บทที่ 65: รับรถ

บทที่ 65: รับรถ

ปัง—!

พร้อมกับพลุกระดาษหลากสีสันที่โปรยปรายลงมาตรงหน้าเขา หลินเซินก็ได้สัมผัสกับผลกระทบของ “คุณค่าทางอารมณ์” ที่มีต่อคนเป็นครั้งแรก

ทั้งตัวรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย ในใจที่อ่อนโยนก็มีความสุขจางๆ เจืออยู่ด้วย

“ขอบคุณครับ”

หลินเซินยิ้มพลางจับมือกับหลี่โม่ เดินไปยืนรออยู่ข้างๆ ให้เขาเก็บลูกโป่งกับป้ายโฆษณารอบๆ รถออก

ทันใดนั้น เขาก็เหลือบเห็นเงาที่คุ้นเคยคนหนึ่งอยู่ที่มุมห้องโถงไม่ไกล

“คุณจางคะ สัญญาของคุณเรียบร้อยแล้วค่ะ”

พนักงานขายผู้หญิงที่นั่งอยู่บนโซฟายื่นสัญญาให้ชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยสองมือ ท่อนบนโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มดูเย้ายวนสุดๆ

“ยินดีด้วยนะคะที่คุณได้เป็นเจ้าของรถแลนด์โรเวอร์ผู้ทรงเกียรติของเรา! ต้องการให้ดิฉันพาไปทดลองขับสักรอบไหมคะ?”

“ไม่ต้องแล้วครับ”

เรียวขาสวยในถุงน่องสีดำภายใต้กระโปรงรัดรูปของพนักงานขายผู้หญิงขยับไขว่กันไปมา สีหน้าก็ขยิบตาทำท่าทางยั่วยวน ความหมายก็ชัดเจนอยู่แล้ว

แต่ชายวัยกลางคนกลับทำเป็นไม่สนใจคำใบ้ของเธอ ลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินจากไป

ทันใดนั้น ก็มีเสียงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจดังมาจากข้างๆ

“คุณคือพี่จางใช่ไหมครับ?”

หืม?

จางกั๋วต้งหันไปมอง พอเห็นหลินเซินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ไม่นานสีหน้าก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“หลินเซิน!?”

“ครับ”

หลินเซินยิ้มพลางยื่นมือขวามาให้

“ผมเห็นพี่แต่ไกลแล้ว นึกว่าดูผิดเสียอีก ไม่คิดเลยว่าหลังจากแยกกันที่สนามบาสแล้วยังจะได้มาเจอกันอีก”

“นี่มันบังเอิญเกินไปแล้วจริงๆ!”

จางกั๋วต้งรีบจับมือกับหลินเซิน ในใจก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก

เขาไม่คิดเลยจริงๆ ว่า เด็กหนุ่มที่เพิ่งจะรู้จักกันตอนไปเล่นบาสเกตบอลที่ชุมชนแห่งหนึ่งส่งๆ ผลลัพธ์คือกลับมาเจอกันอีกครั้งที่โชว์รูมรถยนต์!

“คุณมาดูรถเหรอครับ?”

“ผมมารับรถครับ”

หลินเซินยกช่อดอกไม้ในมือขึ้นมาเล็กน้อย นี่ทำเอาจางกั๋วต้งอดที่จะดีใจไปกับเขาไม่ได้

“ยินดีด้วยนะ! ไม่คิดเลยว่าไอ้หนุ่มอย่างนายจะอายุน้อยขนาดนี้ก็สามารถซื้อแลนด์โรเวอร์ได้แล้ว อนาคตไกลแน่นอนเลยนะเนี่ย!”

“ผมไม่ได้ซื้อแลนด์โรเวอร์ครับ”

หลินเซินชี้ไปยังรถสุดที่รักของตัวเองในโซนรับรถ

“เป็นจากัวร์ครับ”

“อ๋อ?”

จางกั๋วต้งมองตามทิศทางที่หลินเซินชี้ไป ทันใดนั้นก็เบิกตากว้างทันที

“รถจากัวร์คันนี้ไม่ใช่คันที่ฉันเคยสั่งไว้เหรอ?”

หา?

คำพูดนี้ของจางกั๋วต้งทำเอาหลินเซินถึงกับงงไปเลย

เขารู้ว่าที่ตัวเองสามารถรับรถได้เร็วขนาดนี้ ก็เป็นเพราะมีเศรษฐีคนหนึ่งยกเลิกออเดอร์เดิมไปนั่นแหละ

ผลลัพธ์คือไอ้คนใจป้ำคนนั้นมันคือจางกั๋วต้งงั้นเหรอ?

ในใจหลินเซินจู่ๆ ก็มีความรู้สึกที่แปลกประหลาดว่า “โลกนี้มันช่างกลมเสียจริงๆ” ผุดขึ้นมา

เรื่องที่บังเอิญขนาดนี้ มันจะมาเกิดขึ้นกับตัวเองจริงๆ เหรอ?

“จริงๆ ด้วยสินะ!”

จางกั๋วต้งเดินวนรอบรถใหม่ของหลินเซินดูอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะมองมาทางเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกใจและชื่นชม

“เดิมทีฉันก็สั่งรถคันนี้ไว้นั่นแหละ เพียงแต่ว่าหลังจากเล่นบาสเกตบอลกับนายวันนั้นแล้ว ฉันก็รู้สึกว่าควรจะไปทำตามความฝันที่มีมาอย่างยาวนานของตัวเองเสียที”

“ฉันก็เลยยกเลิกออเดอร์จากัวร์ แล้วก็ไปซื้อแลนด์โรเวอร์ที่ฉันอยากได้มานานแล้ว จากนั้นเซลล์ของฉันก็บอกว่าจากัวร์ XFL รุ่นท็อปที่ฉันสั่งไว้คันนี้มีคนซื้อไปแล้ว”

“ผลลัพธ์คือไม่คิดเลยว่า คนซื้อจะเป็นนาย!”

“ผมก็ไม่คิดเหมือนกันครับ”

หลินเซินยิ้ม รู้สึกเหมือนในความมืดมิดราวกับมีโชคชะตากำลังชักนำให้คนทั้งสองมาเจอกันอย่างนั้นแหละ

“คนที่เล่นบาสเกตบอลกับผมเป็นถึงเศรษฐีใหญ่เลยนะครับเนี่ย”

“โอ๊ย เศรษฐีใหญ่อะไรกันล่ะครับ ก็แค่มาทำธุรกิจเล็กๆน้อยๆที่เซี่ยงไฮ้เท่านั้นเอง”

จางกั๋วต้งเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วก็ตบไหล่หลินเซินเบาๆ อย่างสนิทสนม

“นายนี่แหละที่ซ่อนรูปจริงๆ อายุน้อยขนาดนี้ก็สามารถซื้อรถราคาตั้งสี่ห้าแสนได้แล้ว”

“ผ่อนซื้อเอาน่ะครับ”

หลินเซินพูดอย่างถ่อมตัว แต่จางกั๋วต้งกลับหัวเราะลั่น

“แบบนั้นก็เก่งมากแล้วนะ! จากัวร์ XFL คันนี้เงินดาวน์อย่างน้อยก็ต้องสองแสนเลยไม่ใช่เหรอ? หนุ่มสาวอย่างนาย หาเงินได้สองแสนนี่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้วนะ”

“ในเมื่อพรหมลิขิตมันเป็นแบบนี้แล้ว หรือว่าเราจะแอดวีแชทเป็นเพื่อนกันหน่อยดีไหม? คราวที่แล้วที่สนามบาสมีธุระก็เลยพลาดไป ครั้งนี้นายห้ามปฏิเสธฉันนะ!”

“ไม่มีปัญหาครับ”

หลินเซินตอบตกลงอย่างง่ายดาย หลังจากแอดวีแชทเป็นเพื่อนกับจางกั๋วต้งแล้วก็พูดคุยทักทายกันอีกสองสามประโยค

“ช่วงนี้ฉันต้องออกจากเซี่ยงไฮ้ไปปักกิ่ง ถ้าคุณมาเที่ยวเมื่อไหร่ก็อย่าลืมติดต่อมานะ ฉันจะเป็นเจ้ามือเอง!”

“ครับ”

หลังจากโบกมือลาจางกั๋วต้งแล้ว ในใจหลินเซินก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

บางครั้งพอถึงเวลาที่เหมาะสม คอนเนคชั่นก็ไม่จำเป็นต้องไปดิ้นรนหามาเองหรอกนะ มันจะมาหาคุณเอง

หลินเซินรู้สึกสังหรณ์ใจลางๆ ว่า ในอนาคตเขากับจางกั๋วต้งคงจะได้ติดต่อกันอีกอย่างแน่นอน

“คุณหลินครับ พวกเราขอมอบน้ำมัน 98 ให้คุณหนึ่งถัง ขอให้คุณเดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ!”

“อืม”

บ่ายสามโมง ในที่สุดหลินเซินก็ได้นั่งลงบนเบาะคนขับของจากัวร์ XFL ที่เขาใฝ่ฝันถึงมาโดยตลอด

ปรับเบาะ เปิดแอร์

สองมือวางอยู่บนพวงมาลัยหนังแท้ที่เนียนนุ่มละเอียดอ่อน หลินเซินลูบไล้ภายในรถอย่างมีความสุข ราวกับกำลังลูบไล้แฟนสาวของตัวเอง

สำหรับผู้ชายแล้ว รถก็คือสุดที่รักคนเล็กๆ นั่นแหละนะ

หลินเซินกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงเครื่องยนต์คำรามขึ้นมาทำเอาในใจเขารู้สึกปั่นป่วนไปหมด

เปลี่ยนเกียร์คริสตัล เหยียบคันเร่งเบาๆ

ภายใต้สายตาที่มองตามของหลี่โม่ หลินเซินก็ขับรถออกจากโชว์รูมไป

ต้นไม้สองข้างทางวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตึกสูงระฟ้าหลังแล้วหลังเล่าก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

หลินเซินขับรถสุดที่รักของตัวเองอย่างระมัดระวัง กลัวว่าจะเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมา

แต่โชคดีที่รถราคาตั้งสี่สิบกว่าหมื่นหยวน ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ในการขับขี่หรือการควบคุมก็ลื่นไหลอย่างไม่น่าเชื่อ

บวกกับแถบชานเมืองของเซี่ยงไฮ้รถราค่อนข้างจะน้อย นี่จึงทำให้หลินเซินก็ค่อยๆ กล้าที่จะเหยียบคันเร่งมากขึ้น

เขาลองเหยียบคันเร่งลึกๆ เพื่อเพิ่มความเร็ว สัมผัสกับความรู้สึกที่หัวใจเต้นระรัว ตื่นเต้นและเร้าใจ

สุดท้าย เขาก็อดที่จะตะโกนออกมาด้วยความดีใจไม่ได้

“เย้ส!”

หลังจากได้สัมผัสกับสมรรถนะในการขับขี่ของจากัวร์ XFL อย่างเต็มที่แล้ว หลินเซินก็ขับรถกลับมาที่ชุมชน อย่างแรกเลยก็คือให้พี่ยามบันทึกป้ายทะเบียนรถของตัวเองไว้

เขาเช่าที่จอดรถในชุมชนไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นจึงผ่านเข้าไปได้อย่างรวดเร็ว

พอจอดรถไว้ข้างล่างตึกแล้ว หลินเซินก็นั่งอยู่ในรถอยู่นาน ใจก็ยังคงไม่สงบลงเสียที

เขาหยิบมือถือขึ้นมา ถ่ายรูปหน้าพวงมาลัย ตั้งใจจะโพสต์ลงโมเมนต์อวดความดีใจที่ได้รถใหม่

แต่หลังจากคิดอย่างละเอียดแล้ว หลินเซินก็ล้มเลิกความคิดนั้นไป เพียงแค่ส่งรูปเข้าไปในกลุ่มแชทเพื่อนร่วมห้องสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเท่านั้น

ไม่นานนักก็มีข้อความตอบกลับมา

[จ้าวเย่:?]

[กัวเฮ่าหราน:?]

[ฉีจวิ้นเสียน:?]

พอเห็นเครื่องหมายคำถามสามอันเรียงกันมาแล้ว มุมปากของหลินเซินก็ยกขึ้นเล็กน้อย

[หลินเซิน: พวกแก ฉันออกรถแล้วนะ!]

[จ้าวเย่: เชี่ยเพื่อน! เสือดาวเหรอ? รุ่นไหนวะ?]

[หลินเซิน: XFL]

[ฉีจวิ้นเสียน: จากัวร์ XFL ราคาอย่างเป็นทางการ 499,800 หยวน]

[กัวเฮ่าหราน:???]

[กัวเฮ่าหราน: แก TM (*คำสบถ) ซื้อรถราคาตั้งห้าแสนเลยเหรอวะ? แกไปปล้นธนาคารมาหรือไง?]

[หลินเซิน: ไม่ใช่ห้าแสนหรอก รวมส่วนลดแล้วก็ประมาณสี่สิบกว่าๆ นั่นแหละ]

[จ้าวเย่: อะไรคือ “ก็ประมาณ” วะ! แกไปรวยมาจากไหนกันแน่? พาน้องๆ ไปด้วยคนสิ!]

[หลินเซิน: รอให้ฉันมั่นคงกว่านี้ก่อนแล้วกันนะ]

หลินเซินยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน เพราะเขารู้ว่า มีแต่เพื่อนกลุ่มนี้เท่านั้นแหละที่อวยพรให้เขาออกรถใหม่ด้วยใจจริง

ส่วนเพื่อนในวีแชทที่หลากหลายนั้น เขาไม่แน่ใจว่าจะทำให้เกิดความอิจฉาริษยา หรืออาจจะนำปัญหามาให้หรือเปล่า

“ไว้รอให้ตัวเองรวยจริงๆ แล้วค่อยอวดดีกว่า”

หลังจากหลินเซินลงจากรถแล้ว เขาก็ยังคงยืนมองจากัวร์ XFL ของตัวเองอยู่นาน ไม่อยากจะขึ้นห้องไปเลย

ทันใดนั้น ก็มีพนักงานส่งของจากจิงตงมาส่งของที่หน้าประตูพอดี กำลังจะโทรศัพท์หา

หลินเซินเห็นแล้วก็เดินเข้าไปถามทันที

“สวัสดีครับ มีพัสดุของห้อง 403 ไหมครับ?”

“403 เหรอครับ ผมหาดูก่อนนะ... มีครับ! คุณคือคุณหลินใช่ไหมครับ? รบกวนเซ็นชื่อตรงนี้หน่อยครับ”

“อืม”

หลินเซินรับพัสดุจากมือพนักงานส่งของ หลังจากเซ็นชื่อเสร็จแล้วก็ลองยกดู พอแน่ใจว่าเป็นกล้องถ่ายรูปแล้ว ในใจก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก

ดูท่าภารกิจของ【อัลบั้มรูปกล้องถ่ายรูป】ใกล้จะสำเร็จแล้วสินะ!

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 65: รับรถ

ตอนถัดไป