บทที่ 60: โอบกอด

บทที่ 60: โอบกอด

“พี่ก็เลยใส่มางั้นเหรอครับ?”

หลินเซินทำหน้าตกใจสุดขีด

เขาไม่คิดเลยจริงๆ ว่า ฉินเยว่นานจะยอมทำตามคำแนะนำที่เขาพูดออกไปส่งๆ

สาวมั่นสุดเย็นชาคนนี้ไปเชื่อฟังคนง่ายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?

ให้ใส่ถุงน่องสีดำก็ใส่ถุงน่องสีดำ

งั้นคราวหน้าจะให้ใส่อะไรก็คงจะได้เหมือนกันสินะ?

หลินเซินครุ่นคิดในใจเล็กน้อย ก่อนจะจ้องมองเรียวขาสวยในถุงน่องสีดำของฉินเยว่นานอย่างเปิดเผย ราวกับจะใช้สายตาของตัวเองวัดขนาดมันอย่างนั้นแหละ

จึ๊ จึ๊!

ไม่เลวเลยจริงๆ!

ดูเหมือนจะสังเกตเห็นสายตาที่ร้อนแรงของหลินเซิน ฉินเยว่นานก็กัดเนื้อแกะออกจากไม้เสียบ แล้วก็ใช้ปลายแหลมของไม้เสียบเล็งไปที่ตาของเขา ดวงตาคู่สวยที่หรี่ลงเล็กน้อยเต็มไปด้วยแววอันตราย

ราวกับจะพูดว่า: “ถ้ายังมองมั่วซั่วอีก ฉันจะจิ้มตาแกให้บอดเลยนะ!”

“แค่กๆ!”

หลินเซินเห็นแล้วก็รีบละสายตากลับมาทันที แล้วก็เข้าไปร่วมวงสนทนากับจ้าวเย่

“พวกแกคุยอะไรกันอยู่เหรอ?”

“พวกเรากำลังคุยกันอยู่ว่าไอ้หนุ่มนี่นายไปมีโชคดีมาจากไหนกันวะ!”

จ้าวเย่พูดด้วยน้ำเสียงที่ทั้งโมโหทั้งอิจฉา ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูหลินเซินด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“หรือว่านายจะนอกใจแฟนก่อนหรือเปล่า?”

“ฉันยังไม่มีแฟนเลย! จะไปนอกใจบ้าอะไรกันล่ะ!”

หลินเซินหัวเราะแล้วก็ด่ากลับไป นี่ทำเอาจ้าวเย่ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ ชี้ไม้ชี้มือไปทางฉินเยว่นานที่อยู่ข้างๆ อย่างบ้าคลั่ง

“ไม่ใช่แล้วเพื่อน ประธานบริษัทเงินเดือนเป็นล้านมานั่งกินข้าวแผงลอยกับนาย นายจะมาบอกว่าพวกนายสองคนไม่มีอะไรกันเลยเนี่ยนะ?”

“ก็มี”

พอเห็นจ้าวเย่เบิกตากว้างทันที หลินเซินก็แกล้งทำเป็นอุบอิบไว้ก่อนแล้วก็หัวเราะแหยๆ

“ความสัมพันธ์แบบผู้ช่วยกับเจ้านายไงล่ะ”

“หมดแล้วเหรอ?”

“หมดแล้ว”

“ชิ!”

จ้าวเย่เบ้ปากอย่างไม่ใส่ใจ ชนแก้วกับหลินเซินแล้วก็ท้าทายทันที

“วันนี้ไม่เมาไม่เลิกโว้ย!”

“ได้เลย!”

หลินเซินยิ้มบางๆ กัวเฮ่าหรานกับฉีจวิ้นเสียนเห็นแล้วก็พากันเข้าร่วมวงด้วย

ฉินเยว่นานเห็นพวกเขาคุยกันอย่างสนุกสนาน ก็แอบไปหาถุงมือพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งมาใส่ พับแขนเสื้อขึ้นแล้วก็เริ่มจะแกะกุ้งเครย์ฟิช

แต่ตัวแรกเธอก็ไม่ได้กินเอง แต่กลับยื่นไปป้อนที่ปากหลินเซิน

หืม?

ไม่ใช่แค่หลินเซินที่ตกใจไปเลยนะ คนอื่นๆ อีกสามคนก็ถึงกับอ้าปากค้างไปตามๆ กัน

ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของบริษัทถึงกับมาแกะกุ้งเครย์ฟิชให้ผู้ช่วยตัวเองกินเนี่ยนะ?

คุณยังจะกล้าพูดอีกเหรอว่าพวกคุณสองคนไม่มีอะไรกันเลย?

ผีสางที่ไหนมันจะไปเชื่อกันล่ะ!

“ขอบคุณครับ”

หลินเซินประหลาดใจเล็กน้อย รับเนื้อกุ้งเครย์ฟิชที่ป้อนมาถึงปากกินเข้าไปอย่างเกรงใจ ก่อนจะเคี้ยวไปพลางกระซิบเบาๆ ไปพลาง

“พี่นานครับ พี่แกะกินเองก็ได้ ไม่ต้องสนใจผมหรอกครับ”

“แล้วทำไมคุณไม่กินล่ะ?”

ฉินเยว่นานเหลือบมองไปที่โต๊ะ

นอกจากหลินเซินแล้ว ตรงหน้าคนอื่นๆ ก็มีเปลือกกุ้งเครย์ฟิชกองอยู่เต็มไปหมด มีแต่ตรงหน้าเขาเท่านั้นที่มีอยู่ไม่กี่อัน

“ผมขี้เกียจแกะน่ะครับ”

หลินเซินอธิบาย

ตอนแกะกุ้งเครย์ฟิชมันจะกินไม้ปิ้งย่างหรือดื่มเหล้าไม่ได้ ไม่อย่างนั้นมันจะเปื้อนน้ำมันไปทั่ว

ดังนั้นหลินเซินจึงมักจะกินกุ้งเครย์ฟิชเป็นอย่างสุดท้ายเสมอ ถ้าไม่มีก็แล้วไป

ฉินเยว่นานดูเหมือนจะเดาความคิดของเขาออก เธอจึงแกะกุ้งเครย์ฟิชครึ่งชามจนหมดแล้วก็เอาเนื้อไปแช่ไว้ในน้ำจิ้ม

ดูเหมือนว่าใครๆ ก็สามารถคีบไปกินได้ แต่คนอื่นๆ ที่ไหนมันจะกล้าไปกินกันล่ะ!

สุดท้ายก็เลยตกเป็นของหลินเซินคนเดียว

เมื่อเจอกับการป้อนอาหารที่แสนจะใส่ใจของฉินเยว่นานแบบนี้ ความคิดที่หลินเซินมีต่อเธอก็มีการเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดบางอย่างเกิดขึ้น ในใจก็แอบรู้สึกซาบซึ้งอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

แน่นอนว่าก็มีความคิดอกุศลเล็กๆ น้อยๆ ปนอยู่ด้วยเหมือนกันนะ

เมื่อก่อนหลินเซินยังเคยคิดเลยว่า มันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ฉินเยว่นานจะชอบเขา

แต่ตอนนี้ รายละเอียดต่างๆ เหล่านี้ทำให้หลินเซินอดที่จะครุ่นคิดไม่ได้

ฉินเยว่นานเริ่มจากให้ของขวัญราคาแพงต่างๆ กับเขา ตอนนี้ก็ยังยอมทำตามความคิดเห็นของเขายอมใส่ถุงน่องสีดำ แถมยังมาป้อนอาหารให้เขาแบบผิดปกติอีกด้วย

หรือว่าเธอจะชอบฉันจริงๆ นะ?

หลินเซินถือโอกาสตอนดื่มเหล้า แอบเหลือบมองใบหน้าด้านข้างที่สวยงามไร้ที่ติแต่เย็นชาของฉินเยว่นานอยู่สองสามครั้ง ในใจที่เคยเฉยเมยก็เริ่มจะรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาลางๆ

บางทีอาจจะต้องหาโอกาสลองเชิงดูสักหน่อยแล้ว

“ไม้ปิ้งย่างที่โต๊ะ 18 สั่งเพิ่มค่ะ”

ทันใดนั้น พนักงานเสิร์ฟก็นำไม้ปิ้งย่างที่ฉินเยว่นานสั่งมาให้ หลินเซินก็จำของอย่างหนึ่งในนั้นได้ทันที

องคชาติแกะย่าง!

หลินเซินหยิบมันขึ้นมา มองไปทางฉินเยว่นานด้วยสายตาที่แปลกๆ

“พี่สั่งเหรอครับ?”

“อืม”

ฉินเยว่นานพยักหน้า

“เมื่อก่อนไม่เคยสั่งเลยค่ะ เห็นรูปแล้วมันเหมือนสปริงก็เลยอยากจะลองชิมดู ทำไมเหรอคะ? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”

“ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ แต่ว่...”

หลินเซินกระซิบถามเบาๆ

“พี่รู้ไหมครับว่านี่มันคืออะไร?”

“ไม่รู้ค่ะ”

พอเห็นฉินเยว่นานส่ายหน้า หลินเซินก็โน้มปากเข้าไปกระซิบข้างหูเธอเบาๆ

ดวงตาคู่สวยของเธอกะพริบปริบๆ สองสามครั้ง ครู่ต่อมาแก้มก็พลันแดงระเรื่อขึ้นมาทันที ถลึงตาใส่หลินเซินอย่างโมโห

“ฉันไม่กินแล้ว!”

“จริงๆ แล้วไอ้ของนี่มันก็อร่อยดีนะครับ โปรตีนสูงด้วย”

ถึงแม้หลินเซินจะพยายามคะยั้นคะยอด้วยความหวังดี แต่ฉินเยว่นานก็ไม่ยอมลองกินเลยแม้แต่น้อย แถมยังไม่อยากจะมองมันอีกด้วยซ้ำ จนใจจริงๆ เขาจึงต้องจัดการองคชาติแกะย่างนั่นเสียเอง

เวลาที่เหลือ ทั้งสี่คนก็ยังคงดื่มเหล้ากินไม้ปิ้งย่าง พูดคุยเรื่องชีวิตกันอย่างสนุกสนาน

ไม่นานนัก ใบหน้าของหลินเซินก็เริ่มจะแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาก็ดูจะพร่ามัว ดูท่าจะเริ่มจะมึนๆ แล้ว

ฉินเยว่นานเห็นแล้วก็ดึงชายเสื้อเขาเบาๆ แล้วก็เตือน

“ดื่มน้อยๆ หน่อยสิคะ”

“ไม่เป็นไรครับ!”

หลินเซินโบกมือ ดูเหมือนจะมั่นใจในความคอแข็งของตัวเองมาก

ก็แหม... ด้วยการออกกำลังกายในช่วงนี้ สมรรถภาพทางกายของเขาก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

บวกกับพลังเสริมจาก【แอปสุขภาพและการออกกำลังกาย】แล้ว การเผาผลาญแอลกอฮอล์ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

แต่ทว่า..……

สามทุ่ม งานเลี้ยงก็ใกล้จะเลิกราแล้ว

เนื่องจากฉีจวิ้นเสียนกับกัวเฮ่าหรานพักอยู่ทางเดียวกัน ดังนั้นจึงเรียกคนขับรถรับจ้างมาส่งคนทั้งสองกลับบ้าน

ส่วนหลินเซินหลังจากจ่ายเงินเสร็จแล้วก็ทรุดลงไปนั่งยองๆ อยู่ริมถนนเกาะต้นไม้ไว้ ก้มหน้าไอไม่หยุด

เขารู้สึกเหมือนมีไอร้อนๆ ก่อตัวขึ้นในท้อง อยากจะอาเจียนแต่ก็อาเจียนไม่ออก

สติที่เคยแจ่มใสก็เริ่มจะมึนงง แก้มก็ร้อนผ่าว รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนติ้ว

จ้าวเย่เห็นแล้วก็เดินโซซัดโซเซเข้ามา ใบหน้าม่วงคล้ำไปหมด กำลังจะพูดอะไรบางอย่างด้วยความเป็นห่วง ก็โดนฉินเยว่นานจ้องเขม็งเข้าให้

สายตาที่เหมือนจะฆ่าคนได้นั้นทำเอาเขาสะท้านไปทั้งตัว สร่างเมาขึ้นมาทันที รีบยิ้มแหยๆ

“เอ่อ... หลินเซินเขาไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ? คุณก็เห็นแล้วนะ ไม่ใช่ว่าพวกเราบังคับให้เขาดื่มนะ เขาเป็นคนดื่มเอง”

“ปกติเขาไม่ค่อยดื่มเหล้าหรอกนะ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะมีปัญหาเรื่องความรักอยู่หน่อยๆ คุณก็ช่วยปลอบใจเขาหน่อยแล้วกันนะ”

“ผมไม่เป็นไรครับ”

หลินเซินเกาะต้นไม้ลุกขึ้นยืน ยิ้มพลางโบกมือลาจ้าวเย่

“ไว้เจอกันวันหลังนะครับ”

“ได้สิ แต่ว่านายแน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไร? ให้ไปส่งกลับบ้านไหม?”

“นายไม่เห็นหรือไงว่าข้างๆ ยังมีอีกคนอยู่น่ะ?”

หลินเซินพยักเพยิดไปทางฉินเยว่นาน จ้าวเย่ก็เข้าใจในทันที

“ได้ๆ งั้นฉันกับเสี่ยวเยว่ไปก่อนนะ นายถึงบ้านแล้วก็อย่าลืมโทรมาบอกด้วยล่ะ”

“อืม”

“คุณเกาะฉันไว้สิ”

พอเห็นท่าทางการเดินของหลินเซินดูจะไม่ค่อยมั่นคง ฉินเยว่นานก็รีบวิ่งเข้ามาข้างๆ เขา ให้แขนซ้ายของเขาพาดไหล่เธอไว้เป็นที่พยุง

ทันใดนั้น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ก็โชยมาปะทะจมูกทันที

หลินเซินสูดหายใจเบาๆ รู้สึกเหมือนอาการมึนเมาจากฤทธิ์เหล้าจะลดลงไปกว่าครึ่ง ก่อนจะใช้แขนซ้ายโอบไหล่ที่เนียนนุ่มของฉินเยว่นานไว้อย่างเปิดเผย มุมปากก็ประดับรอยยิ้มมองเธอ

“พี่นานครับ พี่ดีกับผมมากจริงๆ!”

“ตอนอยู่ที่ภูเขาเสอซาน คุณก็ดูแลฉันแบบนี้เหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ”

ฉินเยว่นานรู้ว่าหลินเซินเมาแล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้ถือสาพฤติกรรมการฉวยโอกาสที่ดูจะเกินเลยของเขา

ไม่ใช่เพราะเธอใจกว้างหรอกนะ แต่เป็นเพราะตอนนี้เธอรู้สึกทำอะไรไม่ถูกมากกว่า

เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฉินเยว่นานโดนเพศตรงข้ามโอบไหล่ การสัมผัสทางร่างกายที่ใกล้ชิดขนาดนี้ทำให้หัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้นมาทันที

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 60: โอบกอด

ตอนถัดไป