บทที่ 3: ปรับเปลี่ยนรูปร่าง
บทที่ 3: ปรับเปลี่ยนรูปร่าง
สี่ทุ่ม
“นี่คือรายงานที่ต้องใช้พรุ่งนี้ครับ”
หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ หลินเซินกดปุ่ม Enter บนคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊ก ส่งเนื้อหางานที่ทำล่วงเวลาคืนนี้เข้าไปในกลุ่มวีแชทของแผนก
จริงๆ แล้ว ด้วยรายรับวันละพันเจ็ดหยวน ไม่ว่าใครก็สามารถลาออกจากงานได้เลย
แต่หลินเซินก็มีเหตุผลของตัวเอง
อย่างแรกเลยก็คือใกล้จะสิ้นเดือนแล้ว ผลงานเดือนนี้ของเขาก็ถือว่าไม่เลว น่าจะได้เงินเดือนก้อนโตก่อนลาออกตอนสิ้นเดือน
ก็แหม... ไม่มีใครไม่อยากได้เงินนี่นา แถมหลินเซินก็ยังไม่แน่ใจว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นคืนนี้มันเป็นแค่ฝันไปหรือเปล่า
ถ้าพรุ่งนี้ระบบมันเกิดหายไปขึ้นมา ชีวิตก็ยังต้องเดินต่อนะ!
หลังจากผ่านเรื่องราวมามากมาย หลินเซินก็มีนิสัยชอบเตรียมทางหนีทีไล่ไว้ให้ตัวเองเสมอ
อย่างที่สอง ภารกิจอัปเกรดของ【แอปสุขภาพและการออกกำลังกาย】ต้องอยู่ในฟิตเนสเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง
ดังนั้น หลินเซินจึงตั้งใจจะไปใช้ฟิตเนสของบริษัทแบบฟรีๆ
ของฟรี ไม่ใช้ก็โง่แล้ว
หลินเซินยิ้มอย่างตื่นเต้น ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากหาว
การออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงทั้งคืนแทบจะสูบพลังงานของเขาไปจนหมด พอได้พักเท่านั้นแหละ ความง่วงก็ถาโถมเข้ามาทันที
ดังนั้น พอขึ้นเตียง หลินเซินก็หยิบมือถือขึ้นมา เปิดแอป【สุขภาพและการออกกำลังกาย】 แล้วกดที่【ยานอนหลับ】กับ【ยาฟื้นฟูความเหนื่อยล้า】ตามลำดับ
ทันใดนั้น กลางอากาศก็มีแสงสีขาววาบขึ้นมา
จากนั้นของสองสิ่งก็ตกลงมาบนเตียง
อย่างหนึ่งคือกล่องสี่เหลี่ยมลูกบาศก์สีดำเล็กๆ ที่ใช้ใส่แหวน อีกอย่างคือขวดพลาสติกคล้ายๆ กับยาน้ำแก้ไอ
พอเห็นภาพตรงหน้า หลินเซินก็อึ้งไปเลย
ที่แท้ไอเทมพวกนี้ไม่ได้ใช้ในเกม แต่เป็นการเสกมันออกมาในโลกแห่งความเป็นจริงงั้นเหรอ?
นี่มันผิดหลักฟิสิกส์ไปหน่อยมั้ง!
“จะมานั่งคิดเรื่องนี้กับระบบก็โง่เกินไปแล้ว”
หลินเซินบ่นกับตัวเอง ก่อนจะลองกิน【ยาฟื้นฟูความเหนื่อยล้า】เป็นอย่างแรก แต่ก็แค่จิบไปนิดเดียว
ในใจเขายังคงรู้สึกหวั่นๆ กลัวว่าจะกินของมีพิษเข้าไป
แต่โชคดีที่ทุกอย่างปกติดี
รสชาติของ【ยาฟื้นฟูความเหนื่อยล้า】คล้ายกับน้ำเปล่า เพียงแต่มีรสหวานเจืออยู่นิดหน่อย
พอดื่มเข้าไป หลินเซินก็รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว มีไอร้อนระเหยออกมาจากหน้าผากเล็กน้อย
ความเหนื่อยล้าของร่างกายที่เกิดจากการออกกำลังกายค่อยๆ เลือนหายไป เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากรับรู้ถึงความผิดปกติในร่างกาย จากตอนแรกที่ตกใจและลนลาน หลินเซินก็ค่อยๆ ปรับตัวได้ ก่อนจะจ้องมองน้ำยาในขวดซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
มันได้ผลขนาดนี้เลยเหรอ?!
หลินเซินรู้สึกว่าสภาพร่างกายของตัวเองตอนนี้ยังดีกว่าตอนก่อนออกกำลังกายเสียอีก แถมอาการปวดหลังที่เกิดจากการนั่งนานๆ ก็หายไปสนิทเลย
หมอเทวดาชัดๆ!
หลินเซินค่อยๆ วาง【ยาฟื้นฟูความเหนื่อยล้า】ไว้ในลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงอย่างระมัดระวัง ลุกจากเตียงเดินไปเดินมาสองสามก้าว กระโดดโลดเต้น สีหน้ายิ่งดูตื่นเต้นมากขึ้น
แต่ทว่า... 【ยาฟื้นฟูความเหนื่อยล้า】มันได้ผลดีเกินไป จนความง่วงที่อยากจะนอนของเขาหายไปหมด กลายเป็นนอนไม่หลับไปซะงั้น!
แต่โชคดีที่ยังมี【ยานอนหลับ】อยู่
หลินเซินไปที่ห้องครัวรินน้ำอุ่นมาแก้วหนึ่ง พอเปิดกล่องออก ข้างในก็มียาสีดำสนิทเม็ดหนึ่งวางอยู่จริงๆ
ขนาดประมาณครึ่งเล็บมือ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายชะเอมเทศลอยออกมา
มี【ยาฟื้นฟูความเหนื่อยล้า】เป็นกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จแล้ว ครั้งนี้หลินเซินจึงไม่ลังเลมากนัก เขาใช้เล็บแกะ【ยานอนหลับ】ออกมาส่วนเล็กๆ แล้วกลืนลงท้องพร้อมกับน้ำ
เขาวางแก้วน้ำลงแล้วเดินออกจากห้องครัว กำลังจะไปนอนหลับสบายๆ ในห้องนอน ทันใดนั้นความง่วงที่ไม่อาจต้านทานได้ก็ซัดสาดเข้ามาในหัวราวกับคลื่นทะเล
ไม่ใช่แล้วเพื่อน!
เดี๋ยวก่อนสิ!?
หลินเซินตกใจ รีบนั่งลงบนโซฟาตั้งใจจะพักสักครู่ แล้วก็...
ไม่มีแล้วก็อีกต่อไป
กว่าหลินเซินจะรู้สึกตัวอีกที ก็เป็นเช้าวันรุ่งขึ้นแล้ว
วันที่ 21 กรกฎาคม ปี 2025
เช้าวันจันทร์ หกโมง แสงอรุณรำไร
หลินเซินค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นบนโซฟา พลางควานหามือถือไปด้วย ดวงตายังคงพร่ามัว รู้สึกมึนงงเล็กน้อย
แน่นอนว่าที่งงน่ะ แค่งงว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น แต่จริงๆ แล้วเขากลับรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ
“ฤทธิ์ของยานอนหลับนี่มันจะดีเกินไปหน่อยแล้วมั้ง”
หลินเซินหยิบกล่องเล็กๆ บนโต๊ะขึ้นมา มองมันด้วยความรู้สึกที่ทั้งอยากจะหัวเราะทั้งอยากจะร้องไห้
เขาบิดขี้เกียจ รู้สึกเหมือนสภาพร่างกายของตัวเองย้อนกลับไปสู่ช่วงพีคสุดๆ สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเลย!
“ไม่เลว!”
หลินเซินถอดเสื้อผ้าทั้งหมดออก แล้วขึ้นไปยืนบนเครื่องชั่งน้ำหนัก ตัวเลข “81.6” ทำให้เขาประหลาดใจและดีใจเป็นอย่างมาก
แค่คืนเดียว น้ำหนักลดไปตั้งหนึ่งกิโลกรัมเต็มๆ (*สองชั่งจีน = หนึ่งกิโลกรัม) ?
ถ้าไม่นับว่าเป็นเพราะท้องว่างตอนเช้า ผลลัพธ์นี้ก็ถือว่าชัดเจนมากแล้ว
ดูท่าประสิทธิภาพการออกกำลังกายที่เพิ่มขึ้น 30% นี่ไม่ใช่เรื่องโกหกจริงๆ!
“งั้นตั้งเป้าหมายเล็กๆ ไว้ก่อนแล้วกัน 75 กิโลกรัม!”
หลินเซินให้กำลังใจตัวเองเงียบๆ หลังจากแต่งตัวเสร็จก็ไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ แล้วก็ถือโอกาสส่องกระจกดูตัวเองไปด้วย
ใบหน้ายังคงดูอวบๆ อยู่บ้าง แต่รอยคล้ำใต้ตากลับหายไปแล้ว ผิวพรรณก็ดูดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะ
ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่า การนอนเร็วตื่นเช้านี่แหละคือการทำสวยที่ดีที่สุด
“ต้องรักษาไว้!”
หลินเซินเก็บข้าวของเรียบร้อย แล้วก็เดินไปซื้ออาหารเช้าที่หน้าปากซอย
พอเปิดมือถือขึ้นมา เขาก็พบว่าเมื่อคืนตอนเที่ยงคืนกว่าๆ มี SMS จากธนาคารส่งเข้ามา
「ธนาคารเจี้ยนเซ่อ: บัญชี XXXX7946 ของท่านมีเงินเข้า ณ วันที่ 21 ก.ค. เวลา 00:01 จำนวน 1700.00หยวน ยอดเงินคงเหลือปัจจุบัน: 55,400.00 หยวน」
“สวย!”
หลินเซินอดที่จะยิ้มกริ่มด้วยความดีใจไม่ได้ กำลังจะให้รางวัลตัวเองด้วยโรตีใส่ไส้กรอกชิ้นโตๆ เป็นอาหารเช้า แต่จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังลดความอ้วนอยู่
ดังนั้น เขาจึงซื้อแค่ไข่ต้มสองฟองกับน้ำเต้าหู้แก้วเดียว
ในเมื่อตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว ก็ต้องทำให้ถึงที่สุด!
นอกจากการออกกำลังกายแล้ว นิสัยการกินที่ดีต่อสุขภาพก็เป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์เช่นกัน
หลังจากจัดการอาหารเช้าแบบลวกๆ เสร็จ หลินเซินก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคู่ใจของเขาไปที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน แล้วก็เดินเข้าบริษัทตอกบัตรตอนแปดโมงครึ่งตรงเวลา
“อรุณสวัสดิ์หลินเซิน!”
เพื่อนร่วมงานพอเห็นหลินเซินเดินมาที่โต๊ะทำงาน ก็พากันทักทายและพูดด้วยความประหลาดใจ
“ดูนายหน้าตาสดใสจังเลยนะ!”
“ขอบคุณครับ”
หลินเซินยิ้มพยักหน้าตอบรับตามมารยาท แต่ในใจกลับไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ
ประสบการณ์สามปีในสังคมทำงานทำให้เขาเข้าใจมานานแล้วว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานเป็นสิ่งที่เปราะบางที่สุด
ถ้าคบกันเป็นเพื่อนได้ก็ดีไป แต่ถ้าคบไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องไปประจบเอาใจใคร
เพราะถ้าคุณแสดงความขยันและความใจดีออกมาแม้แต่นิดเดียว งานสารพัดอย่างก็จะถาโถมเข้ามาที่คุณไม่หยุดหย่อน
คนดี มักจะโดนเอาเปรียบ
ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอแล้ว
ดังนั้น หลินเซินจึงยังคงทำตัวเหมือนปกติ เล่นกับแมวไปพลางทำงานไปพลาง
บริษัทที่เขาทำงานอยู่ชื่อว่า “โฉ่งโย่วเจีย” (บ้านอุปถัมภ์สัตว์เลี้ยง)
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะบริการดูแลและเพาะพันธุ์สัตว์เลี้ยง การผลิตสินค้าและอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง และอื่นๆ อีกมากมาย
ดังนั้น นอกจากโซนสัตว์เลี้ยงเฉพาะที่ชั้นหนึ่งแล้ว ที่โซนออฟฟิศชั้นสองก็มักจะมีแมวที่บริษัทเลี้ยงไว้เดินเพ่นพ่านอยู่เป็นประจำ
หลินเซินชินกับเรื่องนี้มานานแล้ว
การเล่นกับแมวจึงกลายเป็นหนึ่งในแรงจูงใจในการทำงานของเขา ก็แหม... ใครจะไปปฏิเสธน้องเหมียวขี้อ้อนได้ลงคอล่ะ
นี่มันดีกว่าแฟนสาวที่วันๆ เอาแต่ขอเงินแล้วก็หาเรื่องทะเลาะตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ?
หลินเซินหัวเราะเยาะตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองคงจะแค้นกู้ว่านถิงฝังลึกน่าดู
พอถึงเวลาอาหารกลางวัน เขาก็สั่งอาหารคลีนแบบเดลิเวอรี่มากิน
เป็นเมนูลดความอ้วนที่ประกอบไปด้วยบรอกโคลี ข้าวโพด อกไก่ และมันม่วงบด
รสชาติก็ถือว่าไม่เลว ไม่ได้กลืนยากอย่างที่หลินเซินคิดไว้
ห้าโมงเย็น
หลังจากเลิกงาน หลินเซินก็โบกมือลาเพื่อนร่วมงาน แต่ไม่ได้กลับบ้านทันที เขาหยิบกระเป๋าแล้วเดินขึ้นไปที่ฟิตเนสชั้นสี่
เนื่องจากที่นี่ไม่ได้เปิดให้คนนอกเข้า คนจึงค่อนข้างน้อย บรรยากาศก็เงียบสงบดี
นี่มันเหมาะสำหรับมือใหม่อย่างหลินเซินที่เพิ่งเคยเข้าฟิตเนสครั้งแรกแบบสุดๆ ไปเลย
แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทำให้เขาลำบากใจมาก
นั่นก็คือลู่วิ่งไฟฟ้าทั้งแถว เหลือว่างแค่สองเครื่องในสุด แถมยังอยู่แยกกันอีกต่างหาก!
ตรงกลางระหว่างสองเครื่องนั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังวิ่งอยู่ และดูเหมือนว่าคนรอบข้างจะจงใจหลีกเลี่ยงเธอ
ผมหางม้าที่สะบัดไปมาบ่งบอกถึงความกระฉับกระเฉง เสื้อกล้ามออกกำลังกายรัดรูปกับกางเกงโยคะก็ขับเน้นให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าที่อวบอิ่มเย้ายวนได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ
หลินเซินรู้จักเธอ
ฉินเยว่นาน
หัวหน้างานโดยตรงของเขา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด