บทที่ 35: 【ยาเม็ดน้อยเพิ่มสมาธิ】
บทที่ 35: 【ยาเม็ดน้อยเพิ่มสมาธิ】
วันที่ 6 สิงหาคม ปี 2025, วันพุธ
อุณหภูมิ 17℃~26℃, ฝนตกปานกลางถึงหนัก, ลมตะวันออกเฉียงใต้ระดับ 3, ความชื้น 66
【จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยากลาง เนื่องจากอิทธิพลของพายุหมุนบริเวณแม่น้ำเจียงหวย คาดว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เซี่ยงไฮ้จะมีฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งวัน…】
“ซู่ ซู่ ซ่า—!”
เมฆดำทะมึนลอยต่ำลงมาอย่างมาก เม็ดฝนขนาดเท่าเมล็ดถั่วก็ “เปาะแปะ เปาะแปะ” กระทบหน้าต่าง สาดกระเซ็นเป็นหยดน้ำใสๆ
หลินเซินนั่งอยู่ข้างเตียงมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นภาพแบบนี้แหละ
แปดโมงเช้า เซี่ยงไฮ้ดูมืดครึ้มและอึมครึม
“ดูท่าวันนี้คงจะออกไปข้างนอกไม่ได้แล้วล่ะมั้ง”
หลินเซินรู้สึกเหมือนในใจจู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกหดหู่และอ้างว้างขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ถึงแม้เขาจะชอบฝนตกมาก แต่ก็มักจะรู้สึกเหงาในวันที่อากาศแบบนี้อยู่เสมอ
หลินเซินสูดหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง หลังจากลุกขึ้นแล้วก็ไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ ผลลัพธ์คือบังเอิญเจอกู้หว่านฉิง
“พี่เขยตื่นแล้วเหรอคะ!”
กู้หว่านฉิงเพิ่งจะล้างหน้าเสร็จ ผิวที่เปียกชื้นเล็กน้อยยิ่งดูนุ่มเนียนน่าสัมผัส
“ข้างนอกฝนตกแล้วค่ะ”
“อืม”
หลินเซินอดใจไม่ไหว ยื่นมือไปหยิกแก้มกู้หว่านฉิงเบาๆ ก็แหม... เธอน่ารักเกินไปจริงๆ นี่นา
“ตอนเช้าคงจะไม่ได้ออกไปไหนแล้วล่ะ ตอนบ่ายค่อยดูสถานการณ์อีกที เป็นยังไง?”
“ได้ค่ะ~”
ปกติแล้วเวลาที่กู้หว่านฉิงโดนหลินเซินหยิกแก้ม เธอก็มักจะแค่ยิ้มๆ
แต่ครั้งนี้ เธอกลับหลบสายตาที่ดูเขินอายเล็กน้อย หัวใจก็เต้นเร็วขึ้นมาทันที
หลังจากเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ตอนดูพลุที่ดิสนีย์แลนด์เมื่อคืนแล้ว เธอรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหลินเซินมันมีการเปลี่ยนแปลงที่ละเอียดอ่อนบางอย่างเกิดขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เขาทำท่าทางสนิทสนมต่างๆ ในใจเธอก็เริ่มจะรู้สึกเขินอายและคาดหวังขึ้นมา
ตัวเองคงจะไม่ได้ชอบพี่เขยเขาเข้าจริงๆ หรอกใช่ไหมนะ...
กู้หว่านฉิงครุ่นคิดในใจ
ส่วนหลินเซินหลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้ว เขาก็วางเสื่อโยคะลงบนพื้นห้องนั่งเล่นแล้วก็เริ่มออกกำลังกาย
เริ่มจากการกระโดดตบกับการยกเข่าสูงเพื่อเผาผลาญไขมันเป็นการวอร์มอัป ต่อด้วยการวิดพื้นกับซิทอัพเพื่อฝึกกล้ามเนื้อหน้าอกกับหน้าท้อง
จากนั้นก็ยืนม้ากับออกกำลังกายแบบเคเกลเพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ บำรุงไตเสริมสร้างหยาง
“ฮึ่บ—!”
เหงื่อไหลลงมาตามแก้มของหลินเซินจนเสื้อผ้าแห้งไวที่เขาสวมอยู่เปียกโชกไปหมด
กู้หว่านฉิงเห็นแล้วก็เตรียมน้ำเกลือแร่กับผ้าขนหนูไว้ให้เขาอย่างใส่ใจ
สิบโมงครึ่งเช้า การออกกำลังกายสองชั่วโมงก็จบลง
หลินเซินเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ พอออกมาแล้วก็พบว่าฝนข้างนอกดูเหมือนจะยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกเลย
แต่ท้องฟ้าก็ดูจะสว่างขึ้นมาบ้างแล้ว พอมองเห็นกลุ่มเมฆสีขาวเทาที่ลอยติดกันเป็นแพ
ในตอนนี้ กู้หว่านฉิงกำลังง่วนอยู่กับการจัดการวัตถุดิบในห้องครัว เตรียมจะทำอาหารกลางวัน
หลินเซินมองตามแผ่นหลังที่กำลังยุ่งวุ่นวายของเธอ ในใจที่เคยสงบก็กลับมาเกิดระลอกคลื่นขึ้นอีกครั้ง
วันฝนตก ไม่ต้องกังวลเรื่องงาน ไม่ต้องปวดหัวเรื่องชีวิต ได้อยู่กับเพศตรงข้ามสองต่อสองในห้องเช่าเล็กๆ มองเธทำกับข้าว
นี่มันคือชีวิตที่ผู้ชายมากมายใฝ่ฝันถึงไม่ใช่เหรอ!
บรรยากาศที่อบอุ่นแบบนี้ คงจะมีแต่คนที่เคยสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจถึงความสวยงามของมันได้
หลินเซินยิ้ม รู้สึกเหมือนตัวเองตอนนี้คือคนที่มีความสุขที่สุดในโลกแล้ว!
เขาเดินไปที่ระเบียง เปิดหน้าต่างออกเล็กน้อย หลับตาสูดหายใจเข้าลึกๆ ปล่อยให้ลมฤดูร้อนที่พัดพาเอาละอองฝนละเอียดๆ มาปะทะใบหน้า
มีความสุขจริงๆ!
“กินข้าวได้แล้วค่ะ!”
เที่ยงวัน กู้หว่านฉิงก็ยกกับข้าวออกมาจากห้องครัว
มะเขือเทศผัดไข่ มะเขือยาวผัดซอส และซุปสาหร่ายไข่
ถึงแม้จะเป็นแค่กับข้าวสองอย่างกับซุปหนึ่งอย่างง่ายๆ แต่หลินเซินกลับกินอย่างเอร็ดอร่อย
หลังจากกินข้าวเสร็จ เขาก็ช่วยกู้หว่านฉิงล้างจาน
ฝนข้างนอกเริ่มจะซาลงบ้างแล้ว แต่ถ้าจะออกไปข้างนอกก็ยังดูจะลำบากอยู่หน่อย
ดังนั้น หลินเซินจึงหยิบหนังสือเรื่อง 《ชีวิต》 ออกมาจากห้องนอน นั่งลงบนพรมในห้องนั่งเล่นเตรียมจะอ่านต่อ
กู้หว่านฉิงเห็นแล้วก็ไปหาผ้าห่มผืนบางๆ มาผืนหนึ่งแล้วก็พูดพลางยิ้มทะเล้น
“พี่เขยคะ! หนูขอนั่งข้างๆ พี่ได้ไหมคะ?”
“แน่นอนสิ”
“อิอิ”
พอได้รับอนุญาตแล้ว กู้หว่านฉิงก็นั่งลงข้างๆ หลินเซินบนพรม พิงขอบโซฟาแล้วก็เริ่มเล่นมือถือ
ข้างนอกหน้าต่าง เสียงฝนยังคงตกปรอยๆ นานๆ ครั้งก็มีเสียงฟ้าผ่าฟ้าร้องดังมาเป็นระยะ
ข้างในห้อง หลินเซินกำลังพลิกหน้าหนังสือบนตักอย่างเงียบๆ ส่วนกู้หว่านฉิงก็ค่อยๆ เอนศีรษะซบเขา
ไม่นานนัก
ตุบ—!
พอรู้สึกถึงแรงกดที่ไหล่ หลินเซินที่กำลังจมดิ่งอยู่กับเรื่องราวในหนังสือก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
เขาหันไปมอง ก็พบว่ากู้หว่านฉิงหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ดวงตาคู่สวยปิดสนิท แก้มซบอยู่ที่ไหล่ของหลินเซิน ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดอยู่ที่ซอกคอของเขา ทำเอาเขาใจเต้นไม่เป็นส่ำอยู่เหมือนกัน
ถ้ามองใกล้ๆ แล้ว กู้หว่านฉิงสวยมากจริงๆ
โดยเฉพาะผิวที่ขาวเนียนละเอียดจนแทบจะมองทะลุได้ ดูนุ่มเนียนน่าสัมผัส ดูอ่อนเยาว์สดใสมาก
นี่คือความสวยงามของเด็กสาววัยสิบแปดสินะ?
หลินเซินแอบทอดถอนใจในใจ
เขาค่อยๆ ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้กู้หว่านฉิงเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปจมดิ่งอยู่กับการอ่านหนังสือต่อ
…
หกโมงเย็น
ฝนที่ตกปานกลางค่อยๆ เปลี่ยนเป็นฝนปรอยๆ ที่ตกต่อเนื่องไม่ขาดสาย กลุ่มเมฆสีเทาตะกั่วลอยต่ำลงมาบดบังเส้นขอบฟ้า
หลินเซินปิดหนังสือเรื่อง 《ชีวิต》 ลง มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นท้องฟ้าที่มืดครึ้ม ในใจก็พลันเกิดความรู้สึกอ้างว้างจนแทบจะขาดใจขึ้นมา
ถึงแม้ตัวเอกในเรื่องจะชื่อฝูกุ้ย (โชคดีและมั่งมี) แต่ทั้งชีวิตของเขากลับไม่เคยได้สัมผัสกับสองคำนี้เลยแม้แต่น้อย
สุดท้ายเขาก็สูญเสียญาติสนิทมิตรสหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแค่วัวแก่ตัวหนึ่งเป็นเพื่อนคู่ใจ
แต่โชคดีที่เขายังมีชีวิตอยู่
หลินเซินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
จริงๆ แล้วถ้าจะอ่านแบบละเอียดจริงๆ ล่ะก็ เกรงว่าหนึ่งสัปดาห์ก็ยังอ่านหนังสือเรื่อง 《ชีวิต》 เล่มนี้ไม่จบหรอกนะ
แต่หลินเซินไม่อยากจะสัมผัสกับความเศร้าโศกที่รุนแรงขนาดนั้นอีกแล้ว เนื้อเรื่องหลายส่วนเขาก็เลยอ่านข้ามๆ ไป
เขาหยิบมือถือขึ้นมา ก็พบว่าแอป【สุขภาพและการออกกำลังกาย】มีแจ้งเตือน “สีแดงเลข 1” ที่แสดงว่าภารกิจสำเร็จแล้วปรากฏขึ้นมาจริงๆ ด้วย
【ภารกิจอัปเกรด: โปรดอ่านหนังสือที่สนใจสักเล่ม เพื่อเพิ่มพูนโลกภายใน (สำเร็จแล้ว) 】
【รางวัล: แอปสุขภาพและการออกกำลังกาย lv.7 → lv.8】
【ประสิทธิภาพการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น 60% → 65%】
【ไอเทม: ยาเม็ดน้อยเพิ่มสมาธิ (หลังรับประทาน จะช่วยเพิ่มสมาธิของคุณ) 】
【ภารกิจอัปเกรด: โปรดเรียนรู้กีฬาที่ไม่เคยเล่นมาก่อนสักอย่างหนึ่ง】
ยาเม็ดน้อยเพิ่มสมาธิ?
หลินเซินกดเข้าไปดูไอเทม ลองอ่านคู่มือการใช้งานดู ก็พบว่ามันทำงานโดยการกระตุ้นเซลล์ประสาทในสมองเพื่อเพิ่มสมาธิ
ซึ่งก็จะส่งผลให้ความสามารถในการเรียนรู้เพิ่มขึ้นไปด้วย
“ก็เข้ากับภารกิจใหม่ดีนี่นา”
หลินเซินพึมพำเบาๆ
กีฬาที่เขาไม่เคยเล่นมาก่อนก็มีเยอะแยะไปหมด การจะเลือกมาสักอย่างหนึ่งแล้วก็เริ่มฝึกมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ขอแค่มีเวลา ใครๆ ก็ทำได้
ขณะที่หลินเซินกำลังครุ่นคิดอยู่เงียบๆ กู้หว่านฉิงที่กำลังหลับสบายอยู่ก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา
เธอขยี้ตางัวเงีย มองซ้ายมองขวาอย่างสับสน ก่อนจะมองไปทางหลินเซินอย่างมึนงง
“พี่เขยคะ... กี่โมงแล้วคะ?”
เป็นที่รู้กันดีว่า เสียงของผู้หญิงตอนเพิ่งตื่นนอนมันจะทั้งนุ่มนวลและน่าฟังมาก
พอรวมเข้ากับใบหน้าที่น่ารักน่าเอ็นดูของกู้หว่านฉิงแล้ว ทำเอาหลินเซินอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
“หกโมงแล้ว”
“หกโมง!?”
กู้หว่านฉิงเบิกตากว้างทันที สติก็กลับคืนมาสู่สมอง
“หนูหลับไปห้าชั่วโมงเลยเหรอคะ?”
“บางทีอาจจะเป็นเพราะช่วงนี้เที่ยวเยอะไปหน่อย ก็เลยเหนื่อยล่ะมั้ง”
“แต่ว่านอนกลางวันยิ่งนอนยิ่งเหนื่อยนะคะ!”
กู้หว่านฉิงบิดขี้เกียจ รู้สึกเหมือนร่างกายจะหลุดเป็นชิ้นๆ พลางส่งเสียงครางอ้อนๆ อย่างน่ารัก
หลินเซินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากเสนอขึ้นมาทันที
“งั้นออกไปเดินเล่นกันหน่อยไหม? ฉันว่าข้างนอกฝนมันซาลงแล้วนะ”
“เย้!”
กู้หว่านฉิงเป็นพวกที่อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้อยู่แล้ว
พอได้ยินว่าจะได้ออกไปเดินเล่นกลางสายฝนกับหลินเซินตอนกลางคืน ในใจเขาก็ตื่นเต้นดีใจ พร้อมกับแอบคาดหวังอยู่เงียบๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ