา
ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคเดินตามเข้ามาทันที เป็นคุณลุงสุดเท่อายุราวๆ สี่สิบปี มีรอยสัก ใส่ต่างหู แต่งตัวนำสมัย
เขาเดินมาข้างๆ ถังซ่ง เอามือวางบนไหล่เขาอย่างเป็นกันเอง “สวัสดีครับคุณลูกค้าสุดหล่อ ผมหลี่เหวิน ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของร้านนี้ครับ เอาล่ะ บอกความต้องการเกี่ยวกับทรงผมของคุณมาได้เลยครับ”
ถังซ่งมองตัวเองในกระจก ถามอย่างประหม่าเล็กน้อย: “อาจารย์หลี่เป็นมืออาชีพ อาจารย์ว่าผมเหมาะกับทรงไหนครับ? มีคนแนะนำทรงทูบล็อคมา อาจารย์ว่าดีไหมครับ?”
หลี่เหวินใช้สองมือจับศีรษะของเขา พิจารณาอยู่ครู่หนึ่งจากบนลงล่าง
แล้วพูดอย่างจริงจังเคร่งขรึมว่า : “ไม่มีปัญหาครับ รูปหน้าของคุณเข้ากับทรงทูบล็อคได้สบายๆ
ถึงผมจะแห้งเสียชี้ฟูไปบ้าง แต่ก็ใช้ทรีตเมนต์ผมปรับสภาพฟื้นฟูได้
เดี๋ยวผมจะออกแบบให้ใหม่ตามโครงหน้าของคุณ ทำให้มีเลเยอร์มากขึ้น รับรองว่าจะทำให้คุณดูดีขึ้นอีกระดับแน่นอนครับ!”
“สมกับเป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคจริงๆ มืออาชีพมากครับ!” ถังซ่งยกนิ้วโป้งให้ ในใจก็โล่งอกไปเปราะหนึ่ง
ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ราบรื่นมาก!
หลี่เหวินเลิกคิ้วอย่างมั่นใจ หยิบผ้าคลุมตัดผมมาผูกให้เขาอย่างคล่องแคล่ว
มือหนึ่งหยิบกรรไกร อีกมือหนึ่งรวบผมของเขา แล้วเริ่มลงมือ
ท่าทางดูสบายๆ เป็นธรรมชาติ ลื่นไหลราวกับสายน้ำ มองปราดเดียวก็รู้ว่าฝีมือไม่ธรรมดา!
ถังซ่งสูดหายใจเข้าลึกๆ หลับตาลง รอคอยการ “แปลงโฉม” ที่กำลังจะเกิดขึ้น
เหมือนที่ชาวเน็ตคนนั้นบอกไว้ ทรงผมส่งผลต่อภาพลักษณ์ของคนเราโดยตรง ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าหน้าตาเลย
ทรงผมที่เหมาะกับตัวเอง จะช่วยเพิ่มค่าเสน่ห์ได้อย่างแน่นอน
พร้อมกับเสียงกรรไกรกระทบกัน “กริ๊กๆ” เส้นผมก็ร่วงหล่นลงมาทีละน้อย
ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง
หลี่เหวินหยุดมือ เช็ดเศษผมบนใบหน้าของเขาออก แล้วพูดว่า: “เรียบร้อยแล้วครับคุณลูกค้าสุดหล่อ ดูหน่อยครับว่ามีตรงไหนอยากให้ปรับแก้ไหม”
ถังซ่งเม้มปาก ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
แสงสว่างจ้าส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่เข้ามา ห้องส่วนตัวสว่างโร่ ภาพตัวเองในกระจกมันช่าง...โคตรเด๋อ
ถังซ่งรีบยกมือขึ้น ขยี้ผมตัวเองแรงๆ เหมือนอยากจะยืนยันอะไรบางอย่าง
อาจจะเป็นเพราะสภาพเส้นผมของเขา ผมด้านบนมันลู่ลงมาตามธรรมชาติ ไม่ได้ดูพองฟูเหมือนในรูปตัวอย่างเลย
รอบๆ ถูกซอยบางและตัดสั้น หน้าม้าเพิ่งจะเลยคิ้วมานิดเดียว โดยรวมแล้วดูเหมือนทรงกะลาครอบ
คิ้วของถังซ่งกระตุกไม่หยุด รีบเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาดู
【ค่าเสน่ห์: 24】
“เชี่ย!” ถังซ่งตาแดงก่ำ ไอ้คะแนนที่อุตส่าห์ขึ้นมาได้ 1 แต้มนี่ ทำไมมันถึงร่วงลงไปอีกแล้ววะ!