บทที่ 95: โดราเอมอน
บทที่ 95: โดราเอมอน
สองทุ่ม
หลังจากหลินเซินกลับมาถึงบ้านแล้ว เขาก็เริ่มจะวางแผนการปั่นจักรยานในช่วงสุดสัปดาห์กับฉินเยว่นาน
เดิมทีเขาตั้งใจจะปั่นจักรยานทั้งวัน ตอนเที่ยงก็หากินข้าวตามร้านอาหารระหว่างทางส่งๆ ไป
แต่เพราะวันจันทร์จะต้องไปทำงานต่างจังหวัดกับฉินเยว่นาน ดังนั้นเขาจึงครุ่นคิดอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจจะลดตารางการปั่นจักรยานลงครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงแค่ช่วงเช้าเท่านั้น
สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งจะเคยปั่นจักรยานเป็นครั้งแรก หนึ่งสองชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว
ส่วนใหญ่ก็คือการปรับตัวให้เข้ากับจังหวะการปั่นจักรยานก่อน เหมือนกับการวิ่งครั้งแรกนั่นแหละ หาจังหวะการก้าวขาและความถี่ในการหายใจให้เจอ จากนั้นค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาและเพิ่มความเร็ว
ยิ่งไปกว่านั้นหลินเซินก็เช็คสภาพอากาศดูแล้ว พรุ่งนี้เป็นวันที่แดดจ้ามาก ตอนเที่ยงพระอาทิตย์ก็จะอยู่ตรงหัวพอดี อุณหภูมิก็จะสูงมาก
ต้องรู้ไว้อย่างหนึ่งว่า ฤดูร้อนของเซี่ยงไฮ้มันน่ากลัวมากนะ เผลอนิดเดียวก็อาจจะเป็นลมแดดได้ง่ายๆ
ดังนั้นก็ควรจะค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า สุขภาพร่างกายสำคัญที่สุด
แผนที่ดีที่สุดก็คือ ตอนบ่ายคนทั้งสองก็ต่างคนต่างกลับบ้านไปพักผ่อน เก็บกระเป๋าเดินทาง แล้วก็ไปเจอกันที่สถานีรถไฟความเร็วสูงในวันรุ่งขึ้น
หลินเซินเริ่มจากเข้าไปดูเส้นทางการปั่นจักรยานของสมาชิกคนอื่นๆ ในกลุ่มนักปั่นเพื่อเป็นแนวทาง จากนั้นก็พิจารณาถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบและปัจจัยอื่นๆ
สุดท้าย เขาก็เลือกเส้นทางการปั่นจักรยานแบบทัวร์ชมเมืองโบราณเจียงหนาน (ดินแดนทางใต้ของแม่น้ำแยงซี) ที่มีทิวทัศน์สวยงามตลอดทาง
จากเมืองโบราณจูเจียเจี่ยวไปจนถึงเมืองโบราณจินเจ๋อระยะทางทั้งหมดสามสิบกิโลเมตร คาดว่าจะใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงครึ่งก็น่าจะถึงแล้ว
ถ้าเหนื่อยก็ยังสามารถหยุดพักชมวิวได้ ก็เหมือนกับการไปเที่ยวปั่นจักรยานนั่นแหละนะ
หลินเซินค่อนข้างพอใจกับแผนของตัวเองมาก พอส่งไปให้ฉินเยว่นานแล้ว ไม่นานนักเธอก็ตอบกลับมา
[ฉินเยว่นาน: ได้ค่ะ]
[หลินเซิน: ตกลงครับ งั้นก็ตามนี้นะครับ?]
[ฉินเยว่นาน: อืม แต่ว่าเมืองโบราณจูเจียเจี่ยวมันค่อนข้างจะไกลนะคะ ขับรถไปก็ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงเลย หรือว่าพวกเราจะไปเจอกันที่นั่นตอนเก้าโมงเช้าดีไหมคะ?]
[หลินเซิน: ครับ]
หลังจากตกลงเวลาและสถานที่นัดเจอกับฉินเยว่นานเรียบร้อยแล้ว หลินเซินก็อาบน้ำ พอออกมาจากห้องน้ำแล้วก็เริ่มจะเก็บของหรูๆ ต่างๆ ที่ตัวเองซื้อมาวันนี้
เสื้อผ้าก็แขวนเข้าตู้เสื้อผ้า นาฬิกาก็เก็บใส่กล่อง ส่วนกระเป๋าก็รอให้ถึงวันจันทร์แล้วค่อยเอาไปให้
“ฟู่—!”
หลังจากจัดเก็บบ้านคร่าวๆ แล้ว หลินเซินก็เอนหลังนอนแผ่อยู่บนเตียง ในใจก็แอบตั้งตารออยู่เงียบๆ
แน่นอนว่าสิ่งที่เขารอคอยไม่ได้มีแค่การปั่นจักรยานในวันพรุ่งนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงแผนการไปทำงานต่างจังหวัดในวันจันทร์อีกด้วย
บางทีการไปเที่ยวจินหลิงสองสามวันนี้ อาจจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฉินเยว่นานมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็ได้นะ…
ด้วยความฝันเล็กๆ น้อยๆ นี้ หลินเซินก็ปิดไฟ พลิกตัวนอนตะแคง
วันที่ 17 สิงหาคม ปี 2025, วันอาทิตย์
อุณหภูมิ 22℃~29℃, ฟ้าครึ้ม, ลมตะวันออกเฉียงใต้ระดับ 3
「ธนาคารเจี้ยนเซ่อ: บัญชี XXXX7946 ของท่านมีเงินเข้า ณ วันที่ 17 ส.ค. เวลา 00:01 จำนวน 23,000.00 หยวน ยอดเงินคงเหลือปัจจุบัน: 1,623,000.00 หยวน」
เจ็ดโมงเช้า หลินเซินก็ตื่นนอนก่อนเวลานาฬิกาชีวภาพหนึ่งชั่วโมง
พอเขาเปิดม่านออก ก็เห็นว่าข้างนอกฟ้าครึ้ม ในใจก็อดที่จะดีใจอยู่เงียบๆ ไม่ได้
ดูท่าพยากรณ์อากาศมันจะไม่เคยแม่นเลยจริงๆ นะ!
นี่มันเหมือนกับสวรรค์เป็นใจชัดๆ!
ฟ้าครึ้มนี่แหละคืออากาศที่ดีที่สุดสำหรับการปั่นจักรยาน!
“ฟู่—!”
เปิดหน้าต่างสัมผัสกับอากาศยามเช้าที่สดชื่นพัดมาเบาๆ หลินเซินหลับตาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนไปยังห้องน้ำเพื่อแปรงฟันล้างหน้า
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวตอนเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็เริ่มจะตรวจเช็คอุปกรณ์ปั่นจักรยาน
จักรยานเสือหมอบ เสบียง หมวกกันน็อค หูฟัง และที่จับมือถือ เป็นต้น
สิ่งที่ต้องสวมใส่ล่วงหน้าก็มีแค่ชุดปั่นจักรยานเท่านั้นแหละ อย่างอื่นก็สามารถไปใส่ที่นั่นได้
ดังนั้น หลินเซินจึงหยิบชุดปั่นจักรยานไปใส่ในห้องนอน แต่ตอนที่ส่องกระจก ทันใดนั้นก็สังเกตเห็นปัญหาที่ร้ายแรงมากอย่างหนึ่ง
นั่นก็คือ ชุดปั่นจักรยานโดยทั่วไปมักจะค่อนข้างจะรัดรูป จะว่าไปแล้วก็ไม่เกินจริงเลยที่จะบอกว่าเป็นชุดบอดี้สูท
หลังจากหลินเซินใส่ชุดปั่นจักรยานเสร็จแล้ว เขาก็สวมเสื้อคลุมบางๆ ทับอีกชั้นหนึ่ง เข็นรถลงไปข้างล่างแล้วก็พยายามยัดมันเข้าไปในท้ายรถอย่างทุลักทุเล
…
เก้าโมงเช้า
เมืองโบราณจูเจียเจี่ยว
วันหยุดสุดสัปดาห์ นักท่องเที่ยวเยอะมาก ผู้คนนับไม่ถ้วนเดินเล่นอยู่เต็มไปหมด
แต่ก็ไม่แปลกหรอกนะ ก็แหม... ทิวทัศน์ที่นี่มันสวยงามมากเกินไปจริงๆ
แม่น้ำไหลผ่านกลางเมือง ถนนยาวเหยียดคดเคี้ยวต่อเนื่องกันไป
อาคารสมัยราชวงศ์หมิงและชิงนับพันหลังสร้างเรียงรายอยู่ริมแม่น้ำ สะพานหินโค้งโบราณสิบกว่าแห่งทอดข้ามสองฝั่งแม่น้ำ
กำแพงสีชมพูหลังคาสีเทาดำ ชายคาโค้งงอน ไม้แกะสลัก อิฐแกะสลัก หินแกะสลัก... ทุกอย่างล้วนแต่สวยงามประณีตอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ในทันใดนั้นหลินเซินยังนึกว่าตัวเองทะลุมิติออกจากเซี่ยงไฮ้ ไปโผล่ที่เมืองซูโจวเสียอีก
ก็แหม... สถาปัตยกรรมพวกนี้มันมีเอกลักษณ์มากจริงๆ นะ ความสวยงามของเมืองริมน้ำเจียงหนานมันแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว
“สวยจังเลย!”
หลินเซินอดที่จะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปไม่ได้ ยังไม่ทันจะถ่ายไปได้กี่รูป ฝั่งฉินเยว่นานก็โทรเข้ามาพอดี
“คุณอยู่ที่ไหนเหรอคะ?”
“ผมอยู่ที่หน้าประตูเมืองโบราณครับ”
หลินเซินเอ่ยถาม
“พี่ถึงหรือยังครับ?”
“ฉันเห็นรถคุณแล้วล่ะค่ะ”
“ครับ งั้นพี่รออยู่ที่ลานจอดรถสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมไปเดี๋ยวนี้เลย”
หลังจากวางสายโทรศัพท์แล้ว หลินเซินก็กลับไปยังลานจอดรถ ข้างๆ รถจากัวร์ XFL ของเขา ก็เห็น Volvo S90 คันที่คุ้นเคยจอดอยู่
ในตอนนี้ ฉินเยว่นานยกจักรยานเสือหมอบของตัวเองออกมาจากท้ายรถแล้ว กำลังปรับแต่งอยู่
เธอก็สวมชุดปั่นจักรยานเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ขับเน้นให้เห็นเรือนร่างที่โค้งเว้าเย้ายวน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสะโพกที่ผายออกทันทีทันใดกับต้นขาที่กระชับแน่นนั้น ดูแล้วมีพลังมากเลยทีเดียว
“พี่นานครับ!”
หลินเซินโบกมือทักทาย ฉินเยว่นานก็เห็นเขาเช่นกัน
แต่สายตาของเธอกลับเลื่อนลงต่ำโดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น สีหน้าดูจะประหลาดใจเล็กน้อย
หา?
ตรงนั้นของเขา...
จริงๆ แล้วปกติฉินเยว่นานไม่ค่อยจะสนใจเรื่องแบบนี้ของหลินเซินเท่าไหร่หรอกนะ
อย่างแรกเลยก็คือปกติเขาจะใส่กางเกงที่ค่อนข้างจะหลวมๆ มองไม่เห็นความสามารถที่แท้จริง
อย่างที่สองก็คือนิสัยส่วนตัว ไม่ค่อยจะสนใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่
แต่ว่า!
ตั้งแต่เมื่อไม่นานมานี้ที่คุยเรื่องเพศสัมพันธ์กับจ้าวจยาหนิงทุกวัน ฉินเยว่นานก็รู้สึกว่าตัวเองค่อยๆ โดนเธอติดเชื้อเข้าไปแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบวกกับความใกล้ชิดสนิทสนมต่างๆ กับหลินเซิน ทำให้หัวใจที่เคยสงบนิ่งของเธอจู่ๆ ก็เหมือนมีก้อนหินโยนลงไป เกิดเป็นความคิดที่แปลกประหลาดมากมายขึ้นมา
ตัวอย่างเช่น ลีลาการจูบที่ช่ำชองของหลินเซิน
หรือว่า...
“พี่นานครับ?”
พอเห็นฉินเยว่นานจ้องตัวเองตาค้าง หลินเซินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง มองตามสายตาของเธอลงไปต่ำๆ ก่อนจะรีบใช้ชายเสื้อด้านล่างปิดบังไว้เล็กน้อยแล้วก็พูดอย่างจนใจ
“พี่มองอะไรอยู่เหรอครับ?”
“หา? ฉันไม่ได้มองตรงนั้นของคุณสักหน่อยนะคะ”
หลังจากฉินเยว่นานได้สติกลับมาแล้วก็ดูจะลนลานเล็กน้อย รีบเหลือบมองไปทางอื่นแล้วก็เน้นย้ำ
“ฉันก็แค่มองไปที่อื่นเฉยๆ ค่ะ”
“...”
พฤติกรรม“ที่นี่ไม่มีเงินสามร้อยตำลึง” (สำนวนจีน หมายถึง การพยายามปกปิดความผิด แต่กลับยิ่งทำให้ดูน่าสงสัยมากขึ้น) แบบนี้ ทำให้หลินเซินยิ่งมั่นใจมากขึ้นไปอีกว่า สาวมั่นสุดเย็นชาคนนี้ติงตังเมากลายเป็นโดราเอมอนไปเสียแล้ว! (ติงตังเมา ชื่อโดราเอมอนในภาษาจีน ในที่นี้น่าจะหมายถึงการที่ฉินเยว่นานมองต่ำไปที่เป้ากางเกงของหลินเซิน)
“ผมก็ไม่ได้ถามเลยสักหน่อยนี่ครับว่าพี่มองตรงไหน!”
หลินเซินรู้สึกตลกชอบกล แต่ฉินเยว่นานเห็นได้ชัดว่ารู้สึกอับอายมากกว่า ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อคลายความอึดอัด
“คุณรีบเอารถออกมาปรับแต่งได้แล้วค่ะ”
“ครับ”
หลินเซินเอารถจักรยานเสือหมอบของตัวเองออกมาจากท้ายรถ เริ่มจะปรับแต่งระบบเบรกของรถ พร้อมกับสวมใส่อุปกรณ์อื่นๆ ไปด้วย
หมวกกันน็อค ถุงมือ และแว่นตากันลม
พอเขาจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เห็นฉินเยว่นานยืนรออยู่ข้างๆ นานแล้ว
“ไปกันเถอะครับ”
“อืม”
ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว ในที่สุดหลินเซินก็ได้เริ่มต้นการเดินทางปั่นจักรยานครั้งแรกของเขาเสียที
ยังไม่ทันจะออกจากเมืองโบราณจูเจียเจี่ยว เนื่องจากนักท่องเที่ยวกับรถราที่สัญจรไปมาค่อนข้างจะเยอะ จึงยังไม่สามารถทำความเร็วได้
พอออกจากสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว หลินเซินก็ค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ถึงแม้จะมีฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนของหูฟังอยู่ แต่หลินเซินก็ยังคงได้ยินเสียงลมที่พัดผ่านข้างหูอยู่ดี
แรงที่ขาปั่นราวกับจะปลุกกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกายให้ตื่นขึ้นมา ทำให้ทั้งตัวประสานกันเป็นหนึ่งเดียว เคลื่อนไหวไปพร้อมๆ กัน
แบบนี้ ในที่สุดหลินเซินก็ได้เข้าใจเสียทีว่าทำไมคนมากมายถึงได้ชอบการปั่นจักรยานขนาดนี้
การปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายตามถนนชายขอบเมืองกับทางเดินเล็กๆ ในชนบทที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ ลมพัดผ่านใบหน้า ล้อรถบดเบียดกับพื้นถนนเกิดเป็นเสียง “ซ่าๆ”
นี่คืออิสรภาพที่ไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว
ถึงแม้หลินเซินจะลาออกจากงานแล้ว แต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ยังคงยุ่งอยู่ตลอดเวลา
เรื่องคาเฟ่แมว ความสัมพันธ์กับเจียงหว่านและฉินเยว่นาน การทำภารกิจต่างๆ ที่ระบบมอบหมายให้...
ดูเหมือนว่าเวลาจะสามารถควบคุมได้ตามใจชอบ แต่หลินเซินรู้ดีอยู่แล้วว่า เขายังไม่ได้มีอิสรภาพอย่างสมบูรณ์แบบ
แต่ทว่า... เวลาที่ปั่นจักรยาน อารมณ์ของเขากลับปลอดโปร่งโล่งสบายอย่างบอกไม่ถูก ราวกับลืมเรื่องราวทั้งหมดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาไปจนหมดสิ้น
เขาเพียงแค่ต้องจดจ่ออยู่กับเส้นทางตรงหน้า จดจ่ออยู่กับการปั่นบันไดแต่ละครั้ง ค่อยๆ รับฟังเสียงกลไกที่เกิดจากการเสียดสีกันระหว่างเฟืองอย่างเงียบๆ
“เย้ส!”
หลินเซินอดที่จะตะโกนออกมาด้วยความดีใจไม่ได้ ส่วนฉินเยว่นานที่ปั่นนำอยู่ข้างหน้าก็หันมาเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“ดูท่าคุณจะดีใจมากเลยนะคะ”
“ใช่สิครับ!”
หลินเซินถามกลับไป
“พี่นานไม่ดีใจเหรอครับ?”
“ฉันก็ดีใจมากเหมือนกันค่ะ”
ฉินเยว่นานทอดถอนใจออกมาจากใจจริง
เมื่อเทียบกับหลินเซินแล้ว ปกติแล้วเธอจะเจอเรื่องวุ่นวายใจในที่ทำงานกับในชีวิตประจำวันเยอะกว่าเขาเสียอีก
ดังนั้น เพียงแค่เวลาที่ปั่นจักรยานเท่านั้นแหละ ที่ชีวิตมันถึงจะเป็นของเธออย่างแท้จริง
ถึงแม้คำว่า “ชีวิตคือทุ่งกว้าง” จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นกับดักการบริโภคที่นายทุนจงใจสร้างขึ้นมา
แต่สาเหตุที่ทำให้คนมากมายรู้สึกเห็นด้วยกับมัน ก็เป็นเพราะชีวิตมันกดดันมากเกินไป ต้องการการปลดปล่อยและระบายออกมาบ้างเท่านั้นเอง
แน่นอนว่าต้องอยู่ในขอบเขตที่ตัวเองสามารถรับไหวได้ด้วยนะ
ในตอนนี้ฉินเยว่นานราวกับจะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ไม่ได้ไปนั่งคิดมากเรื่องความสัมพันธ์กับหลินเซินว่าจะคืบหน้าไปถึงไหน ไม่ได้ไปนั่งกังวลว่างานจะไม่ราบรื่นอีกต่อไปแล้ว
เธอแค่อยากจะเพลิดเพลินให้เต็มที่ เพลิดเพลินกับปัจจุบันขณะ
หลินเซินก็มีความคิดแบบเดียวกัน
ฉินเยว่นานปั่นนำอยู่ข้างหน้า ทำให้ลมที่พัดมาก็ยังเจือไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่บอกไม่ถูก
ที่แท้ที่เขาว่ากันในวงการนักปั่นว่ามีลมกลิ่นหอมอ่อนๆ มันก็มีจริงๆ ด้วยสินะ?
หลินเซินแอบบ่นในใจ
ทั้งสองคนออกเดินทางจากเมืองโบราณจูเจียเจี่ยว ปั่นลงใต้ไปตามเส้นทาง ทิวทัศน์ธรรมชาติระหว่างทางสวยงามมากเป็นพิเศษ
บวกกับวันนี้ฟ้าครึ้มแถมยังอยู่ใกล้ทะเลสาบอีกด้วย อุณหภูมิก็กำลังพอดี
ดังนั้น สิบกิโลเมตรแรกคนทั้งสองก็แทบจะไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย จิตใจก็ยังคงสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามาก
แต่ทว่า... พอถึงสิบกิโลเมตรต่อไป ฉินเยว่นานก็เริ่มจะเหนื่อยแล้ว เธอจึงเปลี่ยนจากที่เคยปั่นนำอยู่ข้างหน้ามาอยู่ข้างหลังหลินเซิน ให้เขาเป็นคนนำทางแทน
แถมระหว่างทางก็ยังคอยจะหลุดกลุ่มอยู่เป็นพักๆ ทำให้หลินเซินต้องหยุดรอเธอที่สี่แยกไฟแดงอยู่หลายครั้ง
“หรือว่าจะพักสักครู่ดีไหมครับ?”
“ไม่ต้องค่ะ”
ฉินเยว่นานตอบพลางหอบหายใจแรงๆ หลังจากดื่มน้ำกับเติมพลังงานไปเล็กน้อยแล้วก็ปั่นต่อไป
จนกระทั่งถึงยี่สิบห้ากิโลเมตรก็หมดแรงโดยสิ้นเชิง
“ทำไมคุณถึงไม่เหนื่อยเลยล่ะคะ?”
หลังจากหยุดพักแล้ว ฉินเยว่นานก็มองไปทางหลินเซินที่ทำหน้าตาสบายๆด้วยความงงงวย
นอกจากเหงื่อบนใบหน้าที่พอจะบอกได้ว่าเขาใช้พลังงานไปบ้างแล้ว ส่วนอื่นๆ ก็ไม่เห็นจะมีท่าทีว่าจะเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย
หลินเซินแข็งแรงขนาดนี้เลยเหรอ?
ฉินเยว่นานจู่ๆ ก็นึกถึงคำพูดหนึ่งของจ้าวจยาหนิงขึ้นมาได้
“ผู้ชายที่แข็งแรงน่ะยิ่งดี ยิ่งกล้ามเนื้อขายิ่งแข็งแรง ความสามารถในเรื่องนั้นก็จะยิ่งแข็งแกร่งนะจ๊ะ”